SMEs
10 สายพันธุ์มะม่วง น่าปลูก ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ประมวลมา มีดังนี้ 1. มะม่วงมันศาลายา “มะม่วงมันศาลายา” อยู่ในกลุ่มมะม่วงทะวาย ติดดอกออกผลง่าย ให้ผลดกเป็นพวงและติดผลได้ตลอดปี เช่นเดียวกับ “มะม่วงแก้วลืมคอน” สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลดิบจะมีรสชาติมันกรอบหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ฉ่ำน้ำ ผลสุก เนื้อแน่นเหนียวไม่เละ และไม่มีเสี้ยน น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม มะม่วงมันศาลายา เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน เพื่อเก็บผลรับประทาน และ ปลูกเพื่อเก็บผลขายได้ทั้งปี 2. มันขุนศรี พันธุ์มันขุนศรี นิยมปลูกกันมาแต่โบราณ ผลเป็นรูปกลมรีและยาว ปลายผลจะเรียวแหลมและงอนมาก ส่วนหัวผลจะป้านไปด้านหลังดูคล้าย “ตัวเอส” ผลดิบเป็นสีเขียวมีนวล รสชาติเปรี้ยวจัด ผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองปนส้มเล็กน้อย รสหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีเสี้ยน มีกลิ่นหอมรับประทานอร่อยคล้ายมะม่วงพิมเสนมัน 3. พราหมณ์ขายเมีย ( Phram Khai Mai) มะม่วงชนิดนี้ เป็นมะม่วงไทยโบราณนิยมปลูกเฉพาะถิ่นแถบ อ.บางกรวย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กับย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี กทม. มาช้านานแล้ว ที่มาของชื่อพันธุ์เกิดจากรส
กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันใหญ่โต กรณีเจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่ง นำรายละเอียดใบสมัครตำแหน่ง “บาริสต้า” มาเผยแพร่ผ่านโซเชียล ก่อนระบุผู้สมัครนั้นคุณสมบัติยังไม่ถึง ก่อนแนะให้ไปทำตำแหน่งอื่นจะเหมาะกว่า กระทั่งมีคนออกมาแสดงความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ้าของร้านดังกล่าวมากมาย ขณะที่เรื่องราวดราม่าครั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุป ลองสำรวจข้อมูลบนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับอาชีพ “บาริสต้า” พบกระทู้จากสมาชิกท่านหนึ่งของเว็บไซต์พันทิป ที่แนะนำตัวไว้ว่า เคยคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงร้านกาแฟทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกับได้กระทู้มีเนื้อหาน่าสนใจสำหรับคนที่อยากก้าวเข้าสู่อาชีพ “คูล-คูล” แห่งยุค “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ สำหรับว่าที่ “บาริสต้า”ทั้งชาย-หญิง จึงรวบรวมเนื้อหาบางส่วนมานำเสนอ ตามนี้ ………….. สำหรับใครที่คิดว่างาน “บาริสต้า” เป็นงานแค่ชงกาแฟ บอกเลยว่าคิดผิดมหันต์ งานบาริสต้า มีหลายสิ่งที่ต้องทำต้องดูแล ถ้าให้สรุปมาคงเป็น 8 ข้อนี้ บาริสต้าต้องอดทน ต้องใส่ใจรายละเอียดขั้นเทพเลยแหล่ะ ไหนจะต้องล้างจาน เช็ดโต๊ะ กวาดร้าน ถู
เพราะ ‘ลูก’ คือทุกสิ่งทุกอย่าง หลายคนจึงกล้าลองทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำก็เพื่อลูก อย่าง มิค – บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ ที่ปฏิเสธทันทีเมื่อเพื่อนชวนทำธุรกิจ แต่พอชื่อ น้องปริม – รัตน์นรี ลูกสาววัยขวบเศษถูกยกมาเป็นเหตุผล สุดท้ายเลยตัดสินใจร่วมหุ้นโดยไม่ลังเล “มิคมีเพื่อนที่เรียนโรงเรียนประจำด้วยกันตั้งแต่เด็กที่อังกฤษ แล้วย่าเขารู้จักกับย่ามิค เขาเลยชวนทำปูดองสูตรย่ามิคกันไหม เราบอกว่าอย่าทำเลยยาก มันใช้เวลานาน วุ่นวาย