SMEs
การเลี้ยงปลาทับทิมสามารถจัดการได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงในบ่อดินหรือเลี้ยงในกระชังควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลานิลก็ได้ คุณชบา จิตรภักดี อยู่บ้านเลขที่ 62 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาทับทิม เพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้ของครอบครัว โดยเธอได้นำมาเลี้ยงภายในกระชัง ในแม่น้ำปราจีนบุรี จึงทำให้เจริญเติบโตมีคุณภาพและตลาดมีความต้องการ ถึงกับมีแม่ค้าติดต่อมารับซื้อถึงหน้าฟาร์มกันเลยทีเดียว จากเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ต สู่ชีวิตเกษตรกร คุณชบา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นได้ประกอบสัมมาอาชีพหลากหลาย แต่อาชีพสุดท้ายก่อนที่จะมาเลี้ยงปลาในกระชัง ได้เปิดร้านคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต ต่อมาเห็นเพื่อนบ้านได้ริเริ่มเลี้ยงปลากระชัง ในช่วงนั้นลูกชายของเธอรู้สึกสนใจ เพราะชอบในการเลี้ยงปลาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้ให้ศึกษาวิธีการเลี้ยงจากเพื่อนบ้าน ส่วนเธอเป็นกำลังใจคอยดูแลอยู่ห่างๆ ในช่วงแรก “ช่วงนั้นประมาณปี 2557 เราก็ให้ลูกชายเริ่มเรียนรู้ก่อน เพราะเห็นว่าเขาชอบ ของอย่างนี้ถ้าชอบทำอะไรออกมายังไงก็ประสบผลสำเร็จได้ง่าย ทีนี้พอเรียนจบชั้นมัธยม 6 ลูกชายต้องไปเรียนต่อ
พิซซ่า เป็นอาหารที่แทบจะเห็นได้ทั่วไปในเมืองไทยไปแล้ว แต่พิซซ่า เจ้านี้ ต่างจากคนอื่น ตรงที่ตัวแป้งมีสีดำ จากข้าวไรซ์เบอร์รี่ และหน้าพิซซ่า ก็ใช้อาหารท้องถิ่นมาดัดแปลง ไม่ว่าจะเป็นลาบเห็ด ส้มตำ ข้าวเม่า หมากพร้าวหมากม่วง คุณเฉลิมพล ร่มโพธิ์ทอง วัย 44 ปี เป็นเจ้าของ มีร้านประจำอยู่ที่ ซ.โรงพยาบาลศรีวิไล อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ แต่ก็ออกอีเว้นต์เสมอๆ อย่างงานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ ก็มาร่วมด้วยทุกปี หรืองานโอท็อปที่เมืองทอง หรืองานศิลปาชีพ ก็ไปกับทางจังหวัด เป็นต้น คุณเฉลิมพล เล่าว่า เริ่มต้นคือทำพิซซ่าเป็น โดยมีคนเกาหลีสอนให้เมื่อนานมาแล้ว จากนั้น เขาคิดว่าเป็นอาหารที่ไม่ยาก น่าจะทำขายได้ เพียงแต่ต้องดัดแปลงให้มีเอกลักษณ์ เป็นของตัวเอง เขามองไปที่ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ จ.บึงกาฬ ปลูกกันอยู่มาก ก็เลยไปสั่งโรงสี ขัดผิวข้าวไรซ์เบอร์รี่ออกมา เพื่อเอาผิวข้าวที่มีสีดำ ไปผสมกับข้าวสาลี จนได้ตัวแป้งมีสีดำ อันเป็นเอกลักษณ์ของจ.บึงกาฬ ที่แปลว่า ลำน้ำสีดำ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 50 กก. ขัดผิวออกมาได้ 4 กก. ซื้อมา กก.ละ 50 บาท (ส่วนตัวข้าวที่ขัดแล้ว ก็มีสีขาวเหมือนข้าวหอมมะลิ นำไปหุงกินได้) เมื่อได้แป้งที่ม
