Inspiration
คลิปเดียวเปลี่ยนของหวานธรรมดาให้กลายเป็นขนมที่ทุกคนอยากลอง กลายเป็นกระแสไวรัลบน TikTok แบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งที่ใช้ชื่อแอ๊กเคานต์ว่า @melonminicute ได้ลงคลิปรีวิวช็อกโกแลตยี่ห้อหนึ่งที่ขายในเซเว่นฯ พร้อมกับคำบรรยายสุดไวรัลว่า “เขามีความเป็นมิตร เขามีความขี้อ้อน ขี้เล่น อ่อนหวาน มีความเจนเทิล” เพียงแค่คำพูดเรียบง่ายและท่าทางการกินแบบนุ่มนวลของเธอ ก็สามารถเปลี่ยนการกินช็อกโกแลตธรรมดาให้กลายเป็นคอนเทนต์ได้ในพริบตา จนผู้ชมพากันสนใจเป็นอย่างมาก ต้องไปหามากินตาม! คลิปนี้ไม่เพียงแต่สร้างความรู้สึก น่ารักขี้เล่น เท่านั้น แต่ยังพุ่งแรงในเชิงสถิติด้วยยอดผู้ชมทะลุ 9.3 ล้านวิว ยอดกดถูกใจสูงกว่า 599.5 แสนครั้ง เเละยอดเเชร์ 657.7 แสนเชร์ พร้อมมีคอมเมนต์จำนวนมาก บอกว่า รีวิวได้เข้าถึงซิกเนเจอร์มาก, ซื้อที่ไหนคะ ทำให้คนอยากชิมเพราะคำรีวิวนี่แหละ และเจ้าช็อกโกแลตที่กำลังเป็นไวรัลอยู่ในขณะนี้ก็คือ “Dairy Milk” เป็นช็อกโกแลตจากแบรนด์ดัง Cadbury จากประเทศอังกฤษ ที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven รวมถึงห้างสรรพสินค้าทั่วไป จุดเด่นของ Dairy Milk คือ เนื้อช็อกโกแลตที่นุ่มละ
ยุคนี้ขายของเก่งอย่างเดียวไม่พอแล้ว แต่ต้องตามเทรนด์ใหม่ๆ เล่นกับกระแสบนโลกโซเชียลให้ทัน โดยเฉพาะเทรนด์ของ “กลุ่มลูกค้า Gen Z” ที่เปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การค้าในยุคนี้ ยอดขายอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำ Real-time Marketing โดยล่าสุดมีเทรนด์ใหม่สุดฮิตที่อินฟลูฯ หรือแบรนด์ดังหลายแบรนด์มาเล่นคอนเทนต์เหล่านี้ นั่นคือ “เทรนด์แต่งภาพแบบ Gen Z” ที่มีความสนุกสนาน สุดโต่ง แปลกตา ไม่ว่าจะเป็น การทำรูปหัวโต การแต่งรูปให้ทะลุออกมาจากหน้าจอ เป็นต้น ซึ่งแต่ละโพสต์สามารถสร้างยอด Engagement ได้แบบพุ่งกระฉูด ถือเป็นการโปรโมตสินค้าได้แบบเนียนๆ ซึ่งในทางการตลาดเรียกคอนเทนต์เหล่านี้ว่า “Exaggerated Content” หรือ “Hyperrealism” หรือ “Faux-out-of-home (FOOH)” ที่ใช้เพื่ออธิบายสื่อโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะในรูปแบบของการใช้สื่อโฆษณาที่เป็นเทคนิค 3D หรือเทคนิคพิเศษอื่นๆ ที่ทำให้ดูเหมือนจริง แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพหรือวิดีโอที่สร้างขึ้น ตัวอย่างเช่น คลิปวิดีโอที่เคยเป็นไวรัลที่สร้างด้วย AI อย่างแคมเปญการตลาดที่แบรนด์ดังหลายแบรนด์มีการนำสินค้ามาทำให้ดูใหญ่ขึ้นและวิ่งอยู่รางแท