เวลาทำลูกน้องที่บ้านมือแหก เพราะกรรมวิธีการเตรียมวุ่นวายมาก เขาก็พูดไปพูดมา เราก็บอกว่าอย่าเลยจะทำทำไมให้เหนื่อย แต่พอเขามาพูดโประโยคสุดท้ายว่าเรามีลูกไม่ใช่เหรอ อยากทำอะไรให้ปริมไม่ใช่เหรอ เออ! จริง ลืมประเด็นสำคัญคือ ลูก โอเค…งั้นทำ เลยเริ่มทำตัดสินใจว่าลองสักตั้ง” นักแสดงอารมณ์ดีบอกถึงที่มาของ ‘Pookaiyerm_byMick (ปูไข่เยิ้มบายมิค)’ โดยเมื่อตัดสินใจเริ่มก็ลองลงมือทำ แต่รสชาติไม่ใกล้เคียงกับที่คุณย่าผู้ล่วงลับเคยทำให้ทาน โชคดีที่ตอนหลังได้เจอสูตรของคุณย่าได้จดไว้ ทว่าขั้นตอนการทำกลับไม่ง่ายเพราะปูไข่ดอง 1 ตัวต้องผ่านคนล้างและขัดถึง 6 รอบ ซึ่งในครั้งแรก ปู 50 ตัวที่มาส่งตั้งแต่
เรื่องกินเรื่องใหญ่ เรื่องตายเรื่องเล็ก แม้จะเป็นคำพูดที่แซวกันเล่นๆ แต่อย่างน้อยนี่ก็แสดงให้เห็นว่า คนเราให้ “ความสำคัญ” กับเรื่องกินมากมายขนาดไหน จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ทุกวันนี้มีร้านอาหารเกิดใหม่ตลอดเวลา หากไม่ขายรสชาติความอร่อย ก็ขาย “ความแปลก” เข้าไว้ ซึ่งมีทั้ง “ความแปลกใหม่” และ “แปลกประหลาด” อย่างล่าสุดที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ก็มีร้านอาหารที่เคลมตัวเองว่า เป็นร้านอาหารเปลือยเจ้าแรกในกรุงปารีส!!! ร้านอาหารที่ว่านี้มีชื่อว่า O’naturel เป็นร้านอาหารขนาด 20 โต๊ะ ตั้งอยู่บนถนนที่ไม่อึกทึกพลุกพล่านในกรุงปารีส โดยหน้าร้านมีเพียงผ้าม่านสีขาวปิดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกมองเข้าไปเห็นความเป็นไปภายในร้าน ส่วนใครที่อยากเข้าไปลองดูบรรยากาศ และลองชิมรสชาติอาหารร้านนี้ จะเดินดุ่ยๆ เข้าไปไม่ได้นะค้า เพราะที่นี่เขามีกติกาว่า ลูกค้าจะต้องโทรไปจอง หรือทำการบุ๊กกิ้งก่อน จึงจะมีโอกาสเข้าไปนั่งกินอาหารในร้านได้ แล้วเมื่อเข้าไปแล้ว ไม่ว่าใครจะร่ำรวยขนาดไหน ก็อยู่ในสภาพเท่าเทียมกันหมดชนิด “หมดเปลือก” เพราะทุกคนจะต้อง “แก้ผ้า” สวมได้เพียงรองเท้าแตะที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น ส่วนคุณสุภาพสตรี
กุ้งก้ามกราม นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างอาชีพที่ดีอีกชนิดหนึ่ง ด้วยรสชาติอร่อย และราคาดีสม่ำเสมอ คุณศุภวัฑฒ์ โกมลมาลย์ ผู้อำนวยการกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมประมง เผยว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถทำได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม หากใครต้องการทำเป็นอาชีพ แต่ไม่เคยทำมาก่อนเลย แนะนำให้ทดลองเลี้ยงในปริมาณน้อยๆไปก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนที่จะทดลองเลี้ยง ควรหาตลาดไว้ก่อน ว่าถ้าเลี้ยงแล้วจะไปขายใคร ขายที่ไหน ขายอย่างไร เช่นส่งแม่ค้าในตลาด มีแผงค้าเอง หรือจะเจาะกลุ่มลูกค้าแบบใด และสำหรับผู้ที่ ต้องการทดลองเลี้ยง แนะนำในพื้นที่เล็กๆ ก่อน สักประมาณ ครึ่งไร่ หรือ 200 ตารางวา ด้วยลูกพันธุ์จำนวน 2-3 หมื่นตัว เลี้ยงไป 8-10 เดือน ก็จับขายได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ใช้เงินลงทุนราว 3-5 หมื่นบาท โดยจะมีรายได้ อยู่ที่ราว 200000 บาท (คิดจากราคาขายต่อกิโลกรัมประมาณ 200 บาท) ใครที่สนใจการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถปรึกษาหาข้อมูลได้ที่ ศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดทุกจังหวัด หรือที่กรมประมง บางเขน กรุงเทพฯ รายละเอียดสำหรับ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จากเอกสารกรมประมง กุ้งชนิดนี้ มีชื่อท้องถิ่นซึ่งเป็นที่รู้จ
