Exclusive
เกษตรกรเพชรบูรณ์ คิดค้น “ซูเปอร์ตะบันน้ำ” อุปกรณ์ลดรายจ่ายที่ช่วยประหยัดเงินได้เป็นพัน! เทือกเขาเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูงชัน ซึ่งอุปสรรคสำคัญในการจัดการน้ำบนพื้นที่สูง คือ การเข้าไม่ถึงน้ำของคนในชุมชน ไม่ว่าจะนำน้ำมาใช้อุปโภค หรือบริโภคก็ตาม เพราะต้นน้ำหรือแหล่งน้ำนั้น อยู่ต่ำกว่าพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้รับเชิญจากดีแทคไปดูโครงการ “พลิกไทย” ที่จัดโดยดีแทค ที่เชิญชวนให้บุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีแนวคิดในการแก้ไขปัญหา และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน สามารถปฏิบัติได้จริง และสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สมาชิกส่วนใหญ่ในชุมชน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาวในเชิงเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม เพื่อมอบเงินทุนสนับสนุนเบื้องต้นที่ทำให้โครงการสามารถเป็นจริงได้ โดยคัดเลือก 10 แนวคิด และแนวคิด ซูเปอร์ตะบันน้ำ เป็น 1 ใน 10 โครงการ ที่ได้รับการต่อยอดสนับสนุนจากดีแทค โดยเดินทางไปที่ตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อไปดูการบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่สูง ด้วยเครื่องตะบัน
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเดินเล่นตลาดเก่าโคยกี๊ ที่จังหวัดราชบุรี มาในคืนวันเสาร์ เดินมองดูนั่นนี่ไปตามประสา ฝูงชนออกมาเดินเล่นกันอย่างขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้าต่างตั้งร้านขายสินค้าต่างๆ มีทั้งของใช้ ของตกแต่ง ซุ้มอาหาร ซุ้มงานแฮนด์เมดต่างๆ เดินมาจนเกือบสุดทางออกท้ายตลาด ก็ได้กลิ่นหอมบางอย่างลอยตามอากาศเย็นๆ จึงเดินตามกลิ่นที่ว่านั่นไปเจอเข้ากับ แผงลอยเล็กๆ ร้านหนึ่ง มีหญิงคนหนึ่งยืนยิ้มต้อนรับอยู่ข้างๆ กวาดสายตาไปทั่วแผง ก็เห็นกระบอกพลาสติกเล็กๆ น่ารักวางเรียงอยู่ข้างกับโหลหลากหลายสีสัน ที่มาทราบทีหลังว่าเป็นโหลเจลน้ำหอมนั่นเอง เห็นว่ากลิ่นหอมดี จึงคิดจะซื้อกลับบ้าน แต่ก็ขอพูดคุยตามประสาคนช่างจ้อเสียหน่อย จึงได้รู้ว่าหญิงคนที่ยืนขายอยู่หน้าแผงลอย คือ จ่าเจี๊ยบ หรือ จ่าสิบเอกหญิง ณัฐภร บรรจง วัย 52 ปี ทหารหญิงสังกัด คลังแสงที่ 6 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก จังหวัดราชบุรี เธอเล่าให้ฟังว่า ตนรับราชการทหาร มีอาชีพเสริมคือการทำเจลน้ำหอมปรับอากาศขายหลังเลิกงาน โดยทำขายมาได้ 3 ปีแล้ว จ่าเจี๊ยบให้เหตุผลว่า อยากหารายได้เสริม ประกอบกับเป็นช่องทางการหารายได้ ที่กองทัพบกส่งเสริม เพื่อเป็นการเพิ่ม
