Exclusive
“ขนม” อะไร ถูกนินทาว่าผลิตในเมืองที่มีแต่รังสีนิวเคลียร์ แต่ขายปีละสองแสนล้าน! ขนมกรุบกรอบ “คาลบี้” เกิดขึ้น 4 ปีหลังจากฮิโรชิมาเจอระเบิด บ้านเมืองยังไม่ฟื้น ผู้คนอดอยาก ชะตาชีวิตของคนแพ้สงคราม บ้านเมืองระส่ำระสาย อาหารขาดแคลน ผู้คนส่วนใหญ่เป็นโรคขาดสารอาหาร ประเทศยากจนเพราะต้องเสียเงินค่าชดเชยมหาศาลแก่ผู้ชนะสงคราม Takashi Matsuo เจ้าของธุรกิจคาลบี้ เริ่มทำธุรกิจขายมันฝรั่งทอด ด้วยความหวังว่าจะผลิตอาหารที่มีคุณค่า ราคาถูก ให้ผู้คนได้กินเป็น “ขนม” หลังจากที่ขนมหายไปจากชีวิตพวกเขาเนิ่นนานหลายปี ชื่อคาลบี้ ก็มีที่มาง่ายๆ จากคำว่า แคลเซียม กับวิตามินบี ขายในประเทศได้พักหนึ่ง Takashi Matsuo ลบล้างคำติฉินว่าอาหารของเขาผลิตในเมืองที่มีรังสีนิวเคลียร์ครอบคลุมอยู่ จึงไม่ปลอดภัย ด้วยการนำสินค้าของเขาไปเจาะตลาดอเมริกาผู้ชนะสงครามเสียเลย และเสียงติฉินก็เงียบงันนับแต่นั้น เพราะไม่เพียงแต่ได้พิสูจน์ว่าสินค้าของเขาสะอาด ปลอดจากการปนเปื้อนทั้งหมดทั้งมวล มันยังอร่อยจับใจคนไปทั่วโลก ยอดขายคาลบี้ ทั่วโลกตอนนี้อยู่ประมาณปีละ 2 แสนกว่าล้านบาท
ขายอาหาร “ไม่มีหน้าร้าน” ต้นทุนต่ำ ไม่ปวดหัวกับคนงาน แถมไม่เสี่ยงเจ๊ง ทุกวันนี้ ผู้คนหันมาพึ่งบริการสั่งอาหารแบบดีลิเวอรี่มากขึ้น เพราะโทรศัพท์มือถือที่ช่วยให้การสั่งอาหารจากร้านต่างๆ สะดวกสบาย แถมไม่ต้องเผชิญปัญหารถติดที่นับวันจะสาหัสขึ้นเรื่อยๆ กระแสดีลิเวอรี่อาหารได้รับความนิยมทั่วโลก ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด “สเตติสตา” ประเมินว่า ปัจจุบัน ตลาดดีลิเวอรี่อาหารผ่านระบบออนไลน์ทั่วโลกมีมูลค่าราว 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มจะขยายตัวมากกว่า 11 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี ไปจนถึงปี 2566 โดยเฉพาะในเอเชียที่ตลาดดีลิเวอรี่อาหารผ่านออนไลน์เติบโตอย่างเด่นชัด ประเมินว่าน่าจะมีมูลค่าราว 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการรวมทั้งโลก นี่ทำให้ธุรกิจร้านอาหารพากันตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว และเกิดธุรกิจขายอาหารแบบไม่มีหน้าร้าน หรือที่เรียกว่า Ghost Restaurants ซึ่งเน้นทำอาหารสำหรับดีลิเวอรี่เท่านั้น เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียน รีวิว ระบุว่า ร้านอาหารแบบไม่มีหน้าร้านผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในจีน อินเดีย และญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากจะรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคนี้แล้ว ยังเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำ มีทุนน
