Exclusive
ไปกันนะ! แรลลี่ดี จัดปีละครั้ง กิจกรรมสร้างสรรค์ รางวัลเพียบ แจกกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ นอนดี โรงแรมหรู ห้องพักโอเชี่ยนวิว กินดี เครื่องดื่มเย็นๆ กับบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดสดๆ เสิร์ฟริมหาด แถมมีรางวัล “แจก” ตั้งแต่เช้ายันค่ำ แรลลี่ดีๆ จัดปีละครั้ง ไม่อยากให้พลาด ของรางวัลเพียบบบบ!! ทั้ง ไอโฟนรุ่นใหม่, สมาร์ตทีวี 50 นิ้ว ไปกันนะ 22-23 กุมภาพันธ์ นี้ แรลลี่เส้นทางเศรษฐี : เรียนรู้และแบ่งปัน ครั้งที่ 4 กรุงเทพฯ – ระยอง วันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2563 เข้าร่วมกิจกรรม ขับรถไปตามเส้นทางที่กำหนด ระยะทางเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ณ จุดปล่อยรถ บริเวณหน้าบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) สู่โรงแรม ระยองแมริออต รีสอร์ต แอนด์ สปา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง จุดแรกที่คณะแรลลี่มุ่งหน้าเดินทางไปนั้น คือ ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง จุดนี้ คณะแรลลี่ จะได้สัมผัสกับทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำสบายตา จิบกาแฟอร่อยๆ ที่ร้านกาแฟกลางน้ำ แหล่งเช็กอินสุดฮิตของใครหลายคน ก่อนพากันเข้าศึกษาดูงานภายในศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ที่มี “วิชาพอเพียง” รอการถ่ายทอด ทั้งหมด 4 ฐาน
เภสัชฯ แผนไทย แนะ “หญ้าดอกขาว” สมุนไพรฟอกปอด รับมือปัญหาฝุ่นเกินมาตรฐาน จากกรณีที่กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงประเทศไทย มีคุณภาพอากาศที่แย่เป็นอันดับ 9 ของโลก จากการสะสมของฝุ่นละอองในจำนวนมากจนเกินมาตรฐาน เกิดผลกระทบต่อสุขภาพเป็นวงกว้าง และไม่เพียงเฉพาะในกรุงเทพมหานครเท่านั้น หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศไทยก็ส่อเค้าจะเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า จากข้อมูลความน่ากลัวของสถานการณ์ PM2.5 ต่อระบบทางเดินหายใจ และปัญหาสุขภาพโดยรวม ซึ่งเกิดขึ้นกับประชาชนชาวกรุงเทพมหานครในขณะนี้ หากไม่หาทางรับมือและป้องกันอาจจะก่อให้เกิดภาวะเสี่ยงในโรคระบบทางเดินหายใจ และหากสะสมระยะยาวอาจก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้ ทั้งนี้ในการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน พบว่ามีสมุนไพรหลายชนิดที่ช่วยในการดูแลปอด ฟอกปอด ตัวที่นิยมและใช้กันมากในบ้านเรา คือ หญ้าดอกขาว ทั้งนี้จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า มีงานวิจัยรองรับหลายชิ้นในไทย พบว่า หญ้าดอกขาว มีสารออกฤทธิ์และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา เช่น ขับปัสสาวะ ป้องกันไม่ให้ไตถูกทำลาย ต้านแบคทีเรีย ต้านมาลาเร
ทัวร์จีนหาย รายได้หด! โรงแรม/ร้านอาหาร “สายป่านสั้น” เอาตัวรอดกันยังไงดี บรรดาโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ขนาดเล็กถึงกลาง หรือที่เรียกกันคุ้นปากว่าผู้ประกอบการ SMEs มักมีปัญหาคล้ายกัน คือ ต้นทุนสูง กำไรต่ำ ขายดีก็เหนื่อย ขายไม่ดีก็เหนื่อย คำว่า “ต้นทุนสูง” มักหมายรวม ค่าแรงพนักงาน ต้นทุนของอาหารและเครื่องดื่ม ต้นทุนค่าใช้จ่ายส่วนห้องพัก และ ต้นทุนพลังงาน อย่าง ค่าไฟฟ้า ขณะที่ รายได้หลักของโรงแรม รีสอร์ต ทั่วไป