Featured
เมื่อสองสามวันก่อน เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อดัง อย่าง “กูจะไม่ยอมเห็นรูปนี้คนเดียวแน่ๆ”โพสต์รูปป้ายไวนิลหน้าไปรษณีย์ไทยแห่งหนึ่ง ติดข้อความว่า คนไทยใช้บริการไปรษณีย์ไทย คือ การตอบแทนคุณแผ่นดิน (รายได้เข้ารัฐ พัฒนาประเทศ) ภายหลังทราบว่า ป้ายดังกล่าว เป็นป้ายที่ติดอยู่ด้านหน้าไปรษณีย์ไทย ที่จังหวัดปราจีนบุรี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสเจอกับ นายมานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการนครหลวง ไปรษณีย์ไทย ในงานแห้งหนึ่ง จึงเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว นายมานพ กล่าวว่า “อันนี้ทางเราไม่ทราบ ว่าใครมีคำสั่งให้ติด เพราะไปรษณีย์ไทยไม่มีนโยบายให้ทำให้ติดป้ายที่มีข้อความลักษณะอย่างนั้น เราไม่ได้ทำป้ายแล้วบอกว่า คนไทยต้องใช้ของคนไทยด้วยกัน ต้องใช้ไปรษณีย์ไทยนะ ไม่มีอะไรแบบนี้แน่ๆ” โดยยืนยันกับทางเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ไม่ได้มีคำสั่งให้ติดป้ายอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ได้ทำการสั่งปลดป้ายออกหมดแล้ว และได้มีคำสั่งกำชับเตือนกับพนักงานไปรษณีย์ไทยทุกคน ทุกสาขา ให้มาพูดคุยกันก่อนหากจะทำอะไร ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะทำ เพรา
สวมบทบาทเป็นทั้งเกษตรกรปลูกมังคุด 50 ไร่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และตั้งตัวเองเป็น “ล้ง” รับซื้อผลผลิตเพื่อส่งขายไปยังประเทศจีน สำหรับคุณอุดร กาญจนดี พ่อค้าหัวใสจบการศึกษาเพียง ป.6 แต่ทว่ามีรายได้จากการรับมังคุดไปขายต่อปีละเป็นล้าน เป็นที่รู้กันว่า มังคุดที่ปลูกในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีคุณภาพเยี่ยม มีเนื้อสีขาวแน่น รสหวานหอมอร่อย เมืองคอนไม่ได้มีมังคุดที่มีคุณภาพดีเท่านั้น ยังมีปริมาณมากด้วย ปลูกกันมากที่สุดในเขตอำเภอลานสกา พรหมคีรี ท่าศาลา และนบพิตำ ตรงบริเวณไหนที่ไม่ได้ปลูกยางพาราก็จะมีมังคุด ว่างั้นเถอะ พ่อค้าคนจีนจำนวนหนึ่งจึงมาตั้งหลักรับซื้อมังคุดกันเป็นล่ำเป็นสัน แปลว่าทำกันอย่างเอาจริงเอาจัง โดยส่งมังคุดไปเมืองจีนปีละเป็นหมื่นๆ ตัน เฉพาะซื้อต่อจาก คุณอุดร กาญจนดี พ่อค้ารับซื้อมังคุดเพียงรายเดียวก็มีถึง 4,500 ตัน ต่อปี ที่ว่านี้ หมายถึงปีนั้นมังคุดออกผลเพียงครั้งเดียว แต่ถ้าออก 2 ครั้งก็จะได้ปริมาณมังคุดเพิ่มอีกเท่าตัว ยกเว้นบางปี ที่ดินฟ้าอากาศมีปัญหา มังคุดจะออกผลน้อย แต่ก็นานๆ ครั้ง ที่ผมรู้เรื่องนี้ดีก็เพราะได้พูดคุยกับคุณอุดรผู้เป็นเจ้าของสวนมังคุดกว่า 50 ไร่ คุณอุดรไม่ไ
