Exclusive
ขนมปังดีไซน์ ส่งต่อแรงบันดาลใจ ต่อยอดอาชีพสุดสร้างสรรค์ เปิดเรื่องราวไปเมื่อเร็วๆ นี้ สำหรับ สถาปนิกสาวสุดครีเอต สร้างความต่างในผลงาน “ขนมปัง” ของเธอ จนขายดิบขายดี ลูกค้าจำนวนมาก เข้าคิวคอยซื้อแทบทุกเทศกาล เรื่องเกี่ยวข้อง : ไม่ต่าง ไม่โต! สถาปนิกสาว ออกแบบ “ขนมปัง” ลูกค้าชอบใจ ต่อคิวยาวเหยียด มาครั้งนี้ มีข้อมูลน่าสนใจ สำหรับผู้ที่อยากมีอาชีพ ทำขนมปังดีไซน์แปลกๆ ออกมาขายบ้าง คุณฟาง-ศศิธร แซ่ฮู๋ เจ้าของโรงเรียนสอนทำขนมปังดีไซน์ Green Wondery ให้รายละเอียดว่า หลังทำขนมปังดีไซน์ ขายได้พักหนึ่ง จึงเปิดคอร์สสอน ด้วยความที่เป็นคนชอบสอน และคิดว่าการเก็บวิชาความรู้ไว้คนเดียว คงไม่เกิดประโยชน์ สู้ส่งต่อให้คนอื่นๆ ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อน่าจะดีกว่า หากใครสามารถนำเทคนิคไปปรับใช้แล้วทำให้ขายของได้ดีขึ้น จะรู้สึกดีมากเลย “การเปิดคอร์สสอน เหมือนเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจ ให้คนเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่มาลอกเลียนแบบทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนทำได้ดีนะคะ” คุณฟาง เผย ก่อนบอกรายละเอียดเงื่อนไขในการเรียน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ขนมปังพื้นฐาน ราคาอยู่ที่ 7,500 บาทต่อคน ถ้าเป็น ขนมปังดีไซน์ ที่มาเรียนรู
ศักราชใหม่ ปัญหาเก่า เข้าไม่ถึงแหล่งทุน แนะรัฐบาล เร่ง Speed ช่วย SMEs “เข้าใจดีว่า รัฐบาลเพิ่งเข้ามาไม่กี่เดือน ซึ่งก็มีนโยบายที่ตรงใจชาว SMEs อยู่ แต่อยากให้เร่ง Speed ให้เกิดเห็นผลลัพธ์ และเกิดเป็นรูปธรรมที่มีความชัดเจนอย่างรวดเร็ว” คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ในฐานะประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เริ่มต้นบทสัมภาษณ์พิเศษ กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนบอกต่อ นโยบายช่วยเหลือชาว SMEs อย่างเรื่องของการพักหนี้ นับเป็นนโยบายที่มีความน่าสนใจ เพราะจะทำให้ SMEs สามารถประคองสภาพคล่องและฟื้นตัวขึ้นมาได้ แต่ การพักหนี้ อย่างเดียว ยังไม่สามารถทำให้กลับมาแข็งแรงได้ ฉะนั้น นอกจากมีมาตรการพักฟื้นแล้ว ต้องมี “ยากระตุ้น” ที่ดี นั่นก็คือ การสร้างภูมิปัญญา องค์ความรู้ ที่จะทำให้บรรดาผู้ประกอบการมีขีดความสามารถ ปรับตัว เปลี่ยนแปลง ในการทำธุรกิจที่สอดคล้องกับเรื่องของเทคโนโลยี และการแข่งขันกับธุรกิจข้ามชาติ ที่นับวันจะรุกเข้ามามากขึ้น “ต้องทำให้ SMEs สามารถเข้าถึงกลไกของภาครัฐในการยกระดับขีดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรู้เท่าทันยุคดิจิทัล การบริหารการเงิน บัญชี เพื่อไม่ให้เขาไม่กลับไปในวังวนของการ
รู้จัก ‘Taco Bell‘ แฟรนไชส์ท็อประดับโลก ต่อยอดจากร้านฮอตดอกข้างทาง ของอดีตนาวิกโยธิน สู่ 7,000 สาขา ใน 30 ประเทศ จากการจัดอันดับของเว็บไซต์ Entrepreneur ปรากฏว่า ‘Taco Bell’ (ทาโก้เบลล์) ถูกยกให้เป็นแฟรนไชส์ชั้นนำแห่งปี 2024 ปัจจุบันมีการเปิดสาขามากกว่า 7,000 แห่ง ใน 30 ประเทศ แต่กว่าจะเติบโตเป็นร้านฟาสต์ฟู้ดสไตล์เม็กซิกันระดับโลกและขยายสาขาได้มากเช่นนี้ รู้หรือไม่ Glen Bell (เกลน เบลล์) ผู้ก่อตั้งทาโก้เบลล์เริ่มต้นธุรกิจจากร้านฮอตดอกรถเข็นมาก่อน เกลน เบลล์ เกิดและเติบโตในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 