รอบโลก
เปิดมานานกว่า 20 ปี ร้านอาหารจีนพื้นบ้าน ขายถูกสุดในเยาวราช! เยาวราช หรือ ไชน่า ทาวน์ ย่านชุมชนจีนเก่าแก่ ที่สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยห้างร้านอาหารหลากหลาย ทั้งร้านหูฉลาม รังนก บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเล เกาลัดคั่ว ร้านขนมหวานและผลไม้ บรรยากาศที่แสนคึกคัก และเป็นแหล่งอาหารอร่อยนี้เอง ที่เป็นสเน่ห์ดึงดูดให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเดินเที่ยวกัน วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มาที่เยาวราช เดินเล่นเข้าซอยนั้น ลัดเลาะเข้าซอยนี้ จนไปเจอเข้ากับร้านร้านหนึ่ง ลักษณะร้านเหมือนตึกแถวทั่วไป ใช้พื้นที่ชั้นล่างบางส่วนในการตั้งหม้อข้าว ถาดอาหาร และโต๊ะอาหาร มีคนนั่งกินข้าวอยู่หน้าร้าน 2 โต๊ะ เห็นสองแม่ลูกกำลังช่วยกันตักและเสิร์ฟอาหารอยู่ ด้วยความหิวจึงเลือกปักหลักทานข้าวเที่ยงที่ร้านแหล่งนี้ เดินเข้าไปสั่งอาหารกับชายที่กำลังตักอาหาร เมื่อเห็นว่าลูกค้ายังไม่เยอะมาก จึงชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย ทราบภายหลังว่าเขาคือ คุณสมหวัง แซ่ลิ้ม อายุ 47 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านอาหารแห่งนี้นั่นเอง เขาเล่าให้ฟังว่า ร้านอาหารร้านนี้ไม่มีชื่อ แต่เปิดขายอาหารมานานหลายสิบปี เป็นอาชีพหลักของครอบครัว ตั้งแต่รุ่นอากงเดินทางมาจากซัว
กาแฟ เครื่องดื่มคาเฟอีน ที่ผู้คนทั่วโลกมักนิยมดื่มกันในตอนเช้าๆ มีทั้งแบบร้อน แบบเย็น กาแฟสด กาแฟสำเร็จรูป กาแฟเพื่อสุขภาพ กาแฟดริป และอีกสารพัดสารพันกาแฟให้เหล่าคอฟฟี่ เลิฟเวอร์ได้เลือกดื่มกัน คุณสุรสิทธิ์ ปุสุรินทร์คำ วัย 53 ปี อาจารย์หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีศิลปกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ผู้คิดค้น กาแฟขี้ควาย ขึ้นเป็นคนแรกของประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า กาแฟขี้ควาย ถือเป็นไอเดียที่เกิดจากท้องถิ่น เพราะที่บ้านปางควาย หมู่บ้านเขาอาศัยอยู่นั้น เป็นหมู่บ้านที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติอันสมบูรณ์และสวยงาม อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ทำการเกษตรแบบดั้งเดิม บวกกับด้วยหน้าที่การงาน ที่เป็นคนสอนให้เด็กมีความคิดใหม่ๆ มีความสร้างสรรค์ และนอกกรอบ จึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่เสมอ และเขาก็มีโอกาสได้ทำงานจิตอาสาเกี่ยวกับศาสตร์ของพระราชา ที่พูดถึงเรื่องการมองให้ลึกซึ้ง อีกทั้งคุณสุรสิทธิ์ มีความต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนอยู่แล้ว และมีโอกาสได้ไปที่ดอยช้าง หนึ่งในแหล่งผลิตกาแฟรายใหญ่ของเชียงราย ที่มีการทำกาแฟขี้ชะมด กาแฟที่ได้ชื่อว่าดีและมีราคาแพงที่สุ
