SMEs เกษตร
เปิดอาณาจักร “กล้วยหอมทองร้อยล้าน” ผลไม้เศรษฐกิจโตก้าวกระโดด ปลูกเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย เปิดอาณาจักรกล้วยหอมทองเจ้าของฉายากล้วยหอมร้อยล้าน ที่มีพื้นที่ปลูกกว่า 4,000 ไร่ ป้อนตลาดปีละ 7 พันตัน ส่งขายเซเว่น – การบินไทยชั้นเฟิร์สคลาส ผลไม้เศรษฐกิจที่โตก้าวกระโดด ปลูกเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย แถมราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใกล้เทศกาลยิ่งขายดี ส่วนเกษตรกรที่อยากปลูกกล้วยหอมกับคิงฟรุทส์ ง่ายๆ 3 วิธี 1.ซื้อหน่อกับคิงฟรุทส์ (ราคาหน่อ 10 บาท) แล้วทำสัญญา กลับมาขายให้คิงฟรุ้ทส์ ในราคาประกัน 2.ซื้อหน่อกับคิงฟรุ้ทส์ แล้วอาจจะกลับมาขายให้คิงฟรุ้ทส์ (เพราะราคาอาจจะผันขึ้นลง) 3.ซื้อหน่อจากที่อื่น ปลูกแล้วเอามาขายคิงฟรุ้ทส์ คุณเกรียงศักดิ์ วิเลปะนะ ลูกชาวสวนพบโอกาสทองที่แฝงอยู่ในกล้วยหอม ผลไม้เศรษฐกิจที่โตก้าวกระโดด ราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถมมีดีมานด์ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ปัจจุบัน ผู้ชายคนนี้กลายเป็นเจ้าตลาดกล้วยหอม ด้วยการสร้างแบรนด์ “KING FRUITS” (คิง ฟรุทส์) มีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทอง 3,000 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินของตัวเอง และเช่าปลูก ในอัตราไร่ละ 2,000-5,000 บาท ต่อปี และพื้นที่ปลู
ออร์เดอร์ล้น! มะพร้าวน้ำหอมไทย ‘ยอดพุ่ง’ สู้โควิด-19 คนงานดีใจรายได้ไม่ลด บริษัท เค เบสต์ ฟาร์ม จำกัด ผู้ปลูกและจัดจำหน่ายมะพร้าวครบวงจร ภายใต้แบรนด์ ออลโคโค (all coco) ได้รับมาตรฐานรับรองอาหารและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก 100% ของสหรัฐอเมริกา (USDA Organic) และอีกหลายมาตรฐานการผลิตสากล อาทิ (COR), (EU), (GAP) มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอม 3,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ปลูก 4 จังหวัด ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร มีเครือข่ายเกษตรกรอีก 8,000 ไร่ ตลาดหลัก คือ ส่งออก 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย รัสเซีย อังกฤษ ออสเตรเลีย ล่าสุด คุณเข็มทัศน์ มนัสรังษี ประธานบริษัท เปิดเผยข้อมูลกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ทางบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยิ่งในเดือนเมษายน ออร์เดอร์มะพร้าวน้ำหอมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดจากประเทศจีน เนื่องจากควบคุมสถานการณ์การเเพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าวได้แล้ว คุณเข็มทัศน์ บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ต่อว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไวรัสโควิด-19 ยอดขายมะพร้าวน้ำหอมจนถึงขณะนี้ยังไม่ตกลง เฉลี่ยทั้งปี 2563 คาดว
