Exclusive
“พยาบาล” อาชีพในฝันของสาวๆหลายคน ต้องเตรียมตัวอย่างไร เชื่อว่าสาวๆ หลายคนนั้น มีความฝันอยากใส่ “เครื่องแบบสีขาว” เป็นพยาบาล เพื่อที่จะให้การดูแลรักษา ให้ความช่วยเหลือพ่อแม่ญาติพี่น้องและคนรอบตัว อีกทั้งวิชาชีพพยาบาล ยังเป็นงานที่มีเกียรติได้รับการยอมรับนับถือจากคนทั่วไปอีกด้วย แต่กว่าจะก้าวสู่อาชีพนี้ นางฟ้าชุดขาวต้องผ่านอะไรมาบ้าง วันนี้เราจะพาไปตามติดชีวิตนักเรียนพยาบาลคนนี้กัน น้องฟาร์-ฟาศิรินทร์ ลาภจิตร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ฟาร์ เลือกเรียนพยาบาลที่ม.รังสิต หลังจบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ โดยเหตุผลแรกเลยคือ ชอบวิชาชีพนี้ตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว และคิดถึงเรื่องใกล้ตัวว่าทุกคนจะต้องเจ็บป่วยรวมถึงพ่อแม่คนในครอบครัว หรือคนที่เรารักเช่นกัน ก็เลยคิดว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่จะดูแลพ่อแม่คนในครอบครัวและคนที่เรารักได้ดีที่สุดจึงเลือกเรียนพยาบาล สำหรับจุดเด่นของคณะพยาบาล ที่ม.รังสิต นี้ คือ อุปกรณ์การเรียนการสอน สื่อต่างๆ เทคโนโลยีมีความครบครันและทันสมัยมา รวมทั้งอาจารย์มีความใส่ใจกับการเรียนของนักศึกษา หากเรามีข้อสงสัยในบทเรียน มีคำถาม เมื่อเราส
“ผ้าคลุมผมเจ้าสาว” ไม่ต้องแต่งงานก็ใช้ได้ สินค้าสร้างรายได้ของสาวเจนวาย หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการเป็นเจ้าสาว นอกจากชุดเจ้าสาวแล้ว “เวล” หรือผ้าคลุมผมเจ้าสาวยังเป็นพร็อปสำคัญ ที่จะมาช่วยเติมเต็มให้เจ้าสาวสวยเด่นที่สุดในงาน โดยการสวมเวลนั้นเป็นประเพณีโบราณของชาวตะวันตก ซึ่งมีวัฒนธรรมเช่นนี้มามากกว่าร้อยปีแล้ว คุณหญิง-ภัคจิรา ศรีมูล คือน้องใหม่แห่งวงการดีไซเนอร์ เธอคนนี้โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เรียนจบจากคณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต ขณะศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 เคยได้รับโอกาสเป็นดีไซเนอร์ประจำร้านชุดแต่งงาน Mirror Mirror และได้รับตำแหน่งสำคัญในปี 2561 เป็นครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ และดีไซเนอร์ ที่ร้านชุดแต่งงาน Veronika by VP ก่อนหันมาสร้าง “Phachas (ภาฉาส)” แบรนด์ผ้าคลุมผมเจ้าสาว ธุรกิจแรกของชีวิตในวัยเพียง 24 ปี “ตลอดการทำงานที่ผ่านมาทำให้รู้ว่า ธุรกิจเวดดิ้งไม่ได้มีแค่ชุดแต่งงานเท่านั้นที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่ยังมีโปรดักต์อย่างอื่นที่น่าสนใจ เช่น เวลเจ้าสาว ตอนแรกคิดทำเสื้อผ้าผู้หญิงสำเร็จรูป แต่คิดว่ายังสนุกได้ไม่เต็มที่ เลยเลือกที่จะไม่ทำ ต่างกับธุรกิจเวดดิ้ง เราสามารถใส่เทค
