รอบโลก
สะพายกระเป๋าแบรนด์ดังกันมาเยอะ ลองมาดูแฟชั่นกระเป๋าสไตล์ไทยกันบ้าง ได้รับการแนะนำจากพี่ในออฟฟิศ ถึงกระเป๋าแบรนด์ไทยยี่ห้อหนึ่ง ด้วยรูปทรงการออกแบบไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน ฟังดูแล้วน่าสนใจ แบรนด์นี้ชื่อ Kanita กระเป๋าที่ชูเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างลงตัว โดยนักออกแบบสวย คุณฉัตร หรือ คุณคณิตา คนิยมเวคิน อายุ 34 ปี คุณฉัตร เล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีเธอทำงานประจำ นั่งออฟฟิศทั่วไป เงินเดือนไม่ได้มากมายอะไร ด้วยเหตุนี้จึงหันมาทำงานเสริม ด้วยความที่เธอหลงใหลในวัสดุเครื่องหนังอยู่แล้ว งานเสริมชิ้นแรกที่ทำจึงเป็นสมุดหนังทำมือ โดยนำความรู้ด้านออกแบบที่เรียนมา จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาประยุกต์ใช้กับความชอบส่วนตัว หลังทำขาย นักออกแบบสาว บอกว่า รายได้ค่อนข้างโอเค เลยยึดเป็นงานอดิเรกมาช่วงหนึ่ง จากนั้นตัดสินใจลาออกจากงานประจำแล้วมาทำจริงจัง “รู้จักเครื่องหนังมาตั้งแต่สมัยทำงานประจำอยู่แถวเสือป่า ซึ่งเป็นแหล่งค้าขายสารพัดสิ่ง รวมทั้งเครื่องหนังด้วย ช่วงพักเที่ยงฉัตรเดินผ่านร้านเครื่องหนังอยู่เป็นประจำ เห็นแล้วน่าสนใจ เลยเริ่มจากซื้อเศษหนังเพียงชิ้นสองชิ้น มาทำพวงกุญแจแจก
บางคนทอดได้ ก๊อบกรอบ แต่กรอบได้แป๊บเดียว ก็นิ่มแล้ว มันเกิดจากอะไร และจะมีวิธีแก้อย่างไร เฟซบุ๊ก เพจ เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหารและสิ่งรอบตัว ได้เผยเทคนิคไว้อย่างน่าสนใจ โดยสรุปก็คือ การเติมแป้งข้าวโพด และเหล้าวอดก้า (หรือเหล้าขาวไทย) ลงไปนั่นเอง ซึ่งการเติมแป้งข้าวโพด จะช่วยลดกลูเตนลงได้ (กลูเตนจะเป็นตัวดูดน้ำเข้าแป้ง ทำให้ไก่ไม่กรอบ) ส่วนวอดก้า หรือเหล้าขาว เป็นเอธานอล ที่จะช่วยให้น้ำรอบตัวมันระเหยออกไปได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ลงอ่านรายละเอียด จากข้อความที่โพสต์ดังนี้ “หลายๆคนคงเคยมีปัญหาในการทำไก่ทอดแล้วพบว่า ตั้งอุณหภูมิทอดพอดีก็แล้ว เปลี่ยนเป็นน้ำมันปาล์มทอดก็แล้ว ปรากฏว่าได้ไก่ทอดกรอบเช่นกัน แต่ว่าทิ้งสักพักแล้วดันนิ่มป๋อยจากการที่ไอน้ำจากชิ้นไก่นั้นออกมารบกวนแป้งที่เคลือบซะงั้น 😅 ซึ่งปกติการ #ทอดไก่แล้วกรอบไม่นาน นั้นจัดว่าเป็น #ปัญหาระดับชาติ กันเลยทีเดียว เนื่องจากว่าการเกิดไอน้ำและความชุ่มฉ่ำในชิ้นไก่นั้นดันย้อนคืนกลับมาทำลายความกรอบของแป้งไปซะงั้น 😂 ดังนั้นวันนี้แอดก็จะมาเล่าถึง #เกร็ดความรู้ที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ ถึง #เทคนิคทำให้ไก่ทอดนั้นมีความกรอบที่คงทนยาวนาน กันน