ระวังมิจฉาชีพ! หลอก “เบียร์ดัง-เส้นทางเศรษฐี” แจกทีวี 72 นิ้ว เหยื่อหวิดเสียรู้ มิจฉาชีพ มักแฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ ทั้งปลอมเป็นคนรู้จักทักโซเชียลมาขอยืมเงิน หรือ โทรศัพท์ไปหาเหยื่อโดยตรงแล้วหลอกให้ไปทำธุรกรรมที่หน้าตู้เอทีเอ็ม จากข่าวที่ผ่านๆ มา มีเหยื่อจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่หลงกลกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ ล่าสุด คุณอาร์ม – ทศพล เครือลอย วัย 30 ปีเศษ ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำปลา ตรา “สามกระต่าย” ก็เป็นอีกหนึ่งราย ที่เรียกว่า “เกือบ” จะหลงกล กลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเขาเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย. มีมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากสื่อน่าเชื่อถือ อย่าง “เส้นทางเศรษฐี” โทรเข้ามาหาคุณพ่อ (คุณวิบูลย์ เครือลอย) ซึ่งคุณพ่อเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคย เพราะเคยมีการพูดคุยกับทางเส้นทางเศรษฐีจริง จึงคุยกับมิจฉาชีพต่อ “เขาโทรมาหาพ่อผม แล้วบอกว่าเขาติดต่อจากเส้นทางเศรษฐีนะ เขาติดต่อทางเรามานานแล้ว แต่เบอร์โทรไม่ติด ซึ่งจังหวะมันลงล็อกตรงที่ว่า พ่อผมไปต่างประเทศมา ทำให้เบอร์มันติดต่อไม่ได้จริงๆ เลยคุยกันต่อว่ามีธุระอะไ
“มนต์นมสด” ไม่ใช่ร้านดังในกระแส แต่ครองใจลูกค้านาน 6 ทศวรรษ ถือคติไม่อร่อย! ไม่ขาย แม้ไม่ได้เป็นร้านดังอยู่ในกระแสที่ต้องไปเช็กอินหรือปักหมุด แต่ก็สามารถดำเนินธุรกิจมาได้นานนับเกือบ 6 ทศวรรษ สำหรับ “มนต์นมสด” ร้านขายนมสดและขนมปัง ที่จุดเริ่มต้นมาจากการขายกาแฟบนรถกระบะ ย่านเสาชิงช้า ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แก้วละ 3 บาท และแม้จะต้องย้ายร้านถึง 4 ครั้ง แต่สุดท้ายก็หาทางมีร้านเป็นของตัวเองได้ในที่สุด ปัจจุบัน มีทั้งหมด 4 สาขา ในทุกวันภาพที่เห็นคือ ลูกค้าเบียดเสียดต่อคิวถึงหน้าประตู และถึงจะไม่มีที่จอดรถ ก็ใช่ว่าจะเสียโอกาสการขาย เพราะลูกค้าบางรายกลับยอมถูกล็อกล้อเพื่อให้ได้ซื้อสินค้ากลับไป ด้วยการตอบรับที่ดียาวนานขนาดนี้ ไม่แปลกใจหากมนต์นมสดจะถูกให้เป็นไอดอลของคนที่คิดจะเปิดร้านขายนม ย้ายร้าน 4 ครั้ง กว่าจะปักหลักได้ นำเทรนด์ ตั้งแต่ 60 ปีที่แล้ว คุณธนากูล วนิศรกุล หรือ คุณโก้ ทายาทรุ่น 3 ในวัย 42 ปี เล่าว่า ก่อนจะเป็น “มนต์นมสด” คุณพ่อ หรือ คุณมนต์ วนิศรกุล ได้เรียนถึงแค่ชั้น ป.6 จากนั้นไปทำงานล้างแก้วล้างจานในร้านกาแฟอยู่แถวศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ได้ค่าจ้างวันละ 2 บาท เป็นลูกจ้างนาน 1