คุณศรีพรรณ คำสงค์ เกษตรอำเภอบึงโขงหลง ให้ข้อมูลว่า พืชเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นรายได้หลักของเกษตรกรในจังหวัดคือ ยางพารา รองลงมาคือ การทำนาข้าว ซึ่งภายในอำเภอบึงโขงหลงในช่วงฤดูแล้ง เกษตรกรจะนิยมปลูกพืชล้มลุกที่ว่างจากการทำนาเป็นการสร้างรายได้ ซึ่งการปลูกพืชริมฝั่งโขงแม้จะปลูกในช่วงแล้ง แต่ก็ยังมีน้ำให้สามารถเพาะปลูกได้อยู่ตลอดทั้งปี จึงทำให้มีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดได้ “น้ำที่ใช้ปลูกพืช จะเป็นน้ำที่ได้จากแม่น้ำโขง น้ำมีตลอดทั้งปี พืชที่เกษตรกรปลูก ก็จะปลูกสลับกันไป หรือบางรายก็จะปลูกแบบหมุนเวียน ไม่เน้นทำเป็นพืชเชิงเดี่ยว เพราะจะช่วยในเรื่องของสินค้าล้นตลาดได้ เช่น ราคาพืชชนิดไหนไม่ดี ก็ยังมีพืชอีกชนิดที่ราคาดีขายได้ราคา จึงทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่ขาดช่วง แม้พืชผลทางการเกษตรจะตกต่ำในบางช่วงก็ตาม” คุณศรีพรรณ กล่าว คุณนวลจันทร์ กงเกต คุณนวลจันทร์ กงเกต อยู่บ้านเลขที่ 316 หมู่ที่ 3 ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เป็นเกษตรกรที่ได้ปลูกพืชอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงสร้างรายได้ เน้นปลูกมะเขือเทศพันธุ์พรีเมี่ยมโกลด์ เป็นหลัก เพราะผลมีขนาดใหญ่ ได้น้ำหนักดี ตลาดมีความต้องการ จึงเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้กั
นายยศพิชา คชาชีวะ เชฟชื่อดัง ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารมานานกว่าสิบปี ให้ความเห็นกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” กรณีมีข่าวนายเปรมชัย กรรณสูต ลักลอบเข้าเขตรักษาพันธุ์ทุ่งใหญ่นเรศวร ไปล่าสัตว์ เพื่อเปิบเมนูพิสดาร “ตัวเดียวอันเดียว-เสือดำ” หวังเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ นั้นว่า ตามหลักโภชนาการแล้ว “ตัวเดียว อันเดียว” ของสัตว์ทุกชนิด จะมีแร่ธาตุอาหารแค่โปรตีน และ ไขมัน ฉะนั้น หากกิน “ตัวเดียว อันเดียว” ของเสือ คงไม่ต่างอะไรกับการกิน “ตัวเดียว อันเดียว” ของวัว ซึ่งมีขายทั่วไป การที่บอกทานแล้วจะไปช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศท่านชายได้นั้น จึงเป็นแค่ความเชื่อของบุคคลนั้นๆ มากกว่า เชฟคนดังท่านเดิม กล่าวต่อว่า พืชผักหรือเนื้อสัตว์ ที่สามารถเสริมสมรรถภาพทางเพศได้ ซึ่งมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว มีหลายตัว เช่น กระชายดำ โสมจีน โสมเกาหลี ไข่แดง หอยนางรม รวมทั้งกระเทียม ซึ่งเป็นของที่หาไม่ยากเลย ยิ่งถ้าเป็นคนมีฐานะ จะซื้อหามาทานเท่าไหร่ก็ได้ แต่ทุกอย่างถ้าทานมากไปอาจมีผลข้างเคียง “หอยนางรม มีแร่ธาตุสังกะสีเยอะ ซึ่งช่วยเพิ่มตัวเชื้อสเปิร์ม แต่มีไขมันสูง หากทานมากไป ไขมันอาจอุดตันได้ กระชายดำ โสมจ
