Exclusive
ดีเหมือนกัน! แพทย์เวชศาสตร์ เผย ไม่ว่า น้ำอุ่น หรือ น้ำเย็น ก็ดื่มได้ช่วงเป็นหวัด นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ชะลอวัย กล่าวว่า ความเชื่อที่ว่าดื่มน้ำเย็นทำให้เจ็บคอ, ไอหนัก, รักษาหวัดแล้วไม่หายสักที เป็นคำกล่าวที่มีมานาน ซึ่งที่จริงนั้นช่วงเป็นหวัดสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การดื่มน้ำให้พอ ไม่ว่าจะอุ่นหรือเย็นก็ตาม อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่ว่าน้ำอุ่นดีกว่าน้ำเย็นนั้นก็ไม่ผิด ด้วยในทางชะลอวัยนั้น ทุกสิ่งเป็นของดีได้อยู่ที่เราใช้ให้ถูกจังหวะ กล่าวคือ การเกิดหวัดนั้นมาจาก 2 สิ่งหลักๆ คือ เชื้อหวัดและร่างกายของเรา เมื่อสถานะภูมิคุ้มกันเปลี่ยนไปทำให้เกิดการติดเชื้อนำไปสู่อาการหวัดขึ้น อาการที่ทำให้รำคาญซึ่งหลายท่านพบบ่อยคือ เจ็บคอ, ไอ, จาม, มีเสมหะ, ปวดเมื่อยตัวจากอาการของไข้ทำให้หลายคนพยายามหาเทคนิคต่างๆ มาช่วยบรรเทาอาการให้สบายตัวขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการจิบน้ำ ที่อาจเป็นน้ำเปล่าหรือน้ำซุปร้อนๆ ที่รู้สึกว่าซดแล้วสบายโล่งจมูกโล่งคอดี อย่างไรก็ดี นพ.กฤษดา กล่าวว่า มีการศึกษาเรื่องนี้ในทางการแพทย์อย่างจริงจังว่าอุณหภูมิของน้ำที่ให้คนเจ็บคอดื่มนั้นอย่างไหนจึงจะดีกว่ากัน จ
กวยจั๊บ 50 ปี ขายดีตั้งแต่รุ่นพ่อ พ้อ “เดี๋ยวนี้คนไม่ค่อยเดินตลาดกันเแล้ว” ตลาดท่าน้ำนนท์ จังหวัดนนทบุรี นับเป็นย่านการค้าที่คึกคักมาแต่ไหนแต่ไร ปัจจุบันมองไปทางไหน มีร้านค้าน้อยใหญ่มากมายละลานตา แต่วันนี้สิ่งที่เรียก ให้ “ขาจร”อย่างเรา หยุดมองและลองเดินเข้าไปสั่งแบบไม่ลังเล เห็นท่าจะเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำพะโล้ที่โชยมาเตะจมูก กวาดตามองเมนูข้างตู้แล้ว จึงร้องสั่งแบบไม่ลังเล “พิเศษสุดๆ…ชามนึงจ้า” แม่ค้าวัยไม่น่าจะเกินสามสิบ พยักหน้ารับ ก่อนเชิญชวนให้หาที่นั่งรอก่อน ใช้เวลาไม่เกินยี่สิบนาที กวยจั๊บชามโตตามออร์เดอร์ เกลี้ยงชาม หันไปจะจ่ายค่าเสียหาย เห็นเจ้าของร้านอีกท่านหนึ่งซึ่งสูงวัยกว่าคนแรก จึงชวนคุย “กวยจั๊บอร่อย ขายมานานหรือยังคะ” คู่สนทนาท่านเดิมยิ้มกว้าง พร้อมบอกด้วยน้ำเสียงกันเอง ว่าขายมาห้าสิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ สมัยนั้นชามละห้าสิบสตางค์ถึงหนึ่งบาท โดยคุณพ่อของเธอเป็นคนจีน สมัยนั้นลูกค้าประจำส่วนใหญ่เป็นชาวสวนและแม่ค้าทุเรียน พอขึ้นทุเรียนจากเรือมาตรงท่าน้ำนนท์ ก็จะกระเดียดกระจาดมาขายทุเรียนแถวตลาด พอขายหมดก็พากันแวะซื้อกับข้าว กินกวยจั๊บกัน
ทำง่าย กำไรดี ฝีมือไม่ต้องมาก “ข้าวไข่เจียว” ขายได้วันเป็นร้อยๆจาน ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลส่งท้ายปลายปี หลายคนอาจถือโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวรับอากาศเย็นๆ ที่ต่างจังหวัด สถานที่ยอดนิยมของหลายคน อาจมี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมอยู่ด้วยเป็นแน่ และด้วยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมาก เป็นธรรมดาที่ตามจุด “เช็กอิน” สำคัญๆ จะมีผู้คนไปรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก อย่าง ผาตรอมใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจุดชมวิวเขาเขียว ซึ่งตั้งอยู่เลยทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาเดียวดาย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไปเล็กน้อย บริเวณกิโลเมตรที่ 10 ตรงทางเข้าศูนย์เรดาร์ของกองทัพอากาศ ผาตรอมใจ นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ สำหรับคนมาท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เนื่องจากสามารถมองออกไปทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดตา แบบพาโนรามา เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามด้านจังหวัดปราจีนบุรี และด้วยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ หลังชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผาเดียวดาย กันเรียบร้อยแล้ว ก็จะบ่ายหน้าไปชมวิวสวยๆ กันที่ผาตรอมใจ ต่อ ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาอาหารเช้าพอดี ทำให้ผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว ตั้งมุมขายอาหารเล็กๆ ให้ชื่อว่า “ไข่เจียวห้อยขา” “ขายดี…มั้ยพี่” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เ
สุขใจ ไม่ต้องหลบซ่อน! “อดีตผู้ต้องขัง” ยึดอาชีพสุจริต เป็น “ผู้ช่วยเชฟ” ชีวิตคนเราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ไม่ว่าจะเคยผ่านความเลวร้ายมาสักแค่ไหน ขอเพียงเก็บความทุกข์ที่ผ่านมา เป็นบทเรียน สร้างพลังฮึดสู้ต่อไป เฉกเช่น คุณลิง-ไพรัตน์ ธรรมเกสร อายุ 34 ปี อดีตผู้ต้องขัง คดียาเสพติดที่ถูกจองจำเมื่อราวเจ็ดปีที่แล้ว คุณลิง เล่าชีวิตที่ผ่านมาด้วยน้ำเสียงเจือทุกข์ให้ฟัง ตนใช้ชีวิตตามยถากรรมกับน้องเพียงลำพัง หลังพ่อแม่เสียไปเมื่ออายุ 10 ขวบ ไร้ที่พึ่ง ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ไม่มีเป้าหมาย ทำงานรับจ้างหาเลี้ยงชีพไปวัน ๆ เท่านั้น สังคมที่อาศัยอยู่ ก็พัวพันกับยาเสพติด จึงค้ายาร่วมกับแฟน เพราะคิดว่าเป็นงานสบาย ทำง่าย ๆ ก็ได้เงิน แต่เมื่อโดนจับ จึงได้รู้ว่าความทุกข์ระทมเป็นอย่างไร “ตอนถูกจับเข้าคุก ผมทุกข์ใจมาก เพราะทำให้ครอบครัวผิดหวัง สงสารน้อง ที่ต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพราะขาดคนหารายได้ไปอีกหนึ่งแรง รู้สึกว่าตัวเองสร้างภาระหนักให้น้อง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตั้งใจว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก และจะสร้างชีวิตใหม่ให้ดีกว่าเดิม” เจ้าของเรื่องราว บอกอย่างนั้น ก่อนเล่าต่อว่า ชีวิตของตนเปลี่ยนไปหลั
“โอกาส” โครงการหางานให้ผู้พ้นโทษ ของสองสาวใจดี ที่เห็นคุณค่าของคนกลับใจ จากกระแสข่าว นักโทษรายหนึ่งพ้นโทษและได้ก่อคดีอุกฉกกรจ์ซ้ำ จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงประเด็นที่ว่า สมควรแล้วหรือที่จะให้โอกาสคนเหล่านี้ได้เริ่มใหม่? เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอประเด็น โครงการหางานให้ผู้พ้นโทษ ไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ดังนี้ โอกาส – “คุก” ห้องขังที่ไม่ว่าใครที่เข้าไปอยู่ แม้เพียงชั่วคราวแต่ก็มีภาพลบติดตัวว่าเป็นคนไม่ดี แม้จะกลับตัวกลับใจ ทำตัวดีจนได้โอกาสพ้นโทษออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ข้างนอก แต่คนเหล่านี้ กลับไม่ได้รับโอกาสแท้จริง เช่นว่า ไปสมัครงาน มีใบบริสุทธิ์ บริษัทนั้นอาจจะบอกว่าเดี๋ยวติดต่อกลับไป แต่ในความเป็นจริง สังคมไทยยังไม่ได้ให้โอกาสคนเหล่านี้เท่าใดนัก ทำให้พวกเขาบางส่วนหันกลับไปเดินในเส้นทางผิดเส้นทางเดิม คุณหมี-สมิหรา ทันต์เจริญกิจ และ คุณหญิง-ปทุมรัตน์ อินทรพงษ์ 2 สาวผู้ดำเนินงานโครงการ “โอกาส” โครงการกิจการเพื่อสังคม ที่คอย “หางาน” ให้อดีตผู้ต้องขังซึ่งพ้นโทษออกมาแล้ว โดยทั้ง 2 ท่าน ได้เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า คุณหมีทำงานอยู่ในแวดวงสื่
