Inspiration
เป็นหมอลำสาวไม่อายทำกิน สำหรับ “ลำยอง หนองหินห่าว” เจ้าของผลงานเพลง “อย่ามองหน้า เดี๋ยวปาด้วยเบอร์โทร.” แต่ด้วยยุคนี้งานเพลงอาจไม่ใช่ทางออก ทำให้นักร้องสาวต้องหาอาชีพเสริมรองรับ โดยล่าสุด “ลำยอง หนองหินห่าว” ได้ทำธุรกิจเพิ่มขายของ 4 อย่างรวด พร้อมเปิดใจถึงธุรกิจที่ลงทุนไปว่า “ลำยองพยายามหางาน หาอะไรทำเลี้ยงดูพี่ๆน้องๆ ญาติๆทีมงานทุกคนให้อยู่ได้ ถ้ารายจ่ายเท่าเดิม แต่รายได้ลดก็คงอยู่นิ่งไม่ได้ ตอนนี้ก็นอกจากขายลิปสติกแล้ว ยังขายแหนมออนซอน ซึ่งทำมา 5 ปีแล้วเป็นธุรกิจครอบครัวค่ะ ก็จะทำเฉพาะมีออร์เดอร์ สั่งมาได้เลย ไม่มีสารกันบูด ไม่มีดินปะสิว ไม่ใช้เครื่องจักร ทำกับมือ ส่งไปรษณีย์พอข้ามวันของถึงก็พอดีกินค่ะ” “เดือนนี้ออร์เดอร์เยอะ ก็มีน้องสาวช่วย ลำยองจะรับออร์เดอร์ ยังมีทำปูม้านึ่งขายแบบดีลิเวอรี่อีก เป็นปูสดๆ ที่รับมาทำ พร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บ ทั้งหมดก็ขายทางเพจ ทางไลน์กลุ่มเพื่อนๆ แฟนคลับค่ะ “อีกอย่างล่าสุดคือ มะขามแช่อิ่มค่ะ เพิ่งคิดทำไม่นานมานี้เอง ก็จะบอกลูกๆน้องๆว่าเราต้องขยันทำกิน พอเพียง อยู่เฉยๆไม่เป็นค่ะ ต้องสู้” ขอบคุณที่มา นก ลำยอง หนองหินห่าว แกรมมี่โกลด์ และ ข่าวลูกทุ่ง
เคยดังสะท้านประเทศเป็นพลุแตก! เมื่อ 15 ปีก่อน สำหรับลูกทุ่งสาว ‘ลูกนก สุภาพร’ สาวกำแพงเพชร เจ้าของเพลงดัง “คุณลำใย” ก่อนที่จะเงียบหายไปแล้วแต่งงานมีครอบครัวและลูกสาววัย 7 ขวบ โดยตอนนี้ ‘ลูกนก สุภาพร’ ใช้ชีวิตพอเพียงด้วยการทำสวนปลูกผักที่บ้านเกิด อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร ทั้งปลูกไร่อ้อย มันสำปะหลัง ไร่เผือก นาข้าว พืช ผักผลไม้ที่ปลูกไว้ขายและกิน ‘ลูกนก สุภาพร’ เผยว่า ชีวิตแบบนี้มีความสุขที่สุด ถ้าย้อนกลับไปได้ 15 ปีก่อน จะไม่เข้ากรุงเทพฯแน่นอน “หนูกลับมาหาพ่อแม่ที่บ้านเกิด อยู่บ้านไม้ 1 หลังง่ายๆ ช่วงนี้ลูกปิดเทอมก็มาหาพ่อแม่ อยู่ดูแลท่าน ที่บ้านปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ทำนาด้วย และปีที่แล้วก็ลงเผือกในที่ลุ่มน้ำหน่อย ในสวนก็มีทั้งกล้วย ขนุน หนูกลับไปก็ตัดกล้วยน้ำว้า ทำกล้วยทอด กล้วยฉาบ ขุดเผือกด้วย” “ที่ดินก็เป็นที่ดินเดิม ก่อนที่หนูจะดังเพลงคุณลำใยเมื่อ 15 ปีก่อน ไม่ได้ซื้อเพิ่มรวมๆ 50 กว่าไร่ ทุกวันนี้พ่อแม่ก็ทำอยู่ แต่ไม่ไหวแก่แล้วต้องจ้างคน เพราะหนูรู้ว่าทำนาทำไร่เหนื่อยมาก ก่อนเข้ากรุงเทพฯก็ทำ มีวันหนึ่งเก็บรถไถนาคูโบต้ามาถึงบ้าน หิวมาก กินกล้วยไปลูกจากนั้นเป็นลมเลย” “ตอนดังเพลงคุณลำใย
จากตัวเมืองสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เราเดินทางตรงไปยังชายแดนไทย-พม่า ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึงหมู่บ้านที่มีชื่อเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า เวียคะดี้ เราใช้เวลาไม่นานก็ถึงหมู่บ้านเพราะเป็นถนนลาดยางอย่างดี รถก็ไม่ติดด้วย สองข้างทางส่วนใหญ่ยังเป็นป่ามีบ้านให้เห็นน้อยมาก จากหมู่บ้านเวียคะดี้ แยกเข้าถนนเล็กๆ ซึ่งมีสภาพไม่ค่อยดีนัก ก็ถึงจุดหมายที่เราเดินทางไปวันนี้คือ มูลนิธิพัฒนรักษ์ ที่ว่าถึงจุดหมายก็เพราะเราจะมาพักค้างคืนกันที่นี่ เนื่องจากถึงที่พักเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกหายไปหลังเทือกเขาฝั่งพม่าเรียบร้อยหลายนาทีแล้ว จึงทำให้มืด ไม่สามารถมองบริเวณทั่วไปได้ เห็นแต่ศาลาอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นทั้งที่ประชุม ที่กินอาหาร และทำกิจกรรม ศาลาจุคนได้ประมาณ 30 คน แต่เราไปกันแค่ 4 คน จึงไม่มีปัญหา สามารถกินอาหารและพูดคุยกันได้สบาย ท่ามกลางแสงไฟที่ผลิตมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ หลังจากกินอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เราก็แยกกันเข้าห้องพัก ตื่นเช้าขึ้นมา นอกจากได้ยินเสียงไก่ขัน ยังได้เห็นว่าบริเวณทั่วไปเกือบทั้งหมดทำเกษตร มีทั้งปลูกพืชผักสวนครัว บ่อเลี้ยงปลาดุก เล้าไก่ และคอกเลี้ยงเป็ด พืชผักสวนครัวมีเกือบทุกชนิด ห
เขาเดินเก็บขวดน้ำพลาสติกที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ปกติเท่าที่ผมเห็นคนเก็บขวดขายจะใช้รถถีบ หรือที่เรียกว่า ซาเล้ง แต่เขาคนนี้ คนที่ผมเห็น เขาใช้เท้าเดิน พอเก็บขวดแต่ละใบได้ก็บีบให้แบนแล้วยัดใส่ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ เก็บขวดได้มากพอสมควรเขาก็จะมานั่งรถ เพื่อรอขึ้นรถไฟฟรีที่หัวลำโพงกลับบ้านที่จังหวัดนครราชสีมา หรือที่มีชื่อเล่นว่า โคราช เรื่องราวของเขาผมรู้เพราะเขาเล่าให้ฟัง วันนั้น ผมไปจองตั๋วรถไฟเพื่อไปเชียงใหม่ แล้วอาศัยรถไฟฟรีเพื่อไปลงที่สถานีสามเสน ส่วนเขานั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งอย่างเอร็ดอร่อยสบายอารมณ์อยู่บนรถไฟก่อนผม มีถุงพลาสติกขนาดใหญ่อยู่ใต้ที่นั่ง ผมถามเขาว่าถุงอะไร เขาบอกขวดพลาสติก แล้วเขาก็เริ่มเล่าเรื่องราวของเขาให้ผมฟัง เขานั่งรถมาจากโคราชเก็บขวดบนรถไฟก่อนลงจากรถไฟแล้วไปเริ่มต้นเดินเก็บจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินเก็บไปเรื่อยๆ หลายถนนแล้ววกกลับไปหยุดที่หัวลำโพงเพื่อขึ้นรถไฟกลับโคราชนำขวดไปขายเถ้าแก่เจ้าประจำซึ่งให้ราคาดี เพราะทุกขวดของเขาจะไม่มีน้ำอยู่ในขวดแม้หยดเดียว เขาเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯ-โคราชเกือบทุกวัน เขาบอกว่าพอ 2 ทุ่มรถไฟถึงโคราชเขาลงจากรถไฟก็เอาขวดที่เก็บได้ไปขาย พอ