เป็นที่คุ้นตากันดีสำหรับผ้าผืนบางลายตารางที่เรียกกันว่า “ผ้าขาวม้า” มีมาแต่สมัยโบราณ ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายเสียมากกว่า ในแต่ละพื้นที่ของไทยมีการทำผ้าขาวม้ากันแพร่หลายรวมถึง จังหวัดบึงกาฬ เหนือสุดแดนอีสานที่นอกจากจะมียางพาราแล้ว ก็ผ้าขาวม้านี่แหละสินค้าขึ้นชื่อ ไป บึงกาฬ ครั้งนี้ ไม่พลาดแวะ กลุ่มทอผ้าฝ้ายพื้นเมืองบ้านสะง้อ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 2 บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมือง เมื่อไปถึง คุณสมพร แสงกองมี อายุ 60 ปี ทายาทรุ่น 2 ออกมาต้อนรับอย่างดี พร้อมเริ่มบทสนทนาถึงที่มาของผ้าขาวม้าดารานาคีให้ฟังว่า ผ้าขาวม้าเป็นกิจการตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดย คุณพ่อไล และ คุณแม่แว่น คำพุทธา เริ่มทำตั้งแต่ปี 2542 ล้มลุกคลุกคลานกับเพื่อนจัดตั้งกลุ่ม 12 คน ผลิตผ้าขาวม้าลายตารางดั้งเดิม กระทั่งปี 2560 คุณพ่อไลและคุณแม่แว่นวางมือ เธอกับสามี (คุณดารา แสงกองมี และลูกสาว คุณแยม-สุพัตรา แสงกองมี อายุ 23 ปี ทายาทรุ่น 3) เข้ามาสานต่อกิจการ ยกระดับและพัฒนาเป็นผ้าขาวม้าหมักโคลนธรรมชาติที่รู้จักในนาม “ผ้าขาวม้าดารานาคี” จากเคมีสู่ธรรมชาติ “หลังรับมรดก แม่นำผ้าขาวม้าไปขายตามงานแสดงสินค้า มองไปทางไหนเหมือน
เริ่มต้นไม่ตั้งใจ ปัจจุบันกลายเป็น “เจ้าใหญ่” แวดวงจักรยานญี่ปุ่น มือสอง ตั้งต้นตั้งแต่ยังไม่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง กระทั่งถึงวันนี้ ธุรกิจก็ยังดำเนินมาได้แบบไม่ต้องอิงกระแส หากใครเคยผ่านไปแถวถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า เลี้ยวซ้ายซอยวิภาฯ 60 แล่นเข้าไปราว 200 เมตร เห็นป้ายแยก 1 มองทางซ้ายมือ อาจต้องตื่นตา-ตื่นใจ กับภาพที่เห็นตรงหน้า บนที่ดินขนาดหลายร้อยตารางวา ด้านหน้าเป็นลานซีเมนต์กว้างขวาง ถัดเข้าไปเป็นโกดังขนาดใหญ่หลังคาสูง มีจักรยานมือสองสารพัดแบบ ทั้งจอดทั้งแขวน เรียงรายเป็นทิวแถวสุดลูกหูลูกตา อยู่ภายในจำนวน…นับพันคัน BB Bike (บีบี ไบค์) คือ ร้านขายจักรยาน ขนาด “อลังการ” มี คุณเบน-พาสิษฐ์ อนันต์ธนานุกูล เถ้าแก่หนุ่ม วัยยี่สิบเศษมาเป็นตัวแทนธุรกิจให้ข้อมูล “ที่ดินตรงนี้แต่เดิมเปิดเป็นอู่รับซ่อมรถโฟร์วีล ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว” คุณเบน เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนบอกต่อว่า คุณพ่อ-คุณแม่ของเขา ทำธุรกิจหลายอย่าง อาทิ เปิดบริษัท Shipping เป็นตัวแทนนำเข้าอะไหล่รถยนต์ รวมทั้งเปิดอู่ซ่อมรถโฟร์วีล แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจจักรยานแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อราว 3-4 ปีก่อนหน้านี้ มีเพื่อนของคุณ
