SMEs เกษตร
ในอดีตที่ผ่านมา ผลผลิตปลาหมอจัดอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับผลผลิตสัตว์น้ำจืดของประเทศ ซึ่งผลผลิตปลาหมอรองลงมาจากปลาช่อน ปลาดุก และปลาสวาย แต่ปัจจุบันผลผลิตปลาหมอเริ่มลดลง จากข้อมูลของกรมประมงเมื่อปี 2551 มีผลผลิตปลาหมอทั้งประเทศเพียง 12,900 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 535.6 ล้านบาท โดยบริโภคในรูปปลาสด 69.92 เปอร์เซ็นต์ ปลาร้า 22.86 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก 7.22 เปอร์เซ็นต์ ทำเป็นปลาเค็มตากแห้ง รมควัน และอื่นๆ ที่สำคัญคือ ปลาหมอในปัจจุบันมีขนาดเล็กกว่าในอดีตมาก ปัจจุบันมีผู้สนใจเลี้ยงปลาหมอกันเป็นจำนวนมาก เพราะสามารถเลี้ยงและเจริญเติบโตในอัตราความหนาแน่นสูง ทนทานต่อสภาวะที่คุณสมบัติของดินและน้ำที่แปรปรวน ซึ่งนิยมเลี้ยงในรูปแบบต่างๆ ทั้งบ่อดิน บ่อคอนกรีต กระชัง หรือตามร่องสวน ทั้งเลี้ยงชนิดเดียวและเลี้ยงผสมกับปลาชนิดอื่น ในภาคใต้นิยมเลี้ยงปลาหมอกันมากในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี และตรัง แต่จากการสำรวจพบว่า สาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้ผลผลิตปลาหมอลดลงเกิดจากการขาดแหล่งพันธุ์ที่มีคุณภาพ การใช้ปลาขนาดเล็กเป็นพ่อแม่พันธุ์ สามารถจัดหาง่าย ราคาถูก และผลิตลู
ปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเกษตรเป็นเรื่องใกล้ตัว ยิ่งในสภาวะที่ต้องการสร้างรายได้เสริมด้วยแล้ว การเกษตรอาจเป็นทางเลือกเพื่อต่อยอดการสร้างเงิน ปัจจุบันคนหนุ่มสาวก็หันหลังสู้ฟ้าหันหน้าสู้ดินเช่นเดียวกัน บางคนจบการศึกษาจากสาขาอาชีพอื่นที่ไม่ตรงกับสาขาเกษตร แต่กลับผันชีวิตมาประกอบอาชีพด้านนี้ และเกิดความชอบจนหลงรักงานด้านนี้ ทำงานอย่างเต็มที่จนสร้างผลผลิตออกมาได้อย่างน่าภูมิใจ หากทำการเกษตรด้วยใจจริงพร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก อาชีพเกษตรมีให้เลือกทำหลากหลาย เช่น ทำสวนดอกไม้ ทำสวนผลไม้ การเลี้ยงปลา ฯลฯ อาจไม่ต้องทำเป็นขนาดที่ใหญ่โตมโหฬาร ทว่าเริ่มจากสิ่งเล็กๆ แต่มากด้วยความสุขและความเพลิดเพลินในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะหลายๆ ท่านที่กำลังจะเข้าสู่วัยเกษียณซึ่งจะทำให้มีสุขภาพจิตใจที่ดี ส่งผลให้สุขภาพกายแข็งแรงไปด้วย เหมือนเช่น พ.อ.อ.ณรงค์ แก้วน้อย อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ชายวัยเกษียณที่ร่ำรวยความสุข อาชีพหลังเกษียณขอเป็นเกษตร พ.อ.อ.ณรงค์ ชายผู้มากด้วยรอยยิ้ม บุคลิกร่าเริงแจ่มใส เป็นมิตรกับผู้ที่พบเ
ในช่วงนี้ กระแสรักสุขภาพที่มาแรง หลายคนหันมาบริโภคพืชผักกันมากขึ้น และผักสุขภาพอย่างต้นอ่อนข้าวสาลีก็ได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่าต้นอ่อนทานตะวันเลย ซึ่งเราจะไปดู วิธีการเพาะปลูก และการดูแลกัน ต้นอ่อนข้าวสาลี หรือเรียกอีกอย่างว่า วีท กราส (Wheat grass) เป็นต้นอ่อนหรือต้นกล้าที่เจริญเติบโตมาจากเมล็ดข้าวสาลี โดยในระยะต้นกล้าจะมีสีเขียวเข็มที่อุดมไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุ และโปรตีนที่หลากหลาย สำหรับฟาร์มเพาะต้นอ่อนข้าวสาลี ที่จะพาไปชมในวันนี้ ตั้งอยู่ที่ ซ.