SMEs
สามเซียน จากเต็นท์บะหมี่เล็กๆ ของกลุ่มเพื่อนซี้ ใช้เวลาเพียง 3 ปี ขยายสาขา แถมก่อตั้งเป็นบริษัทเต็มตัว! ใครๆ ต่างก็มีความฝัน แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยเราอาจหลงลืมมันไปบ้าง หากนึกย้อนกลับไปและมีแรงบันดาลใจใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ยังไม่สายที่จะทำความฝันให้เป็นจริง หนึ่งในนั้นคือ คุณต้น-ชัชวาล อินทรการุณเวช ที่เดินหน้าเปิดร้าน สามเซียน ขายบะหมี่ในเต็นท์เล็กๆ ซึ่งเขาทำร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน ที่มีความฝันอยากเปิดร้านอาหารเช่นเดียวกัน จนสามารถขยับขยายสาขาและธุรกิจเติบโตเป็นบริษัท ก่อนจะเป็น ‘สามเซียน’ คุณต้น เจ้าของหนุ่มวัย 37 ปี ทำงานเป็นวิศวกรมาตั้งแต่เรียนจบ หลังจากนั้นได้กลับมาช่วยทำกิจการของครอบครัว ซึ่งเป็นโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ส่งออก พอเลิกทำกิจการไปจึงเปลี่ยนมาขายกระเป๋าเดินทางผ่านช่องทางออนไลน์แทน ด้วยความที่คุณต้นอยากเปิดร้านอาหาร ประกอบกับเพื่อนอีก 2 คน คือ คุณจักรพันธ์ มั่นพิริยะ และ คุณก้องกิจ เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ที่มีความฝันเดียวกัน ทั้ง 3 คนจึงได้รวมตัวประชุม ผลสรุปว่าทุกคนอยากทำร้านอาหารที่เข้าถึงง่าย กินได้ทุกเพศทุกวัย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจขายบะหมี่แล
การสต๊อกวัตถุดิบ เรื่องใหญ่ของร้านอาหาร จะมีกำไรหรือขาดทุน วัดกันตรงนี้ วัตถุดิบ ที่ใช้ในร้านอาหาร ทุกชนิดมีอายุ ต่อให้เก็บดียังไงก็ตาม ทั้งของแห้ง ของสด พวกผักอายุสั้นมาก โดยเฉพาะผักเป็นใบๆ ผักชี ต้นหอม สะระแหน่ เก็บได้แค่วันสองวัน พวกนี้ควรซื้อมาใช้เฉพาะที่จำเป็น ผักอันไหนแพงเปลี่ยนเมนูตัดออก ไม่ใส่ไปเลย ผักเป็นหัว ใบหนา เก็บได้ทน อย่างดอกกะหล่ำ หัวไชเท้า กะหล่ำปลี บางอย่างเก็บได้เป็นสัปดาห์ วิธีการเก็บ ไม่ควรล้างผัก ตัดแต่งใบเสียออก ใส่ถุงพลาสติกเจาะรู หมุนเวียนนำมาใช้ใหม่ได้ แช่เย็นที่ 7-10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำเกินทำให้ผักช้ำน้ำแข็ง หรือถ้าตะขิดตะขวงใจ อยากล้างผักก่อนเก็บ ต้องล้างแล้วสะเด็ดน้ำ ผึ่งให้แห้ง ถึงค่อยเก็บ ดีที่สุด ต้องคาดการณ์การใช้ให้พอเหมาะ ซื้อผักมาเฉพาะพอใช้ ไม่ต้องเอามาเก็บไว้มาก เนื้อสัตว์เป็นของแพง และอายุการเก็บแช่แข็งอย่างเก่งได้แค่ 1-2 เดือน มากกว่านั้นคุณภาพ รสชาติ เนื้อสัมผัสเปลี่ยน เนื้อสัตว์ที่มีเนื้อนิ่ม เช่น ปลา กุ้ง หอย ปู คุณภาพจะเปลี่ยนเร็วมาก จากปลาสด เอาไปแช่แข็ง ออกมาอีกทีเนื้อจะยุ่ยไม่เหมาะกับการนึ่ง เอาไปทอดพอไหว พวกหอยต่อให้ลวกสุกเก็บแช่แข็ง