เกษตรกรเพชรบูรณ์ คิดค้น “ซูเปอร์ตะบันน้ำ” อุปกรณ์ลดรายจ่ายที่ช่วยประหยัดเงินได้เป็นพัน! เทือกเขาเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูงชัน ซึ่งอุปสรรคสำคัญในการจัดการน้ำบนพื้นที่สูง คือ การเข้าไม่ถึงน้ำของคนในชุมชน ไม่ว่าจะนำน้ำมาใช้อุปโภค หรือบริโภคก็ตาม เพราะต้นน้ำหรือแหล่งน้ำนั้น อยู่ต่ำกว่าพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้รับเชิญจากดีแทคไปดูโครงการ “พลิกไทย” ที่จัดโดยดีแทค ที่เชิญชวนให้บุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีแนวคิดในการแก้ไขปัญหา และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน สามารถปฏิบัติได้จริง และสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สมาชิกส่วนใหญ่ในชุมชน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาวในเชิงเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม เพื่อมอบเงินทุนสนับสนุนเบื้องต้นที่ทำให้โครงการสามารถเป็นจริงได้ โดยคัดเลือก 10 แนวคิด และแนวคิด ซูเปอร์ตะบันน้ำ เป็น 1 ใน 10 โครงการ ที่ได้รับการต่อยอดสนับสนุนจากดีแทค โดยเดินทางไปที่ตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อไปดูการบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่สูง ด้วยเครื่องตะบัน
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเดินเล่นตลาดเก่าโคยกี๊ ที่จังหวัดราชบุรี มาในคืนวันเสาร์ เดินมองดูนั่นนี่ไปตามประสา ฝูงชนออกมาเดินเล่นกันอย่างขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้าต่างตั้งร้านขายสินค้าต่างๆ มีทั้งของใช้ ของตกแต่ง ซุ้มอาหาร ซุ้มงานแฮนด์เมดต่างๆ เดินมาจนเกือบสุดทางออกท้ายตลาด ก็ได้กลิ่นหอมบางอย่างลอยตามอากาศเย็นๆ จึงเดินตามกลิ่นที่ว่านั่นไปเจอเข้ากับ แผงลอยเล็กๆ ร้านหนึ่ง มีหญิงคนหนึ่งยืนยิ้มต้อนรับอยู่ข้างๆ กวาดสายตาไปทั่วแผง ก็เห็นกระบอกพลาสติกเล็กๆ น่ารักวางเรียงอยู่ข้างกับโหลหลากหลายสีสัน ที่มาทราบทีหลังว่าเป็นโหลเจลน้ำหอมนั่นเอง เห็นว่ากลิ่นหอมดี จึงคิดจะซื้อกลับบ้าน แต่ก็ขอพูดคุยตามประสาคนช่างจ้อเสียหน่อย จึงได้รู้ว่าหญิงคนที่ยืนขายอยู่หน้าแผงลอย คือ จ่าเจี๊ยบ หรือ จ่าสิบเอกหญิง ณัฐภร บรรจง วัย 52 ปี ทหารหญิงสังกัด คลังแสงที่ 6 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก จังหวัดราชบุรี เธอเล่าให้ฟังว่า ตนรับราชการทหาร มีอาชีพเสริมคือการทำเจลน้ำหอมปรับอากาศขายหลังเลิกงาน โดยทำขายมาได้ 3 ปีแล้ว จ่าเจี๊ยบให้เหตุผลว่า อยากหารายได้เสริม ประกอบกับเป็นช่องทางการหารายได้ ที่กองทัพบกส่งเสริม เพื่อเป็นการเพิ่ม
