Exclusive
เปลี่ยนลานจอดรถเก่า เป็นคาเฟ่สไตล์วินเทจ เสิร์ฟน้ำ-อาหารไทยฟิวชั่น ราคานักศึกษา “คาเฟ่” ยังคงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่หลายคนเลือกทำ ส่วนหนึ่งคงมาจากการที่คนสมัยนี้เลือกคาเฟ่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และนั่งทำงาน อย่างในย่านมหาวิทยาลัยดัง ซอยงามวงศ์วาน 52 ลึกเข้าไปประมาณ 200 เมตร พื้นที่บริเวณนั้นเป็นทั้งหอพักสำหรับนักศึกษา และอีกส่วนหนึ่งเคยเป็นลานจอดรถเก่า ที่คุณเอ้-ปิยนุช บุญโปร่ง วัย 49 ปี นำมารีโนเวต กลายเป็นคาเฟ่สไตล์ลอฟต์วินเทจ “KA-FA-NA HOUSE” (คาฟาน่า เฮ้าส์) ที่แม้จะเปิดได้เพียง 6 เดือน ทว่าคาเฟ่แห่งนี้กลับได้รับความนิยมจากนักศึกษาในย่านนั้นไม่น้อย ก่อนหน้านี้ คุณเอ้เคยทำงานที่ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) ในฝ่ายสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร ตามที่ได้ร่ำเรียนมาจากคณะนิเทศศาสตร์ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท รับผิดชอบงานในส่วนของ INTERNAL COMMUNICATION และ EXTERNAL COMMUNICATION งานสื่อมวลชน “ช่วงหลังองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ จน 10 ปีหลังนี้ พี่เลยผันตัวเองมาทำงานด้านการจัดการตลาดอย่างเต็มตัว ล่าสุดอยู่สายงาน Retail MKT ดูแลหน่วยงานของกองทัพ กลุ่มองค์กรรัฐ ในสายค้าปลีก เป็นงานที่ท้าทายมาก ต
รุ่นใหญ่ไฟ(ยัง)แรง! ลงทุน 7 แสน ทำธุรกิจบนรถฟู้ดทรัก แบบไม่กลัวเจ๊ง แม้ชีวิตจะก้าวสู่ “วัยเกษียณ” มานานหลายปีแล้ว แต่ชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง สองมือยังคงทำงานด้วยความขยันขันแข็งไม่เหน็ดเหนื่อย ถึงจะอายุมากแล้วแต่ยังสร้างโอกาสให้กับตัวเอง จากคำพูดที่ว่า “โอกาสก็เหมือนไอศกรีม ถ้าไม่รีบกินจะละลาย” ลุงจิม-อารัติ วินิจฉัยกุล ในวัย 69 ปี ถึงจะอายุมากแล้ว แต่ยังสร้างโอกาสให้ตัวเอง ชวนคู่ชีวิตคุณสุชาดา วินิจฉัยกุล วัย 66 ปี มาสร้างธุรกิจหลังวัยเกษียณร่วม 2 ปี “uncle jim soft serve & sausages” ขายไส้กรอกเยอรมัน และไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟบนรถฟู้ดทรัก โดยไม่กลัวคำว่า “เจ๊ง” ในอดีตนั้น ลุงจิม เคยทำงานเป็นสมุห์บัญชีบริษัท นาน 6 ปี กระทั่งออกมาทำธุรกิจหลายอย่าง ทั้งขายรถมือสอง ทำเบาะรถยนต์ ร้านเกม หรือแม้แต่ร้านอาหารก็ทำมาแล้ว แต่เมื่ออายุมากขึ้นทำให้เขาต้องหยุดทำกิจการทุกอย่าง “ตอนนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีค่า เพราะไม่ได้ทำงานอะไร มีญาติทำโรงงานไส้กรอกเยอรมันอยู่แล้ว เลยคุยกับลูกชายว่าจะเอามาปิ้งขาย พ่วงด้วยไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ” ลุงจิมในวัย 69 ปี เริ่มต้นธุรกิจ ด้วยการใช้เงินทุนของตัวเองจำนวนไ
“กระเทียม” เครื่องเทศคู่ครัว บำรุงกำลัง ลดไขมันในเลือด เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้โพสต์เรื่องราวของ กระเทียม โดยระบุว่า กระเทียมเป็นพืชที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับความเชื่อ และวัฒนธรรมอยู่ในหลากหลายทวีป บ้านเรายังเชื่อกันว่า กระเทียมเป็นยากระตุ้นกำหนัด กระเทียมโทนดองน้ำผึ้งจึงเป็นของคู่บ้านคนไทยในอดีต ในทางยา กระเทียมเป็นสมุนไพรรสร้อน บำรุงไฟธาตุ บำรุงกำลัง จึงช่วยในโรคเกี่ยวกับการกำเริบของลม เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้อง ปวดเมื่อย มือเท้าตาย เคลื่อนไหวไม่สะดวก ลดการกำเริบของน้ำหรือเสมหะ เช่น หอบหืด ไอมีเสมหะ อาการบวม เป็นต้น กระเทียม เป็นพนักงานทำความสะอาดเส้นเลือดชั้นเยี่ยม ป้องกันไขมันสะสมในหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด ปัจจุบันมีการใช้กระเทียมเป็นยาสมุนไพรไปทั่วโลก สรรพคุณเด่นๆ ของกระเทียมที่ใช้กันคือ ลดคอเลสเตอรอล ลดการแข็งตัวของเลือด ลดความดัน ลดการปวดเกร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รา และไวรัส ต้านมะเร็ง ขนาดการรับประทาน แบบง่ายๆ ใช้กระเทียมไทย กินในมื้ออาหาร ครั้งละ 3 กลีบ ต่อมื้อ กระเทียมดองสูตรโบราณดั้งเดิม ส่วนประกอบ 1. กระเทียม 1 กิโลกรัม 2. เกลือทะเล 3
“หัวสิงโต” ลูกชิ้นแห่งความสุข คือ หมูสับทอดตุ๋นผักกาดขาว ทำไม่ยาก อร่อยมาก “ซือจึโถว” 狮子头 แปลว่า หัวสิงโต เป็นลูกชิ้นแห่งความสุข หรือ “ซื่อสี่หวานจึ” 四喜丸子 หัวสิงโตนี้อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ หมูสับทอดตุ๋นผักกาดขาว ชาวจีนนิยมตั้งชื่ออาหารให้มีความหมายมงคล และสิงโตก็เป็นสัตว์มงคลของชาวจีน ซือจึโถว เป็นอาหารที่เกิดขึ้นในราชสำนักจักรพรรดิหยางแห่งราชวงศ์สุย ในมณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน จึงเป็นอาหารคลาสสิกของหวยหยางที่รวมถึงเซี่ยงไฮ้ด้วย ชาวจีนกล่าวกันว่า นอกจากการขุดคลองต้ายุ่นเหอจากปักกิ่งไปหังโจว ที่มีอายุกว่าพันปี ซึ่งถือเป็นงานวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลกและสร้างคุณูปการต่อความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในยุคต่อมา ความดีอย่างที่สองก็คือหัวสิงโตนี่แหละ! ที่จักรพรรดิราชวงศ์สุยได้สร้างขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากตอนที่ขุดคลองแล้วไปพบหุบเขาหนึ่งเต็มไปด้วยดอกทานตะวันบานสะพรั่งงดงาม จึงมีบัญชาให้เชฟในวังหลวง คิดค้นอาหารที่ทำให้พระองค์รำลึกถึงดอกทานตะวันในหมู่บ้านนั้น แล้วเชฟก็สร้างสรรค์ดอกทานตะวันเบ่งบานในชามมาให้ ต่อมาในสมัยราชวงศ์ถัง อาหารจานนี้ก็ยังคงได้รับความนิยม และได้ตั้
“ปลาร้า-ปลาส้ม-เสื่อทอ” อาชีพเสริมของชาวบึงกาฬ รายได้ดี มีออร์เดอร์ทั่วประเทศ จังหวัดบึงกาฬ อยู่เหนือสุดแดนอีสาน เป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกยางพารา ทำไร่ทำนา และทำประมงน้ำจืด วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้เดินทางมาที่ชุมชนท่องเที่ยว หมู่บ้านท่าลี่ ตำบลโซ่พิสัย ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดบึงกาฬ บ้านท่าลี่ มีอีกชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บ้านหลี่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสงคราม แม่น้ำสายสำคัญของภาคอีสาน อีกทั้งโดยรอบหมู่บ้านมีหินลักษณะเป็นช่องลอดของน้ำ ที่เรียกกันว่า หลี่ นอกจากจะเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านแล้ว ความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบ ยังเป็นแหล่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมหมู่บ้านด้วย อาชีพหลักของชาวบ้านที่หมู่บ้านท่าลี่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ค้าขาย ทำประมง และทำสวนยาง เมื่อว่างจากการทำอาชีพหลักจึงรวมตัวกันทอผ้า สาดเสื่อกก สานยอ และแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในชุมชน เนื่องจากชุมชนอยู่ติดกับแม่น้ำ ผลิตภัณฑ์เด่นของหมู่บ้านท่าลี่ จึงเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลา อย่าง ปลาร้าปลาส้ม และเสื่อกก
