Exclusive
ราเมนพร้อมดื่ม เมนูแห่งยุคสมัย ใช้มือข้างเดียว ที่เหลืออีกข้าง ทำกิจกรรมอื่น ในบรรดาอาหารที่กินง่ายสุดๆ คงหนีไม่พ้น “ราเมน” หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งเป็นตัวช่วยยอดฮิตสำหรับคนจำนวนไม่น้อยที่ทำให้อิ่มท้องได้ แถมสะดวกปรุงและใช้เวลาไม่นาน แม้จะสะดวกขนาดนี้แล้ว แต่ผู้บริโภคบางกลุ่มในญี่ปุ่นก็ยังต้องการมากกว่านั้น โดยเฉพาะบรรดาเกมเมอร์ที่รู้สึกหิวในระหว่างเล่นเกม จะเลิกเล่นกลางทางก็เสียดาย จะไปต่อก็ท้องร้อง เว็บไซต์ soranews24 ระบุว่า การทำราเมนนั้นแสนจะง่ายดาย แค่เทน้ำร้อนลงไปแล้วปล่อยไว้สัก 3 นาทีให้เส้นสุกพอดี ถือเป็นการเตรียมอาหารที่รวดเร็วกว่าวิธีอื่นๆ มาก แต่เวลาจะกิน มือข้างหนึ่งก็ต้องถือถ้วย อีกมือหนึ่งก็คีบตะเกียบ เลยไม่สามารถเล่นเกมได้ ยกเว้นเกมแนวเต้นที่ใช้แค่การขยับแข้งขา นี่จึงเป็นที่มาของ “บูสต์ นูเดิล” (Boost Noodle) ราเมนสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ซึ่งออกแบบมาสำหรับการกินโดยใช้มือเพียงข้างเดียว เหลือมืออีกข้างไว้เล่นเกมหรือทำสิ่งต่างๆ “บูสต์ นูเดิล” มาในซองบรรจุของเหลวที่มีฝาจุกติดอยู่สำหรับเปิดกิน ซึ่งเป็นไอเดียที่พัฒนาโดยบริษัท “นิปปอน แฮม” (Nippon Ham) ใช้เวลาประมาณ 2 ปี ราเมนพ
ใครเป็นนายกฯ ผู้ประกอบการก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง วอน เหลียวแลการท่องเที่ยวจริงจัง “คนก่อนทำไม่เท่าไหร่ เปลี่ยนอีกแล้ว ผู้ประกอบการก็งง ไม่รู้ไปทางไหน แต่ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เราต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้” คือ คำให้สัมภาษณ์จาก คุณศรีรัตน์ ศรีภิญโญ เจ้าของกิจการรีสอร์ต-ร้านอาหาร ชื่อดังบนเกาะช้าง จังหวัดตราด เมื่อถูกถามถึงการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศไทยคนล่าสุด ก่อนบอก ถ้าเสียงของเธอจะไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ อยากบอกให้หันมาเหลียวแลการท่องเที่ยว เละช่วยเหลืออย่างจริงจังกว่านี้ ที่ผ่านมา แม้จะมีการออกข่าวว่าช่วย แต่ช่วยแบบไม่จริง เช่น บอกมีโครงการ ให้เงินกู้ แต่สรุปแล้วผู้ประกอบการไม่เคยได้ตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 ผู้ประกอบการ ต่างเดือดร้อน ต้องการกู้เงินมาพยุงธุรกิจ มาเสริมสภาพคล่อง แต่ไม่เคยเห็นมีโครงการช่วยได้จริงๆ “ดอกเบี้ยเงินกู้ อย่าเพิ่งขึ้นได้ไหม ทุกวันนี้เศรษฐกิจแย่อยู่แล้ว ทำได้เท่าไหร่เหมือนเอาไปใช้หนี้หมด จะให้เปลี่ยนอาชีพตอนนี้คงไม่ทันแล้ว ต้องเดินหน้าธุรกิจต่อไป ปรับปรุงสินค้า-บริการ ของเราให้ลูกค้ามาอุดหนุน” คุณศรีรัตน์ บอก และขอฝากไปถึงรัฐบาล “อุ๊งอิ๊ง” ด้วยว่า “เกาะช้าง ไม่ค่อยได้