“ขนมปังหน้าหมู” เมนูกินเล่นสุดอร่อย ทำง่าย ลงทุนไม่มาก แถมทำขายได้ด้วย วันนี้ฉันได้มีโอกาสกลับบ้านไปหายายที่ต่างจังหวัด หลังจากที่ไม่ได้กลับไปหาเป็นเวลานาน เจอหน้าและพูดคุยกันให้หายคิดถึงเล็กน้อย อยู่ๆ ยายก็ทักขึ้นมาว่า “ผอมลงหรือเปล่า?” ด้วยความคิดถึงฝีมืออาหารของยาย ฉันจึงตอบกลับไป “เก็บท้องมากินฝีมือยายนั่นแหละ” ยายหัวเราะขำ พร้อมพูดว่า “ตู้เย็นมีแค่หมูสับกับขนมปัง เดี๋ยวทำขนมปังหน้าหมูให้กินแล้วกัน” แล้วเรายายหลานก็พากันเข้าครัวไปทำเมนูง่ายๆ นี้ทานกัน ยายบอกว่า ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบที่ใช้มีไม่เยอะ อีกทั้งใช้เวลาไม่นาน คนทำกับข้าวไม่เป็นก็ทำได้แน่นอน โดยวัตถุดิบมีดังนี้ กระเทียม 1 กำมือ (ประมาณ 9-10 กลีบ) ผักชี 2 ต้น หั่นเป็น 3 ท่อน (ใช้ทั้งต้นและราก) พริกไทยแบบเม็ดสีขาว 2 ช้อนชา หมูสับ 2 ขีด น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 1/2 ช้อนชา ไข่ไก่ 2 ฟอง ขนมปังแผ่น เมื่อเตรียมของเสร็จแล้ว ขั้นแรกให้นำผักชี กระเทียม และพริกไทย ใส่ในครกแล้วตำให้ละเอียดจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน เมื่อตำจนละเอียดแล้ว ตักใส่กะละมังผสม ใส่ไข่ไก่ลงไป ตามด้วยเนื้อหมู เกลือ และน้ำตาล ขยำให้ส่วนผสมและเนื้อหมูเข้า
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีร้านอาหารอร่อยๆ เปิดขายอยู่มากมาย โดยเฉพาะร้านรถเข็นเล็กๆ ตามข้างทาง จนมีคนเปรียบเปรยกันเอาไว้ว่า “ถ้าอยากรู้ว่า ร้านอาหารร้านไหนอร่อย ราคาไม่แพง ให้สังเกตดูว่ามีรถแท็กซี่กับพวกแมสเซนเจอร์จอดเยอะๆ” ร้าน “ขาหมูโบราณ ริมคลองประปา” ก็เป็นร้านรถเข็นริมทางเจ้าหนึ่ง ที่มีคนแวะกินกันเยอะมาก จนนอกจากคนขับแท็กซี่-แมสเซนเจอร์แล้ว ก็มีลูกค้าคนอื่นๆ มาเข้าแถวรอซื้อกินเช่นกัน คุณน้อย สรรศนี อายุ 51 ปี และ คุณทวีศักดิ์ ป้านสว่าง อายุ 55 ปี เจ้าของร้านข้าวขาหมูโบราณ เล่าที่มาที่ไปในการมาขายข้าวขาหมูให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เมื่อก่อนเธอเป็นลูกจ้างร้านค้าขายของทั่วไป พอสามีออกจากงาน ก็มาถามว่า จะทำมาหากินอะไรดี เธอเลยบอกกับสามีไปว่า ขายข้าวขาหมู ก็เลยมาช่วยกันทำ “เริ่มแรกนั้นทำเอง ขายเอง คิดสูตรเอง ไม่ได้เอาสูตรขาหมูของคนอื่นมาทำ ลูกค้าจะเป็นพวกแท็กซี่ แมสเซนเจอร์ เสียส่วนใหญ่ แล้วก็พนักงานบริษัท ลูกค้าทั่วไปและขาจรที่มากิน เราอาศัยคำแนะนำพวกแท็กซี่นี่แหละมาปรับปรุงสูตรขาหมูของตัวเอง เพราะบางคนเขากินเขาก็จะบอกว่ามันเป็นยังไง ลองผิดลองถูกอยู่ 3 เดือน กว่าสูตรจะเข้าที่เข้าทา