ตามรอยพอเพียง! เรียนรู้ศาสตร์พระราชา “วิชาอาชีพ” ที่เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว ว่ากันว่า ยามนี้หากใครมีโอกาสเดินทางไปทองเที่ยวภาคตะวันออกของไทย โดยเฉพาะจังหวัดระยอง แล้วไม่แวะไป “เช็กอิน” กันที่ “ร้านกาแฟกลางน้ำ เขาไม้แก้ว” อยู่แถวตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย แล้วล่ะก็ ถือว่าพลาดและน่าเสียดายมาก หลายคนจึงตั้งสถานที่ดังกล่าว ไว้เป็น “จุดหมายปลายทาง” ลำดับต้นๆ กันเลยทีเดียว เดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง ถึงร้านกาแฟ “วิวหลักล้าน” ที่เอ่ยถึง ซึ่งตั้งอยู่ภายในเรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นั่นเอง ใช่แล้ว! อ่านไม่ผิด จุดเช็กอิน ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปจังหวัดระยอง ยามนี้ ตั้งอยู่ภายในเรือนจำ หรือภาษาที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปก็คือ “คุก” นั่นเอง “ร้านกาแฟเขาไม้แก้ว แห่งนี้ มีผู้ต้องขังชายและหญิง เป็นแรงงานสำคัญ แบ่งงานกันคือ ผู้ต้องขังชายทำอาหาร ผู้ต้องขังหญิงชงเครื่องดื่มและทำขนม รายได้จากการขายแต่ละวัน หลังจากหักต้นทุนออกแล้ว จะตั้งกำไรทั้งหมดไว้เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ แบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าแรงงาน ซึ่งภายหลังจาก
4 ทศวรรษ “สยามราชธานี” บริหารอย่างไร ให้กลายเป็นธุรกิจเอาต์ซอร์ซพันล้าน! หากเอ่ยถึงชื่อ “สยามราชธานี” ในวงการธุรกิจเอาต์ซอร์ซ หรือ ธุรกิจจัดหาบุคลากร และรับจ้างเหมาบริการ คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้ กว่า 4 ทศวรรษ ที่ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการ มีลูกค้าทั้งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรชั้นนำทั่วประเทศ กว่า 300 ราย สามารถสร้างรายได้เป็นพันล้านบาท และดูเหมือนว่า ธุรกิจจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่หยุดยั้ง ทั้งหมดนี้ อยู่ภายใต้การคุมบังเหียนของ คุณไกร วิมลเฉลา ประธานกรรมการบริหารรุ่นใหญ่ วัย 61 ปี ดีเอ็นเอพ่อค้า ทำงานจนไม่มีเวลาเรียน กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย คุณไกรในวัย 61 ปี เริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเองให้เส้นทางเศรษฐีฟังว่า เขามีดีเอ็นเอของการเป็นพ่อค้าตั้งแต่ยังเด็ก เกิดในครอบครัวค้าขายร้านยี่ปั๊ว เริ่มทำงานสมัยเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยการเป็นพ่อค้าออกร้านในงานเกษตรแฟร์และอีเว้นต์ต่างๆ “ผมไปขายของที่งานเกษตรแฟร์เพราะอยากหาเงินไปเที่ยว จำได้ตอนนั้นยืมเงินคุณอามา 40,000 บาท มาเช่าบู๊ธ นำแบรนด์เสื้อผ้าและรองเท้าดังที่กำลังจะโละสต๊อกมาวางขาย ยุคนั้นย
ผู้ประกอบการควรรู้ไว้ ! เทรนด์ค้าปลีก 2020 ไฮเทค-ทันใจ-ใส่ใจโซเชียล ธุรกิจค้าปลีก เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เผชิญความท้าทายจากการเข้ามาของเทคโนโลยี ทำให้การซื้อขายสินค้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นอกจากอินเตอร์เน็ต จะทำให้เหล่านักช็อปซื้อขายและชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว ก็ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อของผู้คน และนับวันจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ “แดเนียล นิวแมน” เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเทรนด์ค้าปลีกที่ต้องจับตามองในปี 