Exclusive
หากถามคนชอบสังสรรค์ .. สิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานปาร์ตี้คืออะไร หลายท่านคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” “ค็อกเทล -Cocktail” หนึ่งในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสายสังสรรค์ มีรสชาติ สีสัน แตกต่างกันไป และที่ผ่านมา เรามักเห็นเครื่องดื่มค็อกเทล วางขายอยู่ในร้านเหล้า ผับบาร์ ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่วันนี้ “High Cocktail (ไฮ ค็อกเทล)” ฉีกกฎเรื่องสถานที่ มาวางขายแหล่งตลาดนัดวัยรุ่น แหวกแนวค็อกเทลธรรมดาๆ ผุดไอเดีย ค็อกเทลอวกาศ หรือ กาแล็คซี่ค็อกเทล ผิวมันเงา สีสันสะดุดตา เมื่อยิงแฟลชมือถือใส่ค็อกเทลจะส่องแสงระยิบระยับ พร้อมปรากฏลวดลายคล้ายเรากำลังท่องโลกอวกาศอยู่ น่าตื่นเต้น น่าสนุก สมกับชื่อ “ค็อกเทลอวกาศ” จริงๆ ก่อนจะมารู้จักค็อกเทลอวกาศ ขอแนะนำเจ้าของไอเดียก่อนว่า คุณซัน-กิตติธัช ขาวขำ หนุ่มวัย 24 ปี ดีกรีบัณฑิตสาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยอัชสัมชัญ(เอแบค) เล่าว่า ก่อนจะหันมาจับธุรกิจส่วนตัว เคยทำงานตรงตามสายเรียนมาก่อน อย่าง พนักงานฝ่ายขายคอนโด พนักงานฝ่ายขายและการตลาด ทำได้ไม่กี่เดือน ตัดสินใจไปช่วยธุรกิจรีสอร์ทของครอบครัวที่เชียงใหม่ ระหว่างนั้น ต้องการหารายได้เพิ่มเติมให้รีสอร์ท จึงลงทำม
จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว สำหรับแคมเปญ “แข่งกิน 5 นาทีทรมาน” ของร้านก๋วยเตี๋ยวอินดี้ ขวัญใจนักกินสายฮาร์ดคอร์ อย่าง บะหมี่จอมพลัง เกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องนี้ มี คุณณะ จงเจริญ อายุ 56 ปี คุณพ่อของคุณแนน-อรอมล จงเจริญ หนึ่งในหุ้นส่วนคนสำคัญของกิจการบะหมี่เจ้าดัง มาแจกแจงให้ฟัง กติกา 5 นาทีทรมาน ปีนี้โหดกว่าทุกปี แค่กินเยอะไม่พอ แต่ “พวก”ต้องเยอะด้วย และไม่ว่าคุณเป็นมือใหม่ หรือ มือโปร ก็แข่งได้แน่นอน “บะหมี่ที่จะนำมาใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ จะเสิร์ฟมาในจานขนาดสั่งทำพิเศษ เส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่า 100 เซนติเมตร เครื่องทั้งหมดประกอบด้วย เส้นบะหมี่ บร็อกเคอรี่ ไก่ม้วน หมูม้วน ปูจ๋า เครื่องต้มยำทะเล หอยแมลงภู่ ไข่ต้ม และลูกชิ้นยักษ์ น้ำหนักชั่งรวมทั้งจานประมาณ 35 กิโลกรัม”คุณณะ เผย ก่อนบอกต่อว่า สำหรับจำนวนผู้ที่ต้องการเข้าแข่งขันในปีนี้ หนึ่งทีมจะมีกี่คนก็ได้ เรียกว่ายิ่งเยอะยิ่งมีโอกาส และหากกินหมดได้ภายใน 5 นาที รับไปเลยรางวัลที่ 1 เงินสด 5 หมื่นบาท กินหมดภายใน 6 นาที รับไปเลยรางวัลที่ 2 เงินสด 2 หมื่นบาท กินหมดภายใน 7 นาที รับไปเลยรางวัลที่ 3 เงินสด 1 หมื่นบาท กินหมดภายใน 10 นาที รับรา
เนื่องจากในชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพต่างๆ บางครั้งก็มีความจำเป็นต้องเปิดฝาถังน้ำมัน ถังสี หรือแม้แต่ถังเปล่าๆ ขนาด 200 ลิตร เพื่อมาใส่น้ำ หรือสิ่งของอย่างอื่นซึ่งเป็นเรื่องลำบากมาก วิธีการเปิดทั่วไปมีหลายวิธี เช่น ใช้ไขขวงตอกไปเรื่อยๆ เป็นวิธีที่ค่อนข้างยากลำบากและอาจเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะบางถังที่บรรจุสารต่างๆ ที่มีในท้องตลาดหรือในโรงงานอุตสาหกรรม การบรรจุระมัดระวัง อีกทั้งต้องปิดฝาอย่างแน่นหนาและแข็งแรง เพื่อป้องกันปัญหาการรั่วไหลของสารหรือของเหลวภายในจะก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา ฝาถังบางชนิดก็แน่นมาก หรือเปิดออกก็ต้องใช้เครื่องทุ่นแรง ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้งาน หากเปิดไม่ถูกวิธีอาจจะก่อให้เกิดอันตรายบาดเจ็บ หรือทำให้ถังเสียหาย หรือหากเป็นถังเปล่า บางท่านก็ใช้ใบเลื่อยตัดเหล็กหรือใบเลื่อยสายพานสำหรับตัดเหล็กก็ต้องใช้เวลาในการทำ ต้องเป็นผู้ที่ชำนาญในการใช้เครื่องมือ หรือถ้าเป็นถังสีก็อาจจะใช้ด้ามเปิดกระป๋องตัว C ปัญหาเหล่านี้มีทางแก้ คณะนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด อาชีวศึกษาจังหวัดระยอง ซึ่งมี คุณพลากร อิสระพัฒนะพงศ์ คุณสวิตต์ รอดวิหก คุณกิตติ สุขสวัสดิ์ คุณอำนาจ ราชวงษ์ คุณ
ว่าไปแล้วเป็นเรื่องปกติที่ผู้คนมักชอบไปเที่ยวต่างจังหวัดตอนปลายฝนต้นหนาว หลายคนไม่ชอบไปเที่ยวตอนหน้าฝน แต่ในความเป็นจริงการไปสัมผัสสถานที่ต่างๆ ในหน้าฝนก็ให้ความรู้สึกไปอีกแบบ โดยเฉพาะการไปในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้งหลาย อย่างเช่นในป่าดงพงไพร หรือสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร มองไปที่ไหนก็เห็นแต่ความเขียวขจี ให้ความรู้สึกสดชื่นตลอดเวลา แม้บางช่วงบางตอนจะมีฝนโปรยปรายมาบ้างก็ตาม อย่างเมื่อไม่นานมานี้ “คุณสมฤดี จิตรจง” ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ดูแลพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด ได้เชิญนักข่าวจากส่วนกลางกลุ่มหนึ่งไปร่วมโครงการ “เที่ยวอีสาน ยามฝนพรำ” โดยเลือกเส้นทางปากช่อง-เขาใหญ่ ซึ่งทาง ททท.อีสาน ต้องการจะโปรโมตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและท่องเที่ยวเชิงเกษตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมเข้ากับเทรนด์การท่องเที่ยวของคนในยุคนี้ที่หันมาเอาใจใส่ดูแลสุขภาพกันมากขึ้น จากวิกฤตเปลี่ยนเป็นโอกาสเปิดขายสินค้าโอท็อปด้วย จุดหนึ่งที่ไปเยี่ยมชมกันคือ “สนผักปากช่อง” ของ คุณเสก-ชยพล กลมกล่อม ในตำบลคลองม่วง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นฟาร์
พอเริ่มต้นเข้าเดือนมีนาคมมาเท่านั้น ก็รู้สึกได้เลยว่าอากาศร้อนที่บ้านเมืองเราช่างร้อนระอุจริงๆ อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งได้ คนอย่างเราๆ จึงต้องหาวิธีดับร้อน ดับกระหาย จากสภาพอากาศแบบนี้กันไป เรื่องของเรื่องในวันหยุดนี้ ก็เพราะมันเริ่มต้นจากวันหยุดสุดสัปดาห์นี่แหละ จึงนัดกับน้าสาวว่าจะไปหาที่บ้าน แถวอ้อมใหญ่ โดยนัดกันในครั้งนี้คือมีภารกิจว่าจะทำเมนูสุดฮิตประจำบ้านของเรา นั่นคือ เมนูน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่น จึงนัดกันว่าจะไปทำเมนูดับร้อน เมนูนี้ที่บ้านแกเสียหน่อย น้ายาย หรือคุณบรรยาย บัวดี มีชีวิตปกติวันจันทร์-เสาร์ ทำงานประจำ พอวันหยุดคือวันอาทิตย์ ซึ่งมีเวลาว่าง ก็จะมาปั่นน้ำสตรอว์เบอร์รี่ขาย โดยเล่าว่า “วันปกติก็ทำงานประจำ วันอาทิตย์ก็มาปั่นน้ำขาย แถวบ้าน ทำเป็นงานอดิเรก ชวนลูกมาช่วยกันทำ ช่วยกันขาย โดยน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นที่ทำนี้ เป็นสูตรที่ง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้าน จะทำกินเอง เป็นเมนูช่วยดับร้อน คลายกระหาย หรือจะทำขายช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตามหมู่บ้าน ร้านตลาดแถวบ้าน อย่างที่ทำอยู่ ก็ได้ไม่ว่ากัน ถือเป็นรายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ ช่วงวันหยุด” โดยมีของที่ต้องเตร
