Featured Inspiration SMEs

‘SOURI’ ปั้นรสชาติท้องถิ่น นำกล้วยตากของดีประจำจังหวัด รังสรรค์เป็นเมนูใหม่ สร้างกระแสไวรัล ดึงเสน่ห์วัตถุดิบท้องถิ่น อยากทานต้องมาที่พิษณุโลกเท่านั้น

ในยุคที่แบรนด์ต่างๆ กำลังมองหากลยุทธ์ใหม่เพื่อสร้างความแตกต่าง ล่าสุดแบรนด์ขนมหวานสุดฮิต อย่าง SOURI (ซูรี) ก็ได้มีไวรัลขึ้นชั่วข้ามคืนในแพลตฟอร์ม X (หรือทวิตเตอร์) @souri_bkk ที่ทางแบรนด์ได้ออกมาโพสต์ถึงเมนูใหม่มีขายแค่เฉพาะ เซ็นทรัล พิษณุโลก เท่านั้น กับเมนู Sun Dried Banana Fatcaron โดยนำกล้วยตากของดีประจำจังหวัดพิษณุโลกมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่ขึ้น โดยมีผู้เข้าถึงโพสต์นี้กว่า 1.2 ล้านครั้งเลยทีเดียว

โดยทางแบรนด์ไม่รอช้า ทำการซาวเสียงลูกค้าว่าถ้าขยายสาขาไปจังหวัดอื่นๆ อยากให้มีรสชาติอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อเช็กเสียงชาวหาดใหญ่ ส่วนใหญ่มักจะคอมเมนต์ว่า “อยากได้รสไก่ทอดหาดใหญ่” เป็นต้น

SOURI (ซูรี) 

แบรนด์มาการองสอดไส้ครีมแบบหนา ก่อตั้งขึ้นในปี 2563 เจ้าของคือ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร นักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วยพี่สาวอีก 2 คน หมิง มินตรา และ ไอซ์-กษนันท์ โอภาสเอี่ยมขจร 

ในแง่ของรายได้เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัท ริชสไมล์ จำกัด (SOURI) ทำรายได้ 156 ล้านบาท และกำไร 17 ล้านบาท เติบโตจากปี 2566 กว่า 800%

โดยมาการองของแบรนด์ SOURI (ซูรี) นั้นได้มีการนำ “วัตถุดิบท้องถิ่น” ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแต่ละจังหวัด มารังสรรค์เป็นเมนูที่ใหม่ ให้กลายเป็นรสชาติพิเศษที่ไม่ซ้ำใคร เป็นเหมือนการดึงเสน่ห์ของแต่ละจังหวัดมาสื่อสารผ่านมาการอง ให้เต็มไปด้วยเรื่องราวของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 

ไม่ว่าจะเป็น Roti Sai Mai Fatcaron ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “โรตีสายไหม” ขนมขึ้นชื่อของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะมีรสชาติละมุน และมีเทกซ์เจอร์ที่ได้สัมผัสกับเส้นสายไหมในทุกคำ โดยมีจำหน่ายเฉพาะ SOURI สาขา Central Ayutthaya เท่านั้น

และล่าสุดได้มีการออกเมนูใหม่โดยนำ “กล้วยตาก” ของดีขึ้นชื่อจังหวัดพิษณุโลก ดังคำขวัญประจำจังหวัดท่อนหนึ่งว่า “…หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก…” มารังสรรค์เมนูที่ชื่อว่า Sun Dried Banana Fatcaron แฟตการองกล้วยตากรสพิเศษ โดยตัวครีมเป็นดาร์กช็อกโกแลตกานาชเข้มข้น สอดไส้กล้วยตากอบน้ำผึ้ง เป็นเหมือนการสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น โดยเมนูนี้มีจำหน่ายเฉพาะ SOURI สาขา Central Phitsanulok เท่านั้น

ชวนรู้จักกลยุทธ์ Localized Marketing หรือ การตลาดท้องถิ่น

กลยุทธ์ Localized Marketing เป็นเหมือนการปรับสินค้าและรสชาติให้สอดคล้องไปกับวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อสร้างความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ โดยรูปแบบสำคัญของกลยุทธ์นี้เป็นการปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการ รสนิยม และข้อจำกัดของท้องถิ่น เช่น การปรับรสชาติอาหาร หรือการสร้างเมนูเฉพาะ

หรือการปรับเปลี่ยนรูปภาพในการโฆษณา ให้สอดคล้องกับค่านิยมในท้องถิ่น เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์ ทำให้แบรนด์มีความเป็นมิตร โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างแบรนด์ที่มีการทำวัตถุดิบท้องถิ่นมาใช้

อย่างคาเฟ่ชื่อดังบางแสน Uncloud Coffee (อันคลาวด์ คอฟฟี่) ที่มีการทำเมนู Signature อย่าง “กาแฟข้าวหลาม” โดยมีที่มาจากคำขวัญประจำจังหวัดชลบุรีท่อนหนึ่งที่ว่า “ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย…” ซึ่งเมนูนี้ด้านล่างสุดจะมีรสชาติเหมือนข้าวเหนียวดำ และใส่ช็อตกาแฟ บวกกับเพิ่มครีมด้านบนที่เหมือนกะทิ เมื่อดื่มรวมกันแล้วจะมีความเป็นข้าวหลามอย่างชัดเจน ส่งผลให้ลูกค้าเห็นแล้วอยากลอง ขายดีวันละไม่ต่ำกว่า 50 แก้ว

นอกจากนี้ หลายคนคงเคยเห็นแบรนด์ดังอย่าง KitKat ที่มีการออกสินค้า Limited Edition พัฒนาเป็นรสชาติเฉพาะของแต่ละภูมิภาค เป็นเหมือนการเพิ่มความแรร์ และช่วยดึงดูดผู้บริโภค ให้เกิดการซื้อโดยเฉพาะการซื้อกลับไปเป็นของฝากให้เพื่อนหรือคนในครอบครัว เช่น รสแอปเปิ้ลชินชูจากนากาโนะ รสมันม่วงจากโอกินาว่า รสวาซาบิจากชิซึโอกะ และรสชาเขียวมัทฉะจากเกียวโต เป็นต้น ซึ่งแต่ละรสชาติล้วนบอกเล่าเรื่องราวมรดกอันล้ำค่าทางอาหารของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม การนำกลยุทธ์ Localized Marketing มาทำ ไม่เพียงแต่สร้างเมนูพิเศษที่หาทานได้เฉพาะท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อยอดสร้าง Soft Power ให้กับประเทศไทยผ่านรูปแบบของหวาน ที่ทำให้ผู้บริโภคอยากลิ้มลอง กระทั่งซื้อกลับไปเป็นของฝาก ส่งผลให้เกิดการบอกต่อ และสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์

อ้างอิง

https://data.creden.co/company/general/0105563112615

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน