SMEs เกษตร
คุณฐิติกรณ์ ยาวิละ หรือคุณกรณ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยใช้พื้นที่หลังบ้าน วัย 30 ปี ซึ่งทำงานประจำเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม อยู่แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ กลางทะเล และสโลแกน “กรณ์ เกษตรฟาร์ม เลี้ยงไก่สวยได้ไข่กิน ออร์แกนิกหลังบ้าน” บอกเล่าให้ฟังว่า “เรียนจบมาจากสถาบันการบินพลเรือน แผนกช่าง ทำงานอยู่สนามบินเป็นช่างเครื่องบินมาก่อนที่จะที่ได้เข้าไปทำงานเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม (RMT Lead ฐานก๊าซธรรมชาติ เอราวัณ)“ คุณฐิติกรณ์ แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้จากต่างประเทศ ตลอด 2 ปี และการทำโรงเรือนเลี้ยงไก่ ดังนี้ “ผมใช้พื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่หลังบ้าน ซึ่งเป็นบ้านของพ่อแม่ อยู่ที่จังหวัดเชียงราย ในการเลี้ยง และอาศัยพื้นที่ห้องเก็บของ เป็นสถานที่เพาะไก่แรกแรกเกิด โดยในพื้นที่หลังบ้านนี้สามารถเลี้ยงได้ทั้งไก่และเป็ด การทำกรงเลี้ยงไก่พ่อแม่พันธุ์ ซึ่งต้องการพื้นที่มากหน่อย พื้นที่กรงประมาณ 2 คูณ 2 เมตร ทำไว้ 7-8 กรง ส่วนไก่ไซซ์เล็ก ก็จะเลี้ยงเป็นคอนโด ขนาดที่ทำก็ประมาณ 2 คูณ 4 เมตร ทำเป็นชั้นซ้อนกัน 1 ตารางเมตรต่อกรง จะได้ประมาณ 8 กรง” สำหรับการลงทุนครั้งแรกก็จะลงทุนสองส่วน คื
นัย บำรุงเวช : นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มะม่วงลูกพลับทอง ชื่อฟังเป็นชื่อไทย ซึ่งก็น่าจะเป็นมะม่วงของไทย แต่มะม่วงลูกพลับทองไม่ใช่มะม่วงดั้งเดิมหรือมะม่วงโบราณ หรือเป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่ของไทย มะม่วงลูกพลับทองเป็นมะม่วงสายพันธุ์ใหม่อีกสายพันธุ์หนึ่งของไต้หวันที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเมื่อไม่นานนี้ ปัจจุบันมีมะม่วงจากไต้หวันอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 20 สายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมักเป็นสายพันธุ์ที่มีผลผิวสวยงามสะดุดตา (สีแดง) ผลมีขนาดใหญ่ และมีรสชาติดี แต่บางสายพันธุ์กลับไม่ได้รับความนิยม เพราะมีคุณสมบัติไม่ดีพอ ไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและตลาด เช่น ผิวสีไม่สวย รสชาติไม่ดี มีเสี้ยนมาก เปลือกบาง ผลมีขนาดเล็ก มีกลิ่นขี้ไต้ เก็บไม่ได้นาน เน่าเสียง่าย และไม่เหมาะที่จะปลูกเพื่อการค้า เป็นต้น ดังนั้น สายพันธุ์เหล่านี้จึงไม่ค่อยมีการทำกิ่งออกมาจำหน่าย แต่สำหรับมะม่วงลูกพลับทอง แม้ว่าจะขาดคุณสมบัติที่ดีของมะม่วงไปบางอย่าง แต่ก็มีคุณสมบัติอีกอย่างที่โดดเด่นคือ มีรูปทรงผลที่แตกต่างจากผลมะม่วงอื่นๆ จึงเป็นการขายความแปลกใหม่ให้กับผู้ชอบสะสมพันธุ์มะม่
การใช้ชีวิตอยู่บนความฝันของคนอื่น อาจมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ไม่มีความสุข เมื่อความฝันของตัวคุณเองถูกละเลย “คุณมุก-ณัชคิรากร ดำชมทรัพย์” เกษตรกรปริญญาโท เมืองแปดริ้ว จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำในบริษัทเอกชน เพื่อไล่ตามความฝันของตัวเองในฐานะเกษตรกร ที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพได้อย่างน่าทึ่ง จบคอมพิวเตอร์ แต่ได้ดีในสายงานเกษตร คุณมุก-ณัชคิรากร ดำชมทรัพย์ นักศึกษาปริญญาโทรายนี้ สนใจเรียนสายเกษตร