Exclusive
กระเป๋าเป้สะพายหลัง เทรนด์ฮิตตลอดกาลของเหล่าวัยรุ่น ด้วยรูปทรงสวยงาม ทะมัดทะแมง ดูแล้วคล่องแคล่ว ใส่ของได้เยอะ เหมาะกับชีวิตประจำวันที่มีแต่ความเร่งรีบ จึงไม่แปลกที่จะมีแบรนด์กระเป๋าสไตล์คล้ายกันเกิดใหม่อีกเพียบ แต่แบรนด์ไหนจะอยู่ได้นานและครองใจวัยรุ่นได้มากกว่านั้น ต้องพิจารณาในหลายๆ ปัจจัยเห็นจะได้ IINKLE BAGS (อินเคิล) แบรนด์กระเป๋าร้านดังในอินสตาแกรมที่วัยรุ่นรู้จักเป็นอย่างดี เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 ภายใต้การออกแบบและผลิตโดย คุณกุ้ง-ดวงกมล ช่วยวัฒนะ วัย 26 ปี จบทางด้านดิจิตอลอาร์ต มหาวิทยาลัยรังสิต และคุณนิ่ม-ภิญญาพัชญ์ ธาระวงค์ วัย 26 ปี ผู้ช่วยคุณกุ้ง จบจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวันที่เราไปสัมภาษณ์ทั้งคุณกุ้งและคุณนิ่มกำลังช่วยกันขายของในงานแสดงสินค้าหน้าห้างมาบุญครอง อินเคิล ชูจุดเด่นทางด้านการผลิตและจำหน่ายกระเป๋าในเรื่องราคาย่อมเยา สามารถซื้อใช้ได้ ตามคอนเซ็ปต์ที่ว่า “The Bags You Can Buy” เน้นสไตล์การออกแบบกระเป๋าที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์และมีสีสันหลากหลายตามยุคตามสมัย เรียกได้ว่าใช้แล้วไม่ตกเทรนด์กันเลย “ขายของออนไลน์รูปสวยอย่างเดียวไม่ได้ สินค้าต
พิษณุโลก เมืองใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เดินทางไปเยือนกันจำนวนไม่น้อย โดยแหล่งสำคัญซึ่งเป็นไฮไลต์ของจังหวัดนี้ เห็นจะเป็นวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาววิหาร หรือที่เรียกกันติดปากทั่วไปกันว่า “วัดใหญ่” มี พระพุทธชินราช เป็นพระประธาน ประดิษฐานอยู่ในวิหารแสนงดงาม เมื่อเป็นโซนที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ละแวกใกล้เคียงวัดสำคัญแห่งนี้ จึงมีอาหารการกินเป็นตัวเลือกละลานตา แต่ถ้าจะเลือกว่าร้านไหนผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด เห็นจะเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยว “ห้อยขา”แถวริมน้ำใกล้วัดใหญ่ เรียกว่าถ้าคนต่างถิ่นแวะมาไหว้หลวงพ่อพุทธชินชราช ต้องไม่พลาดที่จะมาทานก๋วยเตี๋ยวห้อยขา พร้อมกับเก็บภาพเก๋ๆอัพโซเชียลกันแทบทุกราย แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีกระแสดังในโลกออนไลน์ มีการกดไลค์ กดแชร์ กันจนกลายเป็นข่าวออกมาว่า พิษณุโลก ไม่ได้มีแต่ก๋วยเตี๋ยวห้อยขานะ มีร้าน “ก๋วยเตี๋ยวห้อยไข่”แล้วด้วย “ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาหน้าวัดใหญ่ซึ่งโด่งดังมากอยู่แล้ว ไม่น่าจะค้อนผมนะครับ เพราะเป็นคนละแบบกัน ของผมติดถนน หน้าร้านมีสระน้ำเล็กๆ เลยต่อที่นั่งแบบห้อยขาไว้ให้ลูกค้าชมวิวได้บ้าง ขณะที่ก๋วยเตี๋ยวของร้านผมเน้นรสชาติต้มยำและใส่ไข่