ของเล่น ธุรกิจทำเงินได้จริงจัง “แจ็กสัน ออ” ใช้เวลาไม่กี่ปี ขายไปแล้ว หลายล้านชิ้น เว็บไซต์ซีเอ็นบีซี นำเสนอเรื่องราวของ “แจ็กสัน ออ” นักธุรกิจวัย 32 ปี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัทไมตี้ แจ็กซ์ (Mighty Jaxx) บริษัทผลิตของเล่นของสะสม ที่ออกแบบโดยศิลปิน (Designer Toy) ในสิงคโปร์ ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีในการขายสินค้าหลายล้านชิ้น ครอบคลุม 80 ประเทศทั่วโลก เขารู้จุดอ่อนของตัวเองว่าไม่ใช่ศิลปินที่ดีนัก เขาจึงหาหุ้นส่วนที่มาเติมเต็ม ทำให้ธุรกิจของเล่นหน้าใหม่กลายเป็นธุรกิจระดับโลก “แจ็กสัน ออ” สะสมของเล่นมาตั้งแต่อายุ 17 ปี และก่อตั้ง “ไมตี้ แจ็กซ์” เมื่อปี 2555 โดยร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกและศิลปินทัศนศิลป์หลายราย ผลิตของสะสมที่รวมเอาวัฒนธรรมป๊อปและการออกแบบเข้าไว้ด้วยกัน ทีแรกเขาคิดว่าการทำของเล่นเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ใช้อุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้นก็ทำได้ เหมือนกับดูคลิปวิดีโอเวลาทำเมนูอย่างฮอตดอกหรือนักเก็ต เลยเกิดคำถามว่าจะทำของสะสมแบบแฮนด์เมดได้หรือไม่ เขาจึงตัดสินใจจองเที่ยวบินไปเมืองเซินเจิ้น ซึ่งเป็นเหมือนโรงงานของโลก เพื่อไปดูว่าโรงงานผลิตของเล่นมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง และที่นั่นก็เปิดโลกของเขาให้
คนขายน้ำตาลปั้น อีกหนึ่งอาชีพงานฝีมือเก่าแก่ ที่ใกล้สูญหายไปตามกาลเวลา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้ไปเดินเล่นหลังเลิกงานที่ ถนนคนเดินไทยช่วยไทย สถานีรถไฟบางซ่อน ไปเจอกับ ร้านน้ำตาลปั้นเล็กๆ ที่ไม่ได้เห็นมานาน คุณแสง วัย 48 ปี เล่าว่า ตนทำน้ำตาลปั้นขายมา 20 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง ก่อนเปลี่ยนมาขายน้ำตาลปั้น อาศัยไปเรียนการทำน้ำตาลปั้นที่โรงงิ้วที่เพื่อนทำงานอยู่ จึงได้วิชาอาชีพมาทำขายเป็นนายตัวเอง ซึ่ง อาชีพปั้นน้ำตาลขาย ถือเป็นอาชีพที่รายได้ดีอาชีพหนึ่ง ในสมัยนั้น “เมื่อก่อนออกขายตามตลาดนัดทั่วประเทศเลย ไปเหนือไปใต้ ขายดีมาก แต่สมัยนี้ ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง วันหนึ่งก็ลงทุน 2-3 ร้อยบาท ทำเป็นรูปสัตว์รูปดอกไม้ ขายง่ายๆ มีตั้งแต่ 20 30 40 บาท แล้วแต่ความยากง่าย วันๆ หนึ่งก็ขายได้หลักพันบาท ตอนนี้ลุงก็ขายไปเรื่อย ถ้ามีงานก็ไป พวกงานวัด งานเทศกาล ถ้าไม่มีงานก็ขายตามตลาดนัด” “แต่สมัยนี้ไม่ค่อยมีคนทำน้ำตาลปั้นขายแล้ว จริงๆ มันมีคนสนใจนะ แต่หาที่เรียนทำน้ำตาลปั้นยาก แล้วอาชีพนี้ต้องใช้เวลากว่าจะทำเป็น ทำขายได้ มันดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ ทำยากนะ น้ำตาลมั