ตั้งแต่ ม. 3 ช่วงนั้นธุรกิจคอมพิวเตอร์กำลังบูม คุณแม่แนะนำให้เธอเรียนด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อจบแล้วมีงานทำแน่นอน คุณมุก ยอมรับว่า ตอนนั้น เธอยังไม่รู้จักตัวเองมากพอ จึงตัดสินใจเรียนในสาขาธุรกิจคอมพิวเตอร์ ตามความต้องการของคุณแม่ หลังเรียนจบ ในปี 2540 เธอทำงานกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ประมาณ 2 ปี ก็ตัดสินใจลาออก เพื่อทำอาชีพเกษตรที่เธอใฝ่ฝัน จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอมีสภาพภูมิประเทศเอื้อต่อการเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา คุณมุกจึงตัดสินใจเช่าบ่อกุ้งร้าง เนื้อที่ 20 ไร่ เพื่อนำมาเลี้ยงกุ้งขาว เพราะเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป ต่อมาเจอวิกฤตราคากุ้งตกต่ำ และมีปัญหาโรค
ข่าวการวิจัยของอาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พบว่า มะม่วงมหาชนกสามารถเพิ่มสารต้านมะเร็ง สร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายมนุษย์ ลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ลดการเกิดต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม มะม่วงมหาชนกที่สามารถต้านโรคมะเร็งได้และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิดได้นั้น มาจากผิวสีของผลที่มีสีแดง ซึ่งผลจากการค้นพบทำให้มะม่วงมหาชนกเริ่มกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง กระแสการตื่นตัวผลจากการวิจัยมะม่วงมหาชนกจะช่วยให้ชาวสวนมะม่วงหันมาให้ใส่ใจมะม่วงมหาชนกกันอีกและยังเป็นการเพิ่มมูลค่ามะม่วงมหาชนกให้เป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้นได้ หลายคนไม่ชอบรับประทานมะม่วงมหาชนกเพราะติดกลิ่นขี้ไต้ของมัน ต้องกลับมาทบทวนการรับประทานมะม่วงมหาชนกกันใหม่ มะม่วงมหาชนกเป็นมะม่วงพันธุ์ลูกผสมที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างมะม่วงพันธุ์ซันเซตของอเมริกากับมะม่วงพันธุ์หนังกลางวันของไทย ผลยาวคล้ายมะม่วงหนังกลางวัน อาจารย์วัชรี เทพโยธิน มีลักษณะเด่นของที่เปลือกผลเมื่อแก่หรือสุกมีผิวสีแดงม่วงสวยงามหรือสีเหลืองเข้มปนแดง แต่มะม่วงมหาชนกที่รู้จักกันในวั
พระโกศจันทน์ จันทน์หอม มีชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า จันทน์ชะมด และมีชื่อพื้นเมืองอื่นอีกว่า จันทน์ขาว จันทน์พม่า และชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mansonia gagei J. R. Drumm. ex Prain เป็นไม้ที่อยู่ในวงศ์ Malvaceae ประเภทไม้ต้นที่มีความสูงได้ถึง 20 เมตร หูใบรูปใบหอกยาว 5-7 เซนติเมตร ร่วงเร็ว ใบเรียงเวียน ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปขอบขนานยาว 8-14 เซนติเมตร โคนเว้าตื้นเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบหรือจักฟันเลื่อยเล็กน้อย เส้นโคนใบข้างละ 1-2 เส้น ก้านใบยาว 0.5-1 เซนติเมตร ส่วนช่อดอกแยกแขนงยาวได้ถึง 15 เซนติเมตร ก้านดอกยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงแยกด้านเดียว รูปขอบขนานยาวเท่าๆ กลีบดอก ดอกมีสีขาว 5 กลีบ เป็นรูปใบหอกกลับยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เกสรเพศผู้ 10 อัน เชื่อมกันเป็นเส้าเกสร ล้อมรอบรังไข่ เกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน 5 อัน ติดระหว่างเกสรเพศผู้และรังไข่คาร์เพล 5 อัน แยกกันมีขน ก้านเกสรเพศเมียโค้งออก ยอดเกสรเรียวเป็นตุ่ม ผลมีปีกเดียวเมื่อแห้งแล้วไม่แตก มีลักษณะเป็นทรงรียาว 1-1.5 เซนติเมตร ปีกยาว 2.5-3 เซนติเมตร ปลายปีกมน ไม้ชนิดนี้พบที่อินเดียและพม่า ส่วนในไทยนั้นพบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคกลางที่จังหวัด