เรียกได้ว่าเป็นกระแสอย่างมาก กับเมนูข้าวต้มมัดจากร้าน ขนมถ้วยใบเตยมะพร้าวอ่อน Coco’s Story ที่มีอินฟลูฯ มารีวิวพร้อมแคปชันที่ว่า “ข้าวต้มมัดใส่ถั่ว” และ “ข้าวต้มมัดไม่ใส่ถั่ว” มาในแพ็กเกจทานง่าย ไม่เลอะมือ เพราะทางร้านแกะข้าวต้มมัดใส่กล่องอย่างดี โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดจาก คุณออม-พชรพร ชิตกร ที่ตอนนั้นแฟนอยากลาออกจากงานประจำ เธอจึงชวนมาขายขนมถ้วยใบเตยมะพร้าวอ่อน ที่ทำเป็นอาชีพเสริมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ชื่อร้านว่า “บุญเฉลียว” ซึ่งตอนนั้นจะเป็นการนำไปวางขายตามร้านอาหารต่างๆ กระทั่งได้มาเปิดหน้าร้านที่ริมถนนราชพฤกษ์ เสียค่าเช่าที่เดือนละ 2,000 บาท และด้วยความเชื่อที่ว่า “ร้านอยู่ริมถนน ยังไงก็ขายได้แน่นอน” แต่ปรากฏว่ายอดขายซบเซา ไม่มีคนเดินผ่าน ขายได้วันหนึ่งไม่ถึง 40 กล่อง ทำให้พวกเขาต้องหาทำเลในการขายใหม่อีกครั้ง จนได้มาเจอกับ “ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่” ที่เรียกได้ว่าพลิกชีวิตเป็นอย่างมาก จากเริ่มแรกที่มีเตานึ่งเพียง 2 เตา ต้องเพิ่มเป็น 8 เตา เพราะลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้เตาเพียง 2 เตาไม่เพียงพอแล้ว ปัจจุบันมีการเพิ่มขนมให้หลากหลายกว่า 10 เมนู ไม่ว่าจะเป็น ขนม
ทุกวันนี้เทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือ” ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย และผู้ประกอบการสามารถใช้ขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Smart China 5.0 เมื่อ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ โดย 2 กูรูตัวจริง คุณทอย-กษิดิศ สตางค์มงคล ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data เจ้าของเพจ DataRockie และ คุณอ้น-ปฤณ จำเริญพานิช Founder & CEO AEIOU Solution Co., Ltd. AI เครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น AI เป็นเหมือนไมโครเวฟ ที่เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราอุ่นอาหารได้ง่ายขึ้น นึ่งได้ ทอดได้ ย่างได้ แต่ไมโครเวฟถ้าไม่มีสูตรอาหารที่อร่อย หรือไม่มีวัตถุดิบ อาหารจะเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้น AI เหมือนเครื่องมือเร่งกระบวนการทำอาหารให้เร็วขึ้นเฉยๆ แต่สุดท้ายย้อนกลับไปคือความเชี่ยวชาญเรานั่นแหละ เรายังต้องเก่งด้านบัญชี ด้านการตลาดเหมือนเดิม “AI จะเก่งแค่ไหนอยู่ที่การป้อนข้อมูลให้กับมัน” สมรภูมิ AI ถ้าใช้ AI ฝั่งอเมริกา เช่น ChatGPT, Gemini เราต้องเข้าใจว่าบริบทต่างๆ ถูกฝึกจากอเมริกา ฉะนั้น ภูมิปัญญาท้องถิ่น Culture ต่างๆ