กันยายน 1923 หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมซานเบอร์นาดิโน เขาได้รับใช้ชาติในฐานะนาวิกโยธินของสหรัฐอเมริกา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นในปี 1946 เขาได้ลาออกจากข้าราชการทหารและกลับไปที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ในปี 1948 เปิดร้านฮอตดอกรถเข็นที่เมืองซานเบอร์นาดิโน ชื่อว่า Bell’s Drive-In (เบลล์ ไดรฟ์อิน) ซึ่งธุรกิจนี้ให้ผลตอบรับดีมาก ไม่กี่ปีต่อจากนั้น เขาตัดสินใจขายร้านฮอตดอกและเปิดร้านรถเข็นร้านใหม่ที่มีทั้งเมนูแฮมเบอร์เกอร์และฮอตดอก อ่านข่าวที่เกี่ยว
ของขวัญปีใหม่ 2568 ที่ SMEs ไทย อยากได้จาก รัฐบาล “แพทองธาร” อาจถือเป็นธรรมเนียมปกติไปแล้ว เมื่อวารดิถีขึ้นปีใหม่ เวียนมาอีกครั้ง “ของขวัญปีใหม่” มักเป็น “ตัวแทน” ความปรารถนาดีที่ผู้คนมักมอบให้กัน เมื่อ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถามไถ่ไปทาง คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ในฐานะประธานสมาพันธ์ SMEs ไทย ว่าปี 2568 นี้ มีอะไรที่ “ชาว SMEs ไทย” อยากได้จาก รัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือไม่ ได้คำตอบแบบไม่ลังเล เป็นการเปิดบทสนทนา “นอกจากคำว่า นโยบาย อยากเห็นมาตรการ วิธีปฏิบัติ และลงมือทำร่วมกันอย่างรวดเร็ว” ก่อนจะระบุต่อว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความยากลำบากในหลายด้าน ในปี 2568 นี้ ชาว SMEs มีความต้องการเร่งด่วน 6 ประเด็น หนึ่ง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ เพราะเป็นปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังมองไม่เห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน นอกเหนือจากเงิน 10,000 บาทที่แจกไป ชาว SMEs อยากเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ทำให้เกิดระบบการส่งเสริม และมีฐานข้อมูลในการที่จะรองรับการพัฒนาต่อไปในอนาคต อยากเห็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นที่จะทำให้จังหวัดรอง หรือจังหวัดที่มี GDP ต่ำ มีการ
เปิดลิสต์ “คลิปปังแห่งปี 2024” ยอดวิวล้านแตก จากเพจเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ที่ไม่อยากให้พลาด! 1 ปีที่ผ่านมา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของผู้ประกอบการ SMEs ด้วยกันหลากหลายธุรกิจ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกเพจและผู้รับชมทั่วไป จนเกิดเป็นยอดวิวจำนวนมาก และสามารถทุบสถิติ “คลิปล้านแตก” ได้อย่างสวยงาม ในส่วนของแพลตฟอร์ม “เพจเฟซบุ๊ก” เริ่มต้นที่ “ลุงใจไข่ปิ้ง” ไข่ปิ้งเงินล้าน สามารถสร้างยอดวิวทะลุ 5.8 ล้านวิว ลุงใจ-บุญใจ สาขะยัง เจ้าของร้านลุงใจไข่ปิ้ง ที่ไม่คิดว่าแค่นั่งปิ้งไข่จะดังได้ แต่กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ต้องอดทน ผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า จากความล้มเหลว สู้ต่อจนเกิดเป็นความชำนาญ แรกๆ ขายได้แค่ร้อยกว่าลูก ปัจจุบันนี้ทะลุ 1,500 ลูกต่อวัน และมียอดขายต่อเดือนเป็นแสน “ร้านกะเพราข้าวบึ้ม” ข้าวแกง 20 บาท ยอดวิว 2.5 ล้านวิว คุณแจ๊ค-ภูวนัย เที่ยงแท้ เติบโตมากับอาชีพค้าขาย เป็น DNA ที่ถูกส่งต่อมาจากพ่อแม่ ทั้งขายของตลาดนัด เข็นรถขายส้มตำ ไก่ย่าง หรือรถเร่ ก็เคยทำมาแล้ว และมาถึงอาชีพปัจจุบัน พ่อค้าขายข้าวแกง ที่เป็นขวัญใจคนงบน้อย เพราะขายราคาเริ่มต้น 20 บาท ที่สำคัญ &#