จันทบุรี เป็นหนึ่งในเมืองรองที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ มีแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจอย่าง “ล่าขุมทรัพย์บ่อพลอย” ที่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและอนุรักษ์การหาพลอยแบบโบราณ บ่อพลอยเหล็กเพชร บ่อพลอยแห่งนี้ ไม่ใช่แหล่งจำลองหรือศูนย์สาธิตการขุดพลอย แต่เป็นสถานที่ที่ใช้ทำอาชีพขุดพลอยกันจริงๆ เป็นบ่อพลอยเพียงไม่กี่แห่งในจันทบุรีที่ยังคงใช้วิธีขุดชั้นดินลงไปหา คล้ายการทำเหมืองพลอยแบบสมัยก่อน นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้และสัมผัสวิธีการหาพลอยจากชาวเหมืองตัวจริง ที่จะมาช่วยสอนและดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีเจ้าของบ่อ อย่าง คุณกุ๊ก-สราวุธ พึ่งตระกูล คอยยืนบรรยายให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวไปด้วย “ที่นี่เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชมเมื่อต้นปี 2561 ตอนนี้ก็ร่วมครึ่งปีได้ วันหนึ่งมีนักท่องเที่ยวมาที่นี่ประมาณเกือบ 20 คนได้ โดยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาลองขุดก็จะเจอพลอยจริงๆ แบบที่เราขุดเอาไปขายกันนี่แหละ ในอดีตบ้านทุกหลังคาเรือนในละแวกนี้ทำอาชีพขุดพลอยแบบโบราณกันหมด แต่พอถึงยุคที่เหมืองเขาหรือความต้องการพลอยมันเยอะ การขุดแบบโบราณมันช้า มันไม่ทันกิน ก็เลยต
เอาใจคนงบน้อย 4 ร้านอาหารอร่อยราคาถูก งบหลักสิบก็อิ่มได้ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ลื่นไหล จะจับจ่ายใช้สอยคงต้องคิดหนัก กับเรื่องอาหารการกินก็เช่นกัน ราคาพุ่งไปหลายร้อยบาทอยากกินแค่ไหนต้องอดใจ เส้นทางเศรษฐีมี 4 ร้านแนะนำสำหรับคนงบน้อย มีเงินหลักสิบก็ทานได้ พิกัดมีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดใครอยู่ใกล้ร้านไหนแวะไปทานได้ “เจ๊อ๋อย ลุงหมึก” อาหารตามสั่งราคา 10 บาท มา 30 ปี “ร้านเจ๊อ๋อย ลุงหมึก อาหารตามสั่ง 10 บาททุกอย่าง” เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2532 แม้ปัจจุบันของจะขึ้นราคา ทางร้านก็ขายอาหารตามสั่งในราคาเท่าเดิม เกือบ30 ปี มี ป้าอ๋อย-คุณอ้อย ทับทิม อายุ 62 ปี และ ลุงหมึก-คุณวันชัย คุณเจริญ อายุ 72 ปี เป็นเจ้าของร้าน ลักษณะของร้านเป็นร้านอาหารตามสั่ง ขนาดเล็ก มีเมนูอาหารตามสั่งทั่วไป อย่าง กะเพราไก่ หมู, ข้าวผัดไก่ หมู, ราดหน้าหมู ไก่, ผัดไทยหมู ไก่, ผัดซีอิ๊วหมู ไก่ ราคา 10 บาท ส่วนกะเพรากุ้ง-ปลาหมึก เครื่องใน หมูกรอบ, ราดหน้ามาม่า ข้าวผัดแหนม ข้าวผัดกุ้ง ปลาหมึก, สุกี้แห้ง-น้ำ ราคาจะอยู่ที่ 15–20 บาท พิกัด ร้านตั้งอยู่ ถ.เพชรเกษม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี มีวันหยุดไม่แน่นอน ติดตามวันเปิดร้านได้