ศึกตลาดสุกี้ในไทยมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ล่าสุด บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำตลาดสุกี้ในประเทศไทยที่ครองส่วนแบ่งกว่า 60% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 23,000–25,000 ล้านบาท ได้มีการส่งแบรนด์น้องใหม่ ที่ชื่อว่า “BONUS SUKI (โบนัสสุกี้) ” เป็นบุฟเฟต์คุณภาพ สั่งได้ไม่อั้นกว่า 60 เมนู เปิดเที่ยงวันยันตีห้า ราคารวมเครื่องดื่มรีฟิล 39 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะอยู่ที่ 276 บาท ซึ่งเท่ากับราคารวมปกติของ ‘สุกี้ตี๋น้อย’ และ ‘ลัคกี้ สุกี้’ โดยจะประเดิมสาขาแรกที่โรบินสันไลฟ์สไตล์สระบุรี วันที่ 16 กรกฎาคมนี้ หากกระแสตอบรับดีอาจมีแผนเปิดสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งดำเนินธุรกิจในชื่อบริษัท คุ้มคุ้ม จำกัด ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ทางด้าน “สุกี้ตี๋น้อย” ไม่รอช้า ปล่อยหมัดเด็ด โปรลดราคา 50% จำนวน 10 สาขา เหลือเพียง 117 บาท Net รวมเครื่องดื่มรีฟิล เฉพาะช่วงเวลา 00.01-05.00 น. ของวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2568 ส่วนแบรนด์ “ลัคกี้ สุกี้” ล่าสุดขอเสิร์ฟ เป็ดย่าง ฟรีไม่อั้นทุกสาขา ราคาบุฟเฟ่ต์อยู่ที่ 276 บาท Net ในขณะที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างมีงบ มีระบบหลังบ้าน มีทุนหมุนเวียนและเครือข่ายซัพพลา
เรื่องราวของ “คุณลุงปุณ–พรชัย ปุณณวัฒนาพร” ผู้ที่กล้ากลับมาเริ่มต้นใหม่ในวัยกว่า 60 ปี พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่า “อายุไม่ใช่ข้อจำกัด ถ้าใจยังอยากเริ่มใหม่ เพราะแม้ตัวเลขอายุจะเดินหน้าไปเรื่อยๆ แต่คุณค่าของทุกตัวตน ทุกความตั้งใจ และทุกพลังใจ ไม่เคยลดน้อยลง” จากอดีตนักข่าวสำนักดัง สู่บาริสต้ารุ่นใหญ่ คุณลุงปุณ กับบทบาทใหม่ในวัยกว่า 60 ปี ที่ยังเก๋าได้ในแบบของตัวเอง ในยุคที่โลกของการทำงานเปิดกว้างมากขึ้น การเคารพในตัวตนที่แตกต่าง ล้วนมีคุณค่าไม่แพ้กัน คุณลุงปุณออกจากอาชีพนักข่าวที่ทำมานานกว่า 30 ปี เพื่อใช้เวลาช่วงแรกของวัยเกษียณ หันมาทำเกษตร และดูแลคุณแม่ที่บ้าน ก่อนจะได้เห็นข่าวการเปิดรับผู้สูงวัยของ ซีเจ มอร์ ผ่านโครงการ ซีเจ ซีเนียร์ พลัส วัยเก๋า จึงเริ่มหาข้อมูล และสมัครผ่านไลน์ จากนั้นไปสำรวจสาขาใกล้บ้านด้วยตัวเอง ก่อนจะเริ่มต้นงานด้วยการเป็น ผู้ช่วยบาริสต้า ใน บาวคาเฟ่ (BAO CAFÉ) ที่ ซีเจ มอร์ สาขาเอื้ออาทรมีนบุรี “มันเหมือนผมได้กลับไปวัยเริ่มต้นทำงานอีกครั้ง วันแรกผมยังชงกาแฟหก แต่น้องๆ ก็ให้กำลังใจ บอกว่าไม่เป็นไร เช็ดได้” ประโยคเรียบง่ายจาก