เครียดจากงานประจำ เบนเข็ม ขายไอศกรีม 15 บาท สูตรลับจากรุ่นสู่รุ่น ขายดีพีกสุด 1,000 กิโลต่อเดือน จากงานประจำที่ทำมาตลอด 17 ปี และไม่คิดว่าจะเลิกทำอาชีพนี้ แต่เมื่อเจอมรสุมเรื่องงาน จนเกิดความเครียดสะสม ทำให้ “คุณแก้ว-พิกุล สีทา” ตัดสินใจลาออกมาตั้งต้นใหม่ ด้วยอาชีพที่ส่งต่อจากน้าคือ สูตรไอศกรีม ที่เริ่มต้นจากศูนย์ในวันแรก สู่ 3 ปี ของการเปิด “ร้านแก้วไอติมกะทิสด“ ขายราคาเริ่มต้น 15 บาท และสามารถขายได้พีกสุด 1,000 กิโลกรัมต่อเดือน จุดเริ่มต้น ขายไอศกรีม คุณแก้ว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี อาชีพเดียวที่เธอยึดมาตลอด 17 ปี คืองานในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว จนเติบโตในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสำรองห้องพัก ของโรงแรมแห่งหนึ่ง กระทั่งปี 2021 ที่การท่องเที่ยวซบเซา จากโควิดระบาดมาก่อนหน้านั้น ถึงจะได้รับเงินเดือนตามปกติ แต่ก็มากไปด้วยความกดดัน จากการไม่มีนักท่องเที่ยวจองห้องพัก ทำให้ถูกเปลี่ยนหน้าที่การทำงานจนเกิดความเครียดสะสม ไม่สนุกกับงานเหมือนเมื่อก่อน จึงทำให้เธอตัดสินใจลาออก ทั้งๆ ที่ไม่มีแผนสำรองในชีวิต ไปสมัครงานในสายอาชีพอื่นก็ไม่มีใครเรียกสัมภาษณ์ จนว่างงานถึง 3
ตั้งรับอย่างมีสติ แฟรนไชส์จีน “สึนามิธุรกิจ” ซัดไทย ใครได้ ใครเสีย ต้องยอมรับนะครับว่าประเทศไทยเป็นชัยภูมิที่จีนอยากจะเข้ามาขยายธุรกิจด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียนเชื่อมโยงการขนส่งได้ทุกทาง ทำให้เข้าถึงตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคนได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ประกอบกับประเทศไทย ก็มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับได้เป็นอย่างดี ยิ่งมาพบกับคนไทยที่ยินดีต้อนรับคนจีนทั้งภาครัฐและเอกชนก็มีนโยบายส่งเสริมหรือร่วมลงทุนจากจีน โดยเฉพาะเอกชนรายใหญ่ๆ มักจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีนมีการค้ากับจีนมาอย่างยาวนาน ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ล้วนทำให้ทุนจีนไหลทะลักเข้ามาในไทยได้อย่างรวดเร็ว เริ่มแรกที่เข้ามาส่วนมากจีนก็จะลงทุนด้านอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ธุรกิจยานยนต์โดยเฉพาะรถ EV หรือแม้กระทั่งการลงทุนในศูนย์ข้อมูลหรือ Data Centers เพื่อเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโยลีคู่กันไปกับภาคธุรกิจอื่นๆ ที่ทยอยเข้ามา แต่ที่สำคัญที่สุด ตอนนี้ทางจีนขยายธุรกิจเข้ามาในภาคธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหาร ซึ่งมีทั้งเป็นรูปแบบที่มาลงทุนเปิดเอง และรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ ลั
