Exclusive
เทรนด์ปี 2025 ผู้บริโภคเปลี่ยน! คนรุ่นใหม่ ไม่ได้ซื้อของราคาถูก แต่ซื้อของที่ราคา “สมเหตุผล” กำลังจะผ่านไปอีกปีอย่างรวดเร็ว คนทำธุรกิจดูว่าจะฝากความหวังไว้กับรัฐบาลได้ลำบาก เพราะการเมืองไทย ก็คงยังอยู่ในวังวนเดิมๆ อีกแสนนาน ดังนั้น การพึ่งพาตนเอง ด้วยการคาดคะเนแนวโน้ม น่าจะเป็นทางออกเบื้องต้นที่ดีของคนทำธุรกิจ ปี 2025 ภาพรวมของการตลาด การค้าการขาย คงมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างจากปัจจุบัน ซึ่งถ้าเราพิจารณาจากองค์ประกอบของการทำตลาดให้ปัง ที่เรียกว่า “ส่วนประสมทางการตลาด” อันประกอบด้วยเรื่องราวของสินค้า เรื่องของราคาหรือการแลกเปลี่ยน เรื่องของช่องทางการขาย และเรื่องราวของการสื่อสารกับผู้บริโภค เราก็คงพอเห็นเส้นทางของแนวโน้ม แต่ก่อนที่จะไปดูส่วนประสมทั้ง 4 ส่วนนั้น คงต้องมุ่งไปที่ “กลุ่มเป้าหมาย” ที่เป็นผู้บริโภคเสียก่อน เพราะหากขาดผู้บริโภค แปลว่า ขาดคนซื้อ ที่เหลืออีก 4 องค์ประกอบ ก็ไม่รู้จะเสียเวลาคุยกันไปทำไม เริ่มกันที่แนวโน้มของผู้บริโภคก่อน ทราบกันดีอยู่แล้วว่า คนสูงอายุจะยิ่งเพิ่มขึ้น ขณะที่คนรุ่นใหม่กำลังกลายมาเป็น “กำลังซื้อที่สำคัญ” หากเรายึดเอาเรื่องของเจเนอเรชันเป็นตัวแบ่ง จะพบว่า
อดีตครูสาวชาวเมกัน แชร์เทคนิคหารายได้เสริมจากการสอนพิเศษ จนสร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน Tara Laczynski เป็นครูที่ผ่านการรับรองซึ่งอยู่ในห้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2007 และอาศัยอยู่ในเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อตอนที่เธออายุ 16 ปี เธอสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ทำให้มีประสบการณ์ในชั้นเรียนกับผู้เรียน ESL และ Advanced Academic (มีพรสวรรค์และมีความสามารถ) ในปี 2018 เธอกลายเป็นครูสอนภาษาอังกฤษออนไลน์และสอนชั้นเรียนให้กับนักเรียนทุกวัยมากกว่า 2,500 ชั้นเรียน Tara Laczynski ใช้ประโยชน์จากนอกโรงเรียนเพื่อเปลี่ยนความหลงใหลในการสอนคณิตศาสตร์ให้กลายเป็นงานเสริมที่สร้างรายได้ ซึ่งมีรายได้ประมาณ 150,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี โดยทำงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในการสอนที่นอกโรงเรียน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์แบบสดสำหรับเด็ก โดยเธอสอนคลาสแรก เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2021 มีแรงบันดาลใจคือการทดแทนรายได้ที่หายไปเกือบข้ามคืนเนื่องจากโควิด โดยไม่ต้องทิ้งลูก การสอนนอกโรงเรียนทำให้การสอนเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การทำขนม หรือการจัดชมรม Minecraft ทางเลือกต่างๆ บน Outschool แทบจะไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยประสบก
