Featured
พันธมิตร 49 องค์กร หนุนสร้าง Platform การท่องเที่ยวแห่งชาติ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK นำโดย คุณปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาเชิงพาณิชย์ สายการบินนกแอร์ ได้เข้าร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งหมด 49 องค์กร/หน่วยงาน ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือในโครงการ Digital Tourism Platform ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อร่วมมือกันในการสนับสนุนการปฏิรูปและการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คณะทำงานภาคเอกชน 30 องค์กร จะจัดตั้งบริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อจัดทำแอปพลิเคชัน (Application) ชื่อ “ทักทาย” หรือ TAGTHAI และประสานความร่วมมือกับภาครัฐ 19 หน่วยงาน มุ่งให้เกิดความร่วมมือ สนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว และร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ โดยจะมีการออก แอปพลิเคชันรุ่นแรกในเดือนเมษายน 2562 นี้ สำหรับการสร้าง Platform การท่องเที่ยวแห่งชาติ เป็นกิจกรรมหนึ่งในแผนงานด้านเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคณะทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและ MICE (D3) ซึ่งเป็น
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พาลงใต้ไปเยี่ยมเยียนเมืองที่ได้ชื่อว่า เป็นเมืองเก่าแก่ของไทยเมืองหนึ่ง อย่าง จังหวัดสงขลา กับบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ได้แวะเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา” ที่จัดแสดงความเป็นมา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตต่างๆ ของคนสงขลาเอาไว้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยุโรป เดิมเป็นบ้านของพระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา หรือก็คือต้นตระกูล ณ สงขลา ในปัจจุบัน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2421 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นบ้านพักอาศัยของตระกูล ณ สงขลาได้ 16 ปี ทางราชการได้ซื้ออาคารหลังนี้จากทายาทของตระกูล เพื่อใช้เป็นที่พำนักข้าหลวงและที่ทำการราชการ และท้ายที่สุดใช้เป็นศาลากลางจังหวัดสงขลา ก่อนจะถูกทิ้งร้างและได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี 2516 และทางกรมศิลปากรได้เข้ามาปรับปรุงเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ในปี 2525 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จัดแสดงเกี่ยวกับความเป็นมาของจังหวัด งานประณีตศิลป์ต่างๆ รวมถึงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับบริจาคจากประชาชนในพื้นที่ด้วย บรรยากาศของพิพิธภัณฑสถานแห่