“ขนมปังหน้าหมู” เมนูกินเล่นสุดอร่อย ทำง่าย ลงทุนไม่มาก แถมทำขายได้ด้วย วันนี้ฉันได้มีโอกาสกลับบ้านไปหายายที่ต่างจังหวัด หลังจากที่ไม่ได้กลับไปหาเป็นเวลานาน เจอหน้าและพูดคุยกันให้หายคิดถึงเล็กน้อย อยู่ๆ ยายก็ทักขึ้นมาว่า “ผอมลงหรือเปล่า?” ด้วยความคิดถึงฝีมืออาหารของยาย ฉันจึงตอบกลับไป “เก็บท้องมากินฝีมือยายนั่นแหละ” ยายหัวเราะขำ พร้อมพูดว่า “ตู้เย็นมีแค่หมูสับกับขนมปัง เดี๋ยวทำขนมปังหน้าหมูให้กินแล้วกัน” แล้วเรายายหลานก็พากันเข้าครัวไปทำเมนูง่ายๆ นี้ทานกัน ยายบอกว่า ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบที่ใช้มีไม่เยอะ อีกทั้งใช้เวลาไม่นาน คนทำกับข้าวไม่เป็นก็ทำได้แน่นอน โดยวัตถุดิบมีดังนี้ กระเทียม 1 กำมือ (ประมาณ 9-10 กลีบ) ผักชี 2 ต้น หั่นเป็น 3 ท่อน (ใช้ทั้งต้นและราก) พริกไทยแบบเม็ดสีขาว 2 ช้อนชา หมูสับ 2 ขีด น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 1/2 ช้อนชา ไข่ไก่ 2 ฟอง ขนมปังแผ่น เมื่อเตรียมของเสร็จแล้ว ขั้นแรกให้นำผักชี กระเทียม และพริกไทย ใส่ในครกแล้วตำให้ละเอียดจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน เมื่อตำจนละเอียดแล้ว ตักใส่กะละมังผสม ใส่ไข่ไก่ลงไป ตามด้วยเนื้อหมู เกลือ และน้ำตาล ขยำให้ส่วนผสมและเนื้อหมูเข้า
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีร้านอาหารอร่อยๆ เปิดขายอยู่มากมาย โดยเฉพาะร้านรถเข็นเล็กๆ ตามข้างทาง จนมีคนเปรียบเปรยกันเอาไว้ว่า “ถ้าอยากรู้ว่า ร้านอาหารร้านไหนอร่อย ราคาไม่แพง ให้สังเกตดูว่ามีรถแท็กซี่กับพวกแมสเซนเจอร์จอดเยอะๆ” ร้าน “ขาหมูโบราณ ริมคลองประปา” ก็เป็นร้านรถเข็นริมทางเจ้าหนึ่ง ที่มีคนแวะกินกันเยอะมาก จนนอกจากคนขับแท็กซี่-แมสเซนเจอร์แล้ว ก็มีลูกค้าคนอื่นๆ มาเข้าแถวรอซื้อกินเช่นกัน คุณน้อย สรรศนี อายุ 51 ปี และ คุณทวีศักดิ์ ป้านสว่าง อายุ 55 ปี เจ้าของร้านข้าวขาหมูโบราณ เล่าที่มาที่ไปในการมาขายข้าวขาหมูให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เมื่อก่อนเธอเป็นลูกจ้างร้านค้าขายของทั่วไป พอสามีออกจากงาน ก็มาถามว่า จะทำมาหากินอะไรดี เธอเลยบอกกับสามีไปว่า ขายข้าวขาหมู ก็เลยมาช่วยกันทำ “เริ่มแรกนั้นทำเอง ขายเอง คิดสูตรเอง ไม่ได้เอาสูตรขาหมูของคนอื่นมาทำ ลูกค้าจะเป็นพวกแท็กซี่ แมสเซนเจอร์ เสียส่วนใหญ่ แล้วก็พนักงานบริษัท ลูกค้าทั่วไปและขาจรที่มากิน เราอาศัยคำแนะนำพวกแท็กซี่นี่แหละมาปรับปรุงสูตรขาหมูของตัวเอง เพราะบางคนเขากินเขาก็จะบอกว่ามันเป็นยังไง ลองผิดลองถูกอยู่ 3 เดือน กว่าสูตรจะเข้าที่เข้าทา