ใครที่เคยขับรถผ่านไป-มา ช่วงอ.ปากช่อง ริมถนนมิตรภาพ หลักกิโลเมตรที่ 155 น่าจะได้เห็น ร้านขายข้าวโพดหวาน น้ำนมข้าวโพด โดยมีป้ายด้านหน้าว่า ไร่สุวรรณ กันมาบ้างแล้ว ไร่สุวรรณ ตั้งอยู่เลขที่ 298 บ้านปางอโศก ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ไร่สุวรรณ หรือศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ แห่งนี้ ขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีงานหลักคือเกี่ยวกับข้าวโพด ข้าวฟ่าง และพืชอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระบบการผลิตข้าวโพดและข้าวฟ่าง แบบครบวงจร เมื่อวิจัยแล้ว ก็ผลิตเมล็ดพันธุ์ ให้บริการงานด้านวิชาการแก่สังคม รวมทั้งเป็นที่ฝึกงานของนิสิต นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ด้านข้าวโพด ข้าวฟ่าง และพืชไร่เศรษฐกิจ ด้วยรสชาติของข้าวโพด และน้ำนมข้าวโพด ทำให้ร้านแห่งนี้ เป็นที่ติดอกติดใจ ให้ผู้ที่ผ่านไปมา ไปต่อคิว ซื้อข้าวโพดและน้ำนมข้าวโพดอยู่บ่อยครั้ง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พบกับ คุณบงกชมาศ โสภา นักวิจัยของศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ คุณบงกชมาศ เล่าให้ฟังว่า ที่ร้านแห่งนี้ ใช้ข้าวโพดสดต่อวันราว 10-15 ตัน โดยขายเป็นฝักสด และข้าวโพด
เปิดตัวไปเมื่อตรุษจีนก่อน คิดว่าความนิยมจะสร่างซาไปแล้ว ปรากฏตรงกันข้าม ล่าสุดข่าวว่าขายดิบขายดี มีออกมาเท่าไหร่ มีคนเหมาไปหมดร้าน เกี่ยวกับรายละเอียด ต้องให้คุณออส-กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ เจ้าของกิจการมานี มี กาแฟ ร้านดังแห่งเมืองพิษณุโลก และเจ้าของผลิตภัณฑ์ขนม “ปุยฝ้าย อกแตก” มาแจงให้ฟัง “ขนมปุยฝ้ายอกแตก By มานี ชื่อ อกแตก นี้มาจากชื่อเก่าของเมืองพิษณุโลก เมืองอกแตก หรือเมืองสองแคว นั้นลักษณะคล้ายๆ กันคือ มีแม่น้ำผ่ากลางเมือง” ครูออส เริ่มต้นให้ฟังอย่างนั้น ก่อนบอกถึงที่มาที่ไป ทำไมต้องเป็น “ปุยฝ้าย” “ช่วงเทศกาลตรุษจีนทุกปี มักซื้อขนมปุยฝ้ายมาไหว้ แต่รสชาติไม่เคยถูกใจสักร้าน เลยคิดทำเอง เมื่อทำเอง จึงต้องแตกต่างและต่อยอดงอกเงยเป็นธุรกิจได้ด้วย ช่วงแรกลองขายเล่นๆ วันแรก 50 แพ็ก หมดในพริบตา ต่อมาแม่ค้าคนกลาง เห็นว่านำไปขายต่อได้ เลยออร์เดอร์เข้ามาเยอะมาก” คุณออส บอกด้วยว่า ยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดไหนก็ตาม ต่างต้องมีการจัดที่แตกต่าง หรือการนำเสนอที่น่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าให้เดินเข้ามาเลือกซื้อให้ได้ ขนมปุยฝ้ายอกแตก ในแบบของเขา จึงทำออกมาเป็นรูปทรงส้ม แตงโม แก้วมังกร ที่สีสันสวยงาม น่ารั
ศิษย์เก่าคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลับบ้านเกิดที่พิจิตร พลิกวิกฤตสู้ภัยแล้งด้วยการปลูกดาวเรือง 20 ไร่ระบบน้ำหยด ดอกไม้ชื่อมงคลปลูกไม่ยาก 2 เดือนเก็บดอกขายได้แล้ว ส่งปากคลองตลาด ช่วงเทศกาลขายดี ราคาสูงถึงดอกละ 1 บาท ปลูกดาวเรือง 1 ไร่ รายได้ต่อรุ่นเหยียบ 1.2แสนบาทเลยทีเดียว คุณทรงศักดิ์ คุณหาร หรือคุณโจ วัย35ปี เท้าความว่า หลังจบการศึกษาจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กลับบ้านเกิดที่จังหวัดพิจิตร กลับไปพัฒนาที่ดินบ้านตัวเองและบ้านภรรยา ในช่วงแรกทำนาและปลูกไม้ผล อาทิ มะนาว มะม่วง ขนุน ขายต้นไม้ กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้วตัดสินใจชวนภรรยาปลูกดอกดาวเรือง