ช่วงเดือนนี้เข้าหน้าร้อนของประเทศไทยแล้ว อุณหภูมิในอากาศตอนนี้ต้องเรียกได้ว่าสูงขึ้นแล้วสูงขึ้นอีก แพทย์ หรือผู้เชียวชาญ ต่างก็ออกประกาศแจ้งเตือน ให้ประชาชนคนไทยที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หรืองานที่ต้องตากแดดนาน ถ้าเป็นไปได้ก็ให้เลี้ยงหลบแสงดวงอาทิตย์บ้าง อย่าได้ออกไปตากนานเกิน เพราะมีสิทธิ์จะเกิดโรคลมแดดได้ แต่ทั้งนี้ เมืองไทยก็เป็นเมืองร้อน เลี่ยงหรือหลบเป็นครั้งเป็นคราวก็พอไหว แต่อากาศที่อบอ้าวแม้กระทั่งเวลาที่อยู่ในบ้าน หรืออาคารสถานที่นี่คงต้องหาเมนูเย็นมาช่วยให้คลายร้อนกันสักหน่อย ซึ่งเมนูคลายร้อนในช่วงนี้ ก็เห็นที่จะหนีไม่พ้นเมนูอย่างไอศกรีม น้ำหวาน น้ำแข็งไส หรือจะเป็นนำแข็งเกล็ดหิมะ อย่างที่เป็นเมนูยอดนิยมกันมาได้สักพัก และได้กลายเป็นเมนูคลายร้อน ชื่นใจ ชื่นชอบของใครหลายคนไปแล้ว พอยิ่งบวกกับอากาศร้อนๆ แบบนี้เข้าไปแล้ว ยิ่งทำให้เมนูเย็นๆ แบบนี้เป็นที่ต้องการเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อนำมาดับร้อน คลายกระหาย กินให้ชื่นใจกันไป คุณศรีสุดา ตาปัน แม่ค้าวัย 39 ปี เจ้าของร้าน “ไอซ์กิโม” ที่ยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพเสริม เล่าว่า ปัจจุบันเธอมีอาชีพหลัก มั่นคง ในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่การเงิน โครงการสารานุก
เป็นอีกหนึ่งกระแสมาแรง และฮิตมากในช่วงนี้ มีผู้คนพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย อย่าง สบู่ระเบิด บาธ บอมบ์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของสาวๆ จึงได้ไปส่องกระแสดังกล่าว ถือเป็นไอเดีย และจุดขายที่ดีไม่น้อย ที่เจ้าของสินค้าดังกล่าวได้นำเสนอจุดเด่นเป็นการอาบน้ำที่ไม่ทำลายธรรมชาติ และนำเสนอสินค้าต่างๆ ของร้าน โดยใช้วัตถุดิบที่มาจากออร์แกนิกทั้งสิ้น ด้วยเพราะทราบว่าเทรนด์ของคนสมัยใหม่ นิยมสินค้าแบบออร์แกนิก ปลอดสารพิษ และดีต่อสุขภาพ LUSH THAILAND เป็นแบรนด์ออร์แกนิกสุดฮิต และมีชื่อเสียงดังมาจากประเทศอังกฤษ ที่เปิดตัวตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม เมื่อปี 2559 ที่สยามเซ็นเตอร์ ในประเทศไทย จนปัจจุบัน แบรนด์นี้เรียกได้ว่าได้รับกระแสนิยมอย่างมาก จากเหล่าคนที่ชื่นชอบความสวยความงาม และคนดังด้วย คุณชวิษา เพียรกิจ Manager in Training ของ LUSH Thailand บอกว่า “เจ้าของแบรนด์ คือ คุณฟิล อเล็กซานเดอร์ เข้ามาเปิดร้าน LUSH Thailand ที่สยามเซ็นเตอร์ โดยจัดร้านให้เป็นร้านที่มีผลิตภัณฑ์และการบริการที่ครบวงจรที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” สินค้ายอดฮิตที่เป็นที่ยอดนิยม และเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ คุณชวิษา บอกว่า “สินค้าภายในร
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 สำหรับ “ศรัณย์แคร์ คลินิก” คลีนิกเสริมความงามแบรนด์คนไทย มาตรฐานสากลบริหารงานโดยคุณศรัณย์ รัตนจรัสกุล หรือคุณบิ๊ก คนหนุ่มไฟแรง ปัจจุบันคลีนิกแห่งนี้มีด้วยกัน 4 สาขา ได้แก่ สยาม สแควร์ โชคชัย 4 สุขุมวิท 54 และเจริญกรุง ในปี 60 ตั้งเป้าขยายเพิ่ม 2 สาขา ในห้างสรรพสินค้าย่านรังสิตและปิ่นเกล้า พร้อมต่อยอดธุรกิจด้วยการออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โฟมล้างหน้า ครีมกันแดด และอาหารเสริมแบรนด์ “ว้าว ไวท์” (wow white) นอกจากนั้นจะจัดรายการแรลลีตี้โชว์ ภายใต้ชื่อรายการ “นิวบอร์น นิวยู ”New Born New You” ออนแอร์ผ่านช่องมายาชาเนล PSI 44 เป็นรายการให้ผู้สนใจจากทางบ้านที่อยากทำสวยมีความฝันอยากเข้าวงการบันเทิงเพื่อให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น 