“โดชีรัก” กล่องข้าวน้อยเกาหลี จะกินให้สนุก ต้องปิดฝาแล้วเชก เชก เชก ตอนเด็กๆ ใครเอาข้าวกล่องไปกินที่โรงเรียนกันบ้าง ฉันจำได้ว่าตอนเรียนชั้นประถมศึกษาก็หิ้วข้าวใส่กระติกที่ชั้นล่างใส่ข้าว ชั้นบนมีถาดใส่กับข้าว ที่ฉันจำได้แม่นก็เพราะว่าตอนตักข้าวใส่กระติกนั้นใส่เอาตอนร้อนๆ แล้วปิดฝาหิ้วไปโรงเรียน พอถึงเวลาพักเที่ยงจะเปิดฝากล่องมากินก็เปิดไม่ได้เพราะฝามันดูดแน่นกลายเป็นสุญญากาศไปเสียแล้ว กว่าจะได้กินก็ต้องไปเรียกให้ใครต่อใครมาช่วยกันเปิดวุ่นวายไปหมด ถ้าเปิดไม่ออกก็อดกิน จึงทำให้ฉันจำได้ไม่ลืมแม้เวลาผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่จะให้เก๋ากว่านั้น ต้องเป็นกล่องข้าวสี่เหลี่ยมทำด้วยอะลูมิเนียม บางแบบมีตัวล็อกเล็กๆ ด้วย เคยเห็นกล่องข้าวอะลูมิเนียมแบบนี้หลายประเทศในเอเชีย ที่แน่ๆ คือ จีน และเกาหลี ซึ่งแต่ก่อนเด็กนักเรียนเกาหลีเขาจะเอาข้าวกล่องไปกินที่โรงเรียนด้วย เพราะที่โรงเรียนไม่มีอาหารขาย แต่สมัยนี้จะมีหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจ ข้าวกล่องเกาหลี เรียกว่า “โดชีรัก” 도시락 โดยมีข้าวสวย และกับข้าวต่างๆ ที่เป็นเครื่องเคียง ซึ่งแม่บ้านเกาหลีมักทำติดตู้เย็นไว้ เรียกว่า “พันชัน” 반찬 จะใส่อะไรก็แล้วแต่ว่ามีกับข้าวอะ
สาวเมียนมา วัย 13 พูดได้ 5 ภาษา ใช้เวลาวันหยุด ปั่นจักรยานขายของ หารายได้เลี้ยงตัว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสไปเยือน เมืองอังวะ เมืองหลวงเก่าของประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองมัณฑะเลย์เท่าไหร่นัก นั่งรถบัสประมาณสี่สิบนาที ก็ถึงท่าเรือข้ามฟาก ซึ่งยังถูกใช้งานเป็นประจำสำหรับนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น เมื่อรถบัสแล่นเข้าที่จอด บรรยากาศบริเวณท่าเรือมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที บรรดาพ่อค้าแม่ขายของที่ระลึก สังเกตเห็นส่วนใหญ่เป็นเด็กสาววัยรุ่น ปะแป้ง “ทานาคา” หน้าแฉล้ม มายืนออกันหลายสิบชีวิต ที่แขนข้างหนึ่งของพวกเธอจะคล้องตะกร้าพลาสติกใบเล็กๆ ภายในบรรจุของที่ระลึก อย่าง สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ที่พวกเธอบอกทำมาจากหยก กระดิ่งทองเหลือง หมวก พัด ฯลฯ เมื่อคณะนักท่องเที่ยว ทยอยลงจากรถบัส พวกเธอจะเข้าประกบแบบค่อนข้างประชิดตัว ร้องขายของเป็นภาษาเมียนมาบ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาไทย แบบกระท่อนกระแท่นบ้าง แต่ทัวร์ลิสต์ไทยหลายคน ยังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก อาจเป็นเพราะเพิ่งเดินทางมาถึงจึงอยากชมวิวรอบๆ ก่อน ของที่ระะลึก วางขายแถวท่าเรือข้ามฟากไปเมืองอังวะ นั่งเรือข้ามฟากลำละสิบกว่าคน ใช้เวล