เจ้าของรีสอร์ตดัง ยอมรับมีความกังวล ที่ต้องรับ “คนเคยต้องโทษ”เข้าทำงาน “โครงการกำลังใจ” ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จัดตั้งขึ้นเพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการโอกาสในสังคมไทย เนื่องด้วยทรงดำริว่า ทุกคนในสังคมจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขก็ต่อเมื่อรู้จักรักษาสิทธิของตน โดยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น กระบวนการยุติธรรม นับเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนเคารพสิทธิของผู้อื่น ซึ่งเมื่อกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนถึงที่สุดแล้ว ผู้ที่ได้รับผลทุกฝ่ายในสังคมก็น่าที่จะได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง “โอ๋ –ผดุงศักดิ์ สามัญเมือง” ชายวัยสี่สิบพื้นเพเป็นชาวชุมพร คือ อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด ถูกศาลตัดสินจำคุก 12 ปี แต่ไม่เคยต้องคดีมาก่อน เมื่อรับสารภาพจึงได้รับการลดโทษเหลือจำคุก 6 ปี และก่อนที่จะพ้นโทษ ออกมา เขาสมัครและได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมอบรมใน “โครงการกำลังใจ” ได้เรียนรู้วิชาการทำเกษตรและทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง โอ๋ เล่าว่า ใช้เวลาอบรมในโครงการกำลังใจ นาน 9 เดือน ได้เรียนกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตร แม่โจ้ จนมีความรู้ สามารถเป็นวิทยากรอบรม
“คนแพ็กหนังสือ” อาชีพตั้งต้นชีวิตใหม่ ของอดีตผู้ต้องขังหญิง วัย 41 จากกรณีข่าว นักโทษรายหนึ่งพ้นโทษและได้ก่อคดีอุกฉกกรจ์ซ้ำ จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงประเด็นที่ว่า สมควรแล้วหรือที่จะให้โอกาสคนเหล่านี้ได้เริ่มใหม่? พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาชี้แจงว่า ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์มีนักโทษในความรับผิดชอบกว่า 370,000 รายทั่วประเทศ จึงมีทั้งนักโทษชั้นดีและเลวปะปนกันไป ซึ่งจำนวนนักโทษมีมากเกินกว่าที่เรือนจำสามารถรองรับได้ ส่งผลให้เกิดสภาวะไม่เอื้ออำนวยต่อการปรับปรุง ทำให้เกิดกรณีเมื่อพ้นโทษแล้วออกมาทำผิดซ้ำ ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ได้เร่งทบทวนและเพิ่มมาตรการป้องกัน จึงวอนให้ประชาชนอย่าเหมารวมหรือปิดโอกาสของผู้พ้นโทษในการกลับตัวเป็นคนดีของสังคม โดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอประเด็น “คนแพ็กหนังสือ” อาชีพตั้งต้นชีวิตใหม่ ของอดีตผู้ต้องขังหญิง ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ดังนี้ คนแพ็กหนังสือ – คุณติ๊ก – ธิดารัตน์ ศักดิ์คำดวง ผู้พ้นโทษในโครงการโอกาส วัย 41 ปี ที่ปัจจุบันมีอาชีพเป็น คนแพ็กหนังสือของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ (อ่านเรื่องก่อนหน้าได้ที่นี่
2020 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง จากอนาล็อกสู่ยุคดิจิตอลเต็มตัว ธันวาคม เดือนสุดท้ายของพุทธศักราช 2562 หากว่าตามปีพุทธศักราชเป็นการเปลี่ยนปีจากปีหนึ่งไปอีกปีหนึ่ง ขณะเป็นเดือนสุดท้ายของคริสต์ศักราช 2019 จะขึ้นศักราชใหม่ เป็นคริสต์ศักราช 2020 ซึ่งบรรดานักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยี และนักนวัตกรรมบอกมาสองสามปี โดยเฉพาะปีนี้ ว่า คริสต์ศักราช 2020 เป็นคริสต์ศักราชแห่งการเปลี่ยนแปลงจากยุคอนาล็อก เข้าสู่ยุคดิจิตอลเต็มตัว การเปลี่ยนโลกสู่ยุคดิจิตอล