โดยปกติแล้วเบี้ยประกันบ้านของเรากับของคนอื่นจะมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว เนื่องจากระดับความคุ้มครองที่เราเลือกนั้นอาจจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากราคาค่าเบี้ยประกันที่เราเองรับได้ และสามารถจ่ายไหว เมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่เราต้องการได้ แต่แม้ว่าเราจะเลือกระดับความคุ้มครองที่เหมือนกับคนอื่นๆ แล้ว เบี้ยประกันของเราก็อาจจะแตกต่างกัน เนื่องจากหลายๆ ปัจจัย ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปลองเช็กกัน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาของเบี้ยประกันบ้าน
บริษัทประกันบ้านจะเปรียบเทียบปัจจัยหลายๆ อย่าง จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบ้านของเรา แล้วนำมาพิจารณาคำนวณค่าเบี้ยบ้านต่อไป โดยข้อมูลที่นำมาคิดมีดังนี้
มูลค่าของบ้านและทรัพย์สินภายในบ้าน
มูลค่าของบ้านและทรัพย์สินภายในบ้านเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อเบี้ยประกันบ้าน โดยบ้านที่มีมูลค่าสูงจะต้องการความคุ้มครองที่มากขึ้น ซึ่งทำให้เบี้ยประกันสูงขึ้นตามไปด้วย รวมถึงทรัพย์สินภายในบ้านที่มีมูลค่าสูง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และของมีค่าอื่นๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เบี้ยประกันเพิ่มขึ้นเช่นกัน
สถานที่ตั้งของบ้าน
สถานที่ตั้งของบ้านเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญมากๆ ในการกำหนดเบี้ยประกัน โดยบ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น ใกล้แม่น้ำที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม หรือใกล้ป่าที่มีความเสี่ยงไฟป่า จะมีเบี้ยประกันสูงกว่าบ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ นอกจากนี้ บ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดโจรกรรมสูงก็จะมีเบี้ยประกันสูงเช่นกัน
อายุและโครงสร้างของบ้าน
อายุของบ้านและวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นปัจจัยที่มีผลต่อเบี้ยประกันเช่นกัน โดยบ้านที่มีอายุมากหรือใช้วัสดุที่ไม่ทนทาน อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายมากกว่า ทำให้เบี้ยประกันสูงขึ้น ในทางกลับกันบ้านที่สร้างด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ และมีการบำรุงรักษาอย่างดีจะมีเบี้ยประกันที่ต่ำกว่านั่นเอง
ประวัติการเคลมประกัน
ถ้าเราเคยมีประกันบ้านมาก่อนหน้านี้ แต่ต้องการเปรียบเทียบประกันบ้านกับบริษัทประกันอื่นๆ เพื่อเปลี่ยนไปใช้บริษัทประกันนั้นแทน บริษัทประกันนั้นก็ทำการดูประวัติการเคลมประกันของเรา โดยถ้าเรามีประวัติการเคลมประกันบ่อยครั้ง บริษัทประกันอาจมองว่าเราเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งจะทำให้เบี้ยประกันของเราสูงขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้าเราไม่มีประวัติการเคลมประกันบ้านเลย หรือมีประวัติที่ดีมากเบี้ยประกันบ้านของเราก็อาจถูกลง
การปรับปรุงและบำรุงรักษาบ้าน
การปรับปรุงและบำรุงรักษาบ้านอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย และทำให้เบี้ยประกันลดลงได้ เช่น การติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบรักษาความปลอดภัย หรือการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของบ้าน เป็นต้น
สรุปบทความ

แม้เบี้ยประกันจะมีราคาที่แตกต่างกันจากหลายปัจจัย เราก็ยังสามารถนำตัวเลขเบี้ยประกันที่บริษัทประกันประเมินมานั้น มาเปรียบเทียบประกันบ้านของที่ต่างๆ ให้เหมาะสมกับความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันของเรามากที่สุด และที่สำคัญ เราควรดูแลบ้านของเราให้ดีที่สุดเพื่อทำให้การต่อประกันบ้านครั้งต่อไปราคาไม่สูงขึ้นจนเกินไป