โดนใจสายมู มาลัยครีเอตตามความศรัทธา จากร้านภานุมาศ โกยครึ่งแสนต่อเดือน “ภานุมาศ” ร้านมาลัยเงินล้าน ที่หลายคนรู้จัก มีทั้งเหล่าคนดัง ดารา แวะไปอุดหนุนแล้วหลายคน ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของ ร้านมาลัยภานุมาศ โดยเจ้าของร้านสาว คุณเอ้-ณิชชฎา ทัศนัย ให้สัมภาษณ์ถึงจุดเริ่มต้นว่า หลังเรียนจบ ได้กลับมาช่วยกิจการของครอบครัว ทำมา 20 ปี ขายวัตถุดิบร้อยมาลัย และขายมาลัยไหว้พระ มีตั้งแต่ราคา 5-10 บาท กระทั่งเกิดความคิดอยากมีมาลัยสวยๆ มาขายในร้าน จึงได้เริ่มฝึกฝีมือ โดยอาศัยดูขั้นตอนจากหนังสือต่างๆ ควบคู่ไปกับพื้นฐานที่มีติดตัวมาตั้งแต่เด็ก จึงสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว กระทั่งมาแจ้งเกิดในโลกโซเชียล สมัย HI5 ต่อมาได้เปลี่ยนมาขายในเฟซบุ๊ก จนพวงมาลัยเริ่มเป็นที่รู้จักของลูกค้า และเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจ ทำให้คนรู้จักร้าน ถึงปัจจุบัน ร้านพวงมาลัยภานุมาศ เติบโตขึ้นอีกหลายขั้น ยังคงรักษามาตรฐานความประณีตไว้อย่างดี โดยล่าสุด คุณเอ้ ได้ต่อยอดธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์สายมู รับทำพวงมาลัยแบบ Customize ครีเอตตามความศรัทธาของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเทพเทวดาองค์ใด ทางร้านจัดให้ได้ สวยงามอ
แฟรนไชส์ปาท่องโก๋ หลักหมื่น เกินครึ่ง-หนึ่งเดือน คืนทุน หนุ่มนักบิน การันตี โก๋นักบิน คือ กิจการขายปาท่องโก๋เกรดพรีเมี่ยม มาพร้อมซอสดิปสารพัดรส ขายเป็นชุด รูปแบบคล้ายกับปาท่องโก๋แบรนด์ดังอย่าง การบินไทย โก๋นักบิน เป็นธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ มี คุณหนุ่ม-ณัฐธร และขวัญ ปัจจุบันอายุ 40 ปี มีการงานประจำ เป็น senior copilot B777/787 ของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของ สำหรับที่มา-ที่ไป ของกิจการ คุณหนุ่ม กรุณาสละเวลา มาให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง “บินครั้งสุดท้าย เดือนมีนาคม ปี 2020 จากนั้นหยุดบินเลย รอเมื่อไหร่จะเรียกไปบิน 5 เดือนก็แล้ว 6 เดือนก็แล้ว ยังไม่มีวี่แวว กระทั่งเดือนที่ 7 มีข่าวการบินไทย จะไม่ใช้เครื่อง 787 Dreamliner ที่ผมมีใบอนุญาต แล้ว ผมก็โอเค คงไม่ได้เป็นนักบินแล้วล่ะ ไปหาอะไรทำดีกว่า” คุณหนุ่ม เริ่มต้นเสียงหม่น ก่อนเผยความรู้สึก “เมื่อถอดหัวโขนออก เราก็เป็นแค่คนคนหนึ่ง เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องหารายได้ แล้วจะเอารายได้จากตรงไหนมา ในเมื่องานประจำไม่มีแล้ว ก่อนหน้านี้ มองไว้หลายทางเลือก สุดท้ายมาจบที่ทำปาท่องโก๋ขาย” ส่วนที่มาว่าทำไมต้องเป
