SMEs
จะบอกว่าการที่อยู่ๆ ดาราอย่าง “แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช” หันมาทำธุรกิจทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ มีเหตุผลมาจากลูกๆ ก็คงไม่ผิด เพราะเจ้าตัวบอกเลย เมื่อก่อนไม่เคยจะคิด เพราะแค่งานแม่บ้าน ที่ต้องคอยดูแลลูกๆ ทั้ง 3 คน “แมค สิริ, คิน สยาม, เนซซี่ สิรินทร์” งานการแสดง รวมถึงช่วยดูแลธุรกิจรีสอร์ตของสามีนั้น ชีวิตแต่ละวันก็ยุ่งมากพออยู่แล้ว ไร่ในจังหวัดเชียงรายที่มีอยู่ ด้วยสามี คือ “สงกรานต์ กระจ่างเนตร” ผู้ชอบลงทุนกับที่ดิน อีกทั้งยังชื่นชอบธรรมชาติ ชอบการเกษตร ซื้อเก็บไว้ 30 ไร่ ก่อนหน้านั้นจึงมีสภาพเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนของครอบครัว เป็นที่ปลูกพืชผัก ผลไม้ อย่าง ชมพู่ ส้ม อะโวกาโด มะยงชิด ที่ลูกๆ ชื่นชอบ รวมถึงเป็นที่เลี้ยงสัตว์อย่างไก่ เป็ด รวมไปถึงวัว ซึ่งอย่างหลังนี้ได้มาเพราะความสงสารจึงไถ่ชีวิตมา แล้วก็นำไปเลี้ยงไว้ จนต่อมาเมื่อรู้สึกว่าควรจะต้องหาอาหารดีๆ ไว้ให้ลูกๆ ทานนั่นแหละ “สิรินทร์ฟาร์ม (SIRIN FARM)” จึงค่อยๆ ก่อรูปสานร่าง เพิ่มประเภทของสัตว์ที่เลี้ยงจนมีทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่ หมู หมูคุโรบูตะ ทำให้ปัจจุบันมีผลผลิตทั้งข้าวสาร ไก่ ไข่ เนื้อหมู รวมไปถึงอาหารแปรรูปจากวัตถุดิบเหล่านั้น ทั้งลูกช
อดีตข้าราชการครูวัยเกษียณใช้ทักษะและความชำนาญด้านฝีมือช่างและงานศิลป์ที่มีติดตัว รังสรรค์รากไม้ไร้ค่าให้กลายเป็นผลงานสุดทึ่ง ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญา สถาปัตยกรรม และประติมากรรม เรียกว่า “จินตนาการจากรากไม้” จำลองเป็นรีสอร์ตสุดเหมือน ฐานชุกชี และประติมากรรมธรรมชาติ ใช้ประดับตกแต่ง ถูกอกถูกใจต่างชาติรุมอุดหนุน สร้างรายได้นับแสนบาทต่อเดือน คุณนิพนธ์ หัสดี ในวัย 78 ปี เท้าความว่า จบ ปวช. ช่างก่อสร้างที่อุเทนถวาย จากนั้นต่อปริญญาตรี วิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ยึดอาชีพครูมายาวนาน 36 ปี ตำแหน่งสุดท้าย คือ อดีตรองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว กระทั่งปี 2532 ลาออกมาดูแลบุพการี และรับบำนาญเลี้ยงตัวเอง ด้วยความที่คุณนิพนธ์ เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ เขา บอกว่า ไม่อยากอยู่ว่างๆ อยากหากิจกรรมที่มีประโยชน์ โดยส่วนตัวชอบงานไม้ เลยอยากสร้างชิ้นงานที่ทำจากไม้ เลยเป็นที่มาของไอเดีย “ผมเกิดไอเดียเพิ่มมูลค่ารากไม้ ให้กลายเป็นผลงานประติมากรรม จากการที่ได้นั่งมองรากไม้ไร้ค่า ที่มีรูปทรงแตกต่างกันไป คิดว่าหากนำมาสร้างบ้าน หรือจำลองเป็นเป็นรีสอรต์ สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไ
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้า เดอะ พรอมมานาด ย่านมีนบุรี จัดอีเวนต์รับวันปีใหม่ไทย โดยมีการออกบู๊ธของกิน-ของใช้ ไทยย้อนยุค เอาใจคนกรุงเทพฯที่ไม่ได้ออกไปเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด ไฮไลต์ในงานครั้งนี้ ซึ่งดูเหมือนจะมีประชาชนให้ความสนใจกันไม่น้อย เห็นจะได้แก่ มุมนิทรรศการ “ ๙ ขนมไทย ตำรับโบราณ “ท้าวทองกีบม้า” ราชินีแห่งขนมไทย“ หนึ่งในบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ที่มีบทบาทเด่นใน “บุพเพสันนิวาส” ละครดังแห่งยุค สำหรับขนมไทย ตำรับโบราณ ทั้ง ๙ ชนิด ฝีมือรังสรรค์ของ “ท้าวทองกีบม้า”ดังกล่าวนั้น ประกอบด้วย ทองหยิบ สัมปันนี ลูกชุบ สังขยา ทองม้วน ขนมผิง ฝอยทอง ทองหยอด และ กะหรี่ปั๊บ