ตั้งแต่เริ่มหน้าฝนมาแล้ว ผมมีโอกาสได้เข้าไปชมป่าปลูกแห่งหนึ่งในเขตอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ที่ใช้คำว่าป่าปลูก ก็เพราะเดิมป่าถูกทำลายจนกลายเป็นทุ่งหญ้าคาที่มีเนื้อที่หลายพันไร่ ต่อมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทำการปลูกต้นไม้หลายชนิดลงไปในทุ่งหญ้าคา ใช้เวลาเพียง 20 กว่าปี ทุ่งหญ้าคาก็ได้กลายเป็นป่าได้สำเร็จ ขณะเดินทางด้วยรถโฟร์วีลบุกเข้าไปในป่าที่ว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่บอก จะไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นป่าที่ปลูกขึ้นมา เพราะมีต้นไม้หลากชนิดเบียดเสียดเจริญงอกงามอย่างไม่เป็นระเบียบ เหมือนป่าธรรมชาติทั่วไป จากถนนใหญ่ เรานั่งรถเข้าไปถึงน้ำตกเหวอีอ่ำ เป็นน้ำตกที่มีชื่อไม่ไพเราะหู แต่มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งอื่นๆ ของประเทศไทย เหตุที่น้ำตกแห่งนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวก็เพราะการเดินทางเข้าไปค่อนข้างลำบากมาก และต้องใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง เราได้ไปพักเพื่อกินอาหารกลางวันกันที่น้ำตก ทำให้ได้บรรยากาศในการพักได้ดีเหลือเกิน เพราะขณะกินอาหารสายตายังได้มองน้ำที่ไหลตกจากหน้าผาลงไปเบื้องล่างที่มีแอ่งและธารน้ำรองรับอยู่ เมื่อเข้ามาถึงบริเวณที่ว่านี้ ไม่ได้มีแต่พว
นักแสดงหญิงคุณภาพที่อยู่ในวงการมานาน เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตา ล่าสุดกับละครดัง รากนครา ดาราสาว ก้อย ศิรินุช ที่รับบทเป็น ขิ่นแหม่ คนใช้คนสนิทของ ซูซู ที่รักและเทิดทูน เป็นมือขวาของเจ้านายรัก ซูซู เท่าชีวิต ทำให้ทุกอย่าง เจ้าตัวโชว์ฝีมือการแสดงอีกเรื่องหนึ่งได้ใจคนดู ทำเอาคนเกลียดทั้งบ้านทั้งเมือง ที่ผ่านมา ก้อย รับบทบาทการแสดงหลายเรื่องแบบตีบทแตกมาแล้ว สร้างสีสันในละครไม่แพ้พระเอกนางเอก แม้ในจอมักรับบท คนใช้ หรือ คนจน แต่ ขิ่นแหม่ นอกจอ ไม่ธรรมดา ส่องจากไอจีเจ้าตัวโพสต์ภาพชีวิตดี๊ดี มีทั้งของใช้แบรนด์หรูเงินกองโตด้วย แถมล่าสุดเจ้าตัวโพสต์ไอจี บอกว่า “ได้มาเพราะวงการบันเทิงค่ะ ถ้าไม่มีงานก็ให้เงินมันทำงานของมันเองค่ะ จัดมาค่ะ รับกำกับ แสดง สอน ทั้งในนอกประเทศค่ะ ฮุเร่ๆ #ขายของแรง” ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
ระยะหลังๆ มานี้ ผมไปเที่ยวเมืองน่านค่อนข้างบ่อย เพราะเป็นเมืองที่น่าไปเที่ยว อีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวมากเหลือเกิน มีครบทุกหมวดก็ว่าได้ น่านมีทั้งโบราณสถาน วัดวาอาราม วิถีชีวิตของผู้คนที่น่าสนใจ และที่โดดเด่นอย่างมากก็เห็นจะเป็นเรื่องของธรรมชาติ จังหวัดน่านก็ไม่ได้กว้างใหญ่มากนัก แต่มีอุทยานทางธรรมชาติถึง 4 แห่ง เมื่อเดือนที่แล้ว ขณะเดินทางผ่านไปทางอำเภอเวียงสา ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดน่าน เป็นเวลาเที่ยงพอดี ผมกับผู้ร่วมเดินทางจึงต้องแวะหาอาหารเที่ยงกิน เพื่อจะได้มีแรงเที่ยวต่อได้ เวลาท่องเที่ยวไปต่างจังหวัดทุกครั้ง ถ้าเป็นอาหารเที่ยง ผมนิยมหาของกินง่ายๆ แบบจานด่วนกิน เพราะไม่เสียเวลา อีกทั้งจะไม่อิ่มเกินไป ทำให้กินอาหารมื้อเย็นได้อร่อย ปกติ ถ้าจะไปกินอาหารเที่ยงแบบง่ายๆ ประเภทข้าวมันไก่ หรือก๋วยเตี๋ยว ผมจะนั่งรถไปทั่วเมืองวนดู เห็นร้านแห่งใดมีคนเข้าไปอุดหนุนมาก ก็เชื่อได้เลยว่าต้องอร่อยแน่ เข้าไปกินมักจะไม่ผิดหวัง แต่วันนั้นพอเข้าเขตอำเภอเวียงสา เราแค่เอ่ยว่าอยากหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ กินเท่านั้น คนขับรถตู้ซึ่งคุ้นเคยกับอำเภอเวียงสาได้แนะนำให้ไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านยายพรรัตน์ ซึ่งหาไม่ย
ทิ้งวงการไปเป็นภรรยา และแม่ของลูกสาว 2 คน เมตตา และ อนีคา มาร์ควอร์ท มาร์ควอร์ท ที่สหรัฐอเมริกามานานหลายปี แล้ววันนี้มติชนออนไลน์ ก็ขอพาไปส่องวิถีแม่บ้านในต่างแดนของ อุ้ม สิริยากร ผ่านอินสตาแกรมของเธอมาฝากแฟนๆให้หายคิดถึง โดยชีวิตวันนี้ของเธอมีตั้งแต่การทำสวนครัว ที่ได้ลูกสาวตัวน้อยเป็นลูกมือ สวนผักของหนู ช่วยแม่ตั้งแต่พรวนดิน ถอนหญ้า ตอนนี้หนูได้หม่ำๆ แล้วค่า! ทำอาหารและขนม พริกขิงเจ #ครัวไกลบ้าน #บ้านอุ้ม ณ พอร์ตแลนด์ Vegan ‘Beef’ stir fry with chili paste สังขยาฟักทองของคนไกลบ้าน Thai Egg Custard in Mini PumpkinkobsupangrThat looks so yummy! Where did you get that?? ไอติมกะทิแม่อุ้ม #อยากกินต้องได้กิน #อร่อยน้ำตาไหลพราก #ขอไปหัดทำมันกับถั่วปากอ้าเชื่อมแพร็บ #coconuticecream #homemadebyoom Thai Tea Macarons! Nailed it! มาการ็องชาเย็น สำเร็จ! ภูมิใจมาก! #ครัวไกลบ้าน #บ้านอุ้ม ณ พอร์ตแลนด์ ขณะเดียวกันก็ยังมีเรื่องของการตัดเย็บชุด ที่เจ้าตัวบอก ฝีมือดีเสียจน #น่ารักมากแม่อยากใส่เอง #mamamade #NewDress #CottonAndKnit #SoCute! #ชุดใหม่! #คอตตอนกับผ้ายืด #เพิ่งลองต่อผ้าแบบนี้ครั้งแรก #น่า