เปลี่ยน “ถุงข้าวสาร” ให้เป็นกระเป๋าใบเก๋ ใช้งานได้จริง ไม่หนัก ทำขายได้ราคา ถุง Upcycled – ปัจจุบันที่ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของภาวะโลกร้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้เริ่มมีการรณรงค์ลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่รับถุงเมื่อซื้อสินค้าน้อยชิ้นของร้าน ประเทศไทยเองก็เริ่มมีการรณรงค์ลดการใช้พลาสติกให้เห็นกันมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการรวมไปถึงเหล่าคนหัวใส คิดทำสิ่งของทดแทนขึ้นมาใช้กันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นถุงผ้าต่างๆ รวมไปถึง ถุงกระสอบประเภทต่างๆ ที่นำมาต่อยอดแปรรูปให้เป็นกระเป๋าน่าใช้ คุณเอ้ – อาทิมา ภักดีวุฒิ เป็นอีกคนหนึ่ง ที่มีไอเดียและหยิบเอาของเหลือใช้อย่าง ถุงกระสอบ มาแปรรูปให้ใช้งานได้หลากหลาย โดยเธอเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เธอเปิดขายของเล่นเด็กอยู่ในศูนย์อาหารไปรษณีย์ไทย สาขาเซ็นทรัลแจ้งฯ และเป็นฟรีแลนซ์ ทำเกี่ยวกับการออกแบบงานกราฟิก ด้วยกระแสรักษ์โลกที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนประมาณปีที่แล้ว ทางไปรษณีย์มีการรณรงค์ให้ลดการใช้ถุงพลาสติก ประกอบกับเธอได้ไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนาม ก็ได้เห็นว่าที่นั่นมีการนำถุงกระสอบต่างๆ มาท
“แกงกะหรี่” ไม่ใช่ “แกงโสเภณี” เป็นแค่คำพ้อง และมีที่มาคนละทิศละทางกัน ด้วยเหตุที่เป็นคำพ้อง พอพูดถึงแกงกะหรี่ คนไทยต้องพานไปคิดถึงคำว่า “กะหรี่” ที่เข้าใจกันดีว่าหมายถึง “โสเภณี” ทั้งๆ ที่ศัพท์สองคำนี้มีที่มาคนละทางกัน อาจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิตเสนอไว้ “กะหรี่” แผลงมาจาก “ช็อกกะรี” ของภาษาฮินดี แผลงมาจาก “โฉกกฬี” (Chokari) อีกทีแปลว่าเด็กผู้หญิง ส่วนเด็กผู้ชายเรียกว่า “ช็อกกะรา” หรือ “โฉกกฬา” (Chokara) คนที่เคยไปอินเดียมาเขาบอกว่าศัพท์สองคำนี้มีนัยหมายถึงเด็กจรจัด ไทยเรารับคำอินเดียมาเยอะ คงจะเรียกเด็กผู้หญิงที่ทำอาชีพนี้ตามแขกว่า “ช็อกกะรี” ค่อยกร่อนคำตามนิสัยคนไทยเหลือสั้นๆว่า “กะรี” จนออกเสียงให้สะเด็ดเผ็ดมันขึ้นว่า “กะหรี่” ทีนี้มันดันไปพ้องกับคำว่า “กะหรี่” ที่ไทยถอดศัพท์มาจาก “Kari” ของแขกหมายถึง แกงเผ็ดทุกชนิดที่ใส่เครื่องเทศ เช่น ขมิ้น กระวาน อบเชย กานพลู ซึ่งอังกฤษครองเมืองแขกอยู่นานถึง 89 ปี ระหว่างปี ค.ศ. 1858-1947 เลยรับของแขกๆ ไปหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือคำเรียกแกงเผ็ด จากคำว่า Kari ฝรั่งออกเสียงเป็น เคอรี่ (Curry) ไทยเรา รับวัฒนธรรมการกินจากแขกมาเช่นกัน เครื่องแก