ถ้าพูดถึงแบรนด์ไทยที่มาแรงสุดๆ ในตอนนี้ คงจะเป็น Love Potion (เลิฟโพชั่น) ธุรกิจที่เริ่มจากความตั้งใจของ ซ้อก้าด-ณัฐชยานันท์ สุขวัฒนาพร ปัจจุบันอายุ 27 ปี มีผู้ติดตามใน TikTok กว่า 11.8 ล้านคน และ ซุง-ศตาวิน นาคทองเพชร ที่มีผู้ติดตามใน TikTok กว่า 7.8 ล้านคน จุดเริ่มต้นแบรนด์มาจากการที่ซ้อก้าดต้องการหารายได้จุนเจือครอบครัว จึงทำให้เธอผลิตสบู่ Grape Soap ภายใต้ชื่อแบรนด์ Love Potion (เลิฟโพชั่น) ก่อนจะค่อยๆ เติบโตกลายเป็นแบรนด์ที่มีจักรวาลเป็นของตัวเอง มีสมาชิกใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และผลิตสินค้าได้ตรงใจผู้บริโภคทุกเพศทุกกวัย หนึ่งในจุดเด่นของแบรนด์เลิฟ คือการตลาดแบบ Storytelling ที่จะชูตัวเจ้าของแบรนด์ ถ่ายทอดความจริงใจ ความสนุก ในสไตล์ที่เข้าถึงง่าย ทำให้คนดูเกิดความรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ โดยก่อนหน้านี้ Love Potion มักจะไม่ได้ใช้พรีเซนเตอร์ในการโปรโมตสินค้า แต่จะใช้ตัวเองในการรีวิว การบอกต่อ การทำคอนเทนต์เอง ขายเอง จนกระทั่งได้เจอกับ “พี่กร คนขายไม้กวาด” และได้ทำคอนเทนต์ร่วมกันจนมีคนดูทะลุ 42 ล้านวิว อีกทั้งยังมีการดึงพี่กรมาเป็นพรีเซนเตอร์น้ำหอม และต่อยอดให้ครอบค
หากพูดถึงธุรกิจ ‘ร้านแว่นตา’ ที่อยู่คู่กับเมืองไทยมาอย่างยาวนาน หนึ่งในนั้นคือ ‘แว่นท็อปเจริญ’ ที่เปิดให้บริการ 2,000 กว่าสาขา แต่น้อยครั้งที่เราจะเห็นคนเข้าใช้บริการ ทำให้เกิดคำถามมากมาย ว่าแบรนด์นี้สามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดได้อย่างไร ท่ามกลางสมรภูมิร้านแว่นเกิดใหม่มากมาย วันนี้ ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ จะพาไปพูดคุยกับ นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ ผู้สืบทอด ‘เจริญการแว่น’ สู่ ‘แว่นท็อปเจริญ’ นพศักดิ์ เล่าว่า พ่อของเขาทำแว่นตา มาตั้งแต่ พ.ศ. 2490 หากนับถึงปัจจุบันคือ 78 ปี ส่วนตนเองทางบ้านตั้งใจอยากให้เรียนหมอ เพราะเป็นเด็กเรียนเก่ง ได้ที่ 1 ของโรงเรียน แต่กลับต้องหยุดความตั้งใจนั้นไว้ เมื่อพ่อและแม่เสียชีวิต “ผมกลายเป็นลูกกำพร้า ต้องออกจากโรงเรียนมาทำธุรกิจแว่นตา แต่ตอนเรียนคุณพ่อเคยบอกไว้ว่า ถ้าไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่เป็นไร จะทำธุรกิจอะไร ทำแว่นตาดีสุด แว่นตามงานสบาย กำไรเยอะ อย่าไปทำอย่างอื่น ผมก็จำฝังหัว ถ้าจะอดตาย ก็ทำแว่น” นับจากนั้น นพศักดิ์ จึงเข้ามารับช่วงต่อ ณ ตอนนั้นเขามีอายุประมาณ 16 ปี เรียนจบแค่ชั้น ม.3 เขาเล่าว่า ชื่อเดิมสมัยพ่อ คือ ‘เจริญการแว่น’ พร้อมหน่วยรถเร่ขายแว่นตาทั่วประ