คุณเอ้-ณิชชฎา ทัศนัย วัย 34 ปี เจ้าของร้านพวงมาลัย “ภาณุมาศ” เปิดขายออนไลน์ ปัจจุบันมีดารา-เซเลบมาอุดหนุนกันไท่น้อย เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ในอดีตตั้งแต่เรียนมหาวิยาลัยสมัยอยู่ปี 4 เคยฝึกงานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่รู้สึกว่าไม่เหมาะกับงานตรงนั้น หลังเรียนจบมา จึงเลือกทำงานที่ร้านขายพวงมาลัยของครอบครัว ซึ่งแต่ก่อนเคยขายวัตถุดิบร้อยมาลัยทำมา 20 ปีซึ่งพวงมาลัยที่ขายนั้นเหมือนกับร้านทั่วไป มีตั้งแต่ราคา ห้าบาทสิบบาทที่ใช้ไหว้พระ กระทั่งเกิดความคิด อยากมีพวงมาลัยสวยๆ มาขายในร้าน จึงเริ่มฝึกฝีมือโดยอาศัยดูขั้นตอนจากหนังสือต่างๆ ควบคู่ไปกับพื้นฐานที่มีติดตัวมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้วจึงสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว พวงมาลัยในแบบของคุณเอ้ เกิดในยุคที่โซเชียลเริ่มบูม จึงโพสต์รูปขายผ่าน HI5 จนได้ออเดอร์แต่ตลาดยังไม่กว้างเท่าที่ควร ต่อมาจึงเปลี่ยนมาขายในเฟซบุ๊ก พวงมาลัยเริ่มมีมูลค่าเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น เป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจอย่างมาก มีลูกค้าเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งดารา-เซเลบ อย่าง หนูแหม่ม สุริวิภา ใหม่ ดาวิกา แอฟ ทักษอร หรือบางทีก็มีคุณแม่ดารามาช่วยอุดหนุนอีกด้วย ช่วงแรกคุณเอ้ เป็นคนทำพวงมาลัยเองทั้ง
กลุ่มทอผ้าเทศบาลตำบลบ้านเชียง จ.อุดรธานี หรือที่ผู้คนรู้จักกันในชื่อ กลุ่มทอผ้าบ้านเชียง เริ่มต้นมาจากชาวบ้านที่ทอผ้า ย้อมคราม เพื่อสวมใส่กันเองภายในหมู่บ้าน ก่อนจะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นเอกลักษณ์ของชาวบ้านเชียง จนได้กลายมาเป็นสินค้าโอท็อปของหมู่บ้าน และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน คุณสมบัติ มัญญะหงษ์ ที่ปรึกษากลุ่มทอผ้าบ้านเชียง วัย 65 ปี เล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของผ้าทอบ้านเชียงว่า “เดิมชาวบ้านทอผ้าฝ้ายย้อมครามสีพื้น และต่อมาก็มัดหมี่เป็นลายต่างๆ ตามที่จินตนาการได้ หรือดูลายจากหนังสือ ภายหลังได้ลอกลายเขียนสีจากหม้อดินเผาบ้านเชียง ซึ่งเป็นเครื่องใช้ของมนุษย์ในสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ที่ขุดค้นได้ในแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียงมาประยุกต์เป็นลายผ้า ปรากฏว่าความสวยงามและเอกลักษณ์ของลายนี้ ทำให้ผ้าฝ้ายย้อมครามลายบ้านเชียงเป็นที่นิยมขึ้นอย่างกว้างขวาง” ผ้าทอบ้านเชียง เป็นผ้าทอพื้นเมืองที่เป็นมรดกตกทอดกันมา ทางด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะเรื่องของเสื้อผ้าและเครื่องแต่งตัวตามอารยะธรรม ชุมชนไทพวนที่ถักทอเองและตัดเย็บสวมใส่เอง สิ่งสำคัญที่เด่นอยู่จนถึงปัจจุ