จรัญสนินวงศ์ 35 โดยมี คุณนพดล กิจพิทักษ์ เป็นเจ้าของฟาร์ม คุณนพดล พูดถึง จุดเริ่มต้นการเริ่มเพาะต้นอ่อนข้าวสาลี ว่า ช่วงประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว เทรนด์สุขภาพมาแรง ก็มองหาว่า ตัวไหน ที่ลูกค้ากินซ้ำๆ แล้วเราพอจะปลูกเองได้ จากนั้นก็หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ทจนเจอ ต้นอ่อนข้าวสาลี ก็คือเอาเมล็ดข้าวสาลีมาเพาะให้อยู่ในระยะต้นอ่อน ไม่เกิน 7 วัน ซึ่งระยะนี้ จะเป็นระยะที่มีสารอาหารดีที่สุด สำหรับอุปกรณ์ประกอบด้วย ถาดเพาะกล้าพลาสติกขนาดความกว้าง 30 เซ็นติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร และสูง 3.5 เซ็นติเมตร กระสอบพลาสติกสาน, เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลี และวัสดุปลูกจะใ
ทุกครั้งที่เดินเข้าร้านเซเว่นฯจะพบว่ามีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อ โดยเฉพาะสินค้าเอสเอ็มอีที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็เชื่อว่าสินค้าทุกตัวขายดีไม่แพ้กัน เพราะทั้งรสชาติและคุณภาพสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างเราๆ ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์มะขามคลุกเสวยของบ้านมะขาม ยามว่าง ยามง่วงเหงาหาวนอน เป็นอาหารทานเล่นที่น่าสนใจทีเดียว ด้วยรสชาติที่จี๊ดจ๊าด บรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกขนาดกระทัดรัดสะดวกกับการบริโภค รับประทานไม่หมดก็ปิดฝาเก็บไว้รับประทานครั้งต่อไปได้ เป็นพัฒนาการอีกขั้นของสินค้าเกษตรที่ต่างจากในอดีต ปัจจุบันผลิตภัณฑ์บ้านมะขามที่มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกว่า 18 รายการ โดยสินค้าที่เป็นไฮไลท์ หรือสินค้าขายดี เช่น มะขามคลุกเสวย มะขามเคี้ยวหนึบ และ มะขามเปรี้ยวแซ่บ ด้วยจุดเด่นในเรื่องของ รสชาติหวาน หนึบ เคี้ยวสนุก และ เพิ่มความสดชื่น เห็นพัฒนาการของสินค้าบ้านมะขาม ทำให้นึกถึงเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ เท่าที่ทราบข้อมูลกิจการบ้านมะขาม เป็นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เริ่มต้นจากศูนย์ โดยนิวัฒน์ โฆวงศ์ประเสริฐ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสินค้าบ้านมะขาม บอกว่า ก่อนจับพลัดจั
อดีตวิศวกรโยธา บริษัท ช.การช่าง ลาออกจากงานประจำเงินเดือนดี ผันตัวมาเปิดร้านอาหารซีฟู้ด ย่านถนนราชพฤกษ์ แต่สุดท้ายไม่รุ่ง เลือกเป็นเกษตรกรปลูกผักสวนครัว ปลูกเมล่อน โดยใช้เมล็ดพันธุ์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ขายผลสดรอบละ 400 ลูก พร้อมเปิดให้คนนอกเข้ามาชมสวน กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทำเลดี ใกล้ BTS บางหว้า คุณศราวุธ จันทะพรหม หรือคุณโหน่ง เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากจบการศึกษา กวุฒิ วศ.บ. (วิศวกรรมศาสตร์ บัณฑิต) ไปเป็นวิศวกรโยธาบริษัท ช.การช่าง นาน 10ปี กระทั่งราวปี 2540เศรษฐกิจไม่ดี ตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านอาหารซีฟู้ด บนที่ดินของตัวเองราว 250 ตารางวา ระหว่างนั้นก็ปลูกผักสวนครัว อาทิ พริก ผักชี มะเขือเทศ ใบโหระพา มะนาว รวมถึงเมล่อน คุณโหน่ง บอกต่อว่า ร้านอาหารขายไม่ค่อยดี สุดท้ายปิดร้าน เลิกกิจการ หันมาปลูกผักสวนครัวส่งขายร้านอาหาร รวมถึงปลูกเมล่อนโดยนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น อาทิ ชิโมจิ ทาคานิ ฮารุกิ อิชิบะ เป็นต้น “ผมเริ่มปลูกเมล่อนเมื่อปี 2558 สาเหตุที่เลือกผลไม้ชนิดนี้ เพราะส่วนตัวรู้สึกชอบในรสชาติ เลยศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมทั้งอ่านหนังสือ ดูจากในอินเตอร์เน็ต ลงพื้นที่ไ