คือ รายได้จากห้องพัก และหลายแห่งมีรายได้จากค่าอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นมาเป็นหลักด้วย อาจจะมากถึง 40% ของรายได้รวม เวลาวิเคราะห์เรื่องต้นทุนเราจึงมักดูใน 2 ส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม โรงแรมเก่าๆ มักมีเรื่องปัญหาค่าพลังงานสูง โดยเฉพาะค่าแอร์ เป็นแอร์เก่า หรือแอร์รวม กินไฟมาก ตู้เย็นในครัวก็เก่า อะไรๆ ก็เก่าหมด ซดไฟฟ้าโฮกๆ ไม่มีประหยัดไฟเบอร์ 5 ทางแก้ปัญหานี้มีวิธีเดียว คือ เปลี่ยนของเก่าเป็นของใหม่ พูดง่ายทำยาก โรงแรมแห่งหนึ่งเปลี่ยนเครื่องใช้พวกนี้หมดหลักแสน หลักล้าน ไหวที่ไหน เพราะฉะนั้น จึงเปลี่ยนทีเดียวไม่ได้ ต้องทำแผนทยอยเปลี่ยนทีละส่วนๆ ตามกำลังทรัพย์ ที่เปลี่ยนได้ง่ายๆ เลยคือหลอ
หนึ่งเดียวในโลก! Booking.com เปิดตัว “รถบัสพักได้” เข้าพักฟรี มัดจำเพียง 2,020 บาท รถบัสพักได้ – จากความนิยมเข้าพักในที่พักแปลกใหม่ต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรายงานล่าสุดของ Booking.com ผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิตอลสำหรับการเดินทางระดับโลก ได้ชี้ว่า นักเดินทางจำนวนมากกำลังมองหาที่พักแปลกใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการที่อยากจะลองประสบการณ์การเข้าพักในที่พักรูปแบบต่างๆ โดยนักเดินทางชาวไทยมากกว่า 2 ใน 5 (42%)* วางแผนจะเข้าพักในที่พักที่มีเอกลักษณ์อย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นการหาแรงบันดาลใจให้ตัวเองแล้ว ผู้เดินทางยังต้องการทำให้คนรอบตัวรู้สึกประทับใจไปกับตัวเลือกของที่พักในรูปแบบแปลกใหม่ ที่สามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองของผู้เข้าพักได้ คุณมิเชล เกา ผู้จัดการประจำภูมิภาคของ Booking.com กล่าวว่า ด้วยพันธกิจที่ต้องการให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่พักที่หลากหลายทั่วโลกได้ง่ายดายขึ้น Booking.com จึงมีความภูมิใจที่จะนำเสนอ Bangkok Booking Bus รถบัสพักได้ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิสัยนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ ที่แสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง ̶
โลกยุคปัจจุบันคือยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันไปแทบจะทุกเรื่อง ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนในสังคมและทุกหน่วยงานต้องเร่งปรับตัวให้เท่าทันกับกระแสหลักของโลก ซึ่งรวมถึงระบบสาธารณสุขของประเทศ ที่ต้องเร่งเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยีทันสมัยใหม่ต่างๆ ให้กับบุคลากร เพื่อช่วยในการบริหารจัดการและการให้บริการงานด้านสาธารณสุขให้มีความทันสมัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สอดรับกับนโยบายของภาครัฐให้ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 เอไอเอส ในฐานะผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัล จึงได้นำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปบูรณาการการทำงานด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด Digital For Thais เพื่อมุ่งสร้างประโยชน์ และคุณค่าให้กับสาธารณสุขชุมชนและสังคมไทย ผ่านการพัฒนา “แอพพลิเคชั่น อสม. ออนไลน์” เครื่องมือสื่อสารเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระดับปฐมภูมิระหว่าง รพ.สต.และอสม. ฟันเฟืองสำคัญในการดูแลสาธารณสุขชุมชน ซึ่งตอบโจทย์การทำงานด้วยการใช้งานง่าย มีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ช่วยดูแลผู้ป่วยได้อย่างใกล้ชิด และช่วยแบ่งเบาภาระบุคลากรในโรงพยาบาลในการดูแลรักษาผู