บริษัททัวร์หัวใส จัดทัวร์เฉพาะกิจ ตามรอยประชุม ‘ทรัมป์-คิม’ สองผู้นำระดับโลก การจัดทัวร์ตามรอยเหตุการณ์สำคัญ หรือเหตุการณ์ที่กำลังเป็นข่าวซึ่งอยู่ในความสนใจของสังคม กลายเป็น “สินค้าใหม่” ที่มีบริษัททัวร์หลายแห่งเล็งเห็นช่องทางโกยเงิน อย่างเช่น ฉบับที่แล้ว ที่เราเขียนถึงธุรกิจทัวร์กัญชาในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่มีบริษัททัวร์หลายเจ้าจัดขึ้น หลังจากรัฐแคลิฟอร์เนีย มีกฎหมายให้ กัญชาเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย อ่านข่าว ธุรกิจ “ทัวร์กัญชา” เบ่งบาน พาไปดูตั้งแต่แปลงปลูก แถมได้สูบกับคนดัง หรือ ล่าสุด เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็มีบริษัททัวร์หลายเจ้า จัดโปรแกรมทัวร์ตามรอยการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่าง นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางไปประชุมสุดยอดเป็นครั้งที่ 2 กันที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทันทีที่รู้ข่าวว่า ผู้นำทั้งสองจะเดินทางไปประชุมสุดยอดกันที่กรุงฮานอย ลี พาร์รี นักศึกษาหนุ่มชาวอังกฤษวัย 36 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศจีน ก็รู้ทันทีว่า เขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งของเ
เปิดใจเด็ก 13 ขวบ เจ้าของลูกอม ‘Zollipops’ โกยรายได้เกือบ 200 ล้าน เมื่อปี 2561 หาเงินได้เยอะแยะตั้งแต่ยังเรียนอยู่แค่ชั้นมัธยม โดยเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา อาลินา มอร์ส เด็กหญิงชาวรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา วัย 13 ขวบ สามารถทำรายได้จากการขาย ซอลลี แคนดี้ (Zolli Candy) ลูกอมที่นอกจากจะดีต่อสุขภาพฟัน ยังช่วยทำความสะอาดฟันได้ด้วย เป็นเงินถึง 6,000,000 ดอลลาร์ หรือราว 198 ล้านบาท อาลินาคิดส่วนผสมของลูกอมซอลลีขึ้นมาตั้งแต่เธออายุเพียง 9 ขวบ กระทั่งปัจจุบันลูกอมของเธอ ซึ่งมีทั้ง Zollipops, Zolli Drops และ Zaffi Taffy มีวางขายอยู่ในร้านค้า 7,500 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา รวมทั้งในเว็บอเมซอน ในห้างวอลมาร์ท ในโครเกอร์ ใน Whole Foods บริษัทที่ทำธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐอเมริกา สาวน้อยนักคิด นักทำ ให้สัมภาษณ์กับ ยาฮู ไลฟ์สไตล์ (Yahoo Lifestyle) ถึงความเป็นมาและความสำเร็จของลูกอมในตระกูลซอลลีของเธอไว้ดังนี้ ยาฮู ไลฟ์สไตล์ ถามว่า “ฉันได้อ่านมาว่า หนูได้ไอเดียอยากทำลูกอม ซอลลีป๊อป (Zollipops) ตั้งแต่หนูอายุแค่ 7 ขวบ หนูมีการตัดสินใจ และพยายามทำอย่างไรให้ไอเดียนี้ของหนูเป็นจริงขึ้นมา?” อาลินา
ธุรกิจ “ทัวร์กัญชา” เบ่งบาน พาไปดูตั้งแต่แปลงปลูก แถมได้สูบกับคนดัง เมื่อรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐอเมริกา มีกฎหมายออกมาเมื่อปี 2559 ระบุให้บุคคลที่มีอายุเกิน 21 ปีสามารถใช้กัญชาเพื่อสันทนาการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยสามารถมีกัญชาในครอบครองไม่เกิน 1 ออนซ์ หรือราว 28.3 กรัม นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นทำให้เกิดธุรกิจ “ทัวร์กัญชา” ที่ทุกวันนี้มีอยู่ในนครลอสแองเจลิสหลายเจ้า อาทิ บริษัท กรีน ทัวร์ (Green Tours), Green Line Trips, Weedology และ Dope Tours and Food High จีน โกรซอฟสกี เจ้าของบริษัท กรีน ทัวร์ วัย 35 ปี เล่าว่า พ่อของเขาเป็นชาวรัสเซียที่อพยพมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และทำธุรกิจทัวร์อยู่ในลอสแองเจลิสมานานหลายสิบปี