งานประจำมันหายาก! หนุ่มวิศวฯมธ.หันเปิดร้านขนมไทยฟิวชั่น เกือบเจ๊งหลายครั้งแต่ไม่ยอมแพ้ เดี๋ยวนี้ ไม่ว่ามองไปทางไหน เห็นแต่ธุรกิจคาเฟ่เต็มไปหมด หากรสชาติไม่ดีจริง มนุษย์ ผู้มีทางเลือกหลากหลายก็ไร้ซึ่งความสนใจ ท้ายที่สุดร้านนั้น คงต้องปิดกิจการไป สรุปแล้ว สิ่งสำคัญที่นักธุรกิจยุคนี้ต้องมี คือ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อดึงดูดมนุษย์ขี้เบื่อ ที่เปลี่ยนแปลงความชอบไปตามกระแสนิยม ในไอเดียที่ผุดขึ้นมาประชันกันอย่างมากมาย ใครจะไปคิด ”บัวลอย” ขนมหวานไทยแสนอร่อยที่มีมาอย่างยาวนาน จะถูกสร้างสรรค์จนกลายเป็นเมนูยอดฮิตเสียได้ แน่นอนว่า เมนูสุดฮิตนี้ ดึงดูดมนุษย์ผู้อยากลองสิ่งใหม่ ๆ แต่ก่อนจะลงรายละเอียดในตัวสินค้า ขอแนะนำให้รู้จัก คุณโจ้-โกศล บวรศักดิ์มงคล อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน café Cococano (คาเฟ่ โคโคคาโน่) กันเสียก่อน คุณโจ้ เล่าว่า เรียนจบปริญญาตรี จากคณะวิศกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งใจว่าจะเป็นวิศวกร ทำงานในบริษัทสักปีสองปี แต่คงเป็นเพราะโชคตะตา ทำให้ไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน ท้ายที่สุดจึงต้องมาเป็นเจ้านายตัวเอง โดยเริ่มต้นจากการขายต้นไม้ที่ได้ต้นแบบธุรกิจจากต่างประเทศ เมื่อทำแล้ว
จากเด็กปรุงยาความรู้น้อย มาเป็นเถ้าแก่สินค้าดัง “เต่าเหยียบโลก” ยอดขายเดือนเป็นแสนขวด จัดเป็นสินค้า “ขายดี” ที่มีวางขายในร้านสะดวกซื้อระดับชาติ มานานนับปีแล้ว สำหรับผงแป้งสมุนไพร คุณสมบัติระงับกลิ่นใต้วงแขน ชื่อแบรนด์ชวนอมยิ้ม อย่าง “เต่าเหยียบโลก” แต่ “เส้นทาง”บนธุรกิจสายนี้ ใช่จะมี “ลู่วิ่ง” เรียบเนียน ให้เดินเหินได้อย่างสบายอุรา ทว่ามีทั้งหลุมบ่อและขวากหนาม คอยเป็นเครื่องทดสอบความอุตสาหะของ “เต่าน้อย”ตัวนี้ อยู่เป็นระยะ หากอุปสรรคดังเกริ่นมานั้น ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายาม ในการเดิน “ทีละก้าว-ทีละก้าว” จนนำพาตัวเองเข้าสู่ “เส้นชัย” แซง “กระต่าย”บางตัว ที่มัวหลับใหลได้ อย่างสง่างาม คุณสมชาย จันทิพย์วงษ์ ประธานบริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด วัยหกสิบเศษ เจ้าของผลิตภัณฑ์ “เต่าเหยียบโลก” เปิดบ้านพักหลังงามย่านสุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นด้วยการย้อนความเป็นมาตั้งแต่วัยเด็ก พื้นเพเป็นคนอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ครอบครัวทำอาชีพปลูกพืชผักสวนครัวเล็กๆน้อยๆ พวกพริก-มะเขือ-เผือก-มัน ส่วนการศึกษาในโรงเรียน จบชั้นสูงสุดแค่ประ
นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ หลังคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เปิดตัววอฟเฟิลกรอบ และมันอบกรอบแปรรูปจากมันสำปะหลัง ผลงานวิจัยจากโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 โดย รศ.ดร.อนุวัฒน์ แจ้งชัด คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมไทยว่า ปัจจุบันมีจำนวนบริษัทอาหารที่จดทะเบียน 8,000 บริษัท 1,800 รายเป็นกลุ่มเครื่องดื่ม สร้างมูลค่าการส่งออกและรายได้ให้กับประเทศปีละ 102,000 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารมีความสำคัญต่อประเทศอย่างยิ่ง ซึ่งโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในการพัฒนาอุตสาหกรรม ใช้มันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีจำนวนมากในประเทศไทยเป็นตัวขับเคลื่อนด้วยศักยภาพของคณะอุตสาหกรรมเกษตรช่วยต่อยอด พัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้าน รศ.ดร.ปรารถนา ปรารถนาดี หัวหน้าโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 เปิดเผยว่า โครงการนี้ทำต่อเนื่องจากปี