ฟิล์ม รัฐภูมิ ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาหน้ากากอนามัย หลังยอดขายเพิ่มกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ปรับตัวหากอนาคตคนเลิกใส่ เน้นทำลายแฟชั่นมากขึ้น ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ดารา-นักร้องวิสัยทัศน์ไกล ขายแมสก์หรือหน้ากากอนามัย ( แมสก์คิวต์ Mask Cute) ตั้งเเต่ 5 ปีที่เเล้ว ช่วงนั้นคนไทยยังไม่ตื่นตัวเรื่องปัญหาฝุ่น PM2.5 ล่าสุดมีไวรัสโคโรนามาอีก เรียกว่าตอนนี้สินค้าขายดีเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ ย้ำไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคา เน้นแมสก์ใส่สบายไม่รัดหู ลายแฟชั่น แพ็กเกจจิ้งน่ารัก ถอดซักได้ ฟิล์ม รัฐภูมิ เล่าว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้วมีโอกาสไปประเทศจีน ไปเห็นว่าอากาศที่ประเทศจีนแย่มาก มีฝุ่น PM2.5 เยอะ จึงมองว่าอีกไม่นาน PM2.5 เข้าประเทศไทยแน่นอน เพราะพื้นที่ใกล้กัน จึงมองว่าถ้าฝุ่นเข้ามาไทย คนไทยจะรับมือกันยังไง เพราะหน้ากากอนามัยที่วางขายตามตลาด ส่วนใหญ่ประสิทธิภาพไม่สามารถกันฝุ่น PM2.5 ได้ ฉะนั้น จึงเริ่มลงมือทำหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นที่เล็กขนาด PM2.5 หลังจากที่นักร้องหนุ่มเห็นโอกาส เริ่มต้นลงทุนด้วยเงินกว่าหลักล้าน ปรากฏช่วงแรก ผลตอบรับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จึงคิดหาวิธีทำอย่างไรให้สินค้าติดตลาด “ช่วง
“ขออภัย สำหรับลูกค้าที่จองมาก่อนเท่านั้น” ถ้อยคำสร้างสรรค์ กิจการพึงพิจารณา จากกรณี ร้านอาหารและบ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านแม่กำปอง ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งไทยและต่างชาติ ได้ขึ้นป้ายภาษาไทย-จีน และ อังกฤษ เขียนใส่กล่องกระดาษขนาดใหญ่ ว่า “ขออภัยไม่รับจีนและลูกค้าต่างชาติ” กระทั่งมีการนำภาพป้ายของร้านดังกล่าว ไปโพสต์ลงโซเชียล และปรากฏมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความเห็น ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เหตุผลที่ทางเจ้าของร้านดังกล่าว ให้กับทางสื่อมวลชนหลายแขนงนั้น ระบุว่า การขึ้นป้ายดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ มีลูกค้าคนไทยมาสั่ง อาหารรับประทานอยู่ในร้าน ต่อมามีนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มหนึ่งเข้ามาสั่งอาหารในร้าน ทำให้ลูกค้าคนไทยเดินออกจากร้านกันหมด เลยคิดหาทางออกจะทำอย่างไรดี เพราะพูด-เขียนภาษาจีนไม่ได้ จึงค้นหาภาษาจีนที่จะนำมาเขียนป้ายไว้ บนป้ายกล่องกระดาษพร้อมเขียนเป็นภาษาไทย-อังกฤษและนำมาติดที่หน้าร้าน ต่อมามีไกด์จีน บอกว่าไม่สุภาพและได้เขียน ป้ายภาษาจีนให้ใหม่ ซึ่งได้มีคนถ่ายภาพแล้วนำไปเผยแพร่ในโซเชียล “รู้สึกอ