ดังนั้น พอกัญชากลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายขึ้นมาในรัฐแคลิฟอร์เนีย เขาจึงคิดต่อยอดนำมาทำธุรกิจทัวร์ด้วยการพาลูกค้าไปเที่ยวชมการปลูกกัญชา แวะร้านขายยาที่มีกัญชาขาย และได้ลองสูบกัญชาเพื่อสันทนาการ แม้ฟังดูเหมือนง่าย แต่จีน โกรซอฟสกี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า การเริ่มทำธุรกิจกรีน ทัวร์ ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งก็เหมือนกับธุรกิจอีกหลายอย่างในรัฐแคลิฟอร์เนียที่เกี่ยวเนื่องกับกัญชา ที่ต้องเ
จากกระแสบนโลกโซเชียล ที่มีการแชร์ภาพร้านข้าวต้มแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางสามแพร่งตลาดในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดสระบุรี ทีี่มีแนวคิดของร้านความแหวกแนวไม่เหมือนใคร ยกทั้งโลง พวงหรีด ดอกไม้จันทน์มาแต่งร้าน บรรยากาศชวนหลอนปนขนลุก แต่งร้านในธีมงานศพ “ข้าวต้มปลง” คือ ชื่อของร้านแห่งนี้ คุณมณฑล ทองคำ เจ้าของร้านวัย 37 ปี เล่าที่มาที่ไปของร้านข้าวต้มงานศพแห่งนี้ ไว้บนเพจของทางร้านว่า ตนชื่อ มณฑล ทองคำ เคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง เนื่องจากหมดตัวจากการเล่นการพนัน เงินหมดไปหลายล้าน สูญเสียทุกอย่างในชีวิต ทั้งเพื่อน คนรัก และอาชีพ จนกระทั่งกลับมาเริ่มใหม่ได้ จากการทำ “ร้านย่างให้” ที่เปิดขายแฟรนไชส์ กระทั่งสามารถใช้หนี้จนหมด เลี้ยงครอบครัวได้ “ข้าวต้มปลง” เกิดมาจากความคิดที่ว่า ตนเองอยากกินข้าวต้มงานศพ แต่ในปัจจุบัน ตามงานศพได้เปลี่ยนมาแจกเป็นนมกับขนมปังให้แขกแทน อีกทั้งคุณยายที่ตนดูแลอยู่ ท่านชอบทานข้าวต้ม และตนก็อยากหารายได้เสริมให้พนักงานที่อยู่ในความดูแลได้มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จึงเกิดเป็นร้านข้าวต้มแห่งนี้ขึ้นนั่นเอง “มันจึงไม่ผิดที่เราจะแต่งร้านแบบนี้ ดีซะอีกเราจะได้ไม่ก้าวอย่
อย่าเพิ่ง ทำท่า “หยะแหยง” กันนะคะ เพราะ “ของเหลือทิ้ง” ที่ว่านี้ ไม่ใช่เศษอาหารที่มีคนกินเหลือ แต่เป็น พืช ผัก ผลไม้ ขนมปัง ของสด หรือของอะไรก็ตามแต่ที่สามารถกินได้นี่แหละที่ทางร้านอาหาร ร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็นว่าไม่สดใหม่ หรือใกล้จะหมดอายุ แล้วเตรียมจะเอาไปทิ้งลงถังขยะ แต่มีร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เรากำลังจะเล่าให้คุณฟังนี่ล่ะ ไป “ขอรับบริจาค” พืชผักเหล่านั้นมาปรุงเป็นอาหาร โดยอาหารทุกจานไม่มีการตั้งราคา แต่เปิดโอกาสให้ลูกค้า จ่ายเท่าไรก็ได้ตามต้องการ หรือตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋า คราวนี้ก็ “เข้าใจตรงพอยต์” กันแล้วนะคะ สำหรับร้านอาหารไอเดียดี๊…ดี ที่ว่านี้ ชื่อว่า “The Real Junk Food Project (เดอะ เรียล จั๊งก์ ฟู้ด โปรเจ็กต์)” เป็นร้านอาหารเพิ่งเปิดใหม่ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เมื่อเร็วๆ นี้เอง แต่เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. สำหรับวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น. เนื่องจาก แก๊บบี้ โฮล์มส์ และ นาตาลี ครีน สองสาววัย 23 ที่ร่วมมือกันก่อตั้งร้านนี้ ต่างมีงานประจำเป็น “สาวเสิร์ฟ” ด้วยกันทั้งคู่ แต่เจียดเวลา 2 วันมาทำร้านนี้ เ
เครื่องปั้นดินเผาประเภทเซรามิก เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นๆ สอดรับไปกับความเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จำนวนร้านอาหาร ร้านกาแฟ สปา โรงแรมที่พัก ผุดขึ้นในทุกๆ จังหวัด และผลงานทำมืออย่างเซรามิก ก็กลายมาเป็นส่วนสำคัญส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่า ที่อาจได้มากกว่าเท่าตัว ดังกล่าวมานี้คือความจริงที่ คุณอุเทน ริมฟอง ผู้ก่อตั้งกลุ่มเฮือนปฏิมาเซรามิก เล่าให้เราฟัง ปี 2 สร้างผลงาน ขายได้หลายหมื่น คงต้องกล่าวยกให้คุณอุเทน คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเซรามิก เพราะเขามีทั้งความรู้ร่ำเรียนเอกอุตสาหกรรมเซรามิก จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และยังจบศิลปกรรม เอกเครื่องปั้นดินเผา จากเทคโนโลยีราชมงคล ดีกรีเกียรตินิยม คุณอุเทน เริ่มต้นหารายได้จากความรู้ที่ได้ศึกษาตั้งแต่เริ่มอยู่ชั้นปี 2 โดยเขานำผลงานที่ทำส่งอาจารย์และผลงานสร้างสรรค์จากฝีมือของตนเองซึ่งเก็บรวบรวมไว้ระหว่างเรียน ไปออกงานแสดงสินค้า เพียงวันแรกของการเริ่มต้นขายก็มีลูกค้าชาวญี่ปุ่นเดินเข้ามาเหมายกร้าน รวมรายได้วันแรก 40,000 กว่าบาท และนี่คือจุดสร้างกำลังใจสำคัญ ที่ทำให้เขาเลือกเดินสู่เส้นทางสายผู้ผลิตจำหน่ายเซรามิกแบบเต็มตัว
แบบนี้ก็มี! เห็นหรือยัง ‘ต่างหูสลากกินแบ่ง’ ไอเดียเก๋ เอาใจคอหวย ชาวเน็ตก็ต่างแชร์ ภาพของต่างหู ไอเท็มใหม่เอาใจคอหวย ที่ออกแบบเป็นรูปสลากกินแบ่งอันจิ๋ว อย่างสวยงาม ให้ได้เสี่ยงโชค ทำเอาชาวเน็ตฮือฮา กับไอเดียนี้ไม่น้อย นอกจากนี้ ยังมีต่างหูรูปแบบต่างๆ ที่ทำออกมาเอาใจคนไทย อย่าง ชานมไข่มุก หนังสือแบบเรียน ถังสังฆทาน มาลัย กระป๋องมาม่า ไปจนถึงคุ้กกี้ และขนมห่อขบเคี้ยวต่างๆ และปาท่องโก๋ อีกด้วย ขอบคุณภาพจาก Nattakan Baikheaw
ตลาดราตรีหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เป็นแหล่งของกินยามค่ำ ที่คุณจะได้พบกับอาหารเวียดนามนานาชนิดแบบที่ชาวเวียดนามกินกันในบ้านเกิด พ่อค้าแม่ค้าเชื้อสายเวียดนามจะมาเริ่มจัดของขายตั้งแต่บ่าย 4 โมง และจะคึกคักที่สุดช่วง 5 โมงเย็นจนถึง 1 ทุ่ม ซึ่งตลาดจะปิดราว 3 ทุ่ม ร้านที่มีคนมุงตลอดคือ ร้านขายปากหม้อญวน ซึ่งคนทำทำกันมือระวิงไม่ได้หยุด ปากหม้อนี้ภาษาเวียดนามเรียกว่า “บั๊นก๊วน” (Bánh cuốn) ที่นี่จะทำแบบเวียดนามทุกอย่าง ตั้งแต่การละเลงแป้งบนผ้าที่ขึงบนปากหม้อเพื่อรับไอน้ำร้อนที่จะทำให้แป้งสุก แล้วใช้ไม้บางๆ ยาวๆ ม้วนแป้งขึ้นมาวางแผ่ ใส่ไส้ที่เป็นหมูสับผัดกับต้นหอม ม้วนแล้วหยิบใส่จาน หั่น “จ๋าหลั่ว” (chả lụa) คือหมูยอ มาวางเคียง พร้อมถ้วยน้ำจิ้ม “เนื้อกจ้าม” (Nước chấm) ที่ผสมน้ำเชื่อมกับน้ำปลารสเค็มๆ หวานๆ บนโต๊ะจะมีมะนาวหั่นซีกและพริกสดตำไว้ให้ปรุงรสเพิ่ม ชาวไทยจะคุ้นเคยกันดีเพราะมีขายอยู่ในร้านอาหารเวียดนามทั่วๆ ไป หลายคนจะเรียกว่าข้าวเกรียบปากหม้อ ซึ่งชื่อนี้ทำให้ฉันฉงนสงสัยมานานนับสิบปีว่าแป้งบางๆ นิ่มๆ ไม่เห็นจะกรอบแบบข้าวเกรียบ เหตุใดจึงเรียกว่าข้าวเกรียบปากหม้อ ฉันเพิ่งจะมาบรรลุเอาเม
