SMEs
วันก่อนเส้นทางเศรษฐีมีโอกาสได้ไปพบกับร้านขนมเบื้องร้านหนึ่ง ลูกค้าต่อคิวยาวทั้งชายและหญิง ซื้อกันคนละสิบยี่สิบบาท อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปต่อคิวเป็นลูกค้าอีกราย แม่ทิพย์-สมพงค์ สุวรรณศรี เจ้าของร้านขนมเบื้อง วัย 51 ปี เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า ขายขนมเบื้องมาร่วม 25 ปี เรียนรู้สูตรจากเพื่อนที่รู้จัก และดูวิธีทำเพียงครั้งเดียว ด้วยความที่เป็นแม่ค้าอยู่แล้วจึงเรียนรู้เร็ว กลับมาหัดทำด้วยตัวเอง จนสามารถเปิดร้านขายเองได้ เจ้าของร้านคนเก่ง ยังเล่าต่ออีกว่า เมื่อก่อนขายแผ่นใหญ่เหมือนร้านอื่น ภายหลังต้นทุนวัตถุดิบราคาสูงขึ้นจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขายด้วยการเปลี่ยนมาทำไซซ์มินิแทน แต่คุณภาพไม่ได้ลดลง ยังคงความอร่อยเหมือนเดิม จุดเด่นของร้านแม่ทิพย์ อยู่ที่ไซซ์มินิพอดีคำ วนแป้งบนเตาขนาดใหญ่ได้ถึง 200 ชิ้น ต่อ 1 ครั้ง ไม่ใส่ครีมเยอะ มีไส้หวานและเค็มเหมือนร้านขนมเบื้องทั่วไป ส่วนรสชาติ แม่ทิพย์ เล่าอย่างถ่อมตัวว่า อร่อยเหมือนร้านอื่นๆ แล้วแต่ลูกค้าชอบ จุดเด่นอีกอย่าง คือ ไม้แซะ ที่แม่ทิพย์และสามีช่วยกันคิดค้นขึ้นมาเพื่อย่นเวลาในการขาย เมื่อขนมเบื้องสุกได้ที่ใช้ไม้แซะๆ ขึ้นจากเตาได้ทีละ 3 แผ่น รวดเร็วทั
อดีตสาวโรงงาน ปลูกผักชีฝรั่งกิโลกรัมละ 50 รายได้งาม วันนี้ 23 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปราจีนบุรี รายงานว่า ช่วงต้นฤดูหนาวนี้ได้รับแจ้ง มีเกษตรกรปลูกผักสวนครัว สร้างรายได้ดี โดยเฉพาะผักชีฝรั่ง มีผู้ปลูกทำเงินสร้างรายได้มากกว่าแสนบาท จึงลงพื้นที่พบนางศิริพร คล้ายเจริญ อายุ 44 ปี เลขที่ 46 หมู่ 6 ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี อดีตสาวโรงงาน ที่ผันชีวิตสาวโรงงานหันมาทำเกษตรกรรมแบบอินทรีย์แบบผสมผสาน สร้างรายได้แก่ครอบครัวอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน ใช้แรงงานในบ้านกับสามี ไม่ได้ว่าจ้างใคร ผลตอบรับได้ผลเกินคาด จากการทดลองปลูกผักชีฝรั่งในที่ดินว่างเปล่า 1 ไร่เศษ ครั้งแรกขายได้กิโลกรัมละ 50 บาท รับเงินสดมาแล้วเป็นแสนบาท นางศิริพร หรือ (เอ๋) กล่าวว่า “การปลูกผักชีฝรั่ง หรือที่เราเรียกกันอีกอย่าง ผักชีใบเลื่อย ไม่ยุ่งยากนัก ซื้อเมล็ดพันธ์ุมา กก.ละ 1,500 บาท ใช้ปลูกในอัตรา 10 กก./ไร่ ผักชีฝรั่งจะเริ่มถอนได้ต่อเมื่อมีอายุ 3 เดือนพอดี วิธีการเก็บผักชีฝรั่ง จะใช้มือถอนเอานั่งถอน ซึ่งจะเลือกถอนเฉพาะต้นที่โตสมบูรณ์เต็มที่ โดยให้สังเกตดูว่าต้นจะยาวพอประมาณครึ่งศอก หรือ 25 เซนติเมตร
คุณจำนงค์ บุญเลิศ ปราชญ์ปลานิลแห่งบ้านป่ากว๋าว อ.พาน จ.เชียงราย จบเพียง ป.4 แต่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเพาะพันธุ์ปลานิล คิดค้นเทคนิค และอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลานิลได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ และรางวัลเกียรติยศอีกมากมาย “เริ่มทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปลานิลมาตั้งแต่ปี 2522 โดยเริ่มต้นจากการทำบ่อเลี้ยงปลานิลขนาดเล็ก ไปพร้อมกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้รู้ในท้องถิ่น อ่านจากในตำรา ลองผิดลองถูกมาหลายครั้งจนเกิดเป็นองค์ความรู้ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน นำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายรูปแบบการเพาะเลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ตามปกติแล้วรูปร่างลักษณะภายนอกของปลานิลตัวผู้และตัวเมียจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก แต่จะสังเกตได้โดยการดูอวัยวะเพศที่บริเวณใกล้กับช่องทวาร ตัวผู้จะมีอวัยวะเพศลักษณะเรียวยื่นออกมา ส่วนตัวเมียจะมีลักษณะเป็นรูค่อนข้างใหญ่และกลม ขนาดของปลาที่ดูลักษณะเพศได้ชัดเจนนั้น ต้องมีขนาดยาวตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป ในกรณีที่ปลามีขนาดโตเต็มที่แล้วนั้น อาจจะสังเกตเพศได้ด้วยการดูสีที่ลำตัว เพราะปลาตัวผู้จะมีสีเข้มตรงบริเวณใต้คางแ
กล้วยหอมคาเวนดิช หรือ กล้วยหอมเขียวคาเวนดิช นับเป็นพืชเศรษฐกิจมีการส่งออกมากที่สุดถึง 95 เปอร์เซ็นต์ในตลาดโลก ในการประชุมกล้วยนานาชาติ ของสมาคมวิทยาศาสตร์พืชสวนนานาชาติ (ISHS) พบว่า ประเทศที่ส่งออกกล้วยหอมคาเวนดิชมากที่สุดคือ เอกวาดอร์ รองลงมาคือ ฟิลิปปินส์ และส่วนใหญ่จะเป็นประเทศในอเมริกาใต้ เช่น คอสตาริก้า กัวเตมาลา โคลัมเบีย โดยบริษัทที่มีบทบาทในการพัฒนาเทคนิคการผลิตและพัฒนาพันธุ์มายาวนานนับร้อยปีคือ บริษัทโดล (Dole) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ตีคู่กันมากับเดมอนเต้แห่งประเทศฝรั่งเศส สำหรับประเทศไทยมีการปลูกและส่งออกน้อยกว่ากล้วยหอมทอง เนื่องจากคนไทยไม่นิยมบริโภคจึงส่งผลให้มีการปลูกน้อยตามไปด้วย แต่ทว่าในตลาดโลกมีการส่งออกมากจึงถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะกล้วยหอมเขียวคาเวนดิชมีลักษณะเด่นที่ เปลือกหนา การขนส่งทำได้ง่ายไม่บอบช้ำ อีกทั้งรสชาติยังหวานน้อยถูกปากผู้บริโภคทั่วโลกโดยเฉพาะคนที่รักสุขภาพ ปัจจุบันมีการผลักดันของกลุ่มผู้ปลูกกล้วยหอมเขียวคาเวนดิชหลากหลายพื้นที่ โดยมีหน่วยงานราชการและเอกชน เช่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด ในเค
ช่วงบ่ายของวันทำงานเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีนัดพูดคุยกับ คุณกองศักดิ์ จันทะสี อายุ 40 ปีเศษ ที่อนุญาตให้เรียกชื่อแบบกันเองว่า “สมชาย” เจ้าของกิจการ “ขนมปังเทวดา” ขนมปังนึ่งทาเนยนม-สังขยา บนรถเข็น ที่ดูรูปลักษณ์ภายนอกสุดแสนจะธรรมดา แต่ทว่าบอกเลยโด่งดังใช่เล่น เคยออกรายการโทรทัศน์หลายช่อง และสื่ออื่นมาแล้วไม่รู้กี่รายการ ความน่าสนใจที่สื่อหลายสำนักให้ความสนใจก่อนหน้านี้ อาจไม่ได้โฟกัสไปที่ตัวสินค้าตรงหน้าของเจ้าของร้านอารมณ์ดีท่านนี้ หากทว่าน่าจะเป็นเรื่องของรูปแบบการขาย ที่ “ขนมปัง”ส่วนหนึ่งซึ่งถูกฝากไว้ที่ร้านแห่งนี้ มาจากผู้ใจบุญทั้งหลาย ใช้เงินซื้อไว้ แต่ไม่นำขนมปังกลับบ้านไป หากแต่มี “การฝาก”ไว้ ให้กับคนยากไร้ คนป่วย คนท้อง ฯลฯ สามารถมารับประทานฟรีได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน ก่อนจะลงรายละเอียด ที่มาที่ไปของการประกอบกิจการในลักษณะดังกล่าว มาฟังคุณสมชาย เล่าประวัติส่วนตัวให้รู้จักกันมากขึ้นสักหน่อย “เรียนจบแค่ป.6 ครับ ตอนอยู่อุดรฯ ทำอาชีพมาสารพัด พอทำบัตรประชาชน ตอนอายุ 15 ก็มุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงทันที แรกๆไปเป็นเด็กเสิร์ฟ เด็กปั๊ม ค้าขายมาหลายสิบอย่างแล้ว ท