16 ปี แบรนด์คนไทยยืนหยัดได้ มาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข สำหรับจุดเริ่มต้นธุรกิจ คุณบิ๊ก เล่าว่า เกิดในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับความงาม โดยที่ผ่านมาเป็นผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางให้แบรนด์อื่นมาตลอด โดยมีคุณอา หรือ คุณสมคิด รัตนจรัสกุล จบการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ เกียรตินิยม มหาวิทยาลัยมหิดลรับหน้าที่เป็นผู้คิดสูตร กระทั่งราวปี 2546 คิดค้นผลิตภันฑ์ความงามภายใ
น่ากิน-น่าไป! ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี ฉะเชิงเทรา วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีแหล่งค้าขายน่าสนใจ ที่เป็นได้ทั้งจุดช้อปปิ้ง และมีมุมพักผ่อนเก๋ไก๋ ไม่น้อยทีเดียว “ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี” ตลาดโบราณมีชื่อเสียงในจังหวัดฉะเชิงเทรา อยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่เกิน 60 กิโลเมตร ถนนหนทางสัญจรแสนสะดวกสบาย ใครนำรถส่วนตัวไปก็มีที่จอดให้เพียงพอกับความต้องการ ตลาดบ้านใหม่ นับเป็นชุมชนโบราณที่มีมานานกว่า 100 ปี แต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำควบคู่ไปกับร่องรอยอดีต และสนุกไปกับการจับจ่ายของกิน ชิมของอร่อยนานาชนิด ตลาดบ้านใหม่ เป็นตลาดขนาดไม่ใหญ่ ความยาวประมาณ 200 – 300 เมตร เสน่ห์ของที่นี่ คือ ความเป็นตลาดแบบโบราณอย่างแท้จริง บ้านเรือนส่วนใหญ่ยังเป็นเรือนไม้ติดกันเป็นแนวแบบห้องแถว ประตูบานเฟี้ยม หลังคามุงสังกะสี เส้นทางเดินบางช่วงเป็นพื้นไม้กระดาน ส่วนร้านค้าในตลาดแห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นร้านที่เปิดประตูหน้าบ้านออกมาตั้งขาย ด้านในยังคงเป็นบ้านพักที่อยู่อาศัยเดิมๆ สำหรับสินค้าที่จำหน่ายอยู่ในตลาดบ้านใหม่ แห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นร้านข
ข้าว มีความสำคัญกับคนไทยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นผลผลิตที่มีความสำคัญของประเทศในการส่งออกไปยังนานาประเทศอีกด้วย แม้ว่าในปัจจุบันจะมีปัญหาเรื่องราคาข้าว และอีกหลายปัญหาเรื่องผลผลิตข้าว ด้วยสาเหตุและปัจจัยหลายๆ อย่าง จึงมีโครงการมากมายของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ออกมาเพื่อช่วยสนับสนุน และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับข้าวไทย คุณพลรชฎ เปียถนอม เกษตรกรอาชีพ วัย 60 ปี และเป็นผู้ดูแลโครงการพัฒนาการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพ หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ “ข้าวหอมยั่งยืน” เล่าว่า “ผมเริ่มสนใจการพัฒนาเรื่องเกี่ยวกับข้าวมาได้สักพักตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม ปี 2557 ซึ่งเป็นจังหวะที่ฝ่ายเศรษฐกิจของคณะ คสช. สนใจในเรื่องการพัฒนาความหอมของข้าว จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการที่จะศึกษาความหอมของข้าวและการพัฒนาข้าวไทยให้สามารถแปรรูปหรือสามารถพัฒนาระดับความหอมให้เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศได้” จากการศึกษาพบว่า ที่ข้าวสวยไม่หอม มีประเด็นอยู่ 2 ข้อ คือ มีความหอมไม่ถึง 1 PPM ด้วยซ้ำ จากการเก็บตัวอย่างทั้งข้าวสารและข้าวสุก ทั้งๆ ที่ความหอมของข้าวที่ควรจะมีต้องไม่ต่ำกว่า 3 PPM หรือหากต้องการทำตลาดข้าวไปสู่ประเทศจีน ความหอมต้องมีตั้