ฝากถึงรัฐบาลใหม่ ใช้หัวใจฟังผู้ประกอบการ และคิดตาม ช่วยดูเศรษฐกิจ ก่อนจะตายกันหมด จากกรณีที่ “นายเศรษฐา ทวีสิน” พ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์ไม่เป็นที่ประจักษ์ ไปเมื่อวานนี้ (14 สิงหาคม 2567) สร้างความกังวลในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจ หากการบริหารบ้านเมืองสะดุด เศรษฐกิจก็ไม่อาจขับเคลื่อน คุณสตีฟ-สรเทพ โรจน์พจนารัช เจ้าของร้านอาหารในเครือสตีฟ คาเฟ่ และ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ธุรกิจร้านอาหารมีกลิ่นไม่ดีมาตั้งแต่เดือนเมษายน และดิ่งฮวบหลังจบเทศกาลสงกรานต์ จากการเผชิญ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จากทางฝั่งอเมริกา ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ต้นทุนสูงขึ้นมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น ผัก เนื้อสัตว์ ไข่ ค่าไฟ หรือ แก๊ส เป็นต้น รวมถึงกำลังซื้อที่หดหายไปแบบฉับพลัน แม้คนไทยยังบริโภคอาหารนอกบ้าน แต่ความถี่หายไปถึง 30% จากเคยออกมาทานอาหารนอกบ้านเดือนละ 3 ครั้ง ก็ลดเหลือ 1 ครั้ง รวมถึงรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่หายไป 40% จาก 1 ครอบครัว มา 4 คน จ่าย 500 กว่าบาทต่อหัว ทุกวันนี้เหลือ 300 กว่าบาทต่อหัว นี่คือผล
กลยุทธ์กระตุ้นยอดขาย “ขนมจีบป้าพิณ ลำภูรา” OTOP 5 ดาวเมืองตรัง ทำอย่างไร? ให้ขายได้หมื่นชิ้น/วัน! หากพูดถึงขนมจีบ หลายต่อหลายคน รวมถึงเราด้วย ก็ต้องนึกถึงของกินเล่นชนิดหนึ่ง ที่ทำมาจากแผ่นเกี๊ยวหรือแผ่นแป้งมาห่อด้วยไส้หมูสับ กุ้ง หรือปู แต่คำว่าขนมจีบในจังหวัดตรัง ไม่ได้หมายถึงสิ่งสิ่งนั้น แต่จะหมายถึงขนมจีบที่เป็นขนมกินเล่นในท้องถิ่น เรียกได้ว่าเปิดประสบการณ์ใหม่เลยทีเดียว เพราะเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ได้ไปเยือนถิ่นเมืองตรัง และมีโอกาสได้ลองชิมขนมจีบพร้อมพูดคุยกับ คุณโจ๊ก-ดร.ณัฐวัตร ตัณศิริเสถียร วัย 50 ปี เจ้าของร้านขนมจีบป้าพิณ ลำภูรา คุณโจ๊ก เล่าว่า ของดีเมืองตรังที่เป็นที่รู้จักของใครหลายๆ คน ต้องยกให้กับ “เค้กหมูย่าง” แต่ขนมจีบนี้เป็นเพียงขนมที่คนในตำบลลำภูราคุ้นชิน และมักใช้กินในตอนที่ไปกรีดยางยามฝนตก จนมาปี พ.ศ. 2539 ทางร้านเลยคิดว่า ขนมจีบนี้มีแค่ในเฉพาะตรัง เลยเกิดไอเดียที่จะทำขึ้นมา ในช่วงแรกที่ลองทำขาย คนไม่เห็นด้วยค่อนข้างเยอะ เพราะโดยส่วนมากคนมักจะซื้อเค้กเป็นของฝาก แต่เขาเชื่อว่า ด้วยความเป็นขนมจีบนี้เป็นอัตลักษณ์ และคิดว่าไปต่อได้ แรกๆ ทำเพียงแค่หลักสิบชิ้นเท่านั้น และ