เจ้าพ่อชายสี่ฯ เผยเทคนิคให้ขายดี! “คนกินถูกเสมอ คนขายผิดตลอด” คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้งบริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบกว่า พื้นเพเป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ที่หลายคนคงพอจะทราบประวัติของเขามาแล้วบ้างว่า “ล้มลุกคลุกคลาน” มานักต่อนัก กว่าจะผงาดเป็นเจ้าของอาณาจักร “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” มีร้านสาขาแฟรนไชส์กระจายอยู่ทั่วประเทศหลายพันแห่ง มูลค่าธุรกิจรวมแล้วหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว คุณพันธ์รบ กับคู่ชีวิต ย้อนประวัติให้รู้จักกันคร่าวๆ เจ้าพ่อ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” ผู้นี้ จบการศึกษาชั้นม.6 จากหลักสูตรกศน. ตอนอายุได้ 41 ปี เหตุเพราะทางบ้านฐานะค่อนข้างยากจน ต้องช่วยพ่อแม่ทำนาตั้งแต่จำความได้ พอเริ่มโตเป็นหนุ่มก็ออกทำงานรับจ้างมาแล้วสารพัด ทั้งทำงานบ้าน รับจ้างขึ้นต้นหมาก-มะพร้าว รับจ้างเก็บพริก เป็นรปภ. เป็นพ่อค้าขายไอติม กระทั่งพ.ศ.2535 จึงตั้งต้นอาชีพขายบะหมี่เกี๊ยว ย่านลำลูกกา ปทุมธานี และขายดิบขายดี มาจนถึงทุกวันนี้ “อยากขายดี…พี่ต้องขายตัว เป็นสำนวนชวนให้คิด ที่ชายสี่ฯนำมาปรับใช้กับการค้าขาย เราต้องขายตัวเองก่อนก่อนจะขายสินค้าอื่น คำว่าขายตัวในที่นี้ คือ ขายใบ
ไอคอนสยาม ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดพิธีเปิด “ระบำสายน้ำ” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม ที่ผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดียสุดล้ำ ความยาวกว่า 400 เมตร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า เมื่อ 5 ปีก่อน ไอคอนสยามได้ประกาศ ‘แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ ผนึกกำลังกับผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาสังคม ชุมชนต่างๆ ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทำงานร่วมกันในรูปแบบต่างๆ หนึ่งในงานที่ยิ่งใหญ่และทำให้ไอคอนสยามเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก คืองาน “Amazing Thailand Countdown 2019” ที่มีผู้ชมพลุมากกว่า 1.5 ล้านคน ซึ่งทางไอคอนสยาม ได้ต้อนรับผู้มาร่วมงานมากถึง 2 แสนคนภายในวันเดียว “เมื่อก่อนที่ยังไม่มีไอคอนสยาม การเดินทางทางเรือ มีผู้โดยสาร 40,000 คนต่อวัน ปัจจุบันมีอัตราการใช้บริการสูงขึ้นเป็น 60,000 คนต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการเพื่อเดินทางมาไอคอนสยาม เรียกได้ว่า การมาของ ไอคอนสยามนี้ ถือเป็นการเพิ่มสี
งดงามไม่ซ้ำใคร “ผ้าขาวม้าดารา” หมักโคลนนาคี ย้อมสีธรรมชาติ ขายดีสวนกระแสเศรษฐกิจ ไป บึงกาฬ ครั้งนี้ ไม่พลาดแวะ กลุ่มทอผ้าฝ้ายพื้นเมืองบ้านสะง้อ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 2 บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมือง เมื่อไปถึง คุณสมพร แสงกองมี อายุ 60 ปี ทายาทรุ่น 2 ออกมาต้อนรับอย่างดี พร้อมเริ่มบทสนทนาถึงที่มาของผ้าขาวม้าดารานาคีให้ฟังว่า ผ้าขาวม้าเป็นกิจการตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดย คุณพ่อไล และ คุณแม่แว่น คำพุทธา เริ่มทำตั้งแต่ปี 2542 ล้มลุกคลุกคลานกับเพื่อนจัดตั้งกลุ่ม 12 คน