คงความอร่อยกว่า 20 ปี “กวยจั๊บน้ำข้นเมืองนนท์” เมนูทรงโปรดของทูลกระหม่อม กวยจั๊บน้ำข้น – หลังจากตามรอยไปทานน้ำตาลสดที่ตลาดนัดตอนเช้ากระทรวงสาธารณสุข มาเมื่อครั้งก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขออาสาพาไปทานอีกหนึ่งเมนูประจำของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่เมื่อพระองค์ทรงพระดำเนินเล่นตลาดทีไรมักจะแวะเสวยเสมอๆ เมื่อเดินเข้าไปได้ถึงกลางตลาด ที่สะดุดตาเห็นจะเป็นแถวคิวที่ยาวเหยียด ที่ต่างก็มารอซื้อกวยจั๊บของป้าเล็ก–อนันต์ ใจแสน วัย 57 ปี เจ้าของร้านกวยจั๊บเมืองนนท์ ที่ขะมักเขม้นทำออร์เดอร์อยู่หน้าหม้อซุป ป้าเล็กให้สัมภาษณ์ว่า เธอยึดอาชีพขายกวยจั๊บมาได้ 20 กว่าปี เดิมทีเธอขายก๋วยเตี๋ยวมาก่อน ก่อนจะหันไปเปิดร้านขายอาหารตามสั่งในโรงพยาบาล ขายได้ไม่กี่ปีก็ขายกิจการ เพราะค่าเช่าที่สูง จึงหันมาขายกวยจั๊บแทน “เมื่อก่อนก็ขายก๋วยเตี๋ยว กวยจั๊บ ก่อนไปทำอาหารตามสั่งที่โรงพยาบาล พอเลิกกิจการที่โรงพยาบาลก็กลับมาขายกวยจั๊บแทน เพราะป้าก็มีสูตรอยู่แล้วเป็นสูตรทำเอง รสชาติเข้มข้นใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ” ป้าเล็ก กล่าว ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานในกระทรวง คนที่อาศัยอ
อร่อยรักษ์โลก! ร้านชานมไข่มุก หันใช้แก้วไบโอพลาสติก ย่อยสลายได้ แค่ฝังกลบ ยังเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในไทย สำหรับ ชานมไข่มุก เครื่องดื่มรสชาติหวานมัน กินคู่ไข่มุกหนึบหนับ อร่อยจนต้องซื้อซ้ำ ในบ้านเรามีสาวกชานมไข่มุกจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น แบรนด์ไหนเปิดใหม่เป็นอันต้องแวะไปลอง แม้ราคาสูงแตะหลักร้อยก็ยอมสู้ แต่การเติบโตของธุรกิจชานมไข่มุก ก็นำมาซึ่งขยะมหาศาล เพราะแก้วชานมไข่มุกที่เราใช้ส่วนใหญ่เป็นพลาสติก กว่าจะย่อยสลายได้ต้องใช้เวลายาวนานกว่า 400 ปี ด้วยเหตุผลนี้ นำมาซึ่งการเปิดร้านชานมไข่มุกรักษ์โลก Tmbo (ทมโบะ) สาขาแรกตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใกล้กับประตูเชียงราก สาขาสองตั้งอยู่ในโรงอาหาร SC 2 สังเกตไม่ยาก นักศึกษาแถวนั้นรู้จักเป็นอย่างดี ร้านนี้มี คุณวัชราภรณ์ สุวินย์ชัย เป็นเจ้าของร้าน เธอบอกกับเส้นทางเศรษฐีว่า ตั้งใจเปิดร้านนี้ขึ้นมา เพราะชอบดื่มเครื่องดื่มแทบทุกชนิด “เป็นคนชอบดื่มเครื่องดื่มทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นชานมไข่มุก ช็อกโกแลต นมเย็น แต่ยังไม่มีร้านไหนถูกใจ เลยตั้งใจเปิดร้านนี้ขึ้นมา ตั้งคอนเซ็ปต์ให้เป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร” ร้านนี้
ตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอย! “กิจการร้านค้า” ยุคใหม่…เขาตั้งชื่อกันแบบนี้!? “เราอยู่ในยุคที่ต้องตั้งชื่อกิจการร้านค้า…กันแบบนี้แล้วหรือคะ” เสียงปลายสายโทรศัพท์ เข้ามาปรารภกับกองบรรณาธิการ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ก่อนแนะนำตัวว่าเธอ คือ ผู้ติดตามข่าวสารจากเรามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากพูดคุยกันอยู่ครู่ใหญ่ เธอจึงขอแอดไลน์เพื่อส่งภาพถ่ายร้านขายอาหารประเภท “ยำ” ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมกันอยู่หลายแบรนด์ แต่ร้านต้นตอ ของบทสนทนาครั้งนี้ เป็นร้านที่กำลังจะเปิดใหม่ แถวตลาดนัดกลางคืนชื่อดังย่านเกษตร-นวมินทร์ ก่อนจะพิมพ์ข้อความเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “วันก่อนขับรถผ่านไปแถวนั้นพอดี เห็นเขากำลังขึ้นป้ายใหญ่โต โห…ตกใจเลย แต่ยังแอบคิดในใจ คงไม่ใช่มั้ง อาจมีคำอะไรต่อพ่วงท้าย เขาคงไม่คิดตั้งชื่อร้านแบบนี้หรอก จริงอยู่คำสะกด อาจไม่ตรงอย่างที่เราก็รู้กันอยู่ว่าแปลว่าอะไร แต่อ่านยังไงมันก็แปลว่าไอ้นั่น!!! พอวันรุ่งขึ้น ขับผ่านไปอีก ชัดเลยค่ะ เด่นซะไม่มี เลยอดถ่ายรูปมาฝากไม่ได้ค่ะ” ได้รับมาทั้งภาพและข้อมูล จึงต่อสายสอบถามความเห็นไปยังนักการตลาดอาวุโส อย่าง คุณพลชัย เพชรปลอด เกี่ยวกับปร
ขายดีจนมีคนแอบอ้าง! “สะโบมั้ย” หม่าล่าเงินล้าน ขวัญใจ “สายเผ็ด” “ฮอตฮิต-ติดชาร์ต” ได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง จนได้รับการโหวตมติเป็นเอกฉันท์ ยกให้เป็นกิจการมาแรง สำหรับ “หม่าล่า” สตรีตฟู้ด สายพันธุ์ต่างชาติ ซึ่งแผ่ขยายความนิยมมายังบ้านเรา ราว 4-5 ปีก่อน ว่ากันว่า อาหารเสียบไม้ปิ้งย่าง รสเผ็ดชา ชื่อเรียกแปลกหูดังว่า มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่มณฑลเสฉวน ของจีน ก่อนจะข้ามน้ำข้ามทะเลมา เปิดตัวที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หากความนิยมถึงขั้นขีดสุด เกิดขึ้นเมื่อมีคนนำไปเปิดขายที่จังหวัดเชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งได้รับการกล่าวยกให้เป็น “มหานครแห่งอาหารปิ้งย่าง” “หม่าล่า เป็นอาหารรสชาติแปลกใหม่ แถมยังเหมาะทานเป็นกับแกล้ม จึงไม่แปลกอะไรที่หม่าล่าจะฮิตระเบิดขนาดนี้” ชาวเน็ตท่านหนึ่ง วิเคราะห์ไว้บนกระดานความเห็นบนโลกออนไลน์ ก่อนจะมีความเห็นเสริมในเรื่องเดียวกัน วิเคราะห์ไว้น่าสนใจ “เรื่องฮิตหม่าล่า คิดว่าเป็นเทรนด์มากกว่า บ้านเราฮิตอะไรกันง่าย เดี๋ยวก็ล้มหายตายจากไป ถ้าของใหม่มา” แม้มีหลายเสียงค่อนข้างเห็นคล้อยตาม เกี่ยวกับความคิดข้างต้น ทั้งยังมีหลักฐานปรากฏ เมื่อ พ.ศ. ที่ผ่านมา บรรดา ร้าน “หม