เรื่องกินเรื่องใหญ่ เรื่องตายเรื่องเล็ก แม้จะเป็นคำพูดที่แซวกันเล่นๆ แต่อย่างน้อยนี่ก็แสดงให้เห็นว่า คนเราให้ “ความสำคัญ” กับเรื่องกินมากมายขนาดไหน จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ทุกวันนี้มีร้านอาหารเกิดใหม่ตลอดเวลา หากไม่ขายรสชาติความอร่อย ก็ขาย “ความแปลก” เข้าไว้ ซึ่งมีทั้ง “ความแปลกใหม่” และ “แปลกประหลาด” อย่างล่าสุดที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ก็มีร้านอาหารที่เคลมตัวเองว่า เป็นร้านอาหารเปลือยเจ้าแรกในกรุงปารีส!!! ร้านอาหารที่ว่านี้มีชื่อว่า O’naturel เป็นร้านอาหารขนาด 20 โต๊ะ ตั้งอยู่บนถนนที่ไม่อึกทึกพลุกพล่านในกรุงปารีส โดยหน้าร้านมีเพียงผ้าม่านสีขาวปิดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกมองเข้าไปเห็นความเป็นไปภายในร้าน ส่วนใครที่อยากเข้าไปลองดูบรรยากาศ และลองชิมรสชาติอาหารร้านนี้ จะเดินดุ่ยๆ เข้าไปไม่ได้นะค้า เพราะที่นี่เขามีกติกาว่า ลูกค้าจะต้องโทรไปจอง หรือทำการบุ๊กกิ้งก่อน จึงจะมีโอกาสเข้าไปนั่งกินอาหารในร้านได้ แล้วเมื่อเข้าไปแล้ว ไม่ว่าใครจะร่ำรวยขนาดไหน ก็อยู่ในสภาพเท่าเทียมกันหมดชนิด “หมดเปลือก” เพราะทุกคนจะต้อง “แก้ผ้า” สวมได้เพียงรองเท้าแตะที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น ส่วนคุณสุภาพสตรี
ซาปาเป็นเมืองเล็กๆของเวียดนาม ติดชายแดนจีน ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของหมู่เขาทมึน ซาปาเล็กและถ่อมเนื้อถ่อมตัว ก่อนนี้เป็นเมืองไกลเกินเอื้อม กว่าจะฝ่าเขาแต่ละลูกไปถึงได้ก็เนิ่นนาน จนเมื่อผู้คนเริ่มกล่าวขานถึงเสน่ห์ของซาปา ของความงดงามของซิมโฟนีแห่งขุนเขา ของเมฆหมอกที่หลั่งไหลเคลียคลอตลอดปี รัฐบาลเวียดนามตระหนักว่าซาปาเป็นเพชร มิใช่เพียงเพชรยอดมงกุฎ หากแต่เป็นเหมืองเพชร จึงสร้างถนนพิเศษยาวสองร้อยกว่ากิโล เชื่อมฮานอยเมืองหลวง กับเลาคาย จังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของซาปา จากฮานอยวิ่งมาตามทางด่วนนี้ใช้เวลาห้าชั่วโมงกว่า ลองคิดดูเถิดว่าก่อนจะมีทางด่วนนี้จะใช้เวลากี่ชั่วโมง สำหรับมาตรฐานไทย ซาปามีอากาศหนาวตลอดปี หน้าหนาวบนยอดเขาจะมีหิมะปกคลุม เป็นภูมิประเทศ และภูมิอากาศแบบยุโรป เป็นสวิสเซอร์แลนด์ของอินโดจีน สิ่งที่ซาปาต่างจากยุโรป หรือสวิสเซอร์แลนด์คือ ใต้เงื้อขุนเขาและเมฆหมอก ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บนั้น ซาปามีคนจนมากมาย พูดให้ชัดกว่านั้น ซาปา”จน” ในนับร้อยนับพันยอดเขาที่โอบล้อมซาปา ยอดเขาฟานซีปั้นเป็นยอดที่สูงที่สุด จุดยอดสูง 3,143 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สูงที่สุดในอินโดจีน และสูงกว่าอินทนนท์ซึ่งมีความส