TA-THA-TA (ตะ-ถะ-ตา) คือ ธุรกิจที่เกิดจากความชื่นชอบถึงขั้นหลงรักใน “งานหนัง” ที่มีความคลาสสิค ใช้ได้ทุกยุคสมัย จึงเริ่มศึกษาตั้งแต่วิธีการเลือก การนำมาใช้ รวมถึงการดูแลรักษา ทำให้เห็นเสน่ห์ของวัสดุประเภทนี้ ที่ยิ่งใช้ยิ่งสวย ยิ่งใช้ยิ่งมีคุณค่า และด้วยเหตุผลเหล่านี้ การเลือกสรรหาหนัง และกระบวนการทำผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น จึงเกิดจากความรักและความใส่ใจ ทำขึ้นมาทีละชิ้นด้วยมือ ช่วยเพิ่มเสน่ห์และคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ในแบบที่งานอุตสาหกรรมไม่สามารถทำได้ คุณกวิตา ศรีสันต์ และ คุณวิภาวัส ดาราพงศ์สถาพร คือ สองหุ้นส่วนกิจการ TA-THA-TA ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย นาฬิกา และแอคเซสเซอรี่ ที่มีเครื่องหนังเป็นส่วนประกอบสำคัญ คุณกวิตา จบจากจบคณะมัณฑณศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ส่วนคุณวิภาวัส จบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สองสาว-สองสถาบัน แต่มีใจตรงกันอยู่ที่ความหลงใหลในงานหนัง ระหว่างทำงานออฟฟิศ จึงลองช่วยกันเย็บกระเป๋าขายผ่านทางเฟซบุ๊ก ปรากฎได้ผลตอบรับดีต่อเนื่อง เมื่อเห็นแนวโน้มมีความเป็นไปได้ เลยชวนกันออกมาทำธุรกิจแบบเต็วตัว ช่วงปี 2555 ส่ง“กระเ
Thai Dog House (ไทยด็อกเฮาส์) คือ ผู้ออกแบบและรับผลิตบ้านสุนัข บ้านแมว และสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ตามความต้องการของลูกค้าให้เหมาะสมกับพื้นที่และสายพันธุ์ของสัตว์ ภายในตัวบ้านของน้องหมา สามารถติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งเสริมมากมายตามรสนิยม ไม่ว่าจะติดพัดลม ติดเครื่องปรับอากาศ ติดไฟในบ้าน ติดไฟนอกบ้าน ติดมุ้งลวด ติดตะแกรงกันหมาออก ปูกระเบื้อง ติดล้อเลื่อนติดประตูสวิงให้เข้าออกเองได้ “เราให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านให้แตกต่างจากกรง บ้านสุนัข ในแบบของเราทนแดดทนฝน กันยุง และสามารถเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่สุนัขของท่านได้ไม่ต่างจากบ้านคน” คือ คำแนะนำตัวจากคุณเอ้ – เปรมใจ โพธิกัน เจ้าของกิจการ Thai Dog House วัยสามสิบเศษ ก่อนคุยให้ฟังต่อ จบการศึกษาด้านการจัดการ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ ด้านการจัดการทั่วไป ก่อนหน้านี้ทำงานออฟฟิศควบคู่กับอาชีพเสริม คือ ทำฟาร์มเพาะสุนัขพันธุ์ชิวาว่า จนเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว มีโอกาสได้ดูสารคดีต่างประเทศเห็นบ้านสุนัขน่ารักดี ทางคุณตั้ม-แฟนหนุ่ม จึงทำมาให้ แต่พอลูกค้าที่มาซื้อน้องหมาชิวาว่า เห็นแล้วเกิดชอบใจขอซื้อไปหลายต่