คือการเข้าสู่ยุค AI-Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ทุกอาชีพทดแทนด้วยคอมพิวเตอร์อัจฉริยะและหุ่นยนต์ พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ บอกถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ส่งผลต่อมนุษยชาติ โดยจะมีบทบาทและมีผลกระทบที่ชัดเจนในทุกมิตินับจากนี้ไป และจะทำให้เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของโลกเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้แต่ในวงการแพทย์ ที่ ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เคยบอกว่า ฐานข้อมูลออนไลน์ชื่อ เมดไลน์ (Medline) ได้รวบรวมวารสารทางการแพทย์กว่า 5,600 เรื่อง แต่ละเรื่องมีงานวิจัยตีพิมพ์นับร้อย ซึ่งคงไม่มีใครอ่านได้หมด แต่ AI กลับสามาร
เทรนด์ “รักษ์โลก” มาแรง! โอกาสเป็น “เศรษฐี” ของเอสเอ็มอีมาถึงแล้ว ต้องยอมรับว่าเทรนด์ของการรักษาสิ่งแวดล้อมมาแรงมากๆ ในปีสองปีผ่านมา ทั้งยังทำท่าว่าจะมาแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเท่าที่ดูจากหลายๆ องค์กรที่ทำธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจอื่นๆ ต่างช่วยกันรณรงค์ในการลดละเลิกในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกกันมากขึ้น บางองค์กรประกาศเป็นนโยบายของบริษัทเลย ขณะที่อีกหลายๆ องค์กรก็พยายามกระโดดเข้ามาเล่นในแคมเปญนี้ เพราะมองเห็นแล้วว่าปัญหาขยะพลาสติกส่งผลต่อโลกใบนี้จริงๆ ใครไม่สนใจอาจตกขบวนได้ ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นแทบทุกหน่วยงานของภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ห้างค้าปลีก และแม้แต่ร้านกาแฟแบรนด์ดังๆ ต่างช่วยกันลดละเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกทุกชนิดให้กับลูกค้า ด้วยการถามว่า…จะรับถุง หลอด แก้วพลาสติกไหมคะ สำคัญไปกว่านั้น เร็วๆ นี้ภาครัฐจะเชื้อเชิญห้างโมเดิร์นเทรดใหญ่ๆ ประมาณ 9 หน่วยงานมาช่วยกันรณรงค์ในเรื่องนี้ด้วย โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่คาดว่าห้างโมเดิร์นเทรดเหล่านั้นน่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่คือการลดหย่อนภาษีให้กับทุกๆ หน่วยงานที่ไม่ใช้พลาสติกสูงถึง 125 เปอร์เซ็นต์ ผมว่าเป็นเรื่องดีทีเดียว เพราะน
“แมนนิ่ง” ตลาดใหญ่สุดในศรีลังกา สุดแออัด พ่อค้า-แม่ขาย จำใจย้ายทำเล เคยพาไปเดินตลาดแมนนิ่ง ที่โคลัมโบ เมืองหลวงทางเศรษฐกิจของศรีลังกามาแล้ว จำได้ว่าเคยบอกว่าตลาดนี้กำลังจะต้องย้ายไปที่ใหม่ เพราะสถานที่เดิมพื้นที่ราว 7 ไร่กลางกรุงโคลัมโบนั้น ไม่เหมาะอีกต่อไป เพราะแออัด มีปัญหาการจราจรและการรักษาความสะอาด ที่จอดรถก็ไม่มี คนเลยไม่ค่อยมาจับจ่ายซื้อหาทั้งที่เป็นตลาดใหญ่สุดของประเทศ เรื่องย้ายตลาดสดใหญ่ออกจากเมืองหลวงนี่ มีในหลายประเทศ ญี่ปุ่นก็ย้ายตลาดปลาซึกิจิ ออกไปจากที่ตั้งเดิมซึ่งอยู่ไม่ไกลย่านชินจูกุ ย้ายออกไปเมืองชิบะนู่นเลยทีเดียว ด้วยเหตุผลเดียวกัน วันที่เขารื้อตลาดซึกิจินั่น ข่าวว่าหนูนับร้อยนับพันตัววิ่งกันพล่าน ขนาดว่าเมืองสะอาดอย่างญี่ปุ่นนะ ตลาดแมนนิ่ง ของศรีลังกามีปัญหาเดียวกัน เสียแต่ว่าแผนการย้ายตลาดแมนนิ่งนั้นเลื่อนแล้วเลื่อนอีก รัฐบาลศรีลังกาหลายรัฐบาลสัญญาว่าจะย้ายตลาดนี้ออกไป ที่ดินแปลงใหม่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าใกล้ตลาดปลาที่ย่าน Peliyagoda ก็เตรียมไว้แล้ว แต่ก็เลื่อนเพราะไม่มีงบประมาณบ้าง หรือไม่ก็เพราะรัฐบาลมีเรื่องอื่นต้องทำอีกมาก อันว่า “เรื่องอื่นต้องทำอีกมาก” นี่ ก็น