เรือสำเภาตามหลักฮวงจุ้ยศาสตร์จีนโบราณเสมือนสัญลักษณ์ของการค้าขาย ความมั่นคง การเดินทาง ฉะนั้นการมีเรือสำเภาจำลองประดับไว้ในบ้าน ร้านค้า หรือองค์กร จึงเป็นการช่วยเสริมโชคลาภ ค้าขายร่ำรวย ทั้งยังช่วยหนุนนำเสริมดวงชะตาชีวิตของผู้ครอบครองให้ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆอย่างราบรื่น คุณณัฐวลัย โปทา หรือคุณหล้า บ้านเลขที่ 355/5 หมู่3 ตำบลหนองหาญ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีอาชีพผลิตเรือสำเภาจำลอง จำหน่ายทั้งแบบปลีก-ส่ง เพื่อเป็นของฝาก ของขวัญ หรือของที่ระลึก รวมถึงยังถือเป็นวัตถุเสริมมงคลในการประกอบอาชีพการทำงานหรือค้าขาย โดยผลิตเรือสำเภาจำลองในชื่อ “ณัฐวลัย เรือใบจำลอง” คุณหล้าเล่าว่าความจริงแล้วอาชีพนี้พี่ชายเคยทำมาก่อน แต่หาตลาดขายไม่ได้ ทำแล้วไม่รู้จะไปขายที่ไหน จึงโอนมาให้เธอฝึกทำ จนมีความชำนาญจึงลองหาตลาดปรากฏว่าได้รับความสนใจ อีกทั้งยังขายได้ราคาดี ขณะเดียวกันทำไม่ทันเพราะตัวเองยังทำงานประจำอยู่ ดังนั้นจึงตัดสินใจลาออกจากงานแล้วมุ่งผลิตเรือไม้สำเภาจำลองเป็นอาชีพสร้างรายได้อย่างเดียว “สมัยที่พี่ชายทำอยู่ มีชาวบ้านในละแวกทำกันด้วยประมาณ 4-5 ราย แต่พอหาตลาดขายไม่ได้ก็เลยหยุดทำกันหมด
ไก่ชนหรือไก่พื้นเมือง เป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้จากวรรณกรรมหรือเรื่องราวทางประวัติศาสต์ ซึ่งผู้คนในสังคมไทยสมัยนั้น ก็จะมีการเลี้ยงไก่ชนหรือการละเล่นที่มีไก่ชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต จนทำให้ไก่ชนยังอยู่คู่สังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน การเลี้ยงขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าต้องการเลี้ยงไปในทิศทางไหน เช่น ไว้บริโภคภายในครัวเรือน หรือเป็นไก่สวยงามใช้สำหรับชนแข่งขันเป็นเกมกีฬา จึงทำให้ไก่ชนเป็นสัตว์ปีกที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ไม่น้อย นอกจากจะเป็นมีรายได้แล้วยังสร้างความสุขกับสิ่งที่ทำอีกด้วย คุณพลภัทร โรจนวีรเดช อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เกษตรกรวัย 18 ปี เป็นผู้ที่ชื่นชอบและสนใจการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก เพราะได้เติบโตและพบเห็นการเลี้ยงไก่ชนจากญาติ จึงทำให้เขารู้สึกรักและหลงใหลจนคิดที่จะเลี้ยงอย่างจริงจังในยามว่างจากการเรียน จนสามารถทำเป็นเงินเก็บหลักหมื่นบาทต่อปีให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณพลภัทร โรจนวีรเดช สนใจเลี้ยงไก่ชน ตั้งแต่อายุ 15 ปี คุณพลภัทร หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง นิสิตสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษ
ปลาแรด (Giant gourami) เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่มีลำตัวป้อมแบนข้าง เกล็ดของปลาชนิดนี้เมื่อสัมผัสจะมีลักษณะสากมือ ก้านครีบท้องคู่แรกมีลักษณะเป็นเส้นยาวคล้ายหนวด ปลายหางมีลักษณะกลมมน ริมฝีปากมีลักษณะหนา ภายในจะเห็นเป็นฟันซี่เล็กๆ อยู่ภายในช่องปาก เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ตัวผู้จะมีโหนกนูนขึ้นเรื่อยๆ จนมองดูคล้ายนอแรด อันเป็นที่มาของชื่อสามัญในภาษาไทย ที่เรียกกันว่า “ปลาแรด” ปลาแรด เป็นปลาที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์น้ำ โดยในช่วงที่ยังโตไม่เต็มที่จะกินอาหารจำพวกสัตว์น้ำตัวเล็กๆ เป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อเจริญเติบโตได้เต็มที่ปลาชนิดนี้จะนิยมกินพืชมากกว่า เช่น ผักบุ้ง กล้วย พันธุ์ไม้น้ำ หรือผักต่างๆ จึงนับได้ว่าเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายในเรื่องของการกินอาหาร นอกจากนี้ ปลาแรด ยังเป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ได้มีการเพาะเลี้ยงเป็นเชิงการค้าในหลายพื้นที่ แต่ที่นิยมและมีจำนวนมากคือ การเลี้ยงแถวแม่น้ำสะแกกรังที่อยู่ในจังหวัดอุทัยธานี จนหลายคนในประเทศรู้จักกันดีว่า จังหวัดนี้นิยมเลี้ยงกันมาก คุณภานุวัฒน์ ห้วยเรไร อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 4 ตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ที่มีความชื่น
ขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกมีมติกึกก้องว่า หากจะไปเที่ยวประเทศไหนสักแห่ง สาธารณรัฐเช็กเป็นประเทศแรกที่ควรไป และเป็นประเทศเดียวที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ฉันก็มีมติกึกก้องของฉันว่าตลาดเช็กเป็นตลาดน่ารัก น่าเดินน่าจับจ่ายน่าเจรจา น่าแลกยิ้มแลกหัวเราะด้วยเป็นที่สุด สาธารณรัฐเช็ก หรือเช็กรีพับลิกนั้น เคยเป็นประเทศเดียวกับสโลวัก เรียกว่า เชโกสโลวาเกีย แต่เขาแยกประเทศกันมานับแต่ปี 2535 โน่น ภูมิประเทศที่สวยงาม อาคารบ้านเรือนที่สร้างและออกแบบเหมือนจะให้เป็นสมบัติของโลก ประพรมไปทั่วผืนดินเช็ก ทดแทนที่ประเทศไม่มีทางออกทะเลได้อย่างสมบูรณ์ ไม่น่าเชื่อว่าประเทศนี้จะผ่านสงครามมาอย่างหนัก บ้านเรือนสวยงามถูกละเว้นไว้จากหายนะประหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจ แต่ก็มีไม่น้อยที่ถูกทึ้งทำลาย ซึ่งเขาก็พยายามซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใกล้เคียงกับของเดิม เป็นเรื่องน่ายกย่องสำหรับประเทศเล็กๆ ที่ไม่ได้ร่ำรวย และเผชิญปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำยาวนานหลายสิบปี ทั้งจากสงคราม และผลพวงหลังจากนั้น รวมทั้งการแตกเป็นหลายประเทศของยุโรปตะวันออก เช็ก ใหญ่กว่าประเทศไทยอักโขอยู่ ในเช็กมีแหล่งโบราณสถานที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกถ
ฉันชอบไปเดินตลาดในแฟลตคลองจั่น ซึ่งเป็นศูนย์รวมของชาวใต้ ที่นั่นมีอาหารและวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารใต้ทุกชนิด หรือจะเป็นอาหารปรุงสำเร็จก็มากมายจนเลือกไม่ถูก รวมถึงของกินเล่นที่ฉันชอบมากๆ คือ ข้าวเกรียบปลา ที่เรียกว่า กรือโป๊ะ กือโป๊ะ หรือ กะโป๊ะ ซึ่งได้อิทธิพลมาจากมลายูที่เรียกว่า เกโรโปะก์ (Keropok) ภาษาอินโดนีเซีย เรียกว่า กรุปุ๊ก (Krupuk / Kerupuk) และภาษาฟิลิปิโน เรียกว่า โกรเปก (Kropek) กล่าวกันว่า ชาวอินโดนีเซียเป็นต้นตำรับของข้าวเกรียบที่เราๆ กินกันอยู่ในทุกวันนี้ โดยมีวัตถุดิบหลักคือ แป้งข้าวเจ้าและแป้งมัน ซึ่งในอดีตอาจจะใช้แป้งสาคูเป็นหลักเพราะหาได้ง่ายในท้องถิ่น แล้วผสมส่วนผสมอื่นๆ ลงไปทำให้เกิดข้าวเกรียบหลากหลายชนิด เช่น ข้าวเกรียบกุ้ง (Krupuk udang) ข้าวเกรียบปลา (Krupuk kemplang / Krupuk ikan) ข้าวเกรียบมันสำปะหลัง (Krupuk singkong/Krupuk kampang/ Krupuk putih) ข้าวเกรียบหัวหอม (Krupuk bawang) แม้กระทั่งเมล็ดของต้นเหมียงหรือต้นเหลียงก็สามารถเอามาทำข้าวเกรียบได้เรียกว่า เอมปิง (Emping) นอกจากนี้ยังมีข้าวเกรียบอีกสารพัดชนิด ซึ่งคนที่เคยไปอินโดนีเซียจะต้องพบกับข้าวเกรียบหลากชนิ