เทุกวันนี้วิวัฒนาการเพาะเห็ดมีความหลากหลายมากขึ้น จากเห็ดพื้นบ้านที่ชาวบ้านเพาะเลี้ยงกันตามธรรมชาติ มาเป็นธุรกิจการเพาะเห็ดแบบอาชีพที่มีทั้งขนาดเล็กใหญ่ตามกำลังทรัพย์ ขณะที่ความรู้การเพาะ-เลี้ยงเห็ดก็แสวงหาจากแหล่งต่างๆ ได้ไม่ยาก อีกทั้งยังสามารถทำได้ตั้งแต่งานอดิเรกไปจนถึงอาชีพหลัก แต่ไม่ว่าจะทำในลักษณะใดก็ตามถ้าขาดการเอาใจใส่อย่างเต็มที่อาจเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าทันที อย่างราย คุณสิริณัฏฐ์ จารุชัยสิริ หรือ คุณตั้ม มีธุรกิจเพาะ-ขาย และแปรรูปเห็ดอยู่ที่วังน้ำเขียว เห็ดที่เขาเพาะ ได้แก่ ฮังการี นางนวล มิลค์กี้ และหลินจือ ซึ่งทั้งหมดล้วนเพาะ-เลี้ยงแบบอินทรีย์ ด้วยการสร้างมุ้งครอบโรงเห็ดเพื่อป้องกันแมลงมารบกวน แล้วยังต่อยอดด้วยการนำไปแปรรูปเป็นลูกชิ้นเห็ดและน้ำเห็ดเพื่อสุขภาพ หวังสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภค จึงเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในชื่อ “ครอบครัวเห็ดมัชรูมแฟมิลี่ฟาร์ม วาณิช” หรือแบรนด์ JTM คุณสิริณัฏฐ์ จารุชัยสิริ กับเห็ดมิลค์กี้ คุณตั้ม ไม่ใช่เกษตรกรโดยกำเนิด ไม่เคยมีความรู้อะไรที่เกี่ยวกับเห็ดมาก่อน เขาเคยทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ นานถึง 10 ปี แต่ระยะหลังรู้สึกเบื่อหน่ายกับสภาพสังคมเมืองท
อากาศหนาวเย็นช่วงปีใหม่และเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองเช่นนี้ “สตรอเบอรี่” เป็นผลไม้อีกชนิดทีไ่ด้รับความนิยมอย่างยิ่ง หากลองสังเกตดูดีๆ จะพบว่าแต่ละคนก็มีวิธีรับประทานที่แตกต่าง บ้างก็เลือกกัดจากส่วนปลายที่หวานฉ่ำก่อนส่วนอื่น บ้างก็เลือกนำเข้าปากแบบทั้งผล น้อยคนที่จะเริ่มจากโคนที่ติดกับใบ ว่าแต่ว่า วิธีไหนจึงจะได้ลิ้มรสความฉ่ำหวานอย่างคุ้มค่าที่สุด ? มาสอบถามกูรูตัวจริงจากไร่ “อุเนะมะ” ที่เมืองโคริยามะ จังหวัดฟุกุชิมะ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ก่อนถึงสเต็ปการกิน สาวชาวไร่หน้าใสยิ้มหวาน เริ่มอธิบายให้ “มติชนออนไลน์” ฟังอย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บผลจากต้น โดยให้ใช้อุ้งมือค่อยๆ ช้อนใต้ขั้วแล้วค่อยๆ ดึงอย่างเบามือ อย่ากระชากหรือปลิดจากขั้วด้วยนิ้วมือ เดี๋ยวผลจะช้ำ ส่วนการดื่มด่ำกับความหวานฉ่ำของผลสตรอเบอรี่ที่ถูกต้อง คือ เริ่มกัดจากโคนซึ่งติดกับขั้ว เนื่องจากเป็นส่วนที่หวานน้อยกว่าส่วนอื่น เพื่อเก็บส่วนที่มีค่าที่สุดไว้ตอนท้าย นั่นก็คือ ส่วนปลายซึ่งหวานสุดสุด สตรอเบอรี่ไร่นี้เมื่อเก็บแล้วพร้อมหม่ำได้ทันที เพราะไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงทุกชนิด ที่นี่คือ “ไร่อุเนะเมะ” ของคุณลุงอิโต โตชิมิ วัย 7
“พยาบาล” นับเป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของเด็กผู้หญิงหลายคนในวัยเยาว์ เพราะมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี คนยกย่อง อยู่ในสถานที่สะอาดสะอ้าน ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่สำหรับ “ดุสิตา ธรรมสถิตพร” หรือ ไหม หญิงสาวในวัยเพียง 27 ปี เลือกที่จะปฏิเสธตำแหน่งพยาบาลดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งโรงพยาบาลกรุงเทพฯ เงินเดือนหลายหมื่นบาท มาสวมบทบาทเกษตรกรปลูกเมล่อนในพื้นที่ 8 ไร่ ที่ ต.เขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก โดยเธอตั้งปณิธานไว้ว่า การเป็นเกษตรกรจะต้องไม่ “ยากจน” เสมอไป และเชื่อไหมว่าอดีตนางพยาบาลคนนี้ ภายหลังเป็นเกษตรกรเพียงปีเดียว ปัจจุบันเธอมีรายได้สัปดาห์ละ 60,000 บาท มากกว่าที่เป็นพยาบาลซะอีก คุณไหม เล่าว่า หลังจากเรียนจบพยาบาลเฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปี 54 ก็ทำงานตามที่เรียนมา ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แผนกผู้ป่วยมะเร็งนาน 4 ปี ทำงานวันละ 12 – 13 ชั่วโมงทุกวัน สุขภาพเริ่มแย่ ค่าเม็ดเลือดทุกตัวตกลงทุกปี ประกอบกับสามีเป็นหมอ แนะนำว่าให้ลาออกจากงาน เพื่อไปรักษาตัวเอง แต่เนื่องจากไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น ไปได้ลองทานเมล่อน รสชาติดีมาก หวาน กรอบ อร่อย เลยเกิดไอเดียกลับมาปลูกเมล่อนที่เมืองไทย ตอนที่ค
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ เกษตรกรทำสวนผลไม้ จังหวัดระยอง เดิมทีเขาทำการเกษตรแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่พึ่งพาสารเคมีเป็นหลัก และได้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อมาลงทุน แต่ประสบกับภาวะขาดทุนจากสภาพพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมและมีปัญหาโรคพืช จากการผลิตแบบเดิมๆ ที่มีต้นทุนสูง จึงไม่สามารถใช้หนี้ที่กู้ยืมมาได้ จุดเปลี่ยนของการทำการเกษตรโดยไม่พึ่งสารเคมี เริ่มจากได้ไปศึกษาดูงานกับ ธ.ก.ส. ในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ การทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และศึกษาฟาร์มตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับมีปัญหาสุขภาพจากการใช้สารเคมีติดต่อกันเป็นเวลานาน และจากการได้รับคัดเลือกเป็นหมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดิน จึงได้มีโอกาสเดินทางไปอบรมสัมมนาในพื้นที่ต่างๆ หลายแห่ง โดยใช้เวลาศึกษาเรียนรู้และตัดสินใจนาน 2-3 ปี จึงตัดสินใจทำการเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่พึ่งพาสารเคมีทุกประเภท จนสามารถปลดหนี้ทั้งหมดได้ มีรายได้ตลอดทั้งปี รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณสมศักดิ์ ได้ดำเนินกิจกรรมการเกษตรแบบผสมผสานโดยมีความโ
“ตะไคร้” หนึ่งในพืชสวนครัวที่มักจะต้องมีปลูกกันทุกบ้าน ตะไคร้ จัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณสมบัติลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด ลดระดับคลอเลสเตอรอล ฯลฯ ตะไคร้นำไปเป็นส่วนประกอบของอาหารนานาชนิด ทั้งพวกต้มยำ ยำ แกง เป็นส่วนผสมในน้ำพริกหรือพริกแกงต่างๆ ปัจจุบัน การบริโภคหรือการนำตะไคร้ไปใช้หลากหลายขึ้น ทั้งธุรกิจสปา มีการนำไปทำลูกประคบ ผลิตชาจากต้นและใบตะไคร้ สกัดน้ำมันหอมระเหย ฯลฯ นอกจากนั้น ถ้ามีตลาดรับซื้อจากโรงงานอุตสาหกรรมพริกแกง น้ำพริก ตั้งแต่อุตสาหกรรมในครัวเรือนถึงโรงงานขนาดใหญ่ ปริมาณของการใช้ตะไคร้จึงเกิดความต้องการอย่างต่อเนื่อง อาชีพการปลูกตะไคร้จึงมีการขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้นตามความต้องการของตลาด คุณกุหลาบ ทรายแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ที่ 9 ตำบลเทพนคร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โทร. (089) 437-7797 เป็นเกษตรกรอีกรายหนึ่งที่ปลูกตะไคร้มานานกว่า 10 ปี ในพื้นที่กว่า 4 ไร่ ปลูกตะไคร้ เป็นพืชแซมทำรายได้ คุณกุหลาบ เล่าว่า การปลูกตะไคร้ของที่นี่ จะปลูก “ตะไคร้หยวก” คือลำต้นอวบอ้วน เนื้อมาก มีกลิ่นฉุนพอประมาณ ผลผลิตต่อไร่สูง ประมาณ 4-5 ตัน ใช้เวลาปลูกจนเก็บเกี่ยวได้ ประมาณ 7 เดือน