เผยสูตรอาหารสัตว์ต้นทุนต่ำ ช่วยให้ลูกหมูโตเร็ว ขายได้น้ำหนักดี อาหารสัตว์มีความสำคัญ และจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสัตว์ อาหารของสัตว์อาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือเกิดขึ้นจากการแปรรูปพืชและสัตว์ ในยามนี้ หากใครเลี้ยงสัตว์เชิงการค้า โดยอาศัยอาหารสัตว์ที่มีขายในท้องตลาดเป็นหลัก อาจมีภาระต้นทุนการผลิตสูง เพราะอาหารสัตว์ส่วนใหญ่มีราคาแพง สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู หากใครสนใจอยากลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ขอแนะนำสูตรอาหารสัตว์จากภูมิปัญญาชาวบ้านและงานวิจัย จำนวน 3 สูตร ที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นอาหารสัตว์ ช่วยให้หมูเติบโตแข็งแรง และขายได้น้ำหนักดี เทคนิคเลี้ยงหมูแบบชีวภาพ คุณนรงค์ สุรธรรม อยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ที่ 1 บ้านอาฮี ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เริ่มต้นเลี้ยงหมูหลุม แบบโบราณก่อนจะพัฒนาเป็น การเลี้ยงหมูแบบชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยง คุณนรงค์ เลี้ยงหมูแบบชีวภาพ โดยนำอาหารวัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น เช่น กล้วยดิบ มันสำปะหลัง มะละกอ ใบกระถิน มาใช้เลี้ยงหมูแล้ว ยังสามารถใช้เลี้ยงวัวและปลาได้อีกด้วย พบว่า หมูเจริญเติบโตดีมาก 5 เดือน ก็จับขายได้แล้ว
หนาวนี้ห้ามพลาด แวะ “บึงกาฬ” ชมหินสามวาฬ-น้ำตกถ้ำพระ-บัวริมบึง ในปี 2560 ข้อมูลจาก “สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดบึงกาฬ” รายงานว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติหลั่งไหลสู่จังหวัดบึงกาฬมากถึง 586,251 คน เป็นข้อมูลยืนยันได้ว่าจังหวัดบึงกาฬ ณ ขณะนี้คือหนึ่งในเดสติเนชั่นสำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ คุณบำเพ็ญพร สุริยกมล ผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า เสน่ห์ของบึงกาฬยังคงเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รองลงมาคือวัฒนธรรมที่เด่นชัด “บึงกาฬเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำมีอากาศเย็นสบายตลอดปี เพราะห่างจากเวียดนามเพียง 220 กิโลเมตร สถานที่ท่องเที่ยวดาวเด่นตอนนี้คือ หินสามวาฬ น้ำตกถ้ำพระ วัดอาฮงศิลาวาส พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต บัวริมบึงหนองเลิง เป็นต้น” โดยหินสามวาฬ ลักษณะเป็นก้อนหิน 3 อันวางเรียงกันอยู่คล้ายปลาวาฬ เป็นจุดชมหมอกสวยงาม น้ำตกถ้ำพระขนาดใหญ่ 3 ชั้น สถานที่อันซีนต้องนั่งเรือเข้าไปประมาณ 200 เมตร วัดอาฮงศิลาวาส มีความมหัศจรรย์คือสะดือแม่น้ำโขงที่ลึกที่สุด พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต เรียนรู้วิถีชีวิตชาวอีสานผ่านศิลปะเรือนไทยอีสานมีอายุกว่า 60 ปี