สาวบัญชีพลิกวิกฤต เปิดเพจ ทำเกษตรออนไลน์ ด้วยทุนหลักร้อย สู่รายได้เฉียดแสน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนหลายด้าน อย่างหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือการใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น นี่จึงเป็นวิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิดและเกิดผลย่ำแย่ แต่ทว่าบางคนกลับมองเห็นโอกาสในการเริ่มต้นทำธุรกิจ หนึ่งในนั้นคือ คุณเก้-สุกัญญา จันทร์หอม ที่ต่อยอดความชอบกินผักและปลูกกินเองอยู่แล้ว เปิดเพจเฟซบุ๊ก “หนูชอบกินผัก” ทำเกษตรออนไลน์ ด้วยทุนแค่หลักร้อยจนมีรายได้เกือบแสนต่อเดือน โอกาสจากวิกฤต ผุดธุรกิจสวนผัก เจ้าของสวนในวัย 28 ปี เปรยว่า ตนเรียนจบบัญชีและเคยทำงานประจำมาก่อน แต่ไม่ชอบรูปแบบการทำงานเช่นนั้น อีกทั้งรายได้ไม่ตอบสนองต่อการใช้ชีวิต เธอจึงลาออก โดยก่อนหน้านั้นเธอยังเคยเป็นฟรีแลนซ์และไปขายของตามตลาดนัดมาบ้าง ในช่วงวิกฤตโควิด-19 คุณเก้มองเห็นโอกาสจากการใช้ชีวิตของผู้คนที่เริ่มเบื่อบ้านและอยากหากิจกรรมอย่างอื่นทำ ประกอบกับเธอชอบกินผักและปลูกกินเองอยู่แล้วในพื้นที่ข้างบ้าน วันที่ 19 มีนาคม 2563 เธอจึงเปิดเพจเฟซบุ๊ก หนูชอบกินผัก ขึ้นมาเพื่อตอบสนองผู้คนเหล่านี้ “ก่อนปลูกผักกินเองต้องเพาะต้นกล้าก่อ
ชวนรู้จัก อาชีพนักพากย์สดหนังกลางแปลง อาชีพเก่าแก่ ที่ลีลาเด็ด จนกลับมาเป็นไวรัลอีกครั้ง! ดูเหมือนว่าช่วงนี้ หนังกลางแปลง กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง นอกจากหนังที่หยิบยกกลับมาฉายจะน่าสนใจแล้ว ต้องยอมรับว่า นักพากย์ ก็พากย์ได้เด็ดดวงจนกลายเป็นไวรัลไปเมื่อวานนี้เอง! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาทุกคนไปทำความรู้จักกับ อาชีพนักพากย์หนังกลางแปลง ที่เพิ่งกลับมาเฉิดฉายอีกครั้งสดๆ ร้อนๆ ผ่านการพูดคุยกับ คุณประสงค์ ศิริเวช วัย 72 ปี และ คุณโรจน์-ปัทมมนตรี ศิริเวช วัย 42 ปี คู่พ่อลูกนักพากย์มากฝีมือ คุณประสงค์ เล่าว่า การพากย์สดหนังกลางแปลงในไทยนั้นมีมานานแล้ว โดยผู้ที่เป็นคนบุกเบิกคือ ครูทิดเขียว หรือ สิน สีบุญเรือง ในสมัยนั้นยังเป็นหนังขาวดำและเป็นหนังเงียบ “พระครูทิดเขียว นำบทโขนมาใส่ คนดูฟังแล้วชื่นชอบจึงเริ่มดัดแปลงใช้ซาวด์ประกอบ อย่างเสียงม้าจะใช้กะลาเคาะ เสียงชกกันใช้กระดาษม้วนๆ แล้วตีมือ ต่อมาเริ่มมีหนังซาวด์เข้ามาจากต่างประเทศ อย่างหนังจีนหรือหนังฝรั่ง คนพากย์ต้องมาทำบท แล้วก็ตัด” “เมื่อก่อนนี้ต้องพากย์คนเดียว คนพากย์ต้องดัดเสียงผู้หญิง เสียงเด็ก และเสียงผู้ชายได้ อย่างเสี