2563 ซึ่งมีอยู่ 5 เรื่อง เริ่มจาก 1. เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) หรือความจริงเสริม ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับสินค้าตรงๆ เพื่อความมั่นใจแบบเมื่อก่อน “โตโยต้า” เป็นตัวอย่างหนึ่งของบริษัทที่เล็งเห็นบทบาทของ AR โดยได้ตั้งโครงการใหม่ที่เปิดให้ผู้สนใจสามารถชมรถตัวอย่างได้โดยไม่ต้องบิดกุญแจขับจริงๆ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายบริษัทที่นำ AR มาใช้ เช่น ห้าง Target, Lowe รวมไปถึง Amazon อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของสหรัฐ โดยช่วยลดจำนวนสินค้าที่ส่งคืนหลังจากช็อปออนไลน์ มีข้อมูลว่า มูลค่าการค้าออนไลน์น่าจะมีมูลค่าแต
เด็กอเมริกันติดเหา! ปีหนึ่งหลายล้านคน ร้านเสริมสวย “รับสาง” จนรวย สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า “เหา” ดูจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านทุกยุคสมัย และไม่ใช่แค่เมืองไทย หรือประเทศแถบนี้ที่ต้องปวดตับกับปัญหาคันๆ ในสหรัฐ ก็เผชิญกับกองทัพเหาที่บุกจู่โจมถึงหัวเด็กนักเรียนในหลายรัฐ แต่ในทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาส เพราะภารกิจพิชิตเหา ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านเสริมสวย และทำรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเสียด้วย วอลล์สตรีต เจอร์นัล หยิบยกเรื่องราวของร้านเสริมสวยในย่านบรูกลินของนครนิวยอร์กที่ธุรกิจกำลังคึกคัก จากภารกิจกำจัดเหาของพนักงานที่แทบไม่ได้หยุดหย่อน โดยเฉพาะในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงยุ่งสุดๆ ของนักกำจัดเหาทั้งหลาย เหล่านักกำจัดเหาจะใช้ครีมนวดทาลงบนผมของเด็กๆ เพื่อให้มีความลื่น ก่อนจะใช้หวีซี่ถี่ๆ สางเอาตัวเหาและไข่ของพวกมันออกมา บริษัท ไลซ์ บัสเตอร์ส ธุรกิจรับกำจัดเหาโดยเฉพาะที่ “ดัลยา ฮาเรล” ก่อตั้งเมื่อปี 2532 และบริหารงานแบบครอบครัว กำลังปั๊มเงินจากการระบาดอย่างหนักของเจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งจนถึงตอนนี้ ร้านของเธอมีทั้งหมด 8 สาขา ในนิวยอร์ก ฟลอริดา และอิสราเอล เช่
กลัว “จิ้งจก” เพราะหางขาดแล้วยังดิ้นได้ ไม่ใช่เรื่องตลก! จุดเริ่มต้นสินค้าทำเงิน ยามนี้ หากใครที่กำลัง “มีปัญหา” กับบรรดาสัตว์ลิ้นสองแฉก อย่าง จิ้งจก ตุ๊กแก งู จิ้งเหลน ฯลฯ ลองไปทำความรู้จักกับ “สเปรย์สมุนไพร ไล่จิ้งจก” สินค้าแบรนด์ไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ดูหน่อยเป็นไรไป เผื่อว่าชีวิตจะอยู่ง่ายขึ้น คุณปอ–พิพัฒน์ เจียกภาพร อายุสามสิบเศษ เจ้าของผลิตภัณฑ์ สเปรย์สมุนไพร ไล่จิ้งจก แบรนด์ No Gecko (โน เกคโค) ซึ่งวางตลาดได้ระยะหนึ่งแล้ว เล่าความเป็นมาให้ฟัง ย้อนหลังไปเมื่อหลายปีก่อน ชีวิตของเขาต้องประสบกับปัญหาใหญ่ จาก “จิ้งจก” อยู่เป็นกิจวัตร เนื่องจากคนใกล้ตัวทั้งเกลียดทั้งกลัว แค่ได้ยินเสียงร้อง “จุ๊ จุ๊ จุ๊” แม้จะดึกดื่นค่อนคืนแค่ไหน เขาเป็นต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ รื้อม่าน รื้อตู้ รื้อเตียง เพื่อทำการไล่จับเจ้าตัวต้นเสียง บางครั้งเห็นตัวก็ดีไป แต่หลายครั้งหาไม่เจอ ต้องจำใจยอมออกไปนอนนอกห้องอยู่บ่อยๆ เมื่อชีวิตต้องตกอยู่ในภาวะยากลำบากประจำ จึงพยายามค้นหาวิธีแก้ไข เริ่มต้นจากการเสิร์ชข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต พบคำแนะนำหลากหลายในการกำจัดจิ้งจก ให้พ้นไปจากชีวิต อาทิ ใช้ลูกเหม็น ใช้เปล