ชาบูแบรนด์ดัง แชร์ประสบการณ์ ” กับดัก”ธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่เจ้าของร้านไม่ค่อยรู้ เพจ Tor Vongchinsri เจ้าของกิจการ “ชาบู เพนกวิน” แชร์ประสบการณ์ในการทำธุรกิจในโอกาสครบ 4 ปี ร้านเพนกวิน ไว้อย่างน่าสนใจ และน่าจะเป็นตัวอย่างจริงให้ได้เรียนรู้ และน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังอยากก้าวเข้ามาทำธุรกิจร้านอาหาร เจ้าของร้านอาหารที่มีร้านอยู่แล้ว หรือที่กำลังคิดอยากขยายสาขา เพจเจ้าของกิจการ “ชาบู เพนกวิน” ระบุเป็นข้อๆไว้ดังนี้ 1. อย่าหลงระเริงกับภาพลวงตาในปีแรก ส่วนใหญ่ทุกร้านที่คิดจะขยายสาขาสอง เพราะว่าร้านแรกขายดีมาก พอขายไปได้สัก 3-6 เดือน ริ่มอยากขยายสาขาสองทันที หรือบางร้านเริ่มมีคนมาขอซื้อแแฟรนไชส์ จงรู้ไว้ว่ามันคือเรื่องปกติที่ร้านที่มีหลายสาขาในปัจจุบันล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น คุณไม่ได้เก่งไปกว่าร้านพวกนี้เลย คงไม่มีร้านไหนตัดสินใจขยายสาขาทั้งที่สาขาแรกยังขายไม่ดีจริงมั้ย สิ่งที่คุณจะต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนขยายสาขา คือ ลูกค้าที่เข้ามาร้านคุณช่วงแรกนี้มาเพราะมาทานแล้วกลับมาทานร้านคุณอีก หรือแค่อยากมาลองเพราะเป็นร้านเปิดใหม่หรือเป็นกระแสในช่วงนั้น เพราะมีร้านอาหารจำนวนไม่น้อยที่
คุณเจี๊ยบ-ธีรวุฒิ มีแสงนิล อดีตช่างภาพหนังสือพิมพ์ข่าวสด ผู้ผันตัวมาขายก๋วยเตี๋ยวเรือ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เจี๊ยบบ้านแพน เขาเริ่มต้นเล่าที่มาว่า คิดมานานแล้วว่าอยากมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นของตัวเอง เพราะครอบครัวเคยทำขาย เด็กๆ ก็ไปช่วยงาน เลยซึมซับมาตั้งแต่ตอนนั้น “ช่วงหลังมานี้ หนังสือพิมพ์ เราก็รู้กันใช่ไหมว่าเป็นยังไง เลยตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ แก่ตัวเกษียณไปคงไม่ได้ทำแล้ว” เมื่อคิดแล้วว่าจะขายก๋วยเตี๋ยว คุณเจี๊ยบเริ่มตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วช่วยกันให้คะแนนกับแฟนว่าร้านไหนอร่อยบ้าง สรุปว่าร้านที่อร่อยอันดับ 1 เป็นร้านของเพื่อนแถวคลองจั่น บางกะปิ นำสูตรที่ได้จากร้านเพื่อนมาปรับร่วมกับสูตรของครอบครัว จนลงตัว สิ่งที่ทำต่อมาคือ เปิดร้าน คุณเจี๊ยบเช่าร้านขายแบบรับช่วงต่อ รายได้พออยู่ได้ แต่เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงย้ายไปเปิดร้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อยู่แถวสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี รายได้ตอนนั้น คุณเจี๊ยบ บอกว่า ขายดีจนแปลกใจ เพราะเปิดวันแรกคนแห่มากิน ยอดขายแตะหลักหมื่น ส่วนวันธรรมดาอยู่ราวๆ 6-7 พันบาท เจ้าตัวเล่าต่อว่า รายได้มีขึ้นมีลง ยอดขายเคยตกเหลื