“โดชีรัก” กล่องข้าวน้อยเกาหลี จะกินให้สนุก ต้องปิดฝาแล้วเชก เชก เชก ตอนเด็กๆ ใครเอาข้าวกล่องไปกินที่โรงเรียนกันบ้าง ฉันจำได้ว่าตอนเรียนชั้นประถมศึกษาก็หิ้วข้าวใส่กระติกที่ชั้นล่างใส่ข้าว ชั้นบนมีถาดใส่กับข้าว ที่ฉันจำได้แม่นก็เพราะว่าตอนตักข้าวใส่กระติกนั้นใส่เอาตอนร้อนๆ แล้วปิดฝาหิ้วไปโรงเรียน พอถึงเวลาพักเที่ยงจะเปิดฝากล่องมากินก็เปิดไม่ได้เพราะฝามันดูดแน่นกลายเป็นสุญญากาศไปเสียแล้ว กว่าจะได้กินก็ต้องไปเรียกให้ใครต่อใครมาช่วยกันเปิดวุ่นวายไปหมด ถ้าเปิดไม่ออกก็อดกิน จึงทำให้ฉันจำได้ไม่ลืมแม้เวลาผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่จะให้เก๋ากว่านั้น ต้องเป็นกล่องข้าวสี่เหลี่ยมทำด้วยอะลูมิเนียม บางแบบมีตัวล็อกเล็กๆ ด้วย เคยเห็นกล่องข้าวอะลูมิเนียมแบบนี้หลายประเทศในเอเชีย ที่แน่ๆ คือ จีน และเกาหลี ซึ่งแต่ก่อนเด็กนักเรียนเกาหลีเขาจะเอาข้าวกล่องไปกินที่โรงเรียนด้วย เพราะที่โรงเรียนไม่มีอาหารขาย แต่สมัยนี้จะมีหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจ ข้าวกล่องเกาหลี เรียกว่า “โดชีรัก” 도시락 โดยมีข้าวสวย และกับข้าวต่างๆ ที่เป็นเครื่องเคียง ซึ่งแม่บ้านเกาหลีมักทำติดตู้เย็นไว้ เรียกว่า “พันชัน” 반찬 จะใส่อะไรก็แล้วแต่ว่ามีกับข้าวอะ
สาวเมียนมา วัย 13 พูดได้ 5 ภาษา ใช้เวลาวันหยุด ปั่นจักรยานขายของ หารายได้เลี้ยงตัว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสไปเยือน เมืองอังวะ เมืองหลวงเก่าของประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองมัณฑะเลย์เท่าไหร่นัก นั่งรถบัสประมาณสี่สิบนาที ก็ถึงท่าเรือข้ามฟาก ซึ่งยังถูกใช้งานเป็นประจำสำหรับนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น เมื่อรถบัสแล่นเข้าที่จอด บรรยากาศบริเวณท่าเรือมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที บรรดาพ่อค้าแม่ขายของที่ระลึก สังเกตเห็นส่วนใหญ่เป็นเด็กสาววัยรุ่น ปะแป้ง “ทานาคา” หน้าแฉล้ม มายืนออกันหลายสิบชีวิต ที่แขนข้างหนึ่งของพวกเธอจะคล้องตะกร้าพลาสติกใบเล็กๆ ภายในบรรจุของที่ระลึก อย่าง สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ที่พวกเธอบอกทำมาจากหยก กระดิ่งทองเหลือง หมวก พัด ฯลฯ เมื่อคณะนักท่องเที่ยว ทยอยลงจากรถบัส พวกเธอจะเข้าประกบแบบค่อนข้างประชิดตัว ร้องขายของเป็นภาษาเมียนมาบ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาไทย แบบกระท่อนกระแท่นบ้าง แต่ทัวร์ลิสต์ไทยหลายคน ยังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก อาจเป็นเพราะเพิ่งเดินทางมาถึงจึงอยากชมวิวรอบๆ ก่อน ของที่ระะลึก วางขายแถวท่าเรือข้ามฟากไปเมืองอังวะ นั่งเรือข้ามฟากลำละสิบกว่าคน ใช้เวล
“หนุ่มพิการ” พลิกชีวิต จากขอทานเป็นพ่อค้า เดินขายแซนด์วิชเลี้ยงครอบครัว แม้ชีวิตคนเราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ บางคนเกิดมาครบถ้วนสมบูรณ์ กินอิ่มนอนหลับในบ้านหลังใหญ่ แต่บางคนเกิดมาปากกัดตีนถีบ ไม่เคยได้กินอิ่ม หลับสบาย ดิ้นรนให้มีชีวิตอยู่รอดในแต่ละวันราวกับโชคชะตากลั่นแกล้ง เฉกเช่น ชายวัย 33 ปีคนนี้ “ต้น-ทิน บุญมี” หนุ่มพิการเป็นโปลิโอตั้งแต่อายุ 3 ขวบผู้ไม่เคยยอมแพ้ให้กับโชคชะตา แม้ชีวิตจะลำบากมาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่เคยท้อแท้ วันนี้เขากลายเป็นเจ้าของ “ต้นบัว” แซนด์วิชแสนอร่อยที่ทุกคนอยากอุดหนุน “กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เจอมาทุกปัญหา ชีวิตผมลำบากมาตั้งแต่เด็ก 4 ขวบ เป็นขอทานมาจนถึงอายุ 20 กว่าปี เพราะชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำดีได้ ใช้ชีวิตตามท้องถนน นอนใต้สะพาน ทำทุกทางเพื่อเอาชีวิตรอด ภาพเหล่านั้นยังจำได้แม่น” คุณต้น เล่าถึงความลำบากของชีวิตที่ไม่เคยลืม จนวันหนึ่งคุณต้นย้ายมาแถวเกษตร-นวมินทร์ มีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาช่วยเหลือให้อาชีพ แรกๆ รับจ้างขายน้ำส้ม ต่อมาจึงรับจ้างขายแซนด์วิช “ผมรับจ้างขายแซนด์วิชมาปีกว่า ก็พอมีความรู้อยู่บ้าง คิดทำแบรนด์มานานมากแล้ว แต่ย
อย่าหยอกแรง “อาชีพมาสคอต” กว่าจะได้เงินไม่ง่าย ร้อนจนเป็นลม แถมโดนแกล้งประจำ เห็นโพสต์จากพีอาร์สาวท่านหนึ่ง เล่าถึงเหตุการณ์ที่เห็นเป็นประจำ “ชอบมีคนแกล้งมาสคอต” รู้มั้ยว่าเบื้องหลังชุดคลุมน่ารัก และท่าทีทะเล้นๆ ที่เห็น ไม่ใช่ตัวการ์ตูนจริงๆ แต่คือคนที่ต้องใช้ความอดทนแบกชุดที่มีน้ำหนักมากถึง 5 กิโลกรัม แถมยังต้องทนกับอากาศร้อน ไหนจะมีคนแกล้ง และสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้อีกด้วย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงติดต่อขอพูดคุยกับ เก็ตเตอร์-นภดล ผุสดีไชย คือ เด็กหนุ่มวัย 21 ปี ที่หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เลือกที่จะเดินตามแนวทางของตัวเองชัดเจน โดยมีครอบครัวคอยเคียงข้าง หยุดเรื่องเรียนเพื่อหาประสบการณ์ชีวิต ใช้ความสามารถทางการแสดงหาเงินด้วยตัวเอง “ยึดอาชีพมาสคอต” ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้มากกว่าวันละพันบาท “ผมเคยทำงานประจำมาก่อน เป็นพนักงานเซเว่นฯ แต่เพราะชอบการแสดง เลยหันมาทำอาชีพมาสคอตได้ประมาณ 3 ปี ทำแล้วสนุก ทุกการทำงานผมจะได้แสดงเป็นคาแร็กเตอร์ต่างๆ ดีใจทุกครั้งที่ได้ทำให้คนอื่นมีความสุข” น้องเก็ต บอกถึงที่มาของการทำอาชีพมาสคอต แต่การทำอาชีพนี้ มีกฎเหล็ก คือห้ามให