แกงใต้ กับ แกงมลายู นั้น คล้ายกันมาก เช่น “กูไลคุนนิงอิกัน” (Gulai kuning ikan) บางทีเรียกว่า “ฆูลากูนิงอิกัน” แล้วแต่ท้องที่และสำเนียง คือ แกงเหลืองปลาของชาวมลายูและอินโดนีเซีย ซึ่งคล้ายแกงเหลือง (แกงส้ม) แบบปักษ์ใต้บ้านเราแต่จะใส่กะทิ โดยมากนิยมแกงด้วยปลาทะเล เช่น ปลาอินทรี ปลาโอ ปลากะพง และปลาแดง เป็นต้น ถ้าเป็นปลาตัวเล็กก็แกงทั้งตัวหรือหั่นครึ่ง ถ้าปลาตัวใหญ่ก็แล่เป็นชิ้น คราวนี้เราจะแกงด้วยปลาอินทรี (Ikan tenggiri) ค่ะ เครื่องแกงก็มีไม่กี่อย่างไม่ซับซ้อน ได้แก่ พริกชี้ฟ้าแดงแห้ง พริกขี้หนูแห้ง หอมแดง กระเทียม ขมิ้น และกะปิ นำไปตำให้ละเอียด สำหรับชาวมลายูนิยมนำไปปั่นในครกไฟฟ้าโดยเติมน้ำลงไปให้พอเหลว เมื่อปั่นแล้วก็เทพริกแกงลงหม้อ ใส่กะทิ นำขึ้นตั้งไฟ บุบตะไคร้ลงไป ใส่ส้มแขกเพื่อให้รสเปรี้ยวเช่นเดียวกับแกงใต้ของเรา อาหารของชาวมลายูโดยมากจะใช้ส้มแขก (Asam keping) และมะขามเปียก (Asam jawa) เป็นหลักเพื่อให้รสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังใช้ตะลิงปลิง (Belimbing) ด้วย ถ้าไม่มีส้มแขกก็ใส่น้ำมะขามเปียกหรือตะลิงปลิงได้ค่ะ ปรุงรสด้วยเกลือสมุทรและน้ำปลา ตัดรสด้วยน้ำตาลโตนดนิดหน่อย อย่าใส่มากจะเสียรส
เติบโตจากก้าวเล็ก-ทุนน้อย ของพี่ชายกับน้องสาว ซึ่งมีโรงงานอายุกว่าสามสิบปีของครอบครัวเป็นกองหนุน และด้วยความอดทน ตั้งใจ มีหัวคิดก้าวไกล สไตล์คนรุ่นใหม่ ทำให้ภายในเวลาไม่ถึงสิบปี จากธุรกิจลูกชิ้นปลา ขายส่งตลาดสดย่านบางกอกน้อย สามารถเติบโตเป็นบริษัทมั่นคง ในฐานแฟรนไชซอ มีคู่ค้าเป็นบรรดาแฟรนไชซีถึง 600 รายทั่วประเทศ แถมกำลังจะออกไปเปิดตลาดต่างประเทศ แบบทั่วโลกกันเลยทีเดียว เพราะล่าสุดสามารถยืดอายุการจัดเก็บสินค้าหลักได้นานถึงหนึ่งปี โดยรสชาติไม่เปลี่ยน ทำให้มั่นใจเต็มร้อย ไม่ว่าเชื้อชาติไหน หากลองได้ทาน”ลูก-ชิ้น-จัง”แล้ว ต้องติดใจ คุณหน่อย –ภิรมย์นาถ สว่างล้ำ ผู้บริหารแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลาทอด แบรนด์ “ลูก-ชิ้น-จัง” วัยสามสิบกว่า พกพาบุคลิกนักธุรกิจสาว มาดคล่องแคล่วมั่นใจมาให้ข้อมูล ด้วยหน้าตายิ้มแย้มกันเอง ย้อนความเป็นมา เธอและพี่ชาย-คุณหนุ่ย-เจตุบัญชา อำรุงจิตชัย จบการศึกษาด้านนิเทศาสตร์มาทั้งคู่ ไม่เคยทำงานประจำที่ไหนมาก่อน เพราะหลังจากเรียนจบ ก็ชวนกันลุยทำธุรกิจแบบเต็มตัว โดยเข้ามาต่อยอดธุรกิจโรงงานผลิตลูกชิ้นปลาขายส่งของครอบครัว ที่ทำมานานกว่าสามสิบปี ด้วยเหตุผลต้องการเพิ่มช่องท
