PR News

“แม็คกรุ๊ป” โตสนั่น!!! ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2568 กำไรสุทธิ 305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130% จากไตรมาสแรก

“แม็คกรุ๊ป” โตสนั่น!!! ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2568 กำไรสุทธิ 305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130% จากไตรมาสแรก

“แม็คกรุ๊ป” ท็อปฟอร์มต่อเนื่อง ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2568 กำไรสุทธิ 305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130% จากไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 7.6% เทียบงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 283 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังสูงที่ระดับ 65% อัตรากำไรสุทธิพุ่ง 22.5% ยอดช้อปผ่านออนไลน์คึกคัก ดันงวดครึ่งปีโกยรายได้ 2,178 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติปันผลงวดกลางปี 0.55 บาท

นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีบัญชี 2568 (1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2567) ว่า กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130% จากไตรมาสแรกปีบัญชี 2568 ที่มีกำไรสุทธิ 133 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 7.6% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 283 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 22.5% เมื่อเทียบงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 21.5%

ขณะที่งวด 6 เดือนแรก ปีบัญชี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 412 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 19.6% เมื่อเทียบงวดเดียวกันปี 18.6% ซึ่งอัตรากำไรสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นผลจากยอดขายที่เติบโตและบริษัทมีการบริหารต้นทุนการขายและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“MC ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ได้ดีต่อเนื่อง โดยงวดไตรมาส 2 มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 64.9% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 64% ขณะที่งวดครึ่งปีแรกปีบัญชี 2568 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 65.1% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 64.8%” นายเจมส์ ริชาร์ด กล่าว

ทั้งนี้ งวดไตรมาส 2 ของปีบัญชี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า 1,336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เป็นผลจากการเติบโตต่อเนื่องของรายได้จากช่องทางขายออนไลน์ ที่เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสนี้ บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าผ่านช่องทางร้านค้าออนไลน์ ทั้งสิ้น 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83 ล้านบาท หรือ 63.9%

ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปีบัญชี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขาย 2,178 ล้านบาท ลดลง 0.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากกำลังซื้อในช่องทางออฟไลน์ที่ ลดลง แต่มีรายได้จากช่องทางออนไลน์ เติบโตดีมาก โดยงวดครึ่งปี มีรายได้จากการขายสินค้าผ่านช่องทางร้านค้าออนไลน์ 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108 ล้านบาท หรือ 47.3%

“ช่องทางขายผ่านร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce) ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลังแบรนด์แม็คยีนส์ติดอันดับ 1 แบรนด์ที่มียอดขายมากที่สุดใน TikTok โดย งวดครึ่งแรกของปีบัญชี 2568 สัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16% จาก 10% เมื่อเทียบงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนช่องทางขายอื่นๆ สัดส่วนลดลง โดยช่องทางออฟไลน์ อันได้แก่ ช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop) มีสัดส่วน 65% ลดลงจาก 68% มีรายได้ 1,426 ล้านบาท, ห้างสรรพสินค้า (Department Store) 17% จาก 19% มีรายได้ 379 ล้านบาท และช่องทางอื่นๆ คิดเป็น 1% จาก 3%” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แม็คกรุ๊ป กล่าว

นายเจมส์ ริชาร์ด กล่าวว่า บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์หลัก ที่มุ่งเน้นคุมเข้มต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ทำมาต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องและหนุนให้ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ขึ้นไปอยู่ที่ 19.2% ณ สิ้นธันวาคม 2567

อย่างไรก็ตาม แม็คกรุ๊ป ยังคงสถานะการเป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้เงินกับสถาบันการเงิน ขณะที่เงินสดในมือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ณ สิ้น ธันวาคม 2567 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนชั่วคราว 1,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 162 ล้านบาท จากสิ้นเดือนมิถุนายน 2567 ที่มีเงินสด 1,734 ล้านบาท

นายเจมส์ ริชาร์ด กล่าวว่า ผลดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นสำหรับผลดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีบัญชี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท คิดเป็นอัตราการจ่าย เกือบ 100% ของกำไรสุทธิ และสูงกว่านโยบายที่จะจ่ายไม่น้อยกว่า 40% อีกทั้ง งวดครึ่งแรกปีนี้บริษัทจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นสูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่จ่ายหุ้นละ 0.50 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมายวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 และจะจ่ายเงินในวันที่ 13 มีนาคม 2568

Related Posts

“ยาดมโป๊ยเซียน” รุกกิจกรรม CSR เต็มสูบ ปีที่ 90 จัดเต็ม! ตอบแทนสังคมทุกมิติ
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!