ฟาร์มไก่ตะเภาทองของ คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่ง คุณ ณ นพชัย เล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่มาเลือกเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เพราะจากที่ได้ทดลองเลี้ยงในช่วงแรกๆ นั้น เป็นไก่ที่ตอบโจทย์ในการที่จะเลี้ยงในสภาพภูมิอากาศแบบในประเทศไทย เพราะสามารถเจริญเติบโตได้ดี ทนต่อโรค และที่สำคัญ สามารถเลี้ยงแบบปล่อยบริเวณรอบบ้านได้โดยที่ไม่ต้องขังให้อยู่ในกรง “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ นอกจากเลี้ยงได้ง่ายแล้ว เมื่อไก่เจริญเติบโตได้เต็มที่ คุณภาพเนื้อก็สามารถตอบโจทย์ในเรื่องการขายให้กับตลาด เพราะเนื้อไก่มีเอกลักษณ์ คือเนื้อเหนียวนุ่ม กระดูกร่อน หนังกรอบ ซึ่งคุณภาพตรงนี้ถือว่าตอบโจทย์ เพราะตอนนี้เราก็จะเลี้ยงเป็นเชิงไก่ปลอดสาร เพื่อเป็นเทรนด์ให้กับผู้ที่รักสุขภาพมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น” คุณ ณ นพชัย บอกถึงลักษณะพิเศษของไก่ (ข้อมูลจาก สุรเดช สดคมขำ เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์) ปัจจุบัน ไก่ตะเภาทอง ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทั้งจากผู้เลี้ยงด้วยกันเอง และจากผู้บริโภคเนื่องจากเป็นไก่ที่เลี้ยงในลักษณะปลอดสารเคมี รสชาติดี ส่วนผู้เลี้
ปัจจุบันสตรอว์เบอร์รี่ไม่ได้เป็นผลไม้เมืองหนาวอีกต่อไปแล้ว จะเห็นได้ว่าทุกภาคในประเทศไทยสามารถปลูกสตรอว์เบอรี่ได้ อาทิ ภาคอีสาน ภาคกลาง อาทิ ที่เขาใหญ่ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ อุดรธานี กาญจนบุรี เรียกว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ทำเงินจริงๆ แต่เชื่อว่าบางคนคงไม่เคยรู้มาก่อนว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ในเมืองไทย กระทั่งมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เน้นเพิ่มแอนโทไซยานิน โครงการงานวิจัย “การปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการผลิตแอนโทไซยานินและการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ” ที่มี ผศ.พีระศักดิ์ ฉายประสาท ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สกว. และมูลนิธิโครงการหลวง โดยมีแปลงทดลองอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผศ.พีระศักดิ์ เล่าว่า งานวิจัยนี้มี คุณมงคล
มีโอกาสไปสัมภาษณ์ คุณวิชาญ บำรุงยา เจ้าของสวนมะพร้าวแกง อยู่ที่ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี คุณวิชาญ เล่าว่า “การทำสวนมะพร้าวแกงเป็นอาชีพดั้งเดิมของครอบครัวตั้งแต่บรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย ทำมาให้ ซึ่งสมัยก่อนการปลูกมะพร้าวจะปลูกแบบสวนรวม มีพืชอื่นๆ ด้วย มะพร้าวเป็นรายได้หลักของครอบครัว สมัยก่อนการค้าขาย การขนส่งมะพร้าว ชาวสวนหรือเจ้าของสวนจะเก็บลงมาเอง แล้วบรรทุกเกวียนไปขายที่ตลาดนาเกลือ การนำไปขายของคนสมัยก่อน คือการนำไปแลกปลา แลกหมู มาเก็บไว้ เพื่อใช้กินในครอบครัว สมัยก่อนการปลูกมะพร้าวไม่ได้มีการดูแลอะไรมากนัก ส่วนมากเกษตรกรจะปลูกแล้วให้เทวดาเลี้ยง เพราะเมื่อก่อนสภาพดินยังอุดมสมบูรณ์ ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล ปลูกแล้วปล่อยไว้เลย คอยระวังก็แต่ด้วงแรดอย่างเดียว สมัยก่อนมะพร้าวยังไม่มีโรค มีแต่ด้วงแรด ด้วงงวง” อาชีพเกษตกรรม ทำสวนมะพร้าวแกงของคุณวิชาญสร้างคนให้จบปริญญามาหลายรุ่น ญาติพี่น้องเป็นทนาย เป็นอาจารย์ ก็มาจากการขายมะพร้าวส่งเรียน พื้นที่สวนมะพร้าวแกงของคุณวิชาญมีทั้งหมด 45 ไร่ มีมะพร้าวประมาณ 900 ต้น ปลูกค่อนข้างห่าง เพราะใช้พื้นที่ด้านล่างในการปลูกมันสำปะหลัง ทุกวันนี้มีมะพร้าว
วัดคลองเตยใน ได้นำไม้ดัดโบราณประดับในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชสิทธิสุนทร เจ้าอาวาสวัดคลองเตยใน ได้เล่าถึงการปลูกเลี้ยงและดูแลรักษา หรือหากพูดกันในภาษาไม้ดัด คือการ “เล่น” นั่นเอง การเล่นไม้ดัดไทย หรือไม้ดัดตามตำราของไทยนั้น มีการเล่นมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ นิยมเล่นกันตามบ้านขุนนาง ข้าราชการ หรือตามวัดวาอาราม มักนิยมปลูกไว้ในกระถางลายครามประดับตามบ้านเรือน ทำกันเรื่อยมา โดยยังไม่มีรูปแบบที่ตายตัว เพียงเห็นว่าสวยงามก็นำไปใส่กระถางแล้วตั้งประดับ นานวันเข้าจึงมีการคิดรูปแบบตำรับตำราขึ้น จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 เข้าใจว่ามีการเล่นไม้ดัดอย่างแพร่หลาย จึงได้ทำโครงไม้ดัดไว้เป็นตำรา ลักษณะของไม้ดัดไทยตามตำรามีอยู่ 9 ชนิด พระราชสิทธิสุนทร เจ้าอาวาสวัดคลองเตยใน ไม้ดัดโบราณถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของไทยโดยเฉพาะ มีตำราอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ และอีกอย่างเป็นไม้ที่ไม่เหมือนต่างชาติทำ เป็นไม้เอกลักษณ์ของไทยมีรูปแบบเฉพาะ กำหนดชื่อไว้แต่ละชื่อทำได้หลายอย่าง เป็นไม้ที่คนทำ ไม่ได้เป็นไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พระ
คุณศศิธร จุ้ยนาม วัย 38 ปี เจ้าของฟาร์มลุงเครา เล่าในฟังว่า “รู้จักอาชีพ เกษตรกรรม มาตั้งแต่จำความได้ คลุกคลีกับสภาพแวดล้อมการทำเกษตรมาตลอด เนื่องจากครอบ ครัวยึดอาชีพเกษตรกรรม ทำเกษตรบนพื้นที่ 25 ไร่แบบผสมผสาน ผ่านการพัฒนาและปลูกพืชผล ทาง การเกษตรที่หลากหลาย เป็นการปลูกพืชหมุนเวียน และพืชกระแสที่สามารถปลูกเพื่อสร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัวได้ จนกระทั่งปัจจุบันทำเกษตรไปสู่รูปแบบของฟาร์มธุรกิจ เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การ พัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ทำเกษตรแบบผสมผสาน ภายใต้แนวคิดที่เน้นทำให้ “ครบ วงจร” ซึ่งคือหัวใจหลักของฟาร์มลุงเครา และด้วยต้องการหาวิธีลดต้นทุนให้ต่ำลง จึงศึกษาหาข้อมูลต่างๆ มองเห็นในช่วง หลายปีมานี้ มีผู้สนใจหันมาเลี้ยงไส้เดือนจำนวนมาก เนื่องจากใช้เงินทุนเริ่มต้นไม่สูงนัก กระบวน การเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และตลาดมีความต้องการสูง ทั้งสามารถช่วยลดต้นทุนให้ต่ำลงในเรื่องของการ บำรุงพืชผลได้” ฟาร์มลุงเคราจึงทดลองนำไส้เดือนมาเลี้ยง จนสามารถประสบผลสำเร็จ ซึ่งปัจจุบัน ฟาร์มลุงเคราได้กลายเป็นฟาร์มผักครบวงจร ทั้งถือเป็นต้นแบบและศูนย์เรียนรู้ในการเลี้ยงไส้เดือน ตั้งแต่การเลี้ยงขยายพันธุ์จน