ในเวลานี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพทางการเกษตรกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เห็นตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยบางรายถึงกับทิ้งเงินเดือนสูงๆ เพื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่รัก ได้อยู่กับครอบครัว จึงทำให้การทำสัมมาอาชีพในแต่ละวัน อบอวลไปด้วยความสุขโดยที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน คุณวัชรีญา มณีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 6 ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นเกษตรกรที่มีอายุเพียง 25 ปี โดยเธอได้หันหลังให้กับเมืองใหญ่ เพื่อมาทำการเลี้ยงปศุสัตว์ที่ควบคู่ไปกับการทำเกษตรผสมผสาน ทำให้เวลานี้เธอบอกว่ามีความสุขมาก ที่ได้เลือกเดินเส้นทางนี้ เพราะได้มีเวลาว่างดูแลครอบครัวและสามารถทำงานที่สร้างรายได้ไปพร้อมกันได้อีกด้วย อาชีพทางการเกษตร ก็สร้างเงินพร้อมความสุขได้ คุณวัชรีญา สาวผู้มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี จึงได้หางานในบริษัทเอกชนทำได้สักระยะหนึ่ง ก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบงานทางด้านนี้ จึงได้ปรึกษากับทางครอบครัวว่าอยากจะกลับมาอยู่บ้าน เพื่อหางานอย่างอื่นทำเพื่อสร้างรายได้ โดยทำอาชีพทา
ปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาลูกผสมข้ามพันธุ์ระหว่างปลาดุกอุยเพศเมียและปลาดุกเทศเพศผู้ ซึ่งการเพาะขยายพันธุ์เป็นไปได้ดี ลูกที่ได้มีอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว ทนทานต่อโรคสูง มีลักษณะใกล้เคียงกับปลาดุกอุย จึงทำให้เกษตรกรนำวิธีการผสมข้ามพันธุ์ไปปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย โดยลูกปลาที่เกิดจากคู่ผสมนี้ระหว่างปลาดุกทั้งสองนี้ทางกรมประมงให้ชื่อว่า ปลาดุกอุย-เทศ แต่โดยทั่ว ๆไปชาวบ้านจะติดเรียกกันว่า บิ๊กอุย หรือ อุยบ่อ คุณชนชัย ปั้นทองสุข เกษตรกรคนเก่งชาวจังหวัดปทุมธานีเป็นหนึ่งคนที่ได้หันมาประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยเป็นอาชีพหลัก อยู่ที่จังหัวดปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 160 ไร่ คุณชนชัย เล่าให้ฟังว่า เดิมตนประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนาสืบทอดมาจากพ่อและแม่ เหมือนกับคนอื่นๆที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน แต่ทำมาระยะหนึ่ง ในชุมชนเริ่มปรับเปลี่ยนอาชีพ หาอาชีพเสริมเข้ามาทำควบคู่กับการทำนา เพราะกว่าต้นข้าวจะให้ผลผลิตได้ต้องใช้ทั้งเวลาและต้นทุนการผลิตที่สูง ต้องหาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เข้ามา และในขณะนั้นมีเพื่อนบ้านเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน แต่ละปีได้ผลผลิตดี ทำรายได้สูงในแต่ละรอบ จึงสนใจและทดลองเลี้ยงดู “เริ่มแรกผมเริ่