เมื่อประมาณปี 2559 เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สัมภาษณ์ คุณสันทัต วรรณรัตน์ หรือ คุณต่อ วัย 35 ปี หนุ่มเจนวาย เจ้าของแบรนด์ แม่งโก้ ที่นำเอามะม่วงเบา ผลไม้พื้นเมืองรสเปรี้ยวของภาคใต้ มาแปรรูปทำเป็น “มะม่วงเบาแช่อิ่ม” ขายเป็นอาชีพเสริมชิลๆ (อ่านเรื่องก่อนหน้าได้ที่ “มะม่วงเบาแช่อิ่ม” อาชีพเสริมชิลๆ ของหนุ่มเจนวาย) เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณต่ออีกครั้ง โดยเขา เล่าให้ฟังว่า “ผ่านไปเกือบ 3 ปี ธุรกิจค่อนข้างไปได้ดี เมื่อต้นปี มะม่วงเบาแช่อิ่ม แบรนด์ แม่งโก้ ได้เข้าตลาดไปประมาณเดือนเมษายนนี้เอง” เขา เล่าต่ออีกว่า “เมื่อธุรกิจมันไปได้ดี แต่มันก็จะมีปัญหาในเรื่องของ 1. มะม่วงเบามีน้อย ก็มีการไปตกลงซื้อขายมะม่วงกับเจ้าของสวนเอง 7-8 เจ้า ซึ่งเป็นพวกเพื่อน ญาติๆ กันนั่นแหละที่เขาปลูก ผมก็ให้เขาเอามาขายให้โดยตรงไปเลย เสร็จแล้วก็มีการจ้างคนปอกมะม่วงให้ เพราะผมยังไม่มีโรงงานเพื่อผลิตเยอะขนาดนั้น ก็ต้องมีจ้างคนอื่นทำ เพื่อตัดภาระไปด้วย และปัญหาข้อที่ 2 คือ เราเริ่มมีคู่แข่งแล้ว ตรงนี้ก็แก้อะไรมากไม่ได้ นอกจากทำอะไรให้มันแตกต่างกว่าเขา ซึ่งมะม่วงแช่อิ่มและมะ
เกษตรกรสาวเจนวาย ใช้ทักษะภาษาจีน ช่วยเกษตรกรส่งผลไม้ไทยสู่ตลาดอินเตอร์ การทำสวน ไม่ได้เป็นอะไรที่แปลกใหม่ เพราะอยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน หลายคนเห็นปู่ย่าตายายยึดอาชีพเป็นเกษตรกรทำสวนกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่ด้วยยุคสมัยเปลี่ยนไป เกษตรกรส่วนใหญ่ที่เราเห็นในปัจจุบันมักเป็นคนเฒ่าคนแก่ ส่วนลูกหลานนั้นเมื่อเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ต่างทิ้งที่ทางกันไปหมด ไม่กลับมาต่อยอดอาชีพดั้งเดิม แต่ถึงอย่างนั้นยังมีหนุ่มสาวเจนวายอีกส่วน ที่ไม่คิดทิ้งงานอาชีพเกษตรกรรม เมื่อเรียนจบมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดเพื่อสานต่ออาชีพดั้งเดิมที่พ่อแม่สร้างไว้อย่างภูมิใจ เช่น คุณน้ำ-พลอยณิศา เรืองชัยโชค ทายาทสาวชาวสวนจังหวัดจันทบุรี วัย 26 ปี ดีกรีไม่ธรรมดา เธอเป็นลูกสาวคนโตของ คุณณัฐวัฒน์ เรืองชัยโชค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จันทบุรี หลังจบการศึกษาคุณน้ำยึดอาชีพตามที่ได้ร่ำเรียนมาเป็นครูสอนภาษาจีนให้กับเด็กนักเรียนชั้น อนุบาล 3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนวัดทองทั่ว วัดเนินสูง และวัดดอนตาล ในจังหวัดบ้า
เปิด 3 เทคนิคง่ายๆ เพิ่มผลผลิต “มะม่วง” นอกฤดู ขายได้ราคาดีเท่าตัว ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ดร.อาภากร สุปัญญา รองผู้ว่าการกลุ่มยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มปริมาณและผลผลิตมะม่วงนอกฤดู ที่กลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกมะม่วงนอกฤดูกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีสมาชิก 150 สวน รวมพื้นที่ในการเพาะปลูกจำนวน 22,000 ไร่ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ณ จังหวัดอุดรธานี ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า เทคโนโลยีดังกล่าว วิจัยและพัฒนาโดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. สามารถช่วยให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นกว่าเดิม 1-2 เท่า ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนสำคัญ คือ 1.การเพิ่มจำนวนยอดอ่อน ด้วยการฉีดพ่นสารทางใบด้วยสารผสมของเอทีฟอนกับไทโอยูเรียหลังการตัดแต่งกิ่ง ซึ่งวิธีเดิมจะใช้ไทโอยูเรียเพียงอย่างเดียว แต่การผสมเอทีฟอนลงไปจะช่วยให้เกิดยอดอ่อนได