เปลี่ยนนาข้าว เป็นนาแห้ว เก็บผลผลิตขาย พีกสุดเดือนละแสนกิโล จากเกษตรกรทำนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน เมื่อราคาข้าวตกต่ำจึงหันมาทำนาแห้วเสริม ซึ่งทำกำไรได้ดีกว่านาข้าวเป็นไหนๆ มียอดจำหน่ายพีกสุดเดือนละแสนกิโล อีกทั้งยังแตกไลน์สินค้าของหวานเชื่อม วัตถุดิบน้ำแข็งไส ไอศกรีม สร้างรายได้รวมเป็นกอบเป็นกำไม่ต่ำกว่าเดือนละ 3 ล้านบาท คุณเรณู เฉกแสงทอง หรือ เจ๊เรณู-แห้วพันล้าน อายุ 57 ปี เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า หลังราคาข้าวตกต่ำ ได้ปรับตัวมาทำนาแห้วเสริม แต่ปรากฏว่านาแห้วสามารถทำกำไรได้ดีกว่านาข้าว จึงตัดสินใจปลูกแห้ว โดยเริ่มปลูกในพื้นที่ 10 ไร่ ถึงปัจจุบันมีนาแห้วกว่า 100 ไร่ และมีลูกไร่อีกเกือบ 300 ไร่ “นาแห้วของเราปลูกแห้วสายพันธุ์จากจีน และสายพันธุ์ไทย จะได้แห้วขนาดใหญ่ สีขาวสวย น่าทาน และสามารถปลูกได้ทั้งปี ในส่วนของลูกไร่เราเข้าไปดูแลเรื่องต้นพันธุ์ การใส่ปุ๋ย ส่วนขั้นตอนการขาย ลูกไร่จะนำแห้วมาขายให้โดยตรงเพื่อคัดเกรด และสามารถควบคุมคุณภาพให้ตรงตามที่ลูกค้าต้องการได้ นอกจากมีของหมุนเวียนขายได้ทั้งปีแล้ว ยังสร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกรชาวอำเภอศรีประจันต์อีกด้วย” ก่อนเล่าต่
เรียกเจ๊สิคะ! ลูกแม่ค้า ชีวิตพลิก ขายต้นหอมท้ายรถ กวาดรายได้หลายล้าน จากชีวิตลูกแม่ค้าในตลาด สู่เจ้าของธุรกิจขายต้นหอมท้ายรถ รายได้ 6,000,000 บาทต่อเดือน เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นมาจาก คุณชลลดา ชมภูนุช อายุ 37 ปี หรือที่ใครๆ เรียกว่า เจ๊ส้ม ชีวิตของเธอเติบโตมาในตลาด เพราะพ่อแม่นำมะละกอมาขายส่งอยู่ที่นั่น “รายได้ตอนนั้น ไม่ได้มากมายอะไร แค่พออยู่ได้ ตอนอายุ 16 ย่าง 17 ปี ก็ไม่ได้เรียนต่อ เพราะมีครอบครัว กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตทันที ต้องยืนได้ด้วยตัวเอง เลยตัดสินใจเข้ามาหาอาชีพในตลาดสี่มุมเมือง ด้วยเงินติดตัวแค่ 3,000 บาท” เจ๊ส้ม เล่าให้ฟัง งานแรกของเจ๊ส้ม คือ รับจ้างตัดผักขายท้ายรถ 2-3 ตันต่อวัน ได้ค่าแรงราวๆ 250 บาท/คัน ในระหว่างทำงานเธอใช้ทั้งความพยายาม ความอดทน รวมทั้งเก็บเงินไปพร้อมๆ กับเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทำแบบนั้นอยู่ 5-6 ปี ก็เริ่มรู้จักพ่อค้าแม่ค้าและชาวสวนมากขึ้น จึงตัดสินใจนำเงินเก็บไปออกรถกระบะมือสอง 1 คัน และเริ่มผันตัวเองมารับซื้อผักโดยตรงจากชาวสวน “ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันเจ๊วิ่งรถนำผักเข้ามาขายในตลาดสี่มุมเมือ