ดนตรีไทยไม่ตกยุค! “ขุนโปเต้ นักรักมือระนาด” ผุดไอเดียคอลแลบดนตรีไทย-สากล สร้างรายได้ปังจากไลฟ์ 3 ชั่วโมง “ขุนโปเต้ นักรักมือระนาด” ชื่อที่คุ้นเคยในโลกโซเชียลและเป็นเอกลักษณ์ของ คุณธนริศย์ วรกิจโชติพัฒน์ หรือ โปเต้ หนุ่มนักดนตรีไทยผู้ใช้ TikTok เป็นเวทีโชว์เสน่ห์ของระนาดเอก โดยการเล่นเพลงไทยและเพลงร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นเพลงสากล เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และเพลงตามกระแส ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยสไตล์ที่สนุกสนานและเป็นตัวของตัวเอง และยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและชื่นชมมรดกทางวัฒนธรรมของไทยมากขึ้น จากเด็กชายช่างสงสัย สู่มือระนาด ขุนโปเต้ สนใจในระนาดเอกเมื่อได้ดูภาพยนตร์เรื่อง ‘โหมโรง’ ในวัยเด็ก ความสงสัยที่ว่า “มือสองข้างตีระนาดให้รวดเร็วได้อย่างไร?” ได้ผลักดันให้เขาเริ่มต้นเรียนดนตรีไทยอย่างจริงจังที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ แม้จะเติบโตมากับวงแตรวงและดนตรีสากลในครอบครัว แต่ความรักและความมุ่งมั่นในดนตรีไทยทำให้เขาฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ และรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้จับไม้ระนาดและบรรเลงเพลงที่ต้องการ ความพยายามและความมุ่งมั่นของเขาไม่ได้สูญเปล่า เมื่อขุนโปเต้ได้รับทุนพระราชทานนริศ
God of Grill Steak ร้านสเต๊กเล็กๆ ที่คุณภาพเกินคุ้ม ใช้วัตถุดิบพรีเมียมราคาหลักหมื่น แต่จ่ายเพียงราคาหลักร้อย ท่ามกลางกลิ่นอวลของเนื้อย่าง ในตึกแถว 1 คู่หา 4 ชั้น ย่านพระราม 4 ตั้งแต่แดดแก่จนบ่ายโรยที่บทสนทนาเดินทางถึงที่สิ้นสุด กลับเป็นจุดเริ่มของร้านสเต๊กเล็กๆ ที่มาพร้อมวัตถุดิบพรีเมียมราคาหลักหมื่น แต่จ่ายเพียงราคาหลักร้อย จนเราเองต้องอุทานลำพังว่านี่คือรสชาติคุณภาพที่เกินคุ้ม บทสนทนาเริ่มตอนนั้น ตอนที่สเต๊กมาเสิร์ฟพอดี ปอน-อังกูร ไชยปรีชาวิทย์ เจ้าของร้าน God of Grill Steak ผู้ที่มีความหวัง ความฝัน บนหนทางธุรกิจอาหารกว่า 10 ปี เขานั่งอยู่ตรงหน้า ยกยิ้ม ก่อนจะพูดถึงที่มาว่าชีวิตเขาเปิดปิดธุรกิจอาหารมานับไม่ถ้วน เปิด ปิด แล้วเริ่มใหม่ ผันตัวไปทำงานอาร์ต เป็นคอนซัลต์ แล้วลงเอยเปิดร้านอาหารอีกครั้งพร้อมความหวังที่อยากให้ธุรกิจนี้ “เป็นยูนิโคล่ของสเต๊ก” “เราขี้โม้นะ มีเวลาทั้งวันไหม เราเล่าได้หมดเลย ถามมาได้ (หัวเราะ)” ปิด เจ๊ง บทเรียนของการเริ่มใหม่ เราอยากทำธุรกิจอาหารมาตั้งแต่มหา’ลัย จบมาก็ทำเลยไปเป็น Brand Manager ของบริษัทขายเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง พอมีโอกาสเข้าไปทำงานอยากทำสักป