ลาออกจากงานมาขายอาหารคลีน ธุรกิจที่เริ่มต้นจาก “ฉันจะผอม” สู่ยอดขายหลักแสนต่อเดือน จากความตั้งใจเล็กๆ ของสาวออฟฟิศ ที่อยากดูแลร่างกายให้ฟิตแอนด์เฟิร์มก่อนไปดูคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีที่ชื่นชอบ นำมาซึ่งการต่อยอดอาชีพ ขายอาหารคลีนผูกปิ่นโตเป็นรายได้เสริม เธอเริ่มต้นจากครัวคอนโด ถึงปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจรายได้หลักแสนต่อเดือน พร้อมย้ายครัวมาปรุงในบ้านหลังใหม่ที่ซื้อจากน้ำพักน้ำแรง จุดเริ่มต้น ขายอาหารคลีนผูกปิ่นโต คุณอุ้ยอ้าย-อันน์นา พิพัฒน์อัศม์เดช วัย 30 ปี เล่าให้ฟังว่า เธออยากดูแลหุ่นตัวเองให้สวยและดูดีขึ้น ก่อนไปดูคอนเสิร์ตศิลปินเคป๊อปวงโปรด เมื่อมีเป้าหมายจึงเริ่มทำอาหารคลีนทานเองและออกกำลังกายควบคู่กันไป จนสามารถลดน้ำหนักได้ราวๆ 10 กิโลใน 1 เดือน “เราทำอาหารแล้วชอบถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก ทำให้คนรอบข้างเห็นการเปลี่ยนแปลง จนพี่ในออฟฟิศบอกว่า ทำมาเผื่อพี่ด้วยสิ ก็ทำมาแชร์กัน ส่วนจุดเริ่มต้นผูกปิ่นโต มีน้องรหัสของพี่สาวมาวานให้ทำอาหารให้ เพราะไม่มีเวลาซื้อข้าวกิน” กระทั่งมีลูกค้ารายแรกทักเข้ามา เพราะเห็นความเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก ตอนนั้นคุณอุ้ยอ้ายคิดหนัก เพราะการทำอาหารขายมีรายละเอ
ดาวเด่น SMEs ปี 2568 อาหารชูอัตลักษณ์ สมุนไพรแปรรูป ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยถึง เอสเอ็มอีดาวเด่น ในปี 2568 ว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรื่องของอาหารที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และ Soft Power ทั้ง Food Fashion Festival Fight Film จะมีบทบาทที่จะทวีความสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ เรื่อง BCG ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Bio Economy Circular Economy และ Green Economy จะมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในกลุ่ม BCG จะมีหลายๆ ธุรกิจด้วยกัน อาทิ อาหารนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ออร์แกนิกฟู้ด ฟังก์ชันฟู้ด เมดิคอลฟู้ด สิ่งเหล่านี้เป็น Flagship และมีการเติบโตขึ้นทุกปี ส่วนการแพทย์มูลค่าสูงด้านความงาม สุขภาพ และศาสตร์ของการชะลอวัย ที่ประเทศไทยเอง มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ มีขีดความสามารถสูงไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย ส่งผลให้เรื่องของสมุนไพร การแปรรูปสารสกัดสมุนไพร จะเป็นธุรกิจดาวรุ่ง และยังมีอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งอุตสาหกรรมดิจิทัล ทั้งเรื่องของ IOT ซอฟต์แวร์ โปรแกรม แอปพลิเคช
“ระเบียบวาทะศิลป์ คือทางรอดของหลายชีวิต” คุยหลังฉาก “พ่อเอ๊ะ ระเบียบวาทะศิลป์” ผู้ทิ้งความฝัน เพื่อครอบครัวและชาวคณะ “สอย สอย พี่น้องฟังสอย นกแตดแต้บินข้ามปลายไผ่ ผู้ใดบ่ฮู้จักระเบียบวาทะศิลป์ ผู้นั้นคือเช้ยเชย จังซี่กะว่าสอย” ต้องยอมรับว่า ในยุคนี้หาน้อยมากที่จะไม่มีใครไม่รู้จักคณะหมอลำที่มีนามว่า “ระเบียบวาทะศิลป์” ชื่อเสียงเรียงนามนี้ ยืนยงอยู่ในวงการหมอลำมานานถึง 61 ปี ตั้งแต่มีแค่ป้ายชื่อที่ใช้ในการแสดง จนมาถึงวงหมอลำที่จัดเต็มไปทั้ง