คุณชฎาพร เบ็ญมาศ หรือ ครูเวย์ อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 6 ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ครูสอนดนตรีผู้มีอาชีพเสริมคือการเพาะเลี้ยงหนูพุกขาย ครูเวย์เรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี คณะครุศาสตร์ เอกดนตรีศึกษา ปัจจุบัน เป็นครูสอนดนตรีอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี คุณสาวชฎาพร เบ็ญมาศ หรือ ครูเวย์ เริ่มต้นเลี้ยงหนูพุกได้อย่างไร ครูเวย์ เล่าว่า ที่บ้านพ่อและแม่ทำไร่ทำสวน ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อยอยู่แล้ว ตนจึงได้คลุกคลีอยู่กับไร่กับนามาตั้งแต่เด็ก หนูก็กินบ่อย อีกทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็บริโภคหนูกันเป็นประจำ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบรสชาติของหนู คิดว่าอร่อยเนื้อนุ่ม หากจะเพาะเลี้ยงหนูขายเองได้จะดีแค่ไหน เพราะในปัจจุบันหากินได้ยาก ราคากิโลกรัมหรือตัวละ 100-200 บาท จึงมองเห็นช่องทางสร้างอาชีพจากตรงนี้ เมื่อมองเห็นโอกาส หลังจากนั้น ครูเวย์จึงเริ่มศึกษาใช้เวลาหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและปรึกษาพี่ที่รู้จักเป็นเวลา 3 เดือน ศึกษาวิธีการเลี้ยง พฤติกรรม อาหาร รวมถึงสถานที่เหมาะกับการเลี้ยง เงินทุนเท่ากับศูนย์ และพอดีกับที่บ้านมีบ่อเลี้ยงปลาเก่าก่ออิฐบล็อกเพิ่มก็สาม
ติดกระแสของกินมาพักใหญ่ สำหรับขนมปังปิ้งไส้เยิ้ม ขนมหวานหอมละมุนปาก หากใครเป็นสาวกขนมชนิดนี้ จะรู้ดีว่าต้นตำรับเจ้าดังคิวยาวเหยียดนั้นอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเบื่อต่อคิวลองหาร้านอื่นทานดูบ้าง มีหลายร้านให้เลือก รสชาติไม้แพ้กันแน่นอน คุณภาพเรียกว่าสูสีกันซะด้วยซ้ำ ปังอั้ยยะ ปังปิ้งไส้เยิ้ม ร้านขนมปังของ คุณต้น-รณชัช พลากรกิตติ วัย 30 ปี หนุ่มวิศวะ จากสถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คุณต้น เล่าว่า เลือกออกจากงานประจำที่มั่นคงและรายได้ดี มาสานต่อความฝันทำธุรกิจที่อยากทำด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท แต่ทั้งนี้การจะลาออกจากงานเจ้าตัวไม่ได้ตัดสินใจแบบด่วนสรุป ทุกอย่างผ่านการคิดและดูความเป็นไปได้ของธุรกิจมาก่อน “ความฝันที่ว่าคือการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เลือกทำขนมปังปิ้ง เพราะชอบทานขนมชนิดนี้” ปังอั้ยยะ ปังปิ้งไส้เยิ้ม เริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา คุณต้น เล่าว่า มีพี่สาวที่สามารถทำไส้ขนมได้ จึงคอยเป็นหลังบ้านช่วยสนับสนุน ส่วนตนเป็นคนดูแลภาพรวม การสร้างแบรนด์ การตลาด รวมถึงภาพรวมอื่นๆ ของปังอั้ยยะ ปัจจุบันนับรวมเวลา ปังอั้ยยะเปิดตัวมาได้ 4 เดือน คุณต้น บอกว่า การตอบรับดีมาก ตอน