“คุณภาพ ไม่สามารถต่อรองได้” เปิดประวัติ See’s Candies จากฝันเล็กๆ สู่ตำนานช็อกโกแลตระดับโลก อายุ 102 ปี See’s Candies แบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายช็อกโกแลตที่ก่อตั้งจากความฝันของ Charles See ที่อยากมีร้านขายลูกกวาดจากฝีมือคุณแม่ จนปี พ.ศ. 2464 ได้เปิดร้าน See’s Candies ขึ้นมา และเปิดสาขาแรกที่เมืองลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเน้นคติประจำใจว่า “คุณภาพ ไม่สามารถต่อรองได้” (Quality without Compromise) นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 เป็นต้นมา ยังคงยึดถือการส่มอบความอร่อยสู่ผู้คนตามแนวทางของ Mary See โดยคัดเฉพาะวัตถุดิบที่ดีที่สุดในการผลิต และไม่ใช้สารเจือปนกันเสียใดๆ ในขนม เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับคุณภาพของช็อกโกแลต และขนมหวานทุกคำที่ได้ทาน ช็อกโกแลตและขนมหวานทุกชิ้นที่วางจำหน่าย ล้วนผลิตขึ้นในครัวทั่วอเมริกา ตั้งแต่ Peanut Britlte ขนมถั่วตัดสูตรดั้งเดิมของ Mary See ที่อัดแน่นด้วยถั่วลิสงมากกว่าขนมอื่นๆ จากส่วนผสมที่ดีที่สุด See’s Candies เป็นหนึ่งในผู้ผลิตขนมหวานเพียงไม่กี่รายในปัจจุบัน ที่ยังคงใช้วิธีบ่มช็อกโกแลต ซึ่งกระบวนการนี้มีความสำคัญ เพราะทำให้ช็อกโกแลตมีรสชาติที่นุ่มนวล
ทำธุรกิจไม่ควรมองข้าม “พลังคำพูด” แต่ถ้า “พูดผิด ชีวิตเปลี่ยน” อาจเสียลูกค้าไปตลอดกาล “พลังคำพูด” สามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี แต่บางที ก็พร้อมเป็นด้านตรงข้าม ถ้าหากคำพูดที่สื่อสารออกมา ผิดจังหวะ ผิดความหมาย เพราะจะทำให้ “ผิดใจ” ลูกค้า เผอิญเห็นโพสต์หนึ่งที่ถูกแชร์โดยสมาคมล่าม พูดถึงโรงแรมที่ไล่พนักงานออก ด้วยเหตุพนักงานพูดกับลูกค้าด้วยภาษาอังกฤษ Let me educate you a little bit. ซึ่งคงแปลความได้ว่า “ขอให้ฉันได้ให้ความรู้กับคุณเล็กน้อย” ไม่มีรายละเอียดอะไรมากไปกว่านี้ ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร เกิดที่ไหน เกิดกับใคร…แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ เพราะประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผม อยู่ตรงที่ “การสื่อสารผิด ชีวิตเปลี่ยน” เวลาเราพูดถึงเรื่องราวทางธุรกิจ การค้าการขาย เรามักมุ่งเน้นไปที่ “การตลาด” และในส่วนหนึ่งที่สำคัญของการตลาดคือ “การสื่อสารการตลาด” ซึ่งเราหมายถึง การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การทำโปรโมชัน (ลด แลก แจก แถม) การขายโดยพนักงาน การตลาดทางตรง การตลาดแบบโต้ตอบ การจัดงานและนิทรรศการ หรือกระทั่งการตลาดแบบปากต่อปาก โดยเนื้อหาสาระหลัก เรามักมุ่งเน้นไปที่ การสื่อสารบอกกล่าวคุ