ทั้งๆ ที่ นรินทร์ ศรีมรกตมงคล ได้เลื่อนยศเป็นนายดาบหลายปีแล้ว แต่เนื่องจากเป็นจ่าอยู่นาน ใครต่อใครจึงเรียกเขาว่า จ่านรินทร์ ปัจจุบันจ่านรินทร์เป็นตำรวจอยู่ที่สภ.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นตำรวจที่ค่อนข้างนอกคอก เพราะเป็นตำรวจอย่างเดียว ไม่ชอบ แต่กลับใช้เวลาว่างจากหน้าที่ไปปลูกกาแฟ ไร่กาแฟของจ่านรินทร์อยู่ทางไปเขาค้อห่างจากถนนใหญ่ หล่มสัก-เพชรบูรณ์ ประมาณ 20 กิโลเมตร ใกล้กับบริเวณที่ถูกเรียกว่าเนินมหัศจรรย์ ที่นักท่องเที่ยวรู้จักดี จ่านรินทร์เริ่มต้นปลูกกาแฟและผลิตเมล็ดกาแฟมาเพียง 7 ปี แต่สามารถมีลูกค้าทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ผู้ที่ซื้อเมล็ดกาแฟสดคั่วบดของจ่านรินทร์จะนำไปชงขาย บางรายก็ไปตั้งชื่อกาแฟเป็นยี่ห้อใหม่ของตัวเอง จ่านรินทร์ก็ไม่ว่า เพราะเป้าหมายจริงๆ ของจ่านรินทร์ก็คือขายส่ง พูดง่ายๆ ก็คือใครต้องการซื้อ จ่านรินทร์ก็ขายทั้งนั้น เป้าหมายอยู่ที่การขาย ไม่ได้หวังชื่อเสียงเหมือนคนผลิตกาแฟบางคน ราคาขายส่งโดยเฉลี่ยกิโลกรัมละ 400 บาท จ่านรินทร์มีลูกค้าที่มารับซื้อโดยตรงตอนนี้ประมาณ 80 กว่าราย ก็พอแล้ว คือ พอใจแล้ว ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ยึดมั่น ดูตามฟอร์มแล้ว ตอนแรกผมนึกว่า จ่านรินทร์คงจ
สมัยที่อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ยังมีชีวิตอยู่ ผมได้ไปพบกับอาจารย์ที่บ้านดำนางแล จังหวัดเชียงรายหลายครั้ง ที่บ้านดำนางแลเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ห้องเขียนรูป หอแสดงงาน บ้านของอาจารย์ถวัลย์ซึ่งตกแต่งเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์มี 40 กว่าหลัง ทุกหลังจะมีของเก่า ของแปลก หนังสัตว์ และเขาสัตว์ ตั้งโชว์ไว้จำนวนหลายชิ้นมาก มีบ้านอยู่หลังหนึ่ง มีมีดหน้าตาแปลกและงานศิลปะที่เป็นโลหะแสดงไว้ ล้วนมีคุณค่าทั้งสิ้น ที่สะดุดตาคือ มีดขนาดต่างๆ สะดุดตาก็เพราะรูปทรงของมีดไม่เหมือนใคร โดยมีหน้าตาแปลกอย่างไรให้ดูจากภาพประกอบ เพราะอธิบายด้วยตัวหนังสือให้เห็นภาพยากมาก ตอนแรก ผมนึกว่ามีดเหล่านี้อาจารย์ถวัลย์ซื้อมาจากต่างประเทศ เพราะท่านเดินทางบ่อย แต่จริงๆ แล้ว มีมีดเพียงบางเล่มเท่านั้นที่ซื้อมาจากต่างแดน ส่วนใหญ่เป็นมีดที่อาจารย์ถวัลย์ออกแบบเอง แล้วจ้างให้ช่างทำมีดทำให้ ไม่ได้เป็นช่างเมืองนอก แต่เป็นช่างไทยนี้แหละ จะเป็นช่างที่ไหน ตอนนั้นผมก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่เคยคิดที่จะสะสมมีด บังเอิญเมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปเที่ยวที่จังหวัดอุทัยธานี หลังจากได้ท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว คนที่นั่นพาผมไปชมโรงงานทำมีดที่มีชื่อว่า มี
