รอบโลก
“รถไถมินิ” ฝีมือคนไทย ราคาประหยัด ไถร่อง-ไถกลบ ในแปลงพืชไร่-พืชผัก ได้ดีเยี่ยม ฝีมือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก แม้กระทั่งการผลิตและออกแบบ “รถไถมินิ” ที่ช่วยให้การทำงานในไร่นาเป็นเรื่องง่าย เพราะรถไถมินิ ใช้ไถได้ดีจริง ทำแปลงปลูกผัก ยกร่อง ไถกลบหญ้า ผลงานประดิษฐ์ชิ้นนี้เป็นของ คุณวิทย์ธชัย ขันอาษา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ช่างกรุง” หรือ “เสี่ยกรุง” เกษตรกรคนเก่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดยโสธร รูปร่างหน้าตารถไถมินิ เสี่ยกรุง ผู้ประดิษฐ์ “รถไถมินิ” ได้เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของเขาอยู่ในจังหวัดยโสธร ปลูก “ข่าเหลือง” และมันสำปะหลัง เป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว ปัจจุบันเกษตรกรในท้องถิ่นส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกมันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานกำจัดหญ้าในร่องมันสำปะหลัง โดยเสียค่าจ้างแรงงานวันละ 300-400 บาท ทำให้เสี่ยกรุงเกิดไอเดียที่จะพัฒนานวัตกรรมในรูปแบบของ “รถไถมินิ” เพื่อช่วยทำงานในไร่นาและประหยัดต้นทุนค่าจ้างแรงงาน เสี่ยกรุง ใช้เวลาพัฒนารถไถนามินิประมาณ 2 ปี โดยจำลองรูปแบบมาจากรถไถขนาดใหญ่ให้กลายเป็นรถไถขนาดเล็ก ที่มีน้ำหนักหนัก ใช้งานง่าย เมื่อรถไถมินิต้นแบบเสร็จสมบูรณ์ สามารถทำงานได้ดีในสไตล์ “จิ
ต้นกล้วยเป็นสัญลักษณ์ของพืชในเขตร้อนที่ผูกพันกับวิถีชีวิตชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้นไม้ที่ใช้ได้สารพัดประโยชน์ ในครัวอาเซียนเราใช้ใบกล้วยมาทำเป็นกระทงเป็นภาชนะใส่อาหาร หรือแค่ปูใบกล้วยใบแล้ววางอาหารบนนั้นนั่งล้อมวงใช้มือเปิบไม่ต้องล้างถ้วยชามให้เสียเวลา ประเทศในอาเซียนทุกประเทศรู้จักใช้ใบตองมาห่อใส่อาหารแล้วนำไปทำให้สุก ไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน อาหารที่ฉันจะเล่าในตอนนี้ก็ใช้ใบตองมาห่อ มีชื่อว่า “เปเปส อิกัน” (Pepes Ikan) หมายถึง งบปลา นั่นเอง แต่เป็นงบปลาของชาวซุนดาที่อยู่บนเกาะชวาตะวันตก และเกาะบาหลีของประเทศอินโดนีเซีย ที่จริงแล้วสามารถใช้เนื้อสัตว์อย่างอื่นแต่ในเมื่ออยู่บนเกาะมีปลามากมายอยู่แล้ว งบปลาจึงนิยมกินกันมากกว่าอย่างอื่น ปลาที่ใช้ก็เป็นปลาทะเลที่หาได้ง่าย เช่น ปลาอินทรี ปลานวลจันทร์ทะเล และปลาทู เครื่องแกงประกอบไปด้วย พริก หอม กระเทียม ขิง ข่า ขมิ้น ตะไคร้ มะเขือเทศ ตำรับซุนดานั้นต้องใส่แคนเดิ้ลนัทด้วยซึ่งเป็นเมล็ดของพืชที่จะใส่ในเครื่องแกงให้ความข้น เพื่อความสะดวกเราสามารถใช้เมล็ดมะม่วงหิมพานต์แทนได้ โขลกแล้วก็ปรุงรสให้เรียบร้อยด้วยน้ำตาลโตนด เกลือ น้ำมะขามหรือ