“ทำไมลูกค้าต้องยอมจ่ายแพง?” ถอดกลยุทธ์ ‘การัน’ ชาไทย ทำอย่างไร ลูกค้ายอมต่อคิว คุณรัส-ธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ เจ้าของร้าน Karun Thai Tea กล่าวบนเวที Restech Talk เจาะลึก จับเทรนด์ร้านอาหารปี 2024 ในหัวข้อ ถอดสูตรร้านดัง ทำยังไงให้ลูกค้ายอมต่อคิวรอ? ว่าการสร้างแบรนด์ที่เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน รวมไปถึงการบริหารจัดการในส่วนต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจ และเปิดใจยอมรับในสินค้าของเรา สำหรับแบรนด์ Karun Thai Tea เกิดขึ้นมาได้ 4 ปี ต้องบอกว่าเริ่มต้นเลยคือมาจากคุณแม่ ที่ชอบกินชาไทยเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยความชอบเลยหาวิธีการทำชาหลากหลายสูตร โดยใช้ชาหลากหลายชนิดมาผสมกัน ถ้าจะทำตามก็คงจะยากมาก เพราะเป็นสูตรลับของทางร้าน คุณรัส เล่าต่ออีกว่า ที่บ้านทำธุรกิจอยู่แล้ว เลยมีคนเข้าออกเยอะ จึงได้ทำชาไทยมาเป็น Welcome Drink ทำมาเรื่อยๆ จนมีธนาคารแห่งหนึ่งเข้ามาเจอ เลยติดต่อนำไปจัดงาน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จะคิดทำอย่างจริงจัง ต้องบอกว่า คุณรัสไม่ได้จบเกี่ยวกับการทำธุรกิจแต่อย่างใด เธอเรียนเกี่ยวกับไฟแนนซ์มา แต่ทุกสิ่งที่เธอมีและพร้อมสำหรับการทำธุรกิจ มาจากการอ่านหนั
สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน! สาวบัญชี ลาออกจากงานประจำ หยิบก้างปลาไร้ค่า ต่อยอดทำ “ปลาทูแท่งอบกรอบ” “อย่ารอให้ถึงวันที่พร้อม ถ้าวันนี้มีไอเดียแล้วอยากทำธุรกิจให้เริ่มเลย เพราะว่าถ้ารอวันที่พร้อม อาจจะไม่มีวันที่พร้อมก็ได้” ใครจะไปคิดว่าก้างปลาที่ดูเหมือนไม่มีมูลค่า แต่กลับสามารถเอามาทำเป็นของทานเล่นสร้างมูลค่าได้หลักล้าน อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปรู้จักกับ คุณยุ้ย-วัชรี ปัญญาสะ อายุ 32 ปี เจ้าของธุรกิจปลาทูแท่งอบกรอบโกเล อดีตสาวบัญชี ทายาทกิจการลูกชิ้นปลา ที่ชีวิตพลิกผันต้องลาออกจากงานประจำ กลับมาบ้านเกิดเพื่อสานต่อธุรกิจครอบครัว แต่แล้วก็เจอกับวิกฤตหนักหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาด้านสุขภาพของคุณพ่อ ที่ไม่สบายต้องพักรักษาตัว อีกทั้งปัญหาที่คนทั่วโลกพบเจอ นั่นคือ โควิด-19 ทำให้เธอนั้นต้องรับมือกับอุปสรรคเหล่านี้ จากก้างปลาไร้ค่า สู่ธุรกิจเงินล้าน เริ่มแรกที่บ้านคุณยุ้ยทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตลูกชิ้นปลา แต่เวลาทำลูกชิ้นนั้น จะใช้แต่เนื้อปลา ส่วนของ หัว หาง ก้าง ไม่ได้ใช้ จึงต้องทิ้งทั้งหมด ซึ่งมันก็จะกลายเป็น