“ใส่ใจ–ไม่หยุดคิด–ลงมือทำ” กุญแจนำสินค้าสู่ตลาดโลก หลายปีที่ผ่านมา “ผลิตภัณฑ์จากบนดอย” ถูกพัฒนาและมีการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอัตลักษณ์ของสินค้ามีความชัดเจน การนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจ รวมทั้งความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจของเหล่าผู้ประกอบ ความพยายามในการทำตลาด การผลักดันสินค้าสู่ไฮเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงการส่งออก ทำให้วันนี้สินค้าจากบนดอยถูกสร้างสรรค์และนำไปต่อยอดได้อย่างไม่รู้จบ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าผู้บริโภคได้เห็นผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ดังกล่าว วางจำหน่ายตามช่องทางการค้าต่างๆ และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากทุกภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง โครงการพัฒนาผู้ส่งออกรุ่นใหม่ : Young Exporter from local to Global (YELG) เป็นหนึ่งในโครงการของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ที่มุ่งพัฒนาและเข้าถึงผู้ประกอบการในระดับพื้นที่ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาแบรนด์สินค้า และสามารถส่งออกไปสู่ต่างประเทศได้ ล่าสุด โครงการดังกล่าวได้ถูกจัดขึ้นที่จ.เชียงราย โดยมีกิจกรรม
“แซนด์วิชโบราณ” ในตลาดคู่แข่งน้อย สาวโรงงานทำขายยอดดี ลาออกจากงานเลย สาวโรงงานค่าแรงถูก จำเป็นต้องหารายได้เสริม นำความชอบรับประทานแซนด์วิชมาสร้างอาชีพ ในเบื้องต้นรับของคนอื่นมาขายก่อน ขายไปสักพักกำไรไม่เหลือ สุดท้ายหันมาทำเอง สร้างจุดเด่นเป็นแซนด์วิชโบราณทานกับน้ำสลัดไส้ทะลัก มีหลายรสชาติ ไม่ใส่สารกันบูด คู่แข่งน้อย แต่ละวันขายได้ 500 ชิ้น ลูกค้าตอบรับดี ล่าสุด ลาออกจากงานแล้ว ในอนาคตอยากต่อยอดธุรกิจเปิดหน้าร้าน คุณชัชชฎามาศ บัวโคกรัง เจ้าของธุรกิจแซนด์วิชไส้ทะลักน้ำสลัดสูตรโบราณ เล่าว่า เดิมทำงานโรงงาน แต่ทว่าค่าแรงแต่ละวันน้อยมาก ประกอบกับค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น จึงมองหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม ด้วยการรับแซนด์วิชมาขาย เนื่องจากตนเองชอบทาน ขายไปได้ระยะหนึ่ง กำไรแทบไม่เหลือ เลยคิดว่าทำขายเองดีกว่า สำหรับที่มาของแซนด์วิชโบราณไส้ทะลัก คุณชัชชฎามาศ บอกว่า ในตลาดไม่ค่อยมีใครทำขาย โดยจุดเด่นของทางร้าน คือ “น้ำสลัด” เก็บรักษาได้ประมาณ 30 วัน ไม่ต้องแช่เย็น ไม่ใส่สารกันบูด ไม่มีส่วนผสมของเนย มาการีน และสีเจือปน ส่วน “ขนมปัง” หมดอายุตามปกติ ในด้านของ “
ไม่หวง! ตำรับสุกี้แบบไทย รับรองน้ำจิ้มสูตรนี้ แซ่บถึงใจ…ทำขายยังได้ ซอสสุกี้ เต้าหู้ยี้แดง 2 ก้อน น้ำเต้าหู้ยี้ 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำกระเทียมดอง 3 ช้อนโต๊ะ ซอสพริก 1/2 ถ้วย น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าแดงหั่น 1/4 ถ้วย พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนชา รากผักชีหั่น 1 ช้อนโต๊ะ ใบผักชี 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนชา งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นทุกอย่างรวมกัน ยกเว้น งาขาว เทน้ำจิ้มใส่ถ้วย โรยงา จบ ที่เหลือไปต้มน้ำซุปอร่อยๆ เตรียมหาผัก วุ้นเส้น บะหมี่ เครื่องสุกี้ พวกเนื้อต่างๆ หมักน้ำมันงา เบกกิ้งโซดาเล็กน้อย ทำเลี้ยงกันปีใหม่นี้ ขอให้มีความสุข อร่อยๆ กันทุกครอบครัวครับ เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
