ต่างฝ่ายต่างงานแน่นเอี๊ยดกันทั้งคู่แต่ ป้าตือ–สมบัษร ถิระสาโรช ออร์แกไนเซอร์มือทอง และคุณแม่ลูกแฝด โอปอล์–ปาณิสรา อารยะสกุล ก็ยังหาเวลามาทำธุรกิจร่วมกันในชื่อแบรนด์ Wa Theater (วะ เธียเตอร์) โดยนำเข้าผลไม้จากญี่ปุ่นเกรดพรีเมี่ยม ไม่ว่าจะแอปเปิ้ลหวานชินาโนะ องุ่นเคียวโฮ พีชฮาคุโตะ ลูกพลับทาเนนาชิ ฯลฯ มาให้คนไทยได้ชิม และแม้คอนเซ็ปต์จะเป็นผลไม้พรีเมี่ยมในราคาที่จับต้องได้ แต่ 2 หุ้นส่วนรับประกันในเรื่องความอร่อย เพราะลงทุนบินไปเลือกเองจากฟาร์มที่นั่น แถมยังได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นอีกด้วย ใครสนใจรีบแอดไลน์ @wa_theaterthailand จะเอาไว้สอบถามรายละเอียดหรือสั่งผลไม้ก็ได้หมด แต่ถ้าเข้าไปดูในไอจี wa_theaterthailand ระวังหาทางออกไม่ถูก ก็พรีเซ็นเตอร์กิตติมศักดิ์ อลิน–อลัน นั้นน่าฟัดมาก
https://www.instagram.com/p/Ba9MoPEl3Xz/?hl=th&taken-by=wa_theaterthailand
Latest Posts
เมื่อปัญหาหนักเกินกว่าจะควบคุม สิ่งหนึ่งที่คนเรายังควบคุมได้ คือ “วิธีที่เรามองมัน” ภาพที่เห็นบ่อยในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วม ไม่ใช่แค่ภาพคนกำลังรับมือกับสถานการณ์ แต่ยังมีมุก มีมีม มีการแซวสถานการณ์ หรือแม้แต่การเปลี่ยนเรื่องเครียดให้กลายเป็นเรื่องขำๆ เกิดขึ้นเต็มโซเชียล คำถามคือ คนไทยมองโลกในแง่ดี หรือจริงๆ แล้วกำลังใช้ “อารมณ์ขัน” เป็นเครื่องมือรับมือกับความเครียด? ในทางจิตวิทยา การทำให้เรื่องเครียดกลายเป็นเรื่องขำ หรือพยายามมองหามุมที่ดีจากสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ อาจทำหน้าที่คล้าย Defense Mechanism หรือกลไกการป้องกันตัวทางจิตใจ ที่ช่วยลดความกังวลและความตึงเครียดลงได้ โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสถานการณ์ที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันที เช่น ฝนตกหนัก น้ำท่วม รถติด หรือเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม การหัวเราะหรือเล่นมุกอาจช่วยให้เรารู้สึกว่า “อย่างน้อยเรายังรับมือกับมันได้” แต่การหัวเราะกับปัญหา ไม่ได้แปลว่าเราไม่รู้ว่าปัญหานั้นร้ายแรง เพราะคนหนึ่งคนสามารถรับรู้ได้พร้อมกันว่า “น้ำกำลังท่วม” และ “สถานการณ์นี้เครียดมาก” ขณะเดียวกันก็ยังสามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นมุกกับมันได้ นี่จึงอาจเป็น
ผู้เขียน ธนดล มีชัยมาตร์สำหรับคุณ “ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ” เป้าหมายขนาดไหน ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ 10 ล้าน 100 ล้าน หรือว่า 1,000 ล้าน? แต่ถ้าผมบอกว่า มีร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งที่เจ้าของมองว่าตัวเองประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน คุณจะเชื่อไหม? เพราะความสำเร็จของร้านนี้ไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่หาได้ แต่เป็นการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และนำสิ่งที่หลงใหล ทั้งอาหาร ศิลปะ และดนตรี มาสร้างเป็นร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วอะไรคือความสำเร็จในแบบของเขา? “90 Grams” (ไนน์ตี้ แกรมส์ หรือ 90 กรัม) ร้านพิซซ่าในย่านสีลม โดดเด่นด้วยพิซซ่าขนาดพอดีสำหรับ 1 คน พร้อมบรรยากาศสบายๆ ที่ผสมผสานทั้งอาหาร ศิลปะ และดนตรีเข้าด้วยกัน วันนี้ “เส้นทางเศรษฐี” จะพาไปรู้จักกับเรื่องราวของ “คุณยัวส์ – ภาณุ คูหาทัสนะดีกุล” เจ้าของร้าน 90 Grams ผู้เชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจอาจไม่ได้วัดกันที่ว่าทำเงินได้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่รัก และทำให้สิ่งนั้นอยู่ต่อไปได้ เรื่องราวของเด็กที่ “ทำทุกอย่าง” เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้าน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือป้ายนีออนคำว่า “90 Grams” ก่อนสายตาจะค่อยๆ ไล่ไปตามของตกแต่งที่สะท้อ
การถูกเลย์ออฟจากงาน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “เส้นทางใหม่” ทำให้เราได้ค้นพบสกิลที่ไม่เคยรู้ว่ามี และเติบโตไกลกว่าที่คิด เรื่องราวของ คุณแบม-วศินี อินทรีย์ทอง วัย 25 ปี จากผู้ดูแลนิทรรศการศิลปะ ที่วันหนึ่งต้องออกจากงานประจำ ก่อนพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปิดร้าน Babunok Tea Bar (บาบุนก ที บาร์) ร้านลับย่านบางกรวย ที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้วัดชลอ ด้วยการหยิบ “ชาใต้” จากบ้านเกิดของแม่มาเป็นจุดขาย ผสมไอเดียบาร์อิฐบล็อก ที่ลูกค้าชมว่าเท่ ผ่านคอนเทนต์ที่ทำอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นไวรัล สร้างยอดขายเฉลี่ยเดือนละพันกว่าแก้ว ในคอลัมน์ Entrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับเจ้าของร้านบาบุนก ที บาร์ ถึงแนวคิดการเปิดร้านนี้ เปิดคาเฟ่หน้าบ้าน หลังถูกเลย์ออฟ คุณแบมเคยทำงานเป็น Project Manager หรือผู้ดูแลนิทรรศการศิลปะให้กับแกลลอรี่แห่งหนึ่งที่เปิดมาได้เพียง 1 ปี ก่อนชีวิตจะสะดุดลงอย่างกะทันหัน เมื่อเธอถูกเลย์ออฟในวัยเพียง 24 ปี แม้จะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในช่วงนั้น แต่ด้วยความไม่อยากทิ้งเวลาให้ยืดยาวและสูญเปล่า เธอจึงเริ่มต้นสมัครงานใหม่ เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบคร
Time Out สื่อและนิตยสารระดับโลกด้านไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ที่มักนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหาร คาเฟ่ ศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ และกิจกรรมต่างๆ ในเมืองใหญ่ทั่วโลก ได้เผยการจัดอันดับ The world’s best cities for street food in 2026 หรือ เมืองสตรีทฟู้ดที่ดีที่สุดในโลกปี 2026 การจัดอันดับมาจากการสำรวจครั้งใหญ่ของชาวเมืองกว่า 24,000 คนทั่วโลก โดยให้คนท้องถิ่นให้คะแนนความคุ้มค่าและคุณภาพของอาหารในเมืองของตน รวมถึงแง่มุมเฉพาะต่าง ๆ เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหารเช้า และร้านอาหารหรูหรา เพราะเอาเข้าใจเมื่อพูดถึงการรับประทานอาหารในต่างประเทศ คนก็คงไม่ได้นึกถึงโต๊ะอาหารปูผ้าขาวหรือห้องอาหารที่อึดอัด แต่คงนึกถึงเสียงฉ่าของกระทะ ควันโขมงโฉงเฉง และคำแรกที่เลอะเทอะของอาหารที่ห่อภาชนะง่าย ๆ มากกว่า ผลการจัดอันดับ “โฮจิมินห์” ประเทศเวียดนาม ครองอันดับหนึ่งในฐานะเมืองที่มีอาหารริมทางดีที่สุดในโลก ด้วยคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 63% ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเมืองใหญ่ที่มีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ถึง 6 ร้าน รวมถึงร้าน Ănăn Saigon ที่ยกระดับอาหารริมทางให้กลายเป็นศิลปะชั้นเลิศ ในเวียดนามการได้เดินเข้าไปในตรอกซอกซอ