สาววัย 17 ทำธุรกิจไปพร้อมการเรียนหนังสือ สร้างรายได้ 15 ล้านบาทต่อปี! อายุมากหรืออายุน้อย ไม่ใช่ปัญหาในการที่จะสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง เพียงแค่ต้องปรับเวลาให้ดี วางแผนธุรกิจให้เป็นระบบ อย่างสาววัย 17 ปีคนนี้ ที่สามารถสร้างรายได้ขณะเรียน ถึง 15 ล้านบาทต่อปี ปัญหาที่เข้ามาในวัย 12 ปี ในเวลานั้น Bella Lin ปล่อยให้หนูที่เธอเลี้ยง 3 ตัว วิ่งเล่นอยู่ในสนามหลังบ้าน ซึ่งเป็นสนามหญ้าที่มีรั้วกั้นอยู่ชานเมืองซานฟรานซิสโก เธอคิดว่ามันดีกว่าทางเลือกอื่นๆ เพราะสัตว์ตัวน้อยๆ ดูน่าสงสารเมื่ออยู่ในกรงที่คับแคบ เธอก็ยังคงปล่อยให้หนูออกไปเล่นกลางแจ้ง จนกระทั่งพ่อของเธอเห็นนกอินทรีตัวหนึ่งบินคาบหนูหนีไปพร้อมกับอีกตัว เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เธอคิดขึ้นมาได้ และด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ให้สัตว์เลี้ยงของเธออยู่ในกรงแบบเดิมๆ เธอจึงเริ่มวาดแบบร่าง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หนุ่มวัย 30 หาเงินจากกองขยะ ได้ 2.4 ล้าน เก็บสิ่งของที่ถูกทิ้ง แต่ยังใช้งานได้ ไปขายต่อ รับทรัพย์แบบปังๆ นักศึกษาสาววัย 23 ปี ขายของออนไลน์ในห้องที่หอพัก ลงทุนหลักร้อย สร้างรายได้หลักล้าน Bella Lin เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ได้สร้างโมเดลกรงหลา
จะดีแค่ไหน ถ้าหนึ่งอิ่มของเราเท่ากับรอยยิ้ม ของเกษตรกร “ปลอดสาร ปลอดภัย” ศิวาเทล กรุงเทพฯ คือ ชื่อของโรงแรม 5 ดาว ตั้งอยู่บนทำเลทองกลางกรุง อย่าง ย่านเพลินจิต มีคนไทยเป็นเจ้าของ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่เน้น Concept “กรีน” มาตั้งแต่รุ่นอากง ล่าสุด ได้พัฒนาจุดยืนของธุรกิจได้แข็งแกร่ง จนกลายเป็นตัวอย่างต้นแบบในเรื่องของ “ความยั่งยืน” ได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านมา มีองค์กร หน่วยงาน และประชาชนทั่วไป ขอเข้าไปเรียนรู้ดูงานกันเป็นจำนวนมาก อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง เคย ยืนงง ในดงเพลินจิต ก่อน Shift จาก “กรีน” สู่โรงแรม “แบ่งปันอย่างยั่งยืน” ไม่ต้องจ่ายเป็นล้าน “โรงแรมยั่งยืน” ใช้งบหลักหมื่น เลี้ยงหนอนกำจัดขยะอาหาร ซึ่งประเด็นเกี่ยวกับ การเลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิก และการมีส่วนร่วมกับชุมชนเกษตรกร “ปลอดสาร ปลอดภัย” ก็เป็นอีกหัวข้อที่ทางโรงแรมแห่งนี้ เข้าไปมีส่วนขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นจริงจัง “จริงๆ เวลาบอกว่าออร์แกนิกไม่ได้บอกว่ามัน Healthy แต่มันคือ Safety แล้ว Safety คือทุกอย่างในจานของเรา เพราะในแต่ละจานเราตรวจสอบย้อนกลับได้ เราจะบอกลูกค้าเสมอ วัตถุดิบมาจากไหน พี่ๆ คนไหนเป็นผู้ผลิต” คุณหนิง-อลิสรา ศิวยาธร CEO
