SMEs เกษตร
อาจารย์สอนบัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีทักษิณาบริหารธุรกิจ ลงทุน 1,200 บาท ปลูกเห็ดนางฟ้าภูฐานที่ระเบียงหอพัก ซอยพหลโยธิน 53 เขตบางเขน กรุงเทพฯ จำนวน 100 ก้อน โดยวางแนวนอนซ้อนกัน ใช้พื้นที่เพียง 1.5 ตารางวา ขายผลผลิตให้เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง สร้างรายได้สัปดาห์ละ 500 บาท มีเงินจ่ายค่าหอพักสบายๆ นอกจากนั้นยังต่อยอดความรู้ด้วยการสร้างโรงเพาะเห็ดขนาดเล็กเพื่อให้นักเรียนมาศึกษาหาความรู้อีกด้วย เอกรัตน์ พัฒชู หนุ่มสุราษฎร์วัย 25 ปี กำลังศึกษาปริญญาโท สาขาบริหารจัดการองค์การ มหาวิทยาลัยเกริกปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะวิชาการบัญชีที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีทักษิณาบริหารธุรกิจ อาจารย์เอกรัตน์ เผยว่า ก่อนจะมาเป็นอาจารย์สอนบัญชี เคยทำงานเป็นผู้จัดการที่ร้านอาหารข้าวต้มขาไก่ จากนั้นไม่นานลาออกไปเป็นอาจารย์สอนบัญชี และปลูกเห็ดนางฟ้าภูฐานที่ระเบียงหอพัก โดยลงทุน 600 บาท ซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพาะ 50 ก้อน หลังจากนั้นเมื่อเห็ดออกดอก และเริ่มขายได้ จึงซื้อมาเพิ่มอีก 50 ก้อน โดยวางตามแนวระเบียง รดน้ำทุกเช้าโดยรดจากด้านบน ปล่อยให้น้ำซึมไหลลงมายังชั้นล่างสุด “ผมหาความรู้การเพาะเห็ดจากอินเตอร์เน็ต และกรมวิชาการเกษตร
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเชียงราย (พืชสวน) นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการปลูกผักไร้ดิน โดยไม่ต้องใช้สารละลายธาตุอาหารพร้อมกับเลี้ยงปลา ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ว่าที่ร้อยตรี ดร. สมสวย ปัญญาสิทธิ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเชียงราย (พืชสวน) ได้ดำเนินการศึกษาทดลองการปลูกผักไร้ดินโดยไม่ต้องใช้สารละลายธาตุอาหารร่วมกับการเลี้ยงปลา เพื่อลดต้นทุนและได้ผลสำเร็จ เกษตรกรสามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก โดย นายสมถวิล ขัดสาร ผู้อำนวยการศูนย์ให้รายละเอียดว่า การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์นั้นหลายคนคิดว่าได้ผักออร์แกนิกส์/ปลอดสาร ซึ่งในความจริงแล้ว ไม่ได้ปลอดสาร เนื่องจากสารละลายธาตุอาหารที่ใช้ในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์นั้นเป็นปุ๋ยเคมี ที่ถูกนำมาผสมดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมในการปลูกโดยไม่ต้องใช้ดิน และไม่ทำอันตรายกับระบบรากของพืช ปัจจุบันได้มีระบบใหม่ในการผลิตอาหารปลูกผักอย่างยั่งยืน เรียกว่า ระบบอควาโพนิกส์ (Aquaponics) แนวคิดของระบบนี้ก็คล้ายกับการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์โดยทั่วไป เพียงแต่สารอาหารที่ส่งให้พืชนั้น นำ
พื้นที่ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นที่เลื่องลือถึงคุณภาพความเป็นพริกพื้นเมืองที่ซึ่งปลูกโดยฝีมือเกษตรกรในพื้นที่ ประเมินได้ว่า “พริกขาวชัยบุรี” เป็นพริกพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน 14 จังหวัดภาคใต้ เพราะเหตุผลว่า พริกชนิดนี้ เป็นพริกที่มีความเผ็ด เมื่อนำไปปรุงในเครื่องแกงอาหารใต้ จะมีสีสวย ที่สำคัญ เมื่อปรุงเป็นอาหาร จะได้กลิ่นหอมชวนลิ้มรสของพริกในอาหารนั้นๆ ชาวบ้านเรียกพริกพื้นเมืองของตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ชนิดนี้ว่า “พริกขาวชี” หรืออีกชื่อหนึ่ง คือ “พริกขาวชัยบุรี” ที่มาที่ไปของชื่อ “พริกขาวชัยบุรี” ลุงคุณจำรัส สงกลิ่น อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง บอกว่า พริกชนิดนี้เมื่อติดผล แรกเริ่มเม็ดพริกจะเป็นสีขาว จากนั้นค่อยๆ เป็นสีเหลือง ส้ม และท้ายที่สุด คือ ส้มเข้ม และพื้นที่ปลูกพริกชนิดนี้มากที่สุดอยู่ที่ตำบลชัยบุรี จึงเรียกพริกชนิดนี้ว่า “พริกขาวชัยบุรี” เดิมพื้นที่ตำบลชัยบุรี ส่วนหนึ่ง เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก บางส่วนเป็นพรุ จึงยากแก่การทำเกษตร โดยทั่วไป เกษตรกรจำนวนหนึ่งเลือกปลูกปาล์มแบบยกร่อง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำท่วม
อะโวกาโด (Avocado) หรือ ลูกเนย หลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผลไม้ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่จริงๆ แล้วในไทยก็ปลูกได้ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกง่าย แทบจะไม่ต้องดูแลมาก ก็ปลูกขึ้น สามารถปลูกแซมในสวนผลไม้อื่นก็ได้ เพาะเมล็ด 3 – 4 ปี ให้ผลผลิตและเก็บเกี่ยวได้ และจะให้ผลผลิตมากขึ้น ต่อเมื่อ อะโวกาโดอายุ 5-6 ปี เกษตรกรภาคเหนือตอนบนและตอนล่างนิยมปลูกกันมาก โจ้ – ยุทธนาศักดิ์ แก้วคำ เด็กหนุ่มอนาคตไกลวัยเพียง 25 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตแพร่ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันสวมบทบาททั้งเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกอะโวกาโด เพราะนอกจากจะขายผลสด ยังนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ความงามบำรุงผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกาย ภายใต้แบรนด์ “อะโวคาโด้ ไร่ยังคอย”ขยายตลาดด้วยตัวแทนจำหน่าย รวมถึงส่งออกต่างประเทศ สร้างรายได้ต่อเดือนหลักล้านบาทเลยทีเดียว โจ้ เผยกับเส้นทางออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบ ป.ตรี ไปเพาะพันธุ์ไก่ชนหายาก ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของ แม่ฮ่องสอน มีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ส่งจีน ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีทั้งส่งตรงและส่งผ่านพ่อค้าคนกลาง ทว่าระยะหลังเศรษฐกิจ
ลูกเล็กๆ กลมๆ สีเขียว มองดูคล้ายมะเขือพวง แต่บางลูกเป็นสีแดง ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า เป็นผักหรือผลไม้ชนิดใดกันแน่ สอบถามผู้รู้ได้ความว่า เป็น “พริกตุ้ม” ผักพื้นบ้านของจังหวัดระยอง มีมากแถบอำเภอแกลง ช่วงเดือนธันวาคม จะมีพริกตุ้มมากที่สุด พริกตุ้ม เป็นพริกที่ไม่เรียวยาวเหมือนพริกทั่วไป แต่มีลักษณะกลม คล้ายมะเขือพวง แต่เนื้อในของพริกตุ้มแน่นกรอบ หากเคี้ยวทั้งเม็ดให้แตกในปาก จะได้รสชาติเผ็ดหอม แต่หายเผ็ดเร็วกว่าพริกขี้หนู แก่จัด มีสีเขียวเข้ม แก่จัดจนสุดจะมีสีแดงจัด เมื่อนำไปประกอบอาหารให้เด็ดขั้วออกแล้วใส่ทั้งเม็ด ชาวระยองนิยมใส่ในแกงป่า แกงเขียวหวาน และผัดเผ็ด เพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหาร ที่มา เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์