คุณเพาพะงา สิทธิคู นิสิต MBA 2015 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin ) เจ้าของธุรกิจอี-คอมเมิร์ส www.fitcrazeth.com เปิดเผยถึงการเปิดเว็บไซต์ดังกล่าว ว่า เน้นไปที่แฟชั่นเสื้อผ้าออกกำลังกายทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์นอก สำหรับความสนใจนั้น เริ่มจาก ตัวเองเป็นคนชอบออกกำลังกายและแฟชั่นอยู่แล้ว นอกจากนี้ปัจจุบันคนจำนมาก ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น เป้าหมายในการเปิดเว็บไซต์ จึงจะเป็นศูนย์รวมแฟชั่นเสื้อผ้าออกกำลังกายหลากหลายทุกประเภทให้มากที่สุด และครอบคลุมลูกค้าได้ทุกวัย รวมทั้งเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้คนที่รักการออกกำลังกาย มีความสุขสนุกกับการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น และเพื่อให้คนทั่วไปหันมาสนใจการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ด้วยแรงบันดาลใจจากการอยากมีสุขภาพดีและยังมีชุดออกกำลังกายที่ถูกใจอีกด้วย คุณเพาพะงา สิทธิคู เจ้าของกิจการ สำหรับการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ส ในครั้งนี้ เธอ ได้นำประสบการณ์ จากการฝึกงานกับบริษัทในเครือของ Rocket Internet ซึ่งเป็นบริษัทอี คอมเมิร์ส ของประเทศเยอรมนี ที่รวบรวมเครื่องสำอางหลากหลายแบรนด์ของทั่วโลก เป็นการฝึกงานที่คุ้มค่ามากๆ
ตลาดซื้อขายสัตว์เลี้ยง ไม่ได้มีเฉพาะตลาดนัดจตุจักร ตลาดนัดสนามหลวง 2 หรือแม้กระทั่งตลาดนัดขายต้นไม้และสัตว์เลี้ยงที่ตั้งอยู่ตามชานเมืองมากมาย ก็ไม่ได้เป็นจุดศูนย์กลางของสัตว์เลี้ยงทุกชนิด เพราะบางชนิดเป็นสัตว์เลี้ยงเฉพาะที่มีความพิเศษ หรือที่เรียกว่า เอ็กโซติก เพ็ด (Exotic Pets) ซึ่งผู้เลี้ยงบางคนเข้าใจผิดว่า เป็นสัตว์ต้องห้าม หรือเลี้ยงแล้วมีความผิด แท้จริงแล้ว เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงที่มีความเฉพาะในตัวของสัตว์เลี้ยงเองเท่านั้น ถึงกับเคยมีผู้กล่าวไว้ ว่า เอ็กโซติก เพ็ด เปรียบเสมือนสัตว์แปลกที่ไม่ใช่สัตว์ป่า ความสวยงามของสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิด ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้เลี้ยง ซึ่งผู้เลี้ยงเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า ความสวยงามของสัตว์เลี้ยงของเขาอยู่ตรงไหน เช่น คุณชฎายุ ใจโลกา หรือ คุณเจมส์ เป็นอีกหนึ่งคนที่เลี้ยงแมงมุมทารันทูลา หรือในประเทศไทย เรียกว่า “บึ้ง” ไว้หลายสิบตัว เพราะกลัวแมงมุม คุณชฎายุ ใจโลกา หรือ คุณเจมส์ อาจมีข้อสงสัย ทำไมกลัวแล้วต้องเลี้ยง คุณชฎายุ บอกว่า ต้องเลี้ยง เพื่อให้หายกลัว เป็นเหตุผลที่น่ารับฟัง จากการนำมาเลี้ยงเพื่อให้หายกลัว ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้ปัจจุบันคุณชฎา