ชาวไทยยทุกภาคล้วนรู้จักกินแกงขี้เหล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจไม่น้อย แกงขี้เหล็กของชาวล้านนาคล้ายกับภาคกลางคือเป็นแกงกะทิ ใส่เนื้อวัว เนื้อหมู หรือปลาย่าง แกงของชาวใต้จะใส่พริกแกงใต้ที่ใส่ขมิ้นและเครื่องเทศที่เผ็ดร้อนกว่า ชาวกวย (เขมร) เรียกแกงขี้เหล็กว่า “ซัมลอร์อ็องกัญ” จะใส่น้ำใบย่านางที่ตำกับข้าวเบือ พริกแกงมีพริกสดหรือพริกแห้ง กระเทียม และกระชาย ส่วนหัวหอมจะฝานเป็นแผ่นๆ ใส่ลงไปในหม้อทีหลัง ใส่กากหมู หมูสามชั้นหรือปลาทูเค็มและใส่น้ำปลาร้า ซึ่งคล้ายกับแกงขี้เหล็กแบบอีสานและลาว ที่ไม่ใส่กะทิ องค์ บรรจุน เล่าไว้ใน “ข้างสำรับมอญ” ว่า แกงขี้เหล็ก ภาษามอญเรียกว่า “ฟะแป่คัด” เป็นอาหารที่ใช้ในพิธีฟ้อนผีเม็งของชาวเหนือ หรือพิธีรำผีมอญของภาคกลาง เพื่อแก้บนผีของบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นประเพณีเดียวกัน เพราะเมื่อทวารวดีเสื่อมลง ชาวมอญจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้อพยพสู่เมืองหริภุญชัยแถบลุ่มน้ำปิง หรือที่เรียกว่า “ระมิง” ที่มาจาก “ระเมญ” (เม็ง) ในภาษามอญ แกงที่ใช้ในพิธีนี้จะเป็นแกงกะทิใส่มะเขือพวง ไม่ใส่เนื้อสัตว์ เชื่อกันว่าการกินแกงขี้เหล็กนี้ทำให้มีสุขภาพดี ชาวนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร มีประเพณีการกินแก
เปิดเทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2019 สำรวจโลกแบบไหนโดนใจคนยุคนี้ เทศกาลหยุดยาวปลายปีใกล้เข้ามาแล้ว ช่วงเวลาแบบนี้รับรู้ได้ถึงบรรยากาศการท่องเที่ยวที่คึกคัก หลายคนอาจวางแผนท่องเที่ยวกันล่วงหน้า ขณะที่อีกหลายคนขอสะสางงานก่อนไปสนุกสนานแบบสุดเหวี่ยง ทุกวันนี้ การท่องเที่ยวมีทางเลือกหลากหลายมาก ไม่ใช่แค่ซื้อทัวร์ชะโงกอีกแล้ว แต่ความสนใจของนักท่องเที่ยวแต่ละคนกลายเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความสนใจเฉพาะด้านแค่ไหน และเทคโนโลยีก็ช่วยให้การวางแผนท่องเที่ยวกลายเป็นเรื่องง่าย “มิสมิลเลียนแนร์” รวบรวมข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2019 จากเว็บไซต์ booking.com และ adventurestudenttravel.com มาฝากกัน เริ่มจาก “ทริปเล็กๆ” ซึ่งนักเดินทางทั่วโลก 53 เปอร์เซ็นต์ เผยว่า มีแผนท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์มากขึ้นในปี 2019 และนี่จะช่วยให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นเติบโต โดยสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเทรนด์ท่องเที่ยวแบบสั้นๆ คือ เส้นทางการบินที่เพิ่มขึ้น สายการบินราคาประหยัดที่มีให้เลือกมากมาย การเดินทางที่สะดวกขึ้น บริการเช่ารถตามความต้องการ “ท่องเที่ยวอย่างมีสำนึก” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม รักษาสิ่งแวดล้อ