มะนาวเป็นไม้ผลตระกูลส้มประเภทหนึ่งที่มีการปลูกอย่างแพร่หลาย โดยในประเทศไทย แหล่งปลูกมะนาวที่สำคัญๆ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี นครสวรรค์ กาญจนบุรี สมุทรสาคร เชียงใหม่ และนครปฐม ปัจจุบัน มะนาวถือได้ว่าเป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูงตลอดทั้งปี โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนของทุกปี มะนาวจะมีราคาแพงกว่าปกติ เนื่องจากในช่วงนี้ปริมาณมะนาวในตลาดน้อยกว่าปกติ สำหรับมะนาวที่นิยมปลูกมีหลายสายพันธุ์ เช่น มะนาวไข่ มะนาวหนัง มะนาวทราย และมะนาวแป้นซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากกว่าพันธุ์อื่นๆ เนื่องจากมีผลใหญ่ค่อนข้างกลม เปลือกบาง และมีน้ำมาก เลม่อน มี ฟาร์ม ฟาร์มมะนาวน้ำดีพันธุ์แป้นแม่ลูกดก ซึ่งตั้งอยู่ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็นอีกแหล่งผลิตที่มีเทคนิควิธีการปลูกมะนาวที่เรียกได้ว่าไม่หวั่นวิกฤตภัยแล้ง โดยมีหลักการอยู่ที่การใช้น้ำน้อย แต่ได้ผลผลิตมาก คุณธงชัย ภักดีสวัสดิ์ เจ้าของฟาร์มแห่งนี้ บอกว่า เลือกปลูกพันธุ์แป้นแม่ลูกดก ซึ่งผสมระหว่าง แม่ไก่ไข่ดก( ดกทั้งปี) กับแป้นเอี่ยมเซ้ง (ลูกใหญ่) ซึ่งนับว่าเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ จา
“เกาะช้าง” แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามสุดตะวันออก จังหวัดตราด เป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ก่อนที่จะพัฒนาด้านการท่องเที่ยว อาชีพหลักชาวบ้านทำสวนผลไม้ ยางพารา ประมง ทุเรียนพันธุ์ชะนีนั้น ปลูกกันมานานร่วม 50 ปี ระยะหลังหลายคนปรับเปลี่ยนไปปลูกพันธุ์หมอนทองตามความนิยมของตลาดบ้าง หรือปลูกยางพาราทดแทน เพราะราคาดีกว่า ชาวสวนทุเรียนจึงเหลือเพียง 111 ราย พื้นที่ปลูก 843 ไร่ มีพันธุ์ชะนีที่ปลูกดั้งเดิมอายุ 30-50 ปี เหลืออยู่ 348 ไร่ กระดุม 52 ไร่ พวงมณี 5 ไร่ และหมอนทอง 437 ไร่ ปริมาณทุเรียนเกาะช้างปีละ 476.43 ตัน เป็นทุเรียนชะนีเกาะช้าง ประมาณ 100 ตัน ตรวจพบ วิตามินอี-ไอโอดีน อพท. ต่อยอดลดปริมาณคาร์บอน ประมูล กิโลกรัมละ 4,000 บาท ช่วงปี 2553-2555 “ทุเรียนชะนีเกาะช้าง” เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เมื่อปี 2553 คุณมานพ ทองศรีสมบูรณ์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเกาะช้าง เห็นว่าทุเรียนชะนีเกาะช้างอายุ 30-50 ปี ปลูกในพื้นที่สภาพดินเป็นดินภูเขาไฟ ลาดเอียง มีไอน้ำทะเล อากาศโปร่ง ให้ผลเร็ว เนื้อสีเหลืองสวย เนียนเหนียว รสชาติหวานอร่อย จึงส่งไปทดสอบ
“ไกรภูมิ โตทับเที่ยง” เซเลบตระกูลดังเมืองตรัง หนึ่งในทายาทธุรกิจอาหารกระป๋อง “ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม” หันมาเอาดีด้านการทำเกษตร ด้วยการสร้างโรงเรือนปลูกผักไร้ดินปลอดสารพิษ รวมถึงปลูกเมลอนญี่ปุ่น ผุดไอเดียบรรเจิดจับผลมาแกะสลักลวดลายเพิ่มมูลค่า ขายในเฟซบุ๊ก เพิ่มมูลค่าได้ 40 เท่าตัวเลยทีเดียว คุณไกรภูมิ บอกว่า หันหลังให้ธุรกิจครอบครัว เบนเข็มตัวเองมาเป็นเกษตรกร เมื่อปี 2553 ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับสนใจการทำเกษตร เลยลงทุน 50,000 บาท เพื่อลองผิดลองถูกปลูกผักสวนครัวทานเอง อาทิ ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ใช้ชื่อสวนผักแห่งนี้ว่า “สวนผักสวัสดี” เมื่อเริ่มมีผลผลิตนำไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน และเริ่มจำหน่าย หลังปลูกผักสวนครัว และผักไฮโดรโปนิกส์จนเริ่มอยู่ตัว คุณไกรภูมิ บอกว่า ราวเดือน พฤษภาคม 2558 หันมาทดลองปลูกเมลอน หรือราชินีแห่งพืชตระกูลแตง โดยเลือกใช้เมล็ดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากขึ้นชื่อ มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย หวาน กรอบ ใช้พื้นที่ปลูกหน้ากว้าง 6 เมตร ยาว 25 เมตร ปลูกครั้งหนึ่ง 400 – 500 ต้น ระยะเวลา 80 – 90 วัน เมล่อนจะให้ผลผลิต การสูญเสียต่อครั้งราว 20 เปอร์เซ็นต์ เม
ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เรื่องการปลูก “กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50” ที่ “บ้านสวนคลายทุกข์” ของ “คุณศักดิ์ชัย ตั้งตระกูลวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ” ปัจจุบัน ฟาร์มแห่งนี้ ตั้งอยู่เลขที่ 72 หมู่ที่ 6 บ้านคำสมบูรณ์ ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ อยู่ภายใต้การดูแลของผู้จัดการฟาร์ม คือ คุณคมกฤช สุขกุล โทร. (093) 327-1949 “บ้านสวนคลายทุกข์” คุณคมกฤช สุขกุล เล่าให้ฟังว่า ฟาร์มบ้านสวนคลายทุกข์แห่งนี้มีเนื้อที่ 32 ไร่ เดิมใช้เป็นพื้นที่ปลูกยางพารา ต่อมา ปี 2558 ได้เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยแบ่งพื้นที่ จำนวน 5 ไร่ เพื่อทำนา รวมทั้งปลูกมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร และพันธุ์ทูลเกล้า ในวงบ่อซีเมนต์ จำนวน 600 บ่อ นอกจากนี้ยังปลูกมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร พันธุ์ทูลเกล้า มะนาวพันธุ์ตาฮิติ และมะนาวเลมอนเม็กซิกัน ลงดินอีก จำนวน 1,200 ต้น และแบ่งพื้นที่ จำนวน 6 ไร่ เพื่อทำสวนกล้วยเชิงการค้า โดยเลือกปลูกกล้วยพันธุ์น้ำว้าปากช่อง 50 คุณคมกฤช สุขกุล ผู้จัดการฟาร์ม “บ้านสวนคลายทุกข์” เนื่องจากกล้วยน้ำว้านับเป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นที่ต้องการ
เมื่อกลางปีที่ผ่านมา คุณเอกพงษ์ ขุนทอง อายุ 18 ปี นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปีที่ 1 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง จังหวัดพัทลุง ได้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR FOOD CROP หรือ GAP ซึ่งจัดโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย คุณเอกพงษ์ได้นำเสนอโครงการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ จนได้รับรางวัลชมเชย จากนั้นได้นำกลับมาขยายต่อยอด ใช้พื้นที่ว่างรอบบริเวณบ้านปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ขายผลมะนาว ซึ่งจากผลผลิตที่ได้ขายได้ราคาดี จึงขยายปลูกเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังตอนกิ่งชำมะนาวเองขายสร้างรายได้ระหว่างเรียน เดือนละกว่า 10,000 บาท คุณเอกพงษ์ กล่าวว่า โครงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR FOOD CROP หรือ GAP ที่ได้เข้าร่วมโครงการ และเสนอโครงการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ได้รับรางวัลชมเชย รู้สึกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ไม่ใช่จะเริ่มเรียนรู้ในการปลูกมะนาวหลังเข้าร่วมโครงการ เพราะก่อนหน้านี้ ก็ได้ทดลองปลูกและตอนกิ่งพืชต่างๆ มาจากปู่ พ่อ แม่ โดยเริ่มทำการเกษตรมาตั้งแต่เรียนมัธย