ตามที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดระยอง-จันทบุรี ได้เปิดตัวโครงการ “เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน by PTTGC” เพื่อยกระดับอาหารท้องถิ่นของชุมชนจังหวัดระยอง พร้อมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวตามรอยอาหาร 10 เมนูที่ไม่ควรพลาด โดยได้ร่วมกับเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญเมนูอาหารไทย มาช่วยพัฒนามาตรฐานอาชีพ และสูตรอาหารจานใหม่ ที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่างมีอัตลักษณ์ของชาวระยอง โดยมุ่งหวังให้เป็นหนึ่งในช่องทางการกระจายรายได้ และสร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง ตลอดจนป็นการอนุรักษ์อาหารไทยให้ดำรงอยู่อย่างทรงคุณค่าและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป PTTGC ได้จัดกิจกรรมคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันรอบที่ 2 เพื่อคัด 10 สุดยอดเชฟชาวระยอง ด้วยการชิมอาหารจำนวน 20 เมนูจากผู้เข้าแข่งขัน ที่ได้สร้างสรรค์เมนูอร่อยทั้งคาวและหวาน ซึ่งมีส่วนผสมอย่างน้อย 1 อย่างจาก 19 วัตถุดิบท้องถิ่นของจังหวัดระยองตามกติกา ได้แก่ กะปิหรือน้ำปลา หอยแมลงภู่ ปลาหมึกแห้ง กล้วยน้ำว้า (รสชาติ 3 น้ำ) ปลาเค็มแดดเดียว ทุเรียน เส้นจันท์ แขนงสับปะ
วัสดุจากธรรมชาตินั้นสามารถนำมาสร้างสรรค์ หรือประดิษฐ์เป็นงานศิลปะได้หลายอย่าง มีจุดเด่นที่ความสวยงามแบบธรรมชาติดูแล้วไม่เหมือนใคร ที่สำคัญไม่เป็นอันตราย มีหลายร้านนำวัสดุจากธรรมชาติมาสร้างสรรค์เกิดเป็นธุรกิจ อย่างเช่น ร้านกิฟท์ช็อปแบรนด์ฮูปแต้ม สตูดิโอ ที่จ.สกลนคร มีสินค้าจากธรรมชาติหลายๆ อย่าง ทั้งเสื้อย้อมคราม สมุดทำมือจากกาบกล้วย คุณอำนาจ สุนาพรม อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร เจ้าของร้านฮูปแต้ม สตูดิโอ สกลนคร เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า ตนมีเพื่อนฝูงทำธุรกิจแนวนี้อยู่หลายคนจึงอยากลองทำดูบ้าง ในตอนแรกทำแค่เสื้อสกรีนและของกิฟท์ช็อป ต่อมาได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเป็นดีไซเนอร์เรียนอยู่ประมาณปีกว่าเห็นจะได้ อาจารย์ท่านนี้สอนการทำสมุดซึ่งเป็นสมุดปกกระดาษทั่วไป แต่คุณอำนาจนั้นอยากได้วัสดุแปลกใหม่ หาได้จากธรรมชาติ จึงลองหาในอินเตอร์เน็ตดูว่าพอมีอะไรที่สามารถทำได้บ้าง กระทั่งมาลงตัวที่ กาบกล้วย ร้านฮูปแต้ม สตูดิโอ สกลนคร เปิดมาตั้งแต่ราวปี 2550 ภายในร้านขายสินค้าที่ทำจากธรรมชาติ อย่างเช่น งานเย็บมือ ตุ๊กตาผ้าคราม เสื้อย้อมค
