“Krungsri SME Transition Loan” สินเชื่อเพื่อสนับสนุน SMEs เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน
ดอกเบี้ยพิเศษ 3.5% 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 100%
(9 สิงหาคม 2567) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องการนำพาภาคการเงินสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยได้ออกผลิตภัณฑ์ “Krungsri SME Transition Loan” สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในรูปแบบของวงเงินสินเชื่อระยะยาวสูงสุด 10 ปี ดอกเบี้ยพิเศษ 3.5% ในช่วง 2 ปีแรก ให้วงเงินสูงสุด 100% ของมูลค่าโครงการ ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รวมทั้งการบำบัดและกำจัดขยะมูลฝอยจากการดำเนินงาน
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นวาระที่สำคัญและเร่งด่วนมากยิ่งขึ้น กรุงศรีตระหนักถึงความจำเป็นโดยเร่งด่วนและมุ่งส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกมาตลอด โดยมีพันธกิจสำคัญที่ต้องการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน มุ่งสู่การเป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทย
ทั้งนี้ กรุงศรี และ MUFG ได้เดินหน้าตามพันธกิจดังกล่าวด้วยเป้าหมายในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการให้บริการทางการเงินทั้งหมดภายในปี 2593 และจากกระบวนการทางธุรกิจของธนาคารภายในปี 2573 โดยในช่วงระหว่างปี 2564-2566 กรุงศรีได้ให้การสนับสนุนด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนไปแล้วกว่า 71,000 ล้านบาท ด้วยการผสานความร่วมมือกันระหว่างเครือข่ายที่แข็งแกร่งระดับโลกของ MUFG กับความเชี่ยวชาญของกรุงศรี ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์และโซลูชันต่างๆ ที่นำเสนอนั้นถูกต้องตามมาตรฐานด้านการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากล ทำได้จริงและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการและเงื่อนไขของประเทศ”
“บนเส้นทางสู่ความยั่งยืน กรุงศรีพร้อมเคียงข้างลูกค้าทั้งในฐานะผู้ให้บริการทางการเงิน ประกอบกับการให้ความรู้ แนะนำแนวทางในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องการผลักดันภาคการเงินให้เกิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”
“ด้วยความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน กรุงศรีจึงได้เปิดตัว Krungsri SME Transition Loan ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนให้เอสเอ็มอีสามารถปรับตัวและเปลี่ยนแปลงสู่เส้นทางของความยั่งยืนได้อย่างราบรื่น โดยเสนอวงเงินสินเชื่อที่สูงและอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนสนับสนุนในการดำเนินโครงการต่างๆ ที่ช่วยลดมลพิษและนำโซลูชันพลังงานสะอาดมาใช้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถที่จะรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” นายยามาโตะ กล่าว

นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์ Krungsri SME Transition Loan ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ภาคการค้า และภาคบริการที่ต้องการปรับปรุงหรือลงทุนในกิจการเพิ่มเติมเพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม หรือต้องการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่การใช้พลังงานสะอาด โดยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยของเสียหรือก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการบำบัดและกำจัดขยะมูลฝอยจากการดำเนินการ อาทิ การติดตั้งอุปกรณ์ EV Charger การซื้อ สร้าง หรือ ปรับปรุงโรงงาน เพื่อประหยัดพลังงาน การลงทุนบ่อบำบัดน้ำเสีย รวมถึงการลงทุนด้านนวัตกรรมการบริหารการจัดการขยะหมุนเวียนเพื่อบำบัดและกำจัดขยะมูลฝอยจากการดำเนินงาน”

“ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นตั้งใจของกรุงศรีในการสนับสนุนด้านการเงินเพื่อช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กรุงศรีได้วางเป้าหมายสนับสนุนสินเชื่อในกลุ่มส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainable Finance) สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมกว่า 4,500 ล้านบาท ภายในปี 2567 ซึ่งนอกเหนือการสนับสนุนทางการเงินแล้ว กรุงศรียังให้ความรู้และคำแนะนำในการปรับตัวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำผ่านการจัดงานสัมมนาและกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ Krungsri Business Talk, Krungsri Business Forum, Krungsri ESG Symposium, Krungsri ESG Academy และ Krungsri ESG Awards
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนผ่านเครือข่าย Krungsri ESG Ecosystem อาทิเช่น สิทธิพิเศษจากพันธมิตรในการใช้บริการด้านแพลตฟอร์มเกี่ยวกับการคำนวณและรายงานปริมาณการปล่อยปริมาณคาร์บอน เพื่อร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนเอสเอ็มอีไทยสู่การเป็นธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 ตามที่รัฐบาลไทยได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ในเวทีระหว่างประเทศอีกด้วย” นางสาวดวงกมล กล่าวปิดท้าย
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลได้โดยติดต่อผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าของธนาคาร หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจกรุงศรี โทร. 02-626-6262 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
เกี่ยวกับกรุงศรี
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็น 1 ใน 6 สถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานถึง 79 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก
กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อรายย่อย การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 580 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 540 สาขา และสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 40 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 33,802 แห่งทั่วประเทศ
นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 10.3 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)) อีกด้วย
กรุงศรีมีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน
เกี่ยวกับมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG)
มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในการดำเนินธุรกิจกว่า 360 ปี MUFG มีเครือข่ายสำนักงานราว 2,000 แห่งในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานกว่า 120,000 คน MUFG นำเสนอบริการทางการเงินที่หลากหลายครอบคลุมทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์แบงกิ้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจเช่าซื้อ
MUFG มีเป้าหมายที่จะเป็น “กลุ่มสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก” ด้วยการผสานศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้าโดยคำนึงถึงสังคมและการแบ่งปันสู่ความเติบโตอย่างยั่งยืน
MUFG จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MUFG กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.mufg.jp/english