5 วิธีล้างผัก-ผลไม้ง่ายๆ ช่วยลดสารฆ่าแมลง และสิ่งสกปรก อยากทานผักและผลไม้แบบปลอดภัย ไร้สารฆ่าแมลง ไม่ยากอย่างที่คิด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์มีเคล็ด(ไม่)ลับ 5 วิธีล้างผัก-ผลไม้ง่ายๆ ช่วยลดสารฆ่าแมลง และสิ่งสกปรก จากเพจ Fda Thai ของ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา มาฝาก ล้างผัก ผลไม้ โดยใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะ/น้ำอุ่น 1 กะละมัง (20 ลิตร) แช่ทิ้งไว้นาน 15 นาที ลดปริมาณสารพิษได้ 90-95% แช่ผัก ผลไม้ ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ใช้น้ำส้มสายชูละลายน้ำความเข้มข้น 0.5% (น้ำส้มสายชู อสร. 1 ขวด/น้ำ 4 ลิตร) แช่ผักที่เด็ดแล้วนาน 15 นาที ลดปริมาณสารพิษได้ 60-84% เปิดก๊อกน้ำให้ไหลผ่าน ล้างนาน 2 นาที ลดปริมาณสารพิษฆ่าแมลงได้ 54-63% ลวกผักด้วยน้ำร้อน ลดปริมาณสารพิษได้ 50% การต้มจะลดได้เท่ากับการลวกผัก แต่อีก 50% สารพิษจะออกจากผักไปอยู่ในน้ำแกง แช่ผัก ผลไม้ ในน้ำสะอาด ควรล้างผักผลไม้ให้สะอาดจากสิ่งสกปรกครั้งหนึ่งก่อน และเด็ดเป็นใบๆ แช่ลงในอ่าง ใช้น้ำปริมาณ 4 ลิตร แช่นาน 15 นาที ลดปริมาณสารพิษฆ่าแมลงได้ 7-33% ข้อมูลจากเพจ Fda Thai เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2562
3 เกษตรกร ผันตัวเป็นชาวสวนออนไลน์ “ปลูก-แพ็ก-ส่ง” เอง สู้โควิด-19 เมื่อสังคมกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่เพราะโรคระบาด หลากหลายอาชีพจึงจำเป็นต้องปรับตัวเองเพื่อให้อยู่รอด ไม่เว้นแม้แต่เกษตรกร ชาวสวน ชาวไร่ ที่ในวันนี้หันมาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการขายสินค้า มากกว่าการพึ่งพาพ่อค้าคนกลางเหมือนที่ผ่านมา เพราะในยุคที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงทุกพื้นที่ ไม่ใช่เรื่องยากที่เกษตรกรจะใช้ช่องทางนี้เป็นเครื่องมือทำกิน ในวันนี้เราจึงได้เห็นชาวไร่ชาวสวนที่ทำตั้งแต่การปลูก การคัดคุณภาพ การแพ็กของ การจัดส่ง ไปจนกระทั่งการทำการตลาดออนไลน์ เรียกได้ว่าเกษตรกรไทยกำลังก้าวไปสู่ จุดใหม่ที่สตรองและเติบโตมาก เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับเกษตรกรรายอื่นๆ ที่กำลังหาแนวทางค้าขาย วันนี้ไปรษณีย์ไทยจะพาไปพบกับ 3 เกษตรกรผู้ไม่หยุดนิ่งในการสร้างตัวเอง เพื่อค้าขายในยุคมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ บอกเลยว่านอกจากจะมีพืชผลดีๆ มาเสิร์ฟให้กับผู้บริโภคแล้ว แนวคิดการทำอาชีพเกษตรกรก็ดีไม่แพ้กันอีกด้วย นายสมเกียรติ ไหมดี ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมังคุดคุณภาพ ต.นาเรียง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวสวนมั
ลูกสาวชาวสวน ส่งผลไม้แช่อิ่มแบรนด์ ‘เสวย’ ขายในร้าน7-11 ทำรายได้กว่า 50 ล้านบาท/ปี คุณนันทภรณ์ ชะเสริมไพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสวยผลไม้แช่อิ่มจำกัด วัย 34 ปี เธอเกิดมาในครอบครัวเกษตรกร เรียนจบด้านฟู้ดไซน์ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ส่วนน้องสาวจบด้านออกแบบผลิตภัณฑ์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อกลับมาสานต่อกิจการของพ่อ “ที่บ้านปลูกผลไม้หลายชนิด เช่น ฝรั่ง ชมพู เป็นต้น แต่ทุกอย่างพังราบเป็นหน้ากลองเมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2538 ผลไม้ที่ปลูกไว้ล้มตายมีแค่มะกอกน้ำเท่านั้นที่รอด เลยหันมาปลูกมะกอกน้ำ และแปรรูปผลไม้ชนิดนี้ เริ่มแปรรูปแบบดองเค็ม แต่รสชาติยังไม่ถูกปาก เลยเปลี่ยนมาแช่อิ่ม แจกให้คนรอบข้างชิมก่อน พอมีคนมาขอซื้อจึงพัฒนากลายเป็นธุรกิจ และได้ขยายไปทำผลไม้ชนิดอื่นร่วมด้วย เช่น มะม่วง มะดัน กระท้อน มะปราง มะขาม ที่มีตามฤดูกาล” ลูกสาวชาวสวนคนเดิม เล่าต่อว่า ในข่วงแรกยังนำผลไม้แช่อิ่มแพ็กใส่ถุงขายธรรมดาๆ กระทั่งได้พบกับทีมงานของเซเว่นฯ ร่วมกันพัฒนาทั้งสูตรการแช่อิ่ม แพ็กเกจจิ้ง มาตรฐานต่างๆ จนสามารถน้ำผลไม้แช่อิ่ม แบรนด์เสวย ขายในร้านสะดวกซื้อเซเว่นฯ ได้ในปี 2542 “วาง
“น้ำยากำจัดแมลง” สูตรไร้สารตกค้าง ทำเองได้ ใช้แค่ของในครัว น้ำยากำจัดแมลง – วิธีกำจัดเเมลงต่างๆ อาทิ มด ปลวก เพลี้ย วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดคงหนีไม่พ้น ยาฉีดฆ่าแมลงหลากหลายยี่ห้อที่มีขายตามห้างสรรพสินค้า แต่ผู้บริโภคก็ต้องแบกรับปัญหาสุขภาพ จากละอองหรือสารเคมีที่ไม่ได้ตั้งใจสูดดมเข้าร่างกายด้วยเช่นกัน เว็บไซต์ Bit Core Tech ได้แชร์สูตรน้ำยากำจัด ปลวก มด และเเมลง ที่ทำได้เองจากของใช้ในบ้าน ซึ่งเป็นสูตรที่ไม่ทิ้งสารตกค้าง และไม่ส่งผลต่อสุขภาพ โดยอุปกรณ์และวิธีทำมีดังนี้ สิ่งที่ต้องเตรียม 1. น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ 2. เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ 3. ยาเส้น 2 กำมือ 4. ข่าแก่ 1 กำมือ 5. น้ำเปล่า ขั้นตอนการทำ ขั้นตอนแรก ให้นำข่าแก่ที่เตรียมไว้ นำมาหั่นเป็นแว่นๆ ใส่ลงไปในหม้อ 2. จากนั้นก็เทน้ำเปล่าลงไป ให้พอท่วมข่าก็พอ แล้วใส่ยาเส้นตามลงไป โดยกดให้ยาเส้นจมลงไปในน้ำให้หมด 3. นำหม้อขึ้นตั้งไฟ แล้วต้มจนเดือด เคี่ยวส่วนผสมทั้งหมดจนน้ำกลายเป็นสีน้ำตาล ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที 4. เมื่อต้มเสร็จแล้ว ก็พักให้เย็นตัว จากนั้นก็กรองเอาแต่น้ำมาใช้ 5. นำน้ำที่กรองไว้ใส่ขวดสเปรย์ ปริมาณ 7 ช้อนโต๊ะ จาก
ใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด! ม.สวนดุสิต ผลิต “เมล่อน” ปลอดสารพิษ ม.สวนดุสิต ผลิต “เมล่อน” – ดร.กชกร ชำนาญกิตติชัย ผู้อำนวยการสำนักกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) กล่าวถึง ผลผลิตทางการเกษตรเมล่อนในโรงเรือน ว่า โครงการปลูกเมล่อนในโรงเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ถือเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติจาก รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรให้มีประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่ เวลา หรือ คน ซึ่งการปลูกเมล่อนในโรงเรือนใช้พื้นที่ของ บริษัท โรงสีข้าวสวนดุสิต จำกัด จ.ปราจีนบุรี เป็นสถานที่ทำการเพาะปลูก จึงได้ส่งพนักงานของบริษัทโรงสีข้าวสวนดุสิต จำนวน 2 คน ไปเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง ณ Texas Farm จ.พิษณุโลก โดยมีอาจารย์ณรงค์ บุญมี และ อาจารย์สุมาลา บุญมี เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนกระบวนการปลูกจนถึงกระบวนการเก็บผลผลิตเป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือนเศษ ซึ่งผลที่ได้รับเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมาก ดร.กชกร กล่าวต่อว่า เมล่อนสวนดุสิต เป็นสายพันธุ์กรีนเน็ต เพาะปลูกง่าย ทนต่อโรค ผลเมล่อนรูปทรงกลม ผิวตาข่ายแต่ไม่นูน เนื้อสีเขียว รสหวานจัด กรอบ อร่อย แ
