Featured
“หมูหม้อเทพ” สูตรเด็ดลูกค้าแน่น ขายกระจาย ใช้เนื้อหมู 5-6 ตัน/เดือน “หมูทอด” เมนูอาหารยอดฮิต ทานได้ทั้งเช้า กลางวัน เย็น หาทานง่าย โดยแต่ละร้านจะมีรูปแบบการขาย เทคนิคการทอด และสูตรที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคอย่างเราๆ จะเลือกทานแบบไหน ความฮิตของหมูทอดจึงกลายเป็นหนึ่งในช่องทางใหม่ของคนอยากทำธุรกิจ ดังตัวอย่างนักธุรกิจหนุ่มรายนี้ เขาเปลี่ยนบทบาทจากผู้บริโภคมาเป็นผู้ผลิต คุณหมุ่ย-อภิชาติ สถิตเกษมสานต์ วัย 36 อดีตพนักงานออฟฟิศที่หันเหมาเอาดีทางด้านค้าขาย เปิดกิจการหมูทอดมากว่า 3 ปี ตั้งชื่อ “หมูหม้อเทพ” กับคอนเซ็ปต์ “นุ่มไม่สะเทือนเหงือก เหล็กดัดฟันไม่ขยับ ทอดด้วยน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์” คุณหมุ่ย เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า เมื่อก่อนทำงานเป็นพนักงานประจำฝ่ายไอทีของบริษัทแห่งหนึ่ง มีนิสัยชอบทานของทอด โดยเฉพาะหมูทอดจะชอบมากเป็นพิเศษ กระทั่งได้รับผลตรวจสุขภาพ พบค่าคอเลสเตอรอล และความดันสูง หมอสั่งให้ลดของทอด แต่เจ้าตัวทานจนติดเป็นนิสัย เมื่อเลิกไม่ได้ก็ต้องหาทางออกให้ตัวเอง ด้วยการนำสูตรหมูทอดของที่บ้านมาทำขายเองเสียเลย “เพื่อไม่ให้เจอปัญหาสุขภาพแบบเดิม ผมได้ปรับกระบวนก
เมื่อ “ลุงตู่” บอกให้หา “ลูกค้าประจำ” กูรูการตลาดชี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีเทคนิคดีๆมาบอก จากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพ่อค้าแม่ขาย ของพล.อ.ประยุทธฺ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนท่านนายกฯพบปะพ่อค้าแม่ขาย หลายคนบ่นกระปอดกระปอดกระแปด เศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายไม่คล่อง ท่านนายกฯจึงแนะนำให้ทำการประชาสัมพันธ์ เพื่อ“หาลูกค้าประจำ” นั้น ข่าวเกี่ยวข้อง : บิ๊กตู่ ลงพื้นที่ตลาดสด สอนพ่อค้า-แม่ค้า ขายไม่ได้ทำไมไม่ทำพีอาร์ หาลูกค้าประจำ คุณพลชัย เพชรปลอด นักการตลาดอาวุโส ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ในประเด็นดังกล่าวว่า “การหาลูกค้าประจำ” ในทางปฏิบัติอาจไม่ง่ายนัก เพราะปัจจุบันลูกค้าที่จะ “จงรักภักดี” กับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งนั้น ไม่มีจริงอีกแล้ว เพราะเทคโนโลยีที่ทำให้ลูกค้ามีโอกาส มีทางเลือกมากมาย ข้อมูลบางทีดีกว่าคนขายซะอีก “หลายอย่าง มนุษย์ด้วยกัน ยังต้องการสื่อสารกับมนุษย์ด้วยกัน งานบริการ ก็ยังเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องใช้มนุษย์ จึงจะได้ใจมนุษย์ด้วยกัน เรื่องนี้ AI ทำดีสู้มนุษย์ไม่ได้แน่ๆ ดังนั้น การจะสร้างลูกค้าประจำ ต้องใส่ความเป็นมนุษย์เข้าไปเยอะๆ งานบริการจึงต้องถูกนำมาใช้ควบคู่
เปิดเทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2019 สำรวจโลกแบบไหนโดนใจคนยุคนี้ เทศกาลหยุดยาวปลายปีใกล้เข้ามาแล้ว ช่วงเวลาแบบนี้รับรู้ได้ถึงบรรยากาศการท่องเที่ยวที่คึกคัก หลายคนอาจวางแผนท่องเที่ยวกันล่วงหน้า ขณะที่อีกหลายคนขอสะสางงานก่อนไปสนุกสนานแบบสุดเหวี่ยง ทุกวันนี้ การท่องเที่ยวมีทางเลือกหลากหลายมาก ไม่ใช่แค่ซื้อทัวร์ชะโงกอีกแล้ว แต่ความสนใจของนักท่องเที่ยวแต่ละคนกลายเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความสนใจเฉพาะด้านแค่ไหน และเทคโนโลยีก็ช่วยให้การวางแผนท่องเที่ยวกลายเป็นเรื่องง่าย “มิสมิลเลียนแนร์” รวบรวมข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2019 จากเว็บไซต์ booking.com และ adventurestudenttravel.com มาฝากกัน เริ่มจาก “ทริปเล็กๆ” ซึ่งนักเดินทางทั่วโลก 53 เปอร์เซ็นต์ เผยว่า มีแผนท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์มากขึ้นในปี 2019 และนี่จะช่วยให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นเติบโต โดยสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเทรนด์ท่องเที่ยวแบบสั้นๆ คือ เส้นทางการบินที่เพิ่มขึ้น สายการบินราคาประหยัดที่มีให้เลือกมากมาย การเดินทางที่สะดวกขึ้น บริการเช่ารถตามความต้องการ “ท่องเที่ยวอย่างมีสำนึก” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม รักษาสิ่งแวดล้อ
สูตรแรกของโลก “กาแฟพริก” นวัตกรรมสิทธิบัตรคนไทย ตีตลาดจีน ปัจจุบัน “กาแฟ” นับเป็นเครื่องดื่มที่มีการบริโภคยอดนิยมเป็นอันดับ 2 ของโลก ผู้เล่นยักษ์ใหญ่ในตลาดต่างงัดกลยุทธ์ดึงลูกค้ากันอย่างดุเดือด อย่างล่าสุดมีผู้เล่นรายใหม่ผลิตสูตรกาแฟที่ได้ยินแล้วถึงกับร้องว้าวจนอยากชิมรสชาติดูสักครั้ง “กาแฟพริก” ภายใต้แบรนด์ “พริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่” (PRIKKA Spicy Coffee) สูตร 3 in 1 ที่มีสารสกัดจากพริกขี้หนูเป็นส่วนผสมสูตรแรกของโลก คิดค้นและพัฒนาโดย เภสัชกรหญิงศศิมา อาจสงคราม หรือ คุณดาว ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์เฮิร์บ ฟาร์ม่า จำกัด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ เมืองนวัตกรรมอาหาร Food Innopolis สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) “กาแฟพริก” อร่อย ดีต่อสุขภาพ และแตกต่าง คุณดาว เล่าให้ฟังว่า มองเห็นถึงศักยภาพและความใหญ่ของตลาดกาแฟ ด้วยเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่คนทั่วโลกดื่มมากเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำดื่มธรรมดา และเป็นสินค้าโภค
เที่ยวเมืองกรุง ชมวัด แวะนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ สุดชิล 1 วันเต็ม หากใครเป็นสายท่องเที่ยว ชอบย้อนรอยประวัติศาสตร์ ชมภาพเก่าครั้งอดีต หรือเข้าแกลลอรี่แล้วล่ะก็ “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์” เป็นอีกหนึ่งสถานที่แนะนำ เป็นประตูสู่กรุงรัตนโกสินทร์ ที่รวบรวมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของยุครัตนโกสินทร์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบและน่าทึ่ง ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินกลาง ที่การเดินทางแสนสะดวก ด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถเมล์ก็ได้ทั้งนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีมีโอกาสร่วมทริป “ย้อนกาลเก่า เล่ารัตนโกสินทร์ ยินผ่านวรรณกรรม” กับ เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยผู้ดำเนินชมรม “KTC PR Press Club” การเข้าชมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ตามเส้นทางการเข้าชม มีให้เลือก 2 เส้นทาง ใช้เวลาเท่ากันโดยประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางที่ 1 ชม 7 ห้อง ห้องรัตนโกสินทร์เรืองโรจน์ ห้องเกียรติยศแผ่นดินสยาม ห้องเรืองนามมหรสพศิลป์ ห้องลือระบิลพระราชพิธี ห้องสง่าศรีสถาปัตยกรรม ห้องดื่มด่ำย่านชุมชน และห้องเยี่ยมยลถิ่นกรุง เส้นทางที่ 2 ชมเพียง 2 ห้อง ห้องเรืองรุ่งวิถีไทย และห้องดวงใจปวงประชา ครั้งนี้ได้เลือ