“แกงอุ๊บหมู/อุ๊บไก่” 1 ในเมนูของบ้านจัดสรร หมู่ที่ 9 คุณอุบล บุญวาที กรรมการชุมชนบ้านจัดสรร หมู่ที่ 9 อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เล่าถึงที่มา “แกงอุ๊บหมู/อุ๊บไก่” ว่าลักษณะคล้ายแกงฮังเลของภาคเหนือ ไม่เผ็ด เป็นแกงของพม่าที่เรียกว่า “อุ๊บ” เป็นลักษณะแกงที่ต้องเคี่ยวนาน ให้เนื้อสัตว์สุกและเครื่องแกงแทรกเข้าไป มีทั้งแกงอุ๊บไก่และแกงอุ๊บหมู เนื่องจากช่วง 30-40 ปีก่อนมีชาวพม่ามาขุดพลอยที่อำเภอบ่อไร่จำนวนมาก นิยมทำเป็นอาหารรับประทานกัน แต่ปัจจุบันชาวพม่าอพยพกลับไปเกือบหมดแล้ว แต่แกงอุ๊บไก่ อุ๊บหมู รสชาติยังคงเป็นที่ติดใจของชาวบ่อไร่ จึงนิยมทำเฉพาะเทศกาลงานบุญที่วัด เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาแกงนาน บ้านจัดสรร หมู่ที่ 9 ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จึงเลือกทำเป็นอาหารพื้นบ้านเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว เพราะมีลักษณะพิเศษ อร่อย หารับประทานทั่วไปยาก วิธีการทำแกงอุ๊บหมู 1. เตรียมเนื้อหมู 1 กิโลกรัม ใช้เนื้อหมูสามชั้น ล้างหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหนา 2. เตรียมเครื่องแกง เครื่องปรุงมี หอมแดงหัวใหญ่หรือหอมแขก กลิ่นจะไม่แรงจัดและเผ็ดร้อนน้อยกว่าหอมหัวเล็ก 3 ขีด ตะไคร้ซอย 2 ต้น ขมิ้นซอยชิ้นบางๆ 1 แง่ง พริกแห้งใหญ่ 10
ตลาดไทยในสิงคโปร์ “Golden Mile” ย่านบูกิส มาครบขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ร้านหมูกระทะ! ศูนย์การค้า Golden Mile อยู่ไม่ไกลจากย่านบูกิส เป็นศูนย์กลางรถเมล์หลายสาย รวมทั้งรถเมล์ที่จะเดินทางต่อไปยังมาเลเซียด้วย ข้างในที่ติดแอร์เย็นพองาม มีร้านขายข้าวของรวงรังต่างๆ ประกอบสร้างขึ้นมาเป็นสิ่งที่แรงงานไทยในสิงคโปร์และคนสิงคโปร์เองเรียกว่า “ตลาดไทย” ในตลาดมีเห็ดตามฤดูกาล อย่างเห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ ทั้งขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และที่ขาดไม่ได้ คือร้านหมูกระทะ คราวนี้เดินตลาดต่างแดน แต่เป็นตลาดไทยแน่แท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงจะไม่อยู่บนแผ่นดินไทย ทว่าไทยแท้ ยืนยัน นอกจากไทยทาวน์ที่แอลเอ หรือตรอกหวั่นไจ๋ (คนไทยเรียกวันชัย เท่มาก) ที่ฮ่องกง ก็มีที่สิงคโปร์นี่กระมัง ที่มีศูนย์กลางการค้าของคนไทยในลักษณะเป็นปึกแผ่นขนาดที่เรียกได้ว่าเป็นย่านไทย หรือตลาดไทยจริงๆ Golden Mile เป็นศูนย์การค้าขนาดกลาง สูงแค่ 3 ชั้น ขนาดน่าจะเล็กกว่าบรรดาเทสโก้ โลตัส ชานกรุงเทพฯ และแม้จะมีขนาดย่อมเยาวเรศปานนั้น พื้นที่ข้างในก็ยังว่างโล่งอีกมาก บ่งว่าเจ้าของศูนย์น่าจะไม่แฮปปี้กับยอดขายพื้นที่นัก ศูนย์การค้า Golden Mile อยู่