มหาเศรษฐีแลนด์แอนด์เฮาส์ เลือก “ให้” ก่อน “รับ” แบบนี้ เขาเรียก “รวยจริง” หาก “รายได้” คือเป้าหมายของการทำธุรกิจ “กำไร” จึงกลายเป็นผลที่ต้องได้รับ แต่จะมีสักกี่คนเลือกมองข้ามสิ่งนี้ไปก่อน “อนันต์ อัศวโภคิน” คือหนึ่งในผู้คิดต่าง เขาเลือก “ให้ ก่อน รับ” และคำตอบของความคิดแบบนี้ นำมาซึ่งความ “รวย” ทุกครั้งที่ “อนันต์ อัศวโภคิน” บอสใหญ่ของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และธุรกิจในเครือรุกจะทำธุรกิจอะไรเป็นน่าจับตามองทั้งสิ้น เหมือนอย่างสมัยก่อนที่เขาปล่อยแนวคิดบ้านพร้อมอยู่ออกมา ใครๆ ในวงการอสังหาริมทรัพย์ต่างงงกันว่าเขาจะมาไม้ไหน เพราะนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สมัยก่อนเขาจะขายกระดาษเพื่อเอาเงินสดใส่กระเป๋าก่อน แล้วถึงจะเริ่มก่อสร้างโครงการ แต่เขากลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะเขาเชื่อว่าคนที่ซื้อบ้านต้องอยากเห็นบ้าน อยากจับต้องวัสดุ และอยากเห็นของจริงทั้งหมด ก่อนจะตัดสินใจซื้อบ้าน เพราะบ้านราคาไม่ใช่ถูก แถมยังต้องอยู่กันทั้งชีวิต เขาจึงตอบสนองลูกบ้านด้วยการให้ผู้ซื้อ เพียงแค่ยกกระเป๋าเดินทางเข้ามาก็สามารถอยู่ได้เลย จนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ของลูกค้าเมื่อหลายสิบปีก่อน กระทั่งเขามีความคิดในการทำธุรกิจค้าปลีกอส
“หักดิบ” เลิกใช้สารพิษ หันทำสวนทุเรียนอินทรีย์ รายได้ไม่มาก แต่ชีวิตดีขึ้นลิบลับ คุณสมเจตน์ สมวงศ์ วัยเจ็ดสิบ เจ้าของสวนทุเรียน พื้นที่ขนาด 60 ไร่ บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ให้สัมภาษณ์ ถึงความเป็นมาและเป็นไปในอาชีพเลี้ยงครอบครัวว่า สมัยหนุ่มๆ หลังเรียนจบชั้นม.ศ.2 ลาออกจากโรงเรียนมาฝึกวิชาช่างยนต์ ก่อนลงทุนเปิดร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ควบคู่ไปกับการทำนา กระทั่งมาใช้ชีวิตคู่กับคุณเตือนใจ ภรรยา จึงขยับขยายหันมาทำร้านอาหาร ต่อมาปี 2525 ลงทุนทำบังกะโลบนที่ดินของตัวเองย่านหาดละไม ช่วงนั้นยังเป็นหลังคามุงจาก ราคาเช่าคืนละสามสิบบาท พอปี 2528 มีฝรั่งเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นับเป็นปีทองของบังกะโลบนเกาะสมุย ผ่านไปสองปี ราว พ.ศ. 2530 มีเงินเก็บก้อนหนึ่ง จึงนำที่ดินแถวหาดละไม ไปค้ำประกันขอกู้ธนาคาร นำเงินหลายแสนบาท ไปซื้อที่ดินบนเขาราว 60 ไร่ เพื่อทำสวนทุเรียน คุณสมเจตน์ – คุณเตือนใจ สมวงศ์ สองสามีภรรยา เจ้าของเรื่องราว “ช่วงเวลานั้น ทุเรียนบนเกาะสมุย ทำรายได้ดีมาก กำไรดีกว่าค้าของเถื่อนอีก เราจึงพากันไปปลูกทุเรียนบ้าง เพราะอยากได้เงิน เราหลงเงิน” คุณเตือนใจ กล่าวเสริมจริงจัง และว่า