งานศิลปะไม่ใช่แค่งานโชว์ความสวยงามแต่เป็นงานที่แสดงถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์สร้างเม็ดเงินให้กับผู้สร้างได้สมน้ำสมเนื้อ ศิลปะนั้นมีหลายแขนงและเป็นงานที่ไม่ตายตัว ทุกความคิดสามารถออกแบบเป็นงานศิลปะได้หมดหากลงมือทำ เหมือนกับงานปั้นเซรามิคของร้าน Oonutclay (ออนนัทเคลย์) งานปั้นที่เริ่มจากดินธรรมดาจนกลายเป็นรูปทรงต่างๆ เพิ่มลวดลายการ์ตูนน่ารักเจาะตลาดวัยรุ่น ต่อยอดความรู้จากวิชาเรียนในมหาวิทยาลัยจนมีร้านเป็นของตัวเอง คุณอร-สุภัทรา ไพรเกษตรกุล อายุ 24 ปี อดีตพนักงานประจำบริษัทเอกชน และ คุณนัท-ณัฐ ชูยิ่งสกุลทิพย์ อายุ 27 ปี อดีตผู้ช่วยอาจารย์ ทั้งคู่ร่วมกันเปิดร้านเซรามิคทำเป็นงานอาชีพ เพราะมีใจรัก โดยต่อยอดความรู้ด้านสาขาออกแบบเซรามิกที่เรียนมาโดยตรงจากมหาวิทยาลัยบูรพา ช่วยกันปั้น ช่วยกันออกแบบ ลงขายออนไลน์ และจำหน่ายหน้าร้านที่ตลาดซิคาด้า หัวหิน จนถึงวันนี้เปิดมาได้ 2 ปี ภายในร้านมีสินค้าเกือบ 30 แบบ ทั้งแหวน ต่างหู ถ้วย ชาม ฯลฯ คุณอร เล่าว่า ในช่วงแรกเปิดขายออนไลน์ก่อนหลังจากนั้นจึงหาตลาดลง แต่การหาตลาดขายของเกี่ยวกับศิลปะนั้นยากเหลือเกินสุดท้ายไปได้ที่ตลาดซิคาด้า หัวหิน งานเซรามิค
“ข้าวเม่า” เป็นขนมหวานประเภทหนึ่งของคนไทย ที่ทำกินตามช่วงฤดูกาล อันเกิดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของเกษตรกรชาวนาตั้งแต่รุ่นโบราณที่นำข้าวเหนียวที่มีรวงแก่ใกล้จะสุกเก็บเกี่ยวได้ ที่เรียกว่า ข้าวระยะพลับพลึง มาแช่น้ำ คั่ว ตำ แล้วนำมาคลุกมะพร้าว น้ำตาล โรยเกลือ ใช้ทานเป็นขนมหวาน ความจริงแล้วข้าวที่นำมาทำข้าวเม่ามีทั้งข้าวเหนียว ข้าวเจ้า และข้าวเหนียวดำ แล้วที่นิยมมากที่สุดคือข้าวเม่า ข้าวเหนียว ซึ่งยังแบ่งได้เป็น 3 แบบคือ ข้าวฮาง หรือข้าวเม่าอ่อนทำจากเมล็ดข้าวสีเขียวจัด, ข้าวเม่าแบบเขียวอ่อน ทำจากข้าวห่ามที่เปลือกเป็นสีเขียวเข้ม และข้าวเม่าขาวนวล ทำจากข้าวเกือบแก่ เปลือกเขียวอมน้ำตาล การแปรรูปจากข้าวเพื่อเป็นขนมข้าวเม่านั้น คนโบราณดัดแปลงได้หลายวิธี อาจจะทำเป็นข้าวเม่าคลุก ข้าวเม่าบด ข้าวเม่าหมี่ ข้าวเม่าทอด ฯลฯ ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับความต่างกันในวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม หรือส่วนผสมการปรุงของแต่ละภูมิภาคท้องถิ่นไป ที่จังหวัดสุรินทร์ คนที่นั่นส่วนใหญ่ปลูกข้าวหอมมะลิไว้กินและขายเป็นหลัก ส่วนข้าวเหนียวก็นิยมปลูกเอาไว้กินและทำขนม อย่างข้าวเม่าด้วย ซึ่งเดิมมักทำกินในครัวเรือน ต่อมามีการพัฒนามาเป็นอาชี