ใครจะไปคิดว่าเพลงโปรโมตสินค้าธรรมดาๆ จะกลายเป็นไวรัลใน TikTok จนมีคนนำเพลงในแผ่นเสียงไปใช้ทำคอนเทนต์เป็นหมื่นคลิปในเวลาไม่กี่สัปดาห์ “เยลลี่ยุทธเมืองสุรินทร์” คือเพลงที่ “คุณยุทธ” เจ้าของช่อง “ยุทธ เมืองสุรินทร์” แต่งขึ้นมาเพื่อหวังจะขายสินค้าในแบบฉบับที่ใช้เพลงในการขาย แต่ทว่าเมื่อปล่อยเพลงไปแล้ว ผลตอบรับดีเกินคาด เนื้อเพลงและทำนองดันติดหู ร้องตามง่าย จนกลายเป็นมีมเสียงใหม่ที่เป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว ซึ่งในคลิปต้นฉบับมีการโพสต์แคปชันสั้นๆ ว่า “เยลลี่ รสผลไม้ #เยลลี่ยุทธเมืองสุรินทร์ #ยุทธเมืองสุรินทร์” อาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ผลลัพธ์คือยอดวิวพุ่งสูงถึง 6.7 ล้านครั้ง และแผ่นเสียงถูกนำไปใช้มากกว่า 2 หมื่นคลิป ส่วน ‘เนื้อหา’ ในคลิปจะถือตัวสินค้าที่เป็นเยลลี่ และออกท่าทางเต้นตามเพลงเบาๆ ต่อมาในส่วนของ ‘เนื้อเพลง’ จะร้องว่า “เยลลี่ยุทธเมืองสุรินทร์ ใครได้เห็นก็ต้องอยากกิน โคตรอร่อยเคี้ยวเพลินนุ่มลิ้น จะไปบอกแม่ ว่าหนูอยากกิน” ความหมายของเนื้อเพลงก็ตรงตัว ไม่ต้องคิดเยอะว่าแต่ละประโยคแปลว่าอะไร เพราะในเนื้อเพลงบอกครบแล้ว ว่าตัวสินค้าที่จะโปรโมตคือเยลลี่ ของร้านคุณยุทธ ที่อยู่จังหวัดสุริ
เชื่อว่าหนึ่งในความฝันของผู้ประกอบการร้านอาหารหลายท่าน อยากมีรางวัลการันตี เพื่อเป็นจุดดึงดูดลูกค้าหรือเป็นมุดหมายของนักชิม แต่หนทางและวิธีการที่จะช่วยให้ร้านอาหารคว้ารางวัลและทำความฝันให้สำเร็จได้นั้น ต้องเรียนรู้อะไรอีกหลายอย่าง จากเวทีเสวนา “เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือ มิชลิน ไกด์” โดย เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ เจ้าของร้าน Samuay & Sons (ซาหมวย & ซันส์) ที่การันตีด้วยรางวัลมิชลินไกด์ Bib Gourmand จังหวัดอุดรธานี ได้มาถ่ายทอดถึงเส้นทางอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างมาก โดยได้ถ่ายทอดเนื้อหาผ่านเวทีเสวนา ดังนี้ จุดเริ่มต้น เชฟหนุ่มมุ่งเน้นการรังสรรค์เมนูอาหารจานเด็ด ด้วยวัตถุดิบไทยดั้งเดิม ผสานเทคนิคการปรุงแบบตะวันตกร่วมสมัย นำเสนอ “อาหารอีสานในมุมมองใหม่” ที่มีมากกว่าส้มตำและไก่ย่าง ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากตลาดพื้นบ้านและฟาร์มออร์แกนิก ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบอาหารอีสานสมัยใหม่ ที่ทั้งอร่อย สวยงาม และเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ สัมผัสเสน่ห์ “อาหารอีสานแนวใหม่” อุดรธานี มุมมองวงการอาหารไทย “ผมขอพูดในฐานะเชฟต่างจังหวัด การที่เรามี