ผลิตผ้าขาวม้าลายตารางดั้งเดิม กระทั่งปี 2560 คุณพ่อไลและคุณแม่แว่นวางมือ เธอกับสามี (คุณดารา แสงกองมี และลูกสาว คุณแยม-สุพัตรา แสงกองมี อายุ 23 ปี ทายาทรุ่น 3) เข้ามาสานต่อกิจการ ยกระดับและพัฒนาเป็นผ้าขาวม้าหมักโคลนธรรมชาติที่รู้จักในนาม “ผ้าขาวม้าดารานาคี” จากเคมีสู่ธรรมชาติ “หลังรับมรดก แม่นำผ้าขาวม้าไปขายตามงานแสดงสินค้า มองไปทางไหนเหมือนกันหมด เลยคิดว่าต้องเปลี่ยน ต้องฉีกแนวหาเอกลักษณ์ให้ตัวเอง หาสิ่งที่ชุมชนมีซึ่งก็คือธรรมชาติ” คุณสมพรในวัย 60 ปี เริ่มศึกษาวิชาจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านที่มีภูมิปัญญาชาวบ้านดั้ง
“ส้ม” ผลไม้รสชาติอร่อย สรรพคุณหลากหลาย อีกทั้งเป็นผลไม้ราคาไม่แพง ลงทุนปลูกไม่กี่ปี สามารถเก็บขายได้นานเป็นสิบๆ ปี ส้มออกผลให้ทานทุกฤดู เมื่อ 20 ปีก่อน เกษตรกรจึงหันมาปลูกส้มกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะ “ส้มเขียวหวาน” ที่ปลูกเพียง 3 ปี ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้แล้ว เรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองของชาวสวนไร่ส้มเลยทีเดียว ต่อมาในปี 2538 เกิดภาวะ “สวนล่ม” ต้นส้มยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก เกษตรกรหลายรายปรับตัวหันไปปลูกพืชไร่พืชสวนอย่างอื่น เลือกย้ายถิ่นไปลงทุนทำสวนส้มที่อื่นบ้าง มีเพียงไม่กี่เจ้า ที่ยังคงยึดมั่นในการทำสวนส้มในพื้นที่เดิม คุณจำเรียง ศิลปะปดุง เกษตรกรวัย 66 ปี เจ้าของสวนส้มในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หนึ่งในเกษตรกรที่เจอพิษสวนส้มล่มในตอนนั้น เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เมื่อ 40 กว่าปีก่อน คุณพ่อของเธอได้มาบุกเบิกที่ทาง ทำสวนแตงโมและสวนพริก ต่อมาพี่ชายมารับช่วงต่อ เขาก็เริ่มหันมาปลูกส้มเขียวหวานแทนแตงโมและพริก โดยส้มที่ปลูกเป็นส้มเขียวหวานพันธุ์บางมด ประมาณ 60 ไร่ ปลูกเรื่อยมาจนเธอมารับช่วงกิจการสวนได้ไม่กี่ปี ก็ประสบกับภาวะสวนส้มล่มในปี 2538 จึงทำการตัดต้นส้มทิ้งทั้งหมด ปร
พ่อค้าหัวใจหล่อ! ขอเป็นสื่อกลางส่งต่อ “ขนมปังเทวดา” แบ่งปันผู้ยากไร้ กินฟรีทุกวัน ช่วงบ่ายของวันทำงานเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีนัดพูดคุยกับ คุณกองศักดิ์ จันทะสี อายุ 40 ปีเศษ ที่อนุญาตให้เรียกชื่อแบบกันเองว่า “สมชาย” เจ้าของกิจการ “ขนมปังเทวดา” ขนมปังนึ่งทาเนยนม-สังขยา บนรถเข็น ที่ดูรูปลักษณ์ภายนอกสุดแสนจะธรรมดา แต่ทว่าบอกเลยโด่งดังใช่เล่น เคยออกรายการโทรทัศน์หลายช่อง และสื่ออื่นมาแล้วไม่รู้กี่รายการ ความน่าสนใจที่สื่อหลายสำนักให้ความสนใจก่อนหน้านี้ อาจไม่ได้โฟกัสไปที่ตัวสินค้าตรงหน้าของเจ้าของร้านอารมณ์ดีท่านนี้ หากทว่าน่าจะเป็นเรื่องของรูปแบบการขาย ที่ “ขนมปัง”ส่วนหนึ่งซึ่งถูกฝากไว้ที่ร้านแห่งนี้ มาจากผู้ใจบุญทั้งหลาย ใช้เงินซื้อไว้ แต่ไม่นำขนมปังกลับบ้านไป หากแต่มี “การฝาก”ไว้ ให้กับคนยากไร้ คนป่วย คนท้อง ฯลฯ สามารถมารับประทานฟรีได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน ก่อนจะลงรายละเอียด ที่มาที่ไปของการประกอบกิจการในลักษณะดังกล่าว มาฟังคุณสมชาย เล่าประวัติส่วนตัวให้รู้จักกันมากขึ้นสักหน่อย “เรียนจบแค่ป.6 ครับ ตอนอยู่อุดรฯ ทำอาชีพมาสารพัด พอทำบัตรประชาชน ตอนอ