นวัตกรรม! “NU Bio Bag” ถุงพลาสติกย่อยสลายได้ ผลิตจากกากกาแฟ ไม่ก่อมลพิษ ในภาคเกษตรไทย “ถุงเพาะชำ” ถือเป็นวัสดุสำคัญในการเพาะปลูก แต่เมื่อพืชเหล่านั้นโตขึ้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะอยู่ในถุงได้ ถุงเพาะชำจึงกลายเป็นขยะทำลายสิ่งแวดล้อม ด้วยความตั้งใจอยากลดปริมาณขยะ มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้คิดค้นนวัตกรรม NU Bio Bags หรือ ถุงปลูกย่อยสลายทางชีวภาพจากพลาสติกพีแอลเอผสมกากกาแฟ ย่อยสลายได้ทางธรรมชาติ ผศ.ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ม.นเรศวร เปิดเผยว่า งานวิจัยถุงปลูกย่อยสลายทางชีวภาพจากพลาสติกพีแอลเอผสมกากกาแฟ เกิดจากแนวคิดอยากลดปริมาณขยะซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของโลก ซึ่งใช้เวลาทดลอง และวิจัยเข้าสู่ปีที่ 3 โดยทางคณะผู้จัดทำได้เลือกใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการออกแบบ และพัฒนาจากผลงานวิจัย เข้ามาช่วยในกระบวนการผสมระหว่างพลาสติกพีแอลเอ กับกากกาแฟ ใช้เครื่องบดผสมแบบเกลียวคู่ (twin-scew extruder) และขึ้นรูปด้วยกระบวนการเป่าฟิล์มด้วยเครื่องเป่าฟิล์ม (blow film extruder) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถผลิตได้ระดับอุตสาหกรรม ซึ่งกระบวนการผลิตมีความสะดวกรวดเร็ว ราคาค่าใช้จ่ายไม่แพ
สิ่งที่ผู้ประกอบการทั้งหลายไม่ว่าเล็ก หรือใหญ่ ต้องเผชิญตลอดเวลาบนเส้นทางการทำธุรกิจ คือ การตัดสินใจว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องลงทุนเพื่อขยายกิจการ หรือต้องหาทางออกอย่างไรในจังหวะที่ขาดสภาพคล่อง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประเด็นไหนล้วนต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการแข่งขัน หรืออุดรอยรั่วได้ทันเพื่อให้ธุรกิจก้าวต่อไปได้โดยไม่สะดุด ซึ่งในบรรดาสถาบันการเงินที่ให้บริการสินเชื่อ SME ในเมืองไทย ธนาคารธนชาต ถือเป็นตัวเลือกที่ครบเครื่องและน่าสนใจทีเดียวเพราะที่นี่มีแพ็กเกจสินเชื่อ SME ที่ครอบคลุมทุกขนาดธุรกิจ คุณโป้ง – ชัชวาลย์ เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สินเชื่อ SME ที่ธนชาตให้บริการในปัจจุบัน มีรองรับ SME ทุกกลุ่ม ทุกประเภท ทุกไซซ์ ประกอบด้วย SME ได้ใจ สำหรับไซซ์เล็ก วงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาท SME BizSmart วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท และ SME บัญชีเดียว สนับสนุนให้ SME ทำบัญชีเล่มเดียว เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตได้เต็มที่ เขายังแจกแจงต่อให้ฟังว่า สินเชื่อแต่ละประเภทมีจุดเด่นตรงไหน และจะตอบโจทย์คน