ถอดสูตรสำเร็จ ปั้นรายได้เฉียดแสน ด้วยอาหารดีลิเวอรี ที่ปรุงจากครัวข้างบ้าน หากรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับงานประจำ ทำแล้วไม่มีความสุข การออกมาเริ่มต้นอาชีพใหม่เป็นนายตัวเอง ก็เป็นอีกทางให้มนุษย์เงินเดือนได้เลือกเดิน เช่นเรื่องราวของ คุณฟ้า-อาภานุช พรานเนื้อ อดีตพนักงานออฟฟิศ วัย 24 ปี เธอตัดสินใจลาออกมาลุยธุรกิจส่วนตัว เปิด ร้าน Goodsunday ไข่กระทะ มาได้เกือบ 1 ปี โดยเริ่มต้นจากเงินทุนแค่หลักพัน ปรุงสดจากครัวข้างบ้านในพื้นที่ใช้สอยเพียง 2 เมตร เชื่อหรือไม่ว่าร้านของเธอขายดีมากๆ มีรายได้ประมาณหลักแสนบาทต่อเดือน เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลือเข้าบัญชีถึง 60,000 บาท นอกจากเงินที่ได้แล้ว อาชีพนี้ยังเป็นความสุขในแบบที่คุณฟ้าต้องการอีกด้วย ร้าน Goodsunday ไข่กระทะ มีจุดเริ่มต้นอย่างไร ทำไมถึงขายดี มาล้วงเทคนิคการขายกับคุณฟ้ากันเลย จุดเริ่มต้นวางเมาส์ มาจับตะหลิว คุณฟ้า เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำเหมือนกับทุกคน แต่ด้วยเป็นคนสุขนิยม ได้อยู่บ้านแล้วสบายใจกว่าการนั่งอยู่หน้าจอคอมพ์ในห้องสี่เหลี่ยม อีกทั้งไม่อยากฝ่าฟันรถติดระหว่างการเดินทางเป็นชั่วโมงๆ ด้วยสายเลือดควา
ธุรกิจเพ้นต์เล็บเจลเปลี่ยนชีวิต! สาวลาออกจากมหา’ลัย เปิดร้านทำเล็บ สร้างรายได้สูงถึง 21 ล้านบาท การตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาตามล่าความฝัน อาจดูเป็นเรื่องที่เสี่ยง แต่สำหรับ เจนนี่ เหงียน แล้ว การตัดสินใจครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เธอต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถ เธอสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ เจนนี่ เหงียน อายุ 29 ปี เป็นช่างทำเล็บชื่อดัง เจ้าของร้าน JennPaintt Nail Lounge ในลอสแองเจลิส โดยให้บริการหลากหลาย ตั้งแต่การทำเล็บ ไปจนถึงการต่อขนตา แต่บริการที่ได้รับความนิยมที่สุด นั่นคือ Nail Art หรือการเพ้นต์เล็บนั่นเอง โดยจะใช้สีเจล, ยาทาเล็บเคลือบเงา, อัญมณี, สติกเกอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งเธอสามารถสร้างภาพท้องฟ้าหรือช่อดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิที่สลับซับซ้อน ลงบนปลายนิ้วของลูกค้าได้ โดยทั่วไปจะใช้เวลาออกแบบประมาณ 2-3 สัปดาห์ โดยร้านของเธอจะมีลูกค้าชื่อดังต่างๆ มาใช้บริการ ได้แก่ Paris Hilton และ Hailey Bieber แต่ร้านของเธอก็เปิดให้บริการสำหรับลูกค้าทั่วไปเช่นกัน อีกทั้งดีไซน์ของเธอได้รับการนำไปใช้ในแคมเปญโฆษณาบริษัทชื่อดังอย่าง Apple