“จ๋าก๊าหล่าว็อง” อาหารเวียดนาม ที่คุณต้องกินก่อนตาย “จ๋าก๊าหล่าว็อง” เป็นอาหารเวียดนาม ที่ฝรั่งได้กล่าวไว้ในหนังสือที่ชื่อว่า 1000 PLACES TO SEE BEFORE YOU DIE ซึ่งได้เอ่ยถึงร้านขายจ๋าก๊าหล่าว็อง ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ว่าจะต้องได้ไปลิ้มลองให้ได้ก่อนตาย แต่ก่อนนั้นกว่าจะได้กินสักทีก็ต้องไปถึงฮานอย แต่ตอนหลังมีมาเปิดที่นครโฮจิมินห์ด้วย ซึ่งเป็นลาภปากสำหรับสาวชาวใต้อย่างฉันที่จะได้กินบ่อยขึ้น จ๋าก๊าหล่าว็องคือ ปลาทอดขมิ้น ใส่ผักสมุนไพรอย่างต้นหอม และผักชีลาว มีเครื่องเคียงมากมายเต็มโต๊ะ ทั้งผักสด พริก มะนาว ขนมจีน ข้าวเกรียบ ถั่วลิสงคั่ว และที่ขาดไม่ได้คือ กะปิน้ำกลิ่นฉุนเตะจมูก ซึ่งเป็นน้ำจิ้มของปลาทอดขมิ้นนี้ กะปิของเวียดนามมีแบบเป็นน้ำ แต่ของไทยไม่มีเราก็ผสมน้ำต้มสุกเอา เติมน้ำตาลทราย พริกขี้หนูสับ เหล้าขาว บีบมะนาวลงไป คนแรงๆ ให้เป็นฟอง ปลาที่นิยมนำมาทำเมนูนี้เป็นปลาน้ำจืด ต้นตำรับจะต้องเป็นปลากด แต่ก็สามารถใช้ปลาชนิดอื่น เช่น ปลาช่อน ปลาดุก หรือปลานิล โดยจะนำปลามาแล่เป็นชิ้นขนาดพอคำ แล้วนำไปหมักกับข่าสดป่น ผงขมิ้น น้ำปลา และใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย หมักให้เ
กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “เวียดนาม” อยู่ในขณะนี้ เกี่ยวกับแนวคิดในการทำคาเฟ่รูปแบบใหม่ที่จะมองว่าแปลก แหวกแนว ไอเดียเก๋ หรือเป็นแนวคิดที่ยังคงต้องปรับปรุงพัฒนา เมื่อเพจ DiaDiemAnUong เพจรีวิวเกี่ยวกับร้านอาหารของเวียดนามได้โพสรูปภาพและคลิปวิดีโอ “คาเฟ่ปลา สปาเท้า” ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มเพื่อมานั่งรับประทานบนโต๊ะ พร้อมกับแช่เท้าในพื้นร้านที่ปล่อยน้ำไว้เต็มพื้น และมีปลาแหวกว่ายอยู่ โดยภายหลังที่โพสนี้ถูกแชร์ออกไปกว่า 1 หมื่นครั้ง ก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กจากทั่วโลกได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยเฉพาะเพื่อนบ้านชาวเวียดนามที่มาแสดงความเห็นอย่างต่อเนื่อง และโดยส่วนมากมองว่าแนวคิดในการทำคาเฟ่แบบนี้มีข้อกังวลมากกว่าข้อดี ทั้งในเรื่องการดูแลรักษาความสะอาด การเกิดและแพร่ของเชื้อโรค ความปลอดภัยในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นมือถือหรือแท็ปเล็ต ตลอดจนมองว่าหากเป็นการใช้ปลาเพื่อสปาเท้าควรแยกบริเวณให้ชัดเจนเลยดีกว่า เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ควรมาใช้ร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเป็นไอเดียที่ไม่ได