เพราะเห็นว่าเป็นดอกไม้ที่ขายง่าย ขายได้ตลอดทั้งปี ใช้ระยะเวลาปลูกไม่นาน ที่ดินบริเวณบ้านภรรยาคุณโจ ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองจะปราบ ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ติดกับเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ คุณโจ บอกว่า ที่ดินแถวนี้เป็นดินทราย มีสภาพแห้งแล้งกันดาร ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลัง ทำนา มีรายได้เพียงปีละครั้ง บางครั้งราคาข้าวก็ไม่ดี ฉะนั้นคิดว่าทำอย่างไรจึงจะมีรายได้ทุกวัน ประกอบกับมองว่า “ดาวเรือง” เ
ปลูกถั่วพู ไว้กินเอง ใช้เวลาไม่นาน ก็เก็บกินได้แล้ว ถั่วพู ไม่ใช่ ถั่วพลู (ถั่ว ก็ ถั่ว พลู ก็ พลู) ชื่อสามัญ : ถั่วพู, winged bean, princess bean ชื่อวิทยาศาสตร์ : Psophocarpus tetragonolobus วงศ์ : Leguminosae ถั่วพู มักถูกเรียกผิดๆ ว่า ถั่วพลู เป็นประจำ ที่จริงต้องเรียกว่า ถั่วพู จึงจะถูกต้อง ผู้เขียนเห็นใครเรียกถั่วพลู จะหงุดหงิดทุกครั้งไป คนตั้งชื่อเขาคิดดีคิดถูกแล้ว ที่เรียกว่า ถั่วพู ก็เพราะลักษณะของฝัก จะเป็น พู มี 4 แฉก ซึ่งตรงกับ คอมมอนเนม ภาษาอังกฤษว่า winged bean หากรักกันจริงทราบแล้วโปรดเรียกให้ถูกกันสักนิดนะครับ ภาษาไทยของเรายอดเยี่ยมอยู่แล้ว ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้ดีเถอะ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ถั่วพู เป็นไม้เลื้อย อายุหลายปี (Herbaceous perennials plant) เมื่อถึงวัยแก่เต็มที่ ส่วนลำต้นที่เป็นเถาเหนือดินก็จะแห้งเหี่ยวตายไป เหลือไว้เพียงหัวหรือลำต้นใต้ดิน แอบซุ่มรอคอยเวลาเจริญเติบโตได้ในฤดูฝนถัดไป ดอกถั่วพูจะเป็นชนิดดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกมีสีม่วงอ่อนอมขาว หากมีค้างให้ก็สามารถเลื้อยไปได้ไกลๆ ระบบรากของถั่วพูจะแข็งแรงมาก มีจำนวนปมจุลินทรีย์ (Rhizobium) ที่ช่วยตรึงไนโตรเจนจ
ขนมจีนอาหารที่คนไทยรู้จักดี กินกันทั่วประเทศไม่จำเพาะว่าเป็นอาหารของภาคใด ภาคเหนือมีขนมน้ำเงี้ยว อีสานมีน้ำยาป่า กลางมีน้ำยาปลาช่อน ภาคใต้กินกับไตปลา ฯลฯ ขนมจีน จึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่น่าสนใจในแง่การลงทุน หรือการทำเป็นอาชีพ แต่แน่นอนว่า เมื่อมีคนบริโภคเยอะ ย่อมมีผู้ค้ามากอยู่แล้วในตลาด ผู้ที่จะอยู่รอด จึงต้องวัดที่ราคา คุณภาพ ช่องทางการตลาด หลายเจ้าแข่งกันทำราคาถูก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยคุณภาพวัตถุดิบและความสะอาด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปดู โรงงานขนมจีนขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่ ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑ จ.นครปฐม มีคุณนิรันดร์ พ่อพรม วัย 43 ปี เป็นเจ้าของ แม้ว่าจะเป็นโรงงานขนาดเล็ก แต่ก็มีกำลังการผลิต 300 กิโลกรัมในวัน เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร ส่วนวันพุธ พฤหัส ศุกร์ ก็จะเพิ่มไปถึง 500-600 กิโลกรัมเนื่องจากลูกค้าจะบริโภคขนมจีนมากในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ดังนั้น วันพฤหัส ศุกร์ ก็จะมีทำเยอะเป็นพิเศษ คุณนิรันดร์ บอกว่า สิ่งที่สำคัญในการทำอาชีพนี้คือ การตลาด นั่นคือต้องมีลูกค้าผลิตแล้วต้องขายได้ ไม่เช่นนั้น ข้ามวัน สองวันก็ต้องทิ้ง สำหรับตัวเขาเอง เริ่มต้น คุณแม่ของคุณนิรันดร์ เป็นเจ้าของแผงขาย