พลังสู้โว้ย “ทีมยกน้ำหนักไทย” ท็อปฟอร์มอีกครั้ง กวาดเหรียญ โอลิมปิก 2024 หลังเคยโดนแบน อีกหนึ่งความสุขของคนไทย ในโอลิมปิก ปารีส 2024 คือการคว้า 2 เหรียญเงินจากกีฬายกน้ำหนักชาย และเหรียญทองแดงจากกีฬายกน้ำหนักหญิง และยังมีให้ลุ้นเหรียญอีก 1 รุ่น เดิมการแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก ในโอลิมปิก มีเฉพาะประเภทชาย โดยประเทศไทยส่งนักกีฬายกน้ำหนักร่วมแข่งขันครั้งแรกในปี 1964 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และส่งเข้าร่วมในปี 1968, 1972, 1976,1992 และ 1996 แต่ยังไม่เคยสัมผัสเหรียญรางวัลใดๆ จนกระทั่งในปี 2000 อันเป็นปีแรกที่การแข่งขันกีฬายกน้ำหนักหญิง ได้ถูกบรรจุเข้าในโปรแกรมการแข่งขันครั้งแรกในโอลิมปิก 2000 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เกษราภรณ์ สุตา ได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกีฬายกน้ำหนักไทย ในโอลิมปิก ด้วยการประเดิมคว้าเหรียญทองแดง จากการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักรุ่น 58 กิโลกรัม ซึ่งนับเป็นทั้งเหรียญแรกของกีฬายกน้ำหนักไทย และเหรียญแรกของผู้หญิงไทยในโอลิมปิก ประกายความหวังที่จุดขึ้นโดย เกษราภรณ์ ได้เป็นแรงผลักดันให้ในอีก 4 ปี ต่อมา อุดมพร พลศักดิ์ หรือ น้องอร ได้ตะโกนคำว่า สู้โว้ย ลั่นสนามการ
ตลาดแข่งเดือด ขั้น Red Ocean วงการสินค้าพรีเมียม ไม่ต่าง ไม่รอด OGGA (อ๊อกก้า) คือชื่อกิจการรับผลิต “สินค้าพรีเมียม” หรือสินค้าที่ผลิตออกมาเพื่อส่งเสริมการขาย ซึ่งบรรดาห้างร้านหรือองค์กรต่างๆ นิยมนำมาแจกให้เป็นของขวัญ-ของสมนาคุณ ให้กับลูกค้า เพื่อเป็นการขอบคุณ พวกเขาเสนอตัวเข้าสู่แวดวง “คนผลิต” สินค้าพรีเมียม เมื่อราว 9 ปีก่อน โดยสองสามีภรรยาคือ คุณโอ และ คุณเชล-ธีรยาฎ์ วิทย์วัฒน์ดำรง เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง “ปีแรกจับพลัดจับผลู เริ่มจากศูนย์แบบเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไปทำตามคนอื่นเขา ดูว่าเขาทำอะไรกันอยู่ ก็ไปทำแบบเขา พอผ่านไปปีหนึ่ง ได้ผลออกมา คือถ้าพูดถึงตัวเงิน ธุรกิจทำอะไรไม่ได้เลย รายได้น้อยมากๆ เหมือนเรากระโจนลงไปใน Red Ocean ทะเลเดือดๆ” คุณเชล ผู้บริหารอ๊อกก้า เริ่มต้นบทสนทนา กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น ก่อนคุยให้ฟังต่อ ตัวเธอจบมาทางด้านอินทีเรียดีไซน์ ครอบครัวทำธุรกิจส่งออกเครื่องประดับ ส่วนครอบครัวคุณโอ-สามี ทำธุรกิจโรงพิมพ์ ก่อนมีไอเดียธุริกจร่วมกัน โดยคุณโอ มองว่า สินค้าของพรีเมียม พิมพ์ออกมาเท่าไหร่ มักใช้งานไม่ได้นาน จับนิดจับหน่อยก็แตกหัก เลยอยากมาลองทำสินค้าพรีเมียมคุณภาพด