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการดำเนินงาน “กิจกรรมให้ความรู้ด้านการตลาด” ภายใต้โครงการประชารัฐเพื่อวิสาหกิจชุมชนและโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SMEs Strong / Regular) เพื่อสนับสนุนให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย Micro SMEs และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายจำนวน 10,000 ราย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทั่วประเทศอย่างสูง ผอ.สสว. กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการจัดอบรมสัมมนาและ work shop ใน 3 หัวข้อหลัก ประกอบด้วย หัวข้อแรก กลยุทธ์การตลาดและวิธีขาย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค 4.0 หัวข้อที่สอง มาตรฐานสินค้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อย ปรับแนวคิดรองรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อการผลิต ด้านความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อกิจการรวมถึงตราสินค้า และ หัวข้อที่สาม การตลาดออนไลน์ เน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการทำตลาดออนไลน์ และการสร้างฐานลูกค้าในตลาดโลกออนไลน์ ให้สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการ
ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมสุขภาพอาเซียน ขึ้น ซึ่งการประชุมดังกล่าว นับเป็นการประชุมครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่เชิญตัวแทนจาก 9 ประเทศอาเซียนเข้าร่วมงาน สำหรับการเลี้ยงรับรองอาคันตุกะในครั้งนั้น ทางเจ้าภาพฯ ได้รังสรรค์เมนูขึ้นชื่อของแต่ละชาติ มาจัดแสดงและคอยเสิร์ฟต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลความเป็นมา วิธีการทำ รวมทั้งแจกแจงคุณประโยชน์แต่ละเมนู ให้ทราบกันด้วย อาทิ เทมเป้ เทมเป้ เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวอินโดนีเซีย ปัจจุบันเป็นอาหารสุขภาพ ที่แพร่หลายเข้าไปในสหรัฐอเมริกา-ยุโรป และกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ทำจากถั่วเหลืองหมักคล้ายการทำถั่วเน่า เป็นแหล่งโปรไบโอติกส์หรือจุลินทรีย์ที่ช่วยการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ในการหมักเทมเป้ จะใช้เชื้อ Rhizopus oligosporus ซึ่งเชื้อราชนิดนี้สามารถย่อยโปรตีนให้เป็นกรดอะมิโน ทำให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น และน้ำตาลสแตไคโอส ซึ่งเป็นอาหารของโปรไบโอติกส์ ช่วยลดอาการท้องอืดเมื่อบริโภคถั่ว นอกจากนี้เชื้อรายังย่อยไขมันถั่วเหลือง ทำให้เทมเป้มีปริมาณไขมันต่ำอีกด้วย ส่วนประกอบ – ถั่วเหลือ
หากผ่านไปผ่านมาถนนทางหลวง 340 เส้นสุพรรณบุรี-ชัยนาท ในช่วงของอำเภอสามชุกตลอดสองข้างทางในระยะประมาณ 4-5 กิโลเมตร จะเห็นร้านจำหน่ายพวงมาลัยเรียงลายอยู่ตามแนวถนน เป็นการประกอบอาชีพที่ทำกันมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษกันเลยทีเดียว ซึ่งการร้อยพวงมาลัยโดยส่วนใหญ่จะต้องใช้ดอกไม้สด เช่น มะลิ ดาวเรือง กุหลาบ ดอกรัก เพื่อมาประกอบเข้าด้วยกัน ก็จะได้พวงมาลัยน้อยๆ แสนสวยกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดอกมะลิ จึงถือว่าเป็นส่วนประกอบหลักที่ขาดเสียไม่ได้ในการนำมาร้อยมาลัย จึงเกิดเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้ไม่น้อย คุณพูลศักดิ์ คำหอม อยู่บ้านเลขที่ 422 หมู่ที่ 5 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ได้ทำอาชีพร้อยพวงมาลัย เรียกง่ายๆ ว่า เป็นอาชีพที่เป็นรายได้หลักของครอบครัวเลยก็ว่าได้ โดยไม้ดอกที่นำมาร้อยเขาจะเน้นปลูกเองเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ได้นำผลผลิตคือดอกมะลิมาใช้ ส่วนที่มากเกินก็ส่งจำหน่าย จึงเกิดเป็นรายได้มากขึ้นหลากหลายทางอีกด้วย เห็นดงมะลิบริเวณบ้าน มาตั้งแต่เด็ก คุณพูลศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวก็มีที่นาอยู่บ้างโดยสินค้าทางการเกษตรก็ไม่แน่นอน ต่อมาครอบคร
ได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีไม้น้ำ” สำหรับ “ดอกบัว” เพราะนอกจากมีดอกที่สวยงามแล้ว “ดอกบัว” ยังเป็นพืชที่ชอบแดด เลี้ยงง่าย เหมาะกับสภาพภูมิอากาศประเทศไทย ปัจจุบันดอกบัวมีหลากหลายสายพันธุ์ หนึ่งในสายพันธุ์ที่สวยงามได้รับฉายา “คิง ออฟ สยาม” คือ “บัวฉลองขวัญ” คุณชัยพล ธรรมสุวรรณ นักเลี้ยงบัวชาวแปดริ้ว คือผู้ที่ผสมพันธุ์บัวสายพันธุ์นี้ขึ้นมาเมื่อปี 2541 ซึ่งบัวฉลองขวัญผ่านการประกวดและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลกมาแล้ว สำหรับที่มาของบัวฉลองขวัญ เกิดจากการผสมพันธุ์ของบัวที่ชื่อว่า บัว Colorata และบัวลาภประเสริฐ ซึ่งบัวต้นแรกมีสีม่วง ส่วนบัวต้นที่สองมีสีเหลือง สุดท้ายก็ได้ออกมาเป็นบัวสีม่วงน้ำเงิน โดยมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษอันไพเราะ ว่า King of Siam บัวฉลองขวัญ เป็นบัวที่มีกลีบดอกสีม่วง ซ้อนกันหลายชั้น เป็นบัวที่มีดอกใหญ่ สามารถบานพร้อมกันหลายดอก ถ้าได้รับการดูแลที่ดี และเป็นบัวที่บานตอนกลางวัน และจุดเด่นของบัวฉลองขวัญ นอกจากดอกขนาดใหญ่มีความสวยงาม และยังเป็นบัวที่ เมื่อตัดดอก และนำมาจัดแจกัน สามารถอยู่ได้นาน 3-4 วัน ในพื้นที่ปกติ และถ้าอยู่ในห้องแอร์ หรือพื้นที
โด่งดังในโลกออนไลน์มาสักพักแล้ว สำหรับทาโกะยากิ ปลาหมึกเป็นตัวๆ ของเจ้านี้ “Bloc 26th baby octopus takoyaki” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปพบกับ คุณชาลินทร์ วรางคณา วัย 35 ปี เจ้าของร้าน ที่งานอีเว้นต์แห่งหนึ่ง เลยได้มีโอกาสพูดคุยกัน และนำเรื่องราวที่น่าสนใจ ทั้งที่มาที่ไป แนวคิด และยอดขายที่รู้แล้วก็แทบจะต้องกดว้าวให้ในทันใด คุณชาลินทร์ หรือคุณต้น เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จด้วยอายุยังน้อย เราไปค้นหาพร้อมๆกัน ว่าอะไรเป็นปัจจัยที่สำคัญ ก่อนอื่นต้องบอกว่า ทาโกะยากิ เจ้านี้ไม่มีหน้าร้าน ออกงานอีเว้นต์อย่างเดียว การออกงานในแต่ละครั้ง มีลูกค้าเข้าคิว หรือแม้ไม่ถึงกับเข้าคิว แต่ก็มีลูกค้ามาเรื่อยๆ มาทั้งวัน พนักงานแทบจะไม่มีเวลาว่าง ลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว ก่อนกินก็ถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ทำให้เกิดภาพ การบอกกันปากต่อปาก และกระแสนี้ทำให้ยอดขาย เคยพุ่งสูงสุดถึง 10,000 กล่อง ต่องาน (งานอีเว้นต์ที่ห้างใหญ่ใจกลางกรุง ในเวลา 15 วัน ราคาขายกล่องละ 100 บาท/ ทาโกะยากิชิ้นบิ๊ก 3 ชิ้น) นั่นหมายถึงยอดขาย ที่ 1 ล้านบาท!!! อะไรคือจุดขายของทาโกะยากิ ของเจ้านี้ คุณต้น บอกว่