“เครื่องไข่เจียว/ไข่ตุ๋น อบแห้ง” น้องใหม่มาแรง แบรนด์ “แม่กาญจน์” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเดินเล่นที่เมืองทองธานี ไปเจอเข้ากับบู๊ธหนึ่ง ที่มองเผินๆ ก็เป็นบู๊ธที่ขายเครื่องเทศและเครื่องแกงอบแห้งทั่วไป ที่ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการต่างๆ หันมาแปรรูปสินค้าในลักษณะนี้กันมากขึ้น ที่น่าสนใจคือ บู๊ธนี้มีเครื่องเทศอบแห้งที่แตกต่างจากสินค้าของเจ้าอื่นอย่าง “เครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋นอบแห้ง” โดยมี คุณฝน-พรพิรุณ อุดมเดช อายุ 38 ปี และ คุณหนุ่ม-สิร ศาสตร์เวช อายุ 46 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของแบรนด์เครื่องเทศอบแห้ง “แม่กาญจน์” สินค้าที่นำมาลองขายในงานเมืองทองธานี เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ “เครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋น” มีอยู่ด้วยกัน 3 สูตร คือ สูตรเครื่องเทศผสมชะอม, สูตรเครื่องเทศผสมเห็ด 3 อย่าง (เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า และเห็ดหูหนู) และสูตรเครื่องเทศผสมมะเขือเทศและแคร์รอต มีคนให้ความสนใจเครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋นอบแห้งเป็นอย่างมาก เพราะตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ที่ให้ความสนใจกับสูตรเค
“SME IDOL 2019” เตรียมลุยตลาดต่างแดน โชว์ศักยภาพสินค้าไทยสู่ตลาดโลก คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า หนึ่งในแนวทางการส่งเสริม SME คือ ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นการยกระดับ SME ไทยให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนและมีความพร้อมสู่การแข่งขันในตลาดโลกได้ ซึ่งตัวอย่างได้แก่การที่ สสว. ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และองค์การพัฒนาสภาการค้าฮ่องกง (HKTDC) จัดโครงการ SME IDOL ซึ่งปีนี้ ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยโครงการ SME Idol เป็นโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่มีศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างต้นแบบสำหรับ SME รายอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยจะเฟ้นหา SME ในกลุ่มสาขาเป้าหมาย ได้แก่ สาขาเครื่องใช้ในครัวเรือน สาขาหัตถกรรม สาขาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ จำนวน 20 ราย เพื่อมาเป็น SME ต้นแบบ เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและได้รับการสนับสนุนพื้นที่สำหรับการจัดแสดงสินค้าในโซน Thailand Pavilion ภายในงาน HKTDC Hong Kong Houseware Fair 2019 ในระหว่าง วันที่ 20-23 เมษายน 2562
บุกตลาดสแน็กไทย!! “ไรซ์ บัดดี้” ข้าวแผ่นอบกรอบน้องใหม่เจาะกลุ่มวัยรุ่น “ไวด์ เฟธ ฟู้ด” (Wide Faith Foods) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวแผ่นอบกรอบไรซ์ บัดดี้ บุกตลาดสแน็กไทยครั้งใหญ่ ทุ่มเงิน 50 ล้านบาท โปรโมตความอร่อยได้สุขภาพจากข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ อบกรอบด้วยวิธีดั้งเดิมของญี่ปุ่น จัดเต็ม 10 รสชาติ 3 ขนาดเอาใจวัยรุ่น คุณโอลิเวอร์ เย้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวด์ เฟธ ฟู้ด จำกัด เผยว่า ไวด์ เฟธ ฟู้ด มีประสบการณ์ด้านตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศจีนและไต้หวันมากกว่า 20 ปี อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่มีต้นแบบการผลิตขนมจากข้าว ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่เหมือนใครจากความสามารถของเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยมองเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยว่ามีวัตถุดิบคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวไทย เครื่องปรุงต่างๆ ไปจนถึงวัตถุดิบธรรมชาติ ที่เอื้อประโยชน์ต่อความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ ไวด์ เฟธ ฟู้ด จึงเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยยาวนานถึง 16 ปี เปิดโรงงานแห่งแรกเมื่อปี 2002 ในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และแห่งที่ 2 ในปี 2014 มีสายการผลิต 5 สาย สามารถผลิตได้ 15 ล้านชุดต่อเดือน หรือราวๆ 13,200 ตันต่อปี ก่อนเผยต่อว่า ในปี 2017 ที
ขนมเบื้องโบราณรัตนะ เปิดคอร์สสอนเคล็ดลับ แนะเทคนิคการขายสร้างรายได้ทุกสถานการณ์ เคยนำเสนอเรื่องราวกันไปแล้วสำหรับร้านขนมเบื้องโบราณรัตนะ ที่แตกต่างจากขนมเบื้องที่เห็นกันทั่วไป ซึ่งขนมเบื้องโบราณร้านนี้ เป็นสูตรชาววังแท้ๆ ดั้งเดิม โดยตกทอดจากรุ่นคุณทวด มารุ่นสู่รุ่น ยาวนาน 100 กว่าปี โดยปัจจุบันมี คุณวรรณา วรรณชาติ วัย 64 ปี เป็นเจ้าของร้าน ผู้คงความอร่อยของสูตรแป้งชาววังโบราณแท้ๆ นี้ และสามารถยึดใจลูกค้าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ย้อนที่มาร้านขนมเบื้องโบราณรัตนะสักเล็กน้อย คุณวรรณา เล่าว่า สมัยเด็กๆ โตมากับอาชีพขนมเบื้องโบราณ และได้เริ่มช่วยคุณแม่ขายมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซึ่งก่อนหน้านี้แม่ก็ช่วยคุณยายขายมาก่อน กลายเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวมารุ่นสู่รุ่น จนคุณวรรณาส่งลูกทั้ง 5 คนเรียนจบปริญญา ซึ่งลูกๆ ก็ลาออกจากงานประจำมาช่วยกันสานต่อกิจการในปัจจุบัน ร้านขนมเบื้องโบราณรัตนะ ตั้งอยู่ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 10 ใกล้สำนักงานเขตหลักสี่ หรือสามารถพบกันได้เวลาไปออกร้านตามงานและสถานที่ต่างๆ เช่น งานอีเว้นต์ งานนอกสถานที่ รวมไปถึงตลาดใน รพ.หัวเฉียว, รพ.เด็ก, รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.เลิดสิน เป็นต้น ขายราค
“กายา” ตอบโจทย์วิถีชีวิตปลอดสาร ร้านค้า “ขยะเหลือศูนย์” เจ้าแรกบนเกาะเต่า “โกดำ – อร่าม ลิ้มสกุล” หนุ่มใหญ่วัย 58 ปี พื้นเพเป็นคนเกาะพะงัน ว่ากันว่า เป็น “คนเกาะ” คนแรกๆ ที่พูดเรื่องการอนุรักษ์ และหลังใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชน ทั้งในและต่างประเทศ วันนี้เขาเลือกที่จะหันหลังให้กับโลกแห่งมายาวัตถุ และเดินหน้า ดิ่งลึกเสาะแสวงหาความสงบภายใน จากธรรมะ จากธรรมชาติ ล่าสุด เขากับ ชาลินี เนกิ (Shalini Negi) ภรรยาสาวชาวอเมริกัน ผู้เป็นกำลังสำคัญ ได้ร่วมกันออกไอเดียและผลักดันให้ธุรกิจขนาดเล็กๆ กะทัดรัดที่แอบแฝงไว้ซึ่งปรัชญาแห่งธรรมะ ชื่อร้าน “Gaia Organic Living & Zero Waste” เกิดขึ้นเป็นร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ปลอดสารเคมี ตั้งอยู่บนเกาะเต่า แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นร้านค้าที่มีแนวคิด “ของเสียเหลือศูนย์” “ร้านชื่อ -กายา-กายา คือ กาย คือ เอิร์ธ (Earth) คือ แผ่นดิน เพราะต้องการให้คนคิดถึงตัวเอง และคิดถึงโลกด้วย เรารักตัวเองก็ต้องรักโลก รักแผ่นดินที่เราอยู่อาศัย นี่คือร่างกายของเรา ร่างกายของเราต้องการแผ่นดิน ต้องอาศัยแผ่นดิน แล้วเราทำแผ่นดินให้สกปรกปนเปื้อนสา