เดือนที่แล้วมีโอกาสได้ไปเห็นสวนผักในบ้านของคนสวิสฯ และฝรั่งเศสมา เลยพบคำตอบว่าทำไมชาวยุโรปถึงได้ผูกพันกับฤดูร้อนและการทำสวนกันนักหนา หน้าร้อนอันแสนสั้นเพียงสามสี่เดือนนั้น ดูเหมือนจะเป็นความสำราญเล็กๆ ที่ทุกคนโหยหา แทบทุกบ้านรอคอยเดือนแดดแจ่ม เพื่อจะได้พรวนดินทำสวนรอบใหม่ หลังจากปล่อยให้หิมะและความหนาวเย็นกลบฝังทุกชีวิตในสวนให้หลับใหล ขอให้มีที่รับแดดเถิด ฉันไม่เห็นบ้านไหนเลยที่ยอมปล่อยให้ระเบียงโล่งว่างเปล่า ถ้าไม่มีกระถางเจอราเนียม พิทูเนีย และไม้ดอกไม้ใบแสนสวยอื่นๆ ตรงนั้นก็จะเป็นสวรรค์ของพืชผักสวนครัว บรรดาเครื่องเทศสมุนไพรสารพัดที่จำเป็นต้องใช้ในการปรุงอาหาร ฉะนั้น ข่าวที่ว่า เทรนด์มาแรงในสหรัฐอเมริกายามนี้คือการปลูกผักสวนครัวนั้น คนฝั่งยุโรปเขามิได้ตื่นเต้นกระดี๊กระด๊าไปด้วยเลย เพราะพวกเขาปลูกผักสวนครัวเป็นวัฒนธรรมประจำชีวิตมาตั้งแต่ยุคกลางโน่น ข่าวเล่าว่า ผักที่ชาวอเมริกันนิยมปลูกกันฮิตสุดขีดก็คือ มะเขือเทศ แตงกวา และถั่ว มีตัวเลขที่น่าสนใจว่าขณะนี้ครัวเรือนชาวอเมริกันปลูกพืชผักสวนครัวกันถึง 37 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรทั้งหมด และมีสถิติการปลูกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงปีละ 20 เปอร์เซ
“เตา” อุปกรณ์ให้ความร้อนที่ใช้สำหรับเผา หุงต้ม รวมถึงใช้เป็นอุปกรณ์ในการประกอบอาหารต่างๆ หลากหลายเมนู เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์สามัญประจำบ้านเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังไหนๆ ก็ต้องมีเตาเอาไว้ใช้ในการประกอบอาหารทั้งนั้น โดยเตาแต่ละประเภทก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามเชื้อเพลิงที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเตาฟืน เตาถ่าน เตาแก๊ส รวมถึงเตาไฟฟ้า นอกจากนี้ เตาแต่ละประเภทยังมีรูปแบบการใช้ที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย ปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ด้วยวิถีการใช้ชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ที่ต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและต้องแข่งกับเวลา ทำให้ต้องการความสะดวกสบายเป็นสิ่งแรกที่ให้ความสำคัญ ดังนั้น คงไม่แปลกนักที่เตาแก๊สและเตาไฟฟ้าจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากวิธีการใช้ที่สะดวกและไม่มีขั้นตอนอะไรมากนัก แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็เป็นเรื่องของราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าเตาประเภทอื่นๆ เช่นกัน และแม้ว่าเตาแก๊สและเตาไฟฟ้าจะเป็นที่นิยมของคนในยุคปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเตาประเภทอื่นๆ จะถูกหลงลืมหรือต้องเก็บเข้ากรุไปแต่อย่างใด เพราะยังมีกลุ่มคนที่ยังคงนิยมและหลงเสน่ห์ของการใช้เตาถ่าน