แสง สี เสียง ตะวันลับขอบฟ้า เป็นเวลาที่หมอลำเริ่มทำการแสดง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสเข้าไปดูเบื้องหลังม่านหมอลำ และได้ร่วมพูดคุยกับ พ่อเอ๊ะ-ภักดี พลล้ำ บุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ในปัจจุบัน หรือทายาทรุ่นที่สองของวง ได้เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของวงให้เราฟังว่า… ที่มาของ “ระเบียบวาทะศิลป์” หมอลำขวัญใจมหาชน ระเบียบวาทะศิลป์ ก่อตั้งขึ้นโดยคุณพ่อระเบียบ พลล้ำ และคุณแม่ดวงจันทร์ พลล้ำ สมัยก่อนคุณพ่อคุณแม่ไปเป็นตัวพระตัวนาง อยู่วงครูบาอาจารย์ หลังจากที่แต่งงานกันแล้ว ก็ขอแยกตัวมาทำเป็นวงของตัวเอง คือ ระเบียบวาทะศิลป์ ก
2568 สารพัดปัญหารุมเร้า SMEs ไทย ไม่อยากเป็น “ดาวดับ” ต้องมี “6 ภูมิคุ้มกัน” “ปี 2568 มีธุรกิจ SMEs อยู่ในเกณฑ์ดาวดับ บ้างไหม” คือคำถามที่ตั้งขึ้นเป็นหัวข้อสนทนาในโอกาสใกล้เทศกาลปีใหม่ คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จึงออกตัวว่า เรื่อง “ดาวดับ” ในปีหน้า น่าจะมีอยู่แน่ แต่ไม่อยากพูดถึงว่าจะเป็นธุรกิจสาขาไหน หากอยากชี้ให้เห็น 4 เรื่องสำคัญ หากเอสเอ็มอีละเลย ไม่ทำ คือถ้าไม่มี “ภูมิคุ้มกัน” ที่ดี อาจริบหรี่หรือดับได้ ซึ่ง เรื่องที่ 1 คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่ปรับตัวและไม่เปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ที่มารุมเร้าในปัจจัยเสี่ยงทั้งหลาย ถ้านิ่งเฉย ไม่ปรับตัว ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ตามสถานการณ์ของกระแสโลกได้ ก็จะทำให้ธุรกิจรายได้ลด กำไรหด และถอยอย่างแน่นอน การไม่ปรับตัว หรือเปลี่ยนแปลง ของเอสเอ็มอีดังกล่าว เกี่ยวข้องกับเรื่องของการนำเอาดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ไม่ปรับตัวในเรื่องของการบริหารจัดการทางการเงิน ไม่ปรับตัวในเรื่องของการสร้างความแตกต่าง เรื่องที่ 2 คือ ธุรกิจที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ ESG คือเรื่องของ สิ่งแวดล้อม สังคม
“2024 ปีแห่งความใจฟู” พาเหรดความน่ารักทั้ง พี่จอง-คัลแลน หมีเนย หมูเด้ง และน้องเอวา ช่วยฮีลใจในวันที่เหนื่อยล้า หลายคนยกให้ปี 2024 เป็นปีแห่งความใจฟู คอนเทนต์เชิงบวกได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก อาทิ “พี่จอง-คัลแลน” จากช่อง 컬렌 Cullen HateBerry สองหนุ่มเกาหลีที่ทำคอนเทนต์เที่ยวในไทย ดึงดูดคนดูด้วยเสน่ห์ความน่ารัก ความจริงใจ ต่อมาเป็นพาเหรดความน่ารักของ “น้องหมีเนย” มาสคอตสีน้ำตาลจากร้าน BUTTERBEAR กับคาแร็กเตอร์สุดคิวต์ ทำเอาคนไทยและต่างประเทศโดนตกเข้าด้อมกันเป็นแถว ตามมาด้วย “น้องหมูเด้ง” ฮิปโปแคระ จาก สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก สร้างมีมเป็นไวรัลไปทั่วโลก รันทุกวงการ จนนิตยสาร New York Times ถึงกับมอบรางวัล “คนมีสไตล์แห่งปี” ให้กับเจ้าหมูเด้ง และดาราสาวตัวสุดท้าย นั่นคือ “น้องเอวา” เสือโคร่งสีทองแห่ง เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่กลายเป็นขวัญใจของชาวเน็ตในชั่วข้ามคืน ความน่ารักเหล่านี้เหมือนเป็นคอนเทนต์ที่เอาไว้ฮีลใจในวันที่เหนื่อยล้า เป็นการสร้างตัวตน หรือ Personal Branding ให้กับสถานที่ท่องเที่ยวหรือแบรนด์นั้นๆ เริ่มต้นจากความจริงใจ ทำให้สามารถสร้างความประทับใจ และส่งต
