Exclusive
การออกบู๊ธตามเทศกาลอาหารแต่ละครั้ง แต่ละร้านจะต้องสร้าง “จุดขาย” ให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสร้างแรงดึงดูดลูกค้าให้ทยอยเข้ามาอุดหนุน ไม่ว่าจะด้วยการตกแต่งหน้าร้านให้ดูสวยงามแปลกตา กลิ่นหอมที่โชยออกไปเตะจมูก หรือสีสันตามธรรมชาติที่นำมาจัดเรียงอย่างมีศิลปะ ต่างก็ช่วยกระตุ้นความอยากซื้อได้ทั้งสิ้น อย่างเมื่อวันก่อน ตอน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปสำรวจเทศกาลอาหารทะเลที่จังหวัดสมุทรสาครครั้งล่าสุด พบกับบู๊ธขายอาหารร้านหนึ่ง ซึ่งแค่ชื่อ “ยำไข่ชายกลาง” ก็สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น เลยเข้าไปเก็บข้อมูลเพิ่มเติม มาฝากไว้เผื่อใครจะนำไปปรับใช้เป็นไอเดียดีๆ “ขายอะไรคะพี่” เราเริ่มต้นถาม “ยำสารพัดไข่ อร่อยทุกไข่เลยนะครับ” พ่อค้าวัยกลางคน บอกยิ้มๆ ก่อนชวนคุย บ้านพ่อค้าอยู่ที่ระนอง ไม่มีหน้าร้านประจำ อาศัยออกงานตามอีเว้นต์ต่างๆ และที่ว่า “สารพัดไข่” นั้น มีอะไรบ้าง ได้คำตอบกลับมาจากพ่อค้าท่านเดิม มี ไข่แมงดาทะเล ไข่ปลาริวกิว ไข่ปูม้า ไข่ปลาหมึก ไข่แดงเค็ม ไข่ปลาสลิด และ ไข่เยี่ยวม้า สารพัดสี-โอท็อปของดีจังหวัดสุพรรณฯ โดยทุกไข่จะผ่านการปรุงให้สุกก่อน เมื่อลูกค้าสั่งไข่ชนิดไหน ก็จะตักมาใส่หม้อ ก่อนตวงเคร
หม่าล่า อาหารชนิดนี้ เริ่มแพร่หลายในเมืองไทย โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น ที่นิยมการเดินตลาดนัดเกิดใหม่ยามค่ำคืน ย่อมรู้จักเป็นอย่างดี หม่าล่า เป็นอาหารปิ้งย่างชนิดหนึ่ง บางคนอ่านว่า หมาล่า หรือเรียกกันติดปากว่า หมาล่า แต่จริงๆ มันคือ หม่าล่า (มี ไม้เอก ด้วย) ซึ่งมาจากภาษาจีนแปลว่า เผ็ดชา ซึ่งก็คือ อาหารปิ้งย่างที่มีรสเผ็ดชา นั่นเอง คุณชัชวาลย์ นิจงาม หรือ คุณเติ้ล เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักเป็นพนักงานบริษัท ตำแหน่งช่างภาพ แต่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานมาขายหม่าล่า อยู่ที่ ประชานิเวศน์ 1 โดยมีแฟนสาว เป็นผู้ดำเนินกิจการหลัก และเขาเป็นผู้ช่วย แต่กระบวนการสร้างอาชีพตั้งแต่ต้นจนจบมาจากที่ตัวคุณเติ้ลเอง คุณเติ้ล เล่าว่า เขาก็เป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ที่อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง และต้องการหารายได้เสริม จึงค้าขายออนไลน์มาแล้วนับไม่ถ้วน หรือแม้กระทั่งเคยไปซื้อแฟรนไชส์กาแฟยี่ห้อหนึ่งมา แต่ก็ไปไม่รอด กระทั่งเขามาสะดุดที่ธุรกิจปิ้งย่าง ที่ชื่อว่า หม่าล่า นี้เอง ครั้งแรกที่เขาชิม ก็พอใจในรสชาติ ประกอบกับเป็นอาหารยอดนิยมของวัยรุ่น เขาจึงสนใจที่จะสร้างกิจการจากอาหารชนิดนี้ขึ้นมา นอกจากนี้ อีกเหตุผลหนึ
การกินน้ำปั่นผักผลไม้ 5 สีทุกวัน ช่วย “กู้โลก” ได้ เพราะนอกจากสุขภาพจะดีแล้ว ยังสร้างโลกสีเขียวและสังคมดีๆ ไปพร้อมกัน “ปลูกปั่น” เป็นธุรกิจที่เกิดจากคนป่วยที่หายด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต และกินผักผลไม้ 5 สีทุกวันด้วยการทำเป็นน้ำปั่นจนหาย…กลายเป็นคนสุขภาพดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และคนป่วยคนนั้นดันเป็นนักออกแบบ “ปลูกปั่น” จึงไม่ได้เป็นเพียงร้านน้ำปั่นธรรมดา เหล่านี้ คือ ข้อความแนะนำตัว…ที่จะพาเราไปรู้จัก “ธุรกิจสีเขียว” ที่พร้อมจะเติบโตแบบยั่งยืนควบคู่ไปกับความสุขของทั้งคนทำ คนปั่น และ คนกิน คุณจัง-ศิริลักษณ์ มหาจันทนาภรณ์ หุ้นส่วนคนสำคัญกิจการ “เวลาเย็น” ร้านจำหน่ายจักรยานและอุปกรณ์เสริม ขวัญใจนักปั่นย่านซอยทองหล่อ และเจ้าของธุรกิจ “ปลูกปั่น” ที่เกริ่นไว้ตอนต้น กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เป็นกันเอง เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ เอกนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทำงานเป็นนักออกแบบฟรีแลนซ์ ตั้งแต่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่เป็นคนชอบทำงานหนักและมักให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าค่าตอบแทน ผลงานที่ผ่านมา จ
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในฐานะประธานคณะทำงาน และผู้แทนหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กรมประชาสัมพันธ์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวโครงการ “ปั้นดาว” และเยี่ยมชมกิจการในจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นพื้นที่แรก โดยคาดว่าในปี 2561 จะมีจังหวัดเข้าโครงการนี้ไม่น้อยกว่า 10 จังหวัด คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า โครงการปั้นดาว เป็นการสร้างโอกาสให้วิสาหกิจตั้งแต่ระดับฐานรากหรือธุรกิจชุมชน วิสาหกิจรายย่อย ไปจนถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี โดย สสว. ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง ร่วมดึงความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานเข้ามาช่วยพัฒนาหรือส่งเสริมผู้ประกอบการในหลายมิติ เพื่อให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น ถือเป็นต้นแบบการพัฒนาส่งเสริมแบบบูรณาการ ซึ่งโครงการปั้นดาวจะนำร่
ไม่ได้เป็นแค่แมลงทอดหาบเร่ข้างทางอีกต่อไปแล้ว โดยพบว่าในประเทศไทยเองมีฟาร์มจิ้งหรีดมากถึง 2 หมื่นฟาร์มทั่วประเทศ เพราะปัจจุบันจิ้งหรีดถือเป็นแมลงเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) แนะนำให้ผู้บริโภคทั่วโลกทาน เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ซึ่งจิ้งหรีด 3 ขีด มีปริมาณโปรตีนเท่ากับเนื้อสัตว์ 1 กิโลกรัม ที่สำคัญ ยังมีกรดอะมิโน โอเมก้า ไคตินซึ่งเป็นสารเพื่อความงามอีกด้วย บริษัท โกลบอล บั๊กส์ เอเชีย จำกัด (Global Bugs Asia Co., Ltd.) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ผงโปรตีนจากจิ้งหรีด ภายใต้ชื่อแบรนด์ เอ็นโต พาวเดอร์ (Entopowder) พร้อมเปิดตัวโรงงานผลิตและฟาร์มระบบปิดแบบครบวงจร ทำตั้งแต่การอนุบาลจิ้งหรีดไปจนถึงขั้นตอนการใช้นวัตกรรมเพื่อแปรรูปให้เป็นผงโปรตีน ที่ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คุณกณิศนันท์ ธัญธิติวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท โกลบอล บั๊กส์ เอเชีย จำกัด เล่าให้ฟังว่า กว่าจะมีวันนี้ทำฟาร์มทดลองมาแล้ว 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่การทำฟาร์มแบบระบบเปิดเหมือนทั่วไป แต่พบว่ายังไม่ได้มาตรฐานสากล เนื่องจากต้องส่งออกจึงเพิ่มมาตรฐานให้กับฟาร์มจิ้งหรีดเปลี่ยนเป็นระบบปิด
หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 36 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ว่ากันว่าชุมชนเล็กๆที่มีสมาชิกทุกเกือบ 200 คนแห่งนี้ ได้รับการกล่าวขานและยอมรับในระดับโลก ยกย่องให้เป็นแหล่งผลิตถ้วย-ชาม ลายคราม รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ลายเบญจรงค์ ที่ฝีมือประณีตวิจิตรงดงาม อยู่ในลำดับต้นของประเทศ แถมยังมีรางวัลการันตีจากหน่วยงานต่างๆมากมาย อาทิ หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น , สุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว มาตรฐานระดับสากล , ชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ แม้ปัจจุบันภาพแห่งความสำเร็จดูจะเด่นชัด น่าชื่นใจ แต่กว่าจะมาเป็น “หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี” ในวันนี้ได้ หลายท่านอาจทราบดีว่า…ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย คุณอุไร แตงเอี่ยม ประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ให้ข้อมูลในฐานะผู้บุกเบิกจัดตั้งชุมชนแห่งนี้ ย้อนความทรงจำถึงความเป็นมาให้ฟัง เมื่อครั้งเพิ่งเรียนจบชั้นประถมฯ 4 คุณพ่อ-คุณแม่ เคยมีอาชีพทำไร่ไถนา แต่ฐานะทางบ้านไม่สู้จะดีนัก จึงพากันไปสมัครเป็นคนงานในโรงงานทำชามตราไก่ ชื่อ “เสถียรภาพ” ซึ่งช่วงเวลานั้นจัดว่าใหญ่สุดในย่านอ้อมน้อย
ศูนย์การเรียนรู้ M academy เตรียมเผย “เคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จ “Thai SME to Global Success” ในงาน The Roundtable ครั้งที่ 11 เพื่อสาย SMEs OTOP และ Start Up ไทยโดยเฉพาะ เผยหมดเปลือกวิธีปั้นแบรนด์ให้เกิด ช่องทางเพิ่มยอด วิธีหาตลาดส่งออก และลู่ทางแหล่งเงินทุนช่วยสนับสนุน ถือเป็นงานเสวนาใหญ่ เพื่อ SMEs OTOP และ Startups ในไตรมาสแรกของปี 2018 โดยจะมี 3 ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชนที่พร้อมให้การสนับสนุนวงการ SMEs ไทย ได้แก่ ดร. ธนันท์ อภิวันทนาพร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศและการตลาด สถาบันพัฒนาพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) คุณสรกิจ มั่นบุปผชาติ รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดการตลาดธนาคารไทยพาณิชย์ ทั้ง 3 Big วิทยากรรับเชิญจะมาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนทัศนะพร้อมให้คำแนะนำเด็ด งัดทุกกลเม็ดและวิธีการมาช่วยดัน SMEs และ Start up ไทยให้ไปรุ่ง พร้อมตอบทุกประเด็นทุกข้อสงสัยที่ SMEs และ Start up ควรรู้หรือแนวโน้มเศรษฐกิจและการเตรียมธุรกิจเพื่อนำพาผู้ประกอบการ SME สู่ความสำเร็จในระดับสากล โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นใน
ขึ้นชื่อเป็นพ่อคน-แม่คน ร้อยทั้งร้อย ต้องอยากเห็นลูกของตัวเอง เป็นเด็กดี มีคุณภาพ และหากให้ “แอดวานซ์” ไปกว่านั้น คงหวังให้ไปถึงขั้น ไม่เป็นภาระให้กับสังคม ทั้งยังควรช่วยเหลือผู้อื่นได้ แต่จะว่าไป แค่ “อยาก” อย่างเดียว คงไม่พอ คงต้องลงมือก่อร่างสร้างแบบอย่างที่ดีให้บุตรหลาน ได้เรียนรู้และซึมซับ จนกลายเป็น “จิตสำนึก” ติดตัวของพวกเขาไปจนตลอดด้วย ความปรารถนาดังว่า จึงจะบรรลุผล “ฟาร์มตาเล็ก อยากเป็นทางเลือกให้กับเด็กที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเมือง เดินแต่ห้าง เคร่งเครียดกับการเรียนพิเศษกวดวิชา นั่งหน้าคอมพ์ เล่นเกมอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน ได้ออกมาใช้ชีวิตและสัมผัสกับธรรมชาติกันบ้าง คุณเก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์ เจ้าของกิจการ Farm de Lek (ฟาร์ม เดอ เล็ก) หรือชื่อภาษาไทย ว่า “ฟาร์มตาเล็ก” เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟัง ที่ดินขนาด 44 ไร่ บริเวณคลอง 15 รังสิต-นครนายก ผืนนี้ เป็นของ “คุณตาเล็ก” คุณตาแท้ๆ ของเธอเอง โดยเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ทำเป็นสวนมะม่วงหลากหลายพันธุ์ สามารถส่งขายได้เป็นตันต่อปี ก่อนเปลี่ยนไปปลูกไม้เศรษฐกิจ อย่าง สน และ ยูคาลิปตัส แต่โชคไม่ดีถูกไฟไหม้แทบหมด เหลื
“ตำหลาย” เป็นชื่อของร้านอาหารอีสาน อายุกิจการกว่าสิบปี ทุกวันนี้มีสาขาหลักบริการลูกค้าอยู่ที่โครงการปิ่นทองพลาซ่า ติดกับศูนย์การค้าเมเจอร์ ปิ่นเกล้า และยังมีแฟรนไชส์ขยายไปแล้วหลายสาขา ทั้งแบบสแตนด์อะโลนและรถโมบาย มี คุณเอ๋-ณัฐรดา บุญชุ่ม สาวหน้าใส บุคลิกดี วัยสี่สิบเศษ เป็นเจ้าของ เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี นิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสยาม เคยทำงานมาหลายอย่าง ทั้งเป็นเซลส์ขายยา ขายรถนำเข้า เปิดผับ ฯลฯ กระทั่งเมื่อสิบปีก่อน หวังทำธุรกิจซื้อขายโทรศัพท์มือถือ จึงไปเรียนรู้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งจนทราบว่าทำเลใกล้กับเมเจอร์ ปิ่นเกล้า นี้จะมีตลาดมาเปิดใหม่ ซึ่งก็คือโครงการปิ่นทองพลาซ่าในปัจจุบัน จึงเข้ามาจับจอง แต่โซนยังว่างอยู่อนุญาตให้ขายสินค้าประเภทอาหารเท่านั้น ด้วยความอยากได้ทำเลค้าขาย เลยระบุไปก่อนว่าจะขายอาหารอีสาน ประเภท ส้มตำ ลาบ น้ำตก ทั้งที่ตัวเธอเองไม่มีความชำนาญด้านอาหารประเภทนี้เลย แถมตัวเธอยังมีเชื้อสายจีนไหหลำ จึงเป็นคนไม่ทานส้มตำมาแต่ไหนแต่ไร การเริ่มต้นอาชีพใหม่ครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องน่าหนักใจไม่น้อย “ทำร้านนี้ด้วยความหนักใจ เพราะไม่เคยกินส้มตำ แต่คิดว่าอาหาร
ไส้กรอก เป็นอาหารนานาชาติที่มีกันทุกมุมโลก แต่ละแห่งต่างมีไส้กรอกสูตรของตนเอง ไส้กรอกเป็นการถนอมอาหารและแปรรูปส่วนต่างๆ ของเนื้อสัตว์ให้เกิดประโยชน์ ในอาเซียนเองก็มีไส้กรอกอยู่หลายชนิด ทั้งแบบเปรี้ยวและไม่เปรี้ยว ไส้กรอกอีสานของไทยและลาวนั้นเดิมเรียกว่า “ไส้อั่ว” (ໄສ້ອັ່ວ) คำว่า “อั่ว” ในภาษาไทยลาว แปลว่า “ยัด” สมัยก่อนจึงเรียกว่าไส้อั่วกันทั้งอีสานและเหนือ ไส้กรอกอีสานและลาวจะใส่ข้าวสุกแล้วแขวนผึ่งลมทิ้งไว้ให้เปรี้ยวก่อนที่จะนำไปย่างให้สุก ส่วนไส้อั่วแบบล้านนาและลาวเหนือ เช่น ไส้อั่วหลวงพระบางจะใส่สมุนไพรต่างๆ ลงไปมากและไม่ได้ผ่านกระบวนการหมักให้มีรสเปรี้ยว ไส้กรอกหลวงพระบางไม่ได้รสจัดและมีสมุนไพรมากเท่าไส้อั่วล้านนา ไส้อั่วอีสานนั้น ส่วนผสมไม่ได้มีอะไรมาก หลักๆ คือ หมูบด กระเทียม ข้าวเหนียวนึ่งหรือข้าวสวย และเกลือ ข้าวสุกจะเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ทำให้เกิดรสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังแตกไลน์ไปเป็น “หม่ำ” ซึ่งมีทั้งหม่ำหมู หม่ำวัว การทำหม่ำจะใช้เนื้อล้วนๆ ไม่ติดมันแล้วใส่ตับลงไปด้วยจึงมีรสมันแตกต่างจากไส้กรอกอีสาน นอกจากจะยัดใส่ในไส้หมูแล้วยังยัดใส่ถุงน้ำดีด้วยแบบที่เห็นเป็นลูกกลม แขวนผึ่งลมไว