คณะวิจัยนำโดย ผศ.ดร.ชนะ รักษ์ศิริ นายเอกภพ เหล็กเพชร นายธนกร วัฒนาพร น.ส.นันท์นภัส ทิพส์แสง นายวัชรพงษ์ สุขศรีสว่างวงศ์ นายเจษฎา ศรีวิทิตกุล นายสิรวิชญ์ สุวัฒน์ธนากร ทุกวันนี้ ประชากรโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในทางเดียวกันความต้องการเครื่องอุปโภคบริโภคก็มากขึ้นด้วย สังเกตว่าในทุกๆ มื้ออาหารมักจะต้องมีไข่หรือเนื้อไก่เป็นมื้อประจำ และจากความต้องการบริโภคไก่ และไข่ที่มีมากทำให้อุตสาหกรรมไก่เติบโตขึ้นทุกปี ในทุกๆ วันมีการฟักไข่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ใช่ทุกฟองที่สามารถฟักออกเป็นตัวได้ ไข่บางฟองเชื้อตาย มีรอยร้าว หรืออื่นๆ หากเราปล่อยให้ไข่เหล่านี้เข้าไปในตู้เกิด ไข่เหล่านี้จะเน่าและทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ส่งผลให้ไข่หรือลูกเจี๊ยบที่ออกมาเกิดความเสียหายได้ จึงเกิดแนวคิดออกแบบสร้างเครื่องตรวจสอบและคัดแยกไข่ที่มีโอกาสฟักอัตโนมัติขึ้นมา โดยใช้การประมวลภาพจากกล้องในการระบุไข่เสียและใช้ระบบแขนกลในการคัดแยกไข่เหล่านี้ออก เทคโนโลยีในการตรวจสอบคัดแยกไข่ที่มีโอกาสฟักอัตโนมัติโดยใช้การประมวลผลและใช้แขนกลในการคัดแยกไข่ที่ไม่มีโอกาสฟักออก สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ผศ.ดร.ชนะ รั
ชาวอินโดนีเซียนั้นใช้ซีอิ๊วเป็นเครื่องปรุงรสหลักในอาหารเลยทีเดียว โดยมีทั้งซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำรสหวานเรียกว่า “เกอจั๊บ มานิส” (Kecap Manis) ทั้งใช้จิ้ม ใช้ปรุงรส ใช้หมักกับอาหารต่างๆ เช่น หมักปลาแล้วนำไปย่างที่เรียกว่า “อิกัน บาการ์” (Ikan bakar) ซึ่งเคยเขียนถึงไปแล้ว เวลาใส่ซีอิ๊วหวานในอาหาร ใส่ทีก็ไม่ใช่ใส่น้อยๆ แต่จะใส่จนอาหารนั้นมีสีน้ำตาลเข้ม วันนี้ลองมาทำเมนูซีอิ๊วหวานแบบง่ายๆ และถูกปากชาวเรากันดีกว่าค่ะ นั่นคือ ไก่ผัดซีอิ๊วหวาน ที่มีชื่อเรียกว่า “อะยัม เกอจั๊บ” (Ayam Kecap) หรือ อะยัม มาสัก กิจั๊บ (Ayam masak kicap) ก่อนอื่นนำไก่ส่วนที่ชอบ จะเป็นปีก น่อง หรือส่วนอื่นๆ ก็ได้ ถ้าเป็นส่วนที่ชิ้นใหญ่ก็สับเสียหน่อย นำไปหมักกับขิงสับ กระเทียมสับ เกลือ และพริกไทย ทิ้งไว้ในตู้เย็น ระหว่างนี้จะไปทำอะไร เล่นเฟซ เล่นไลน์เพลินๆ ไปก่อนก็ตามสะดวก เมื่อกะว่าเครื่องหมักเข้าเนื้อดีแล้วก็ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากหน่อย รอจนร้อนก็ใส่ไก่ลงไปทอดให้ผิวนอกสุกเหลืองสวยงามก็ตักขึ้นมาพักไว้ เทน้ำมันออกให้เหลือติดกระทะนิดหน่อย ใส่เนยลงไปผสม ตามด้วยกระเทียมสับ หอมแดงสับ และหอมใหญ่ซอย ผัดจนสุกใสจะได้กลิ่นหอมโชย
ถึงจะไม่สวย ดูแล้วไม่ชื่นตาชื่นใจเหมือนดู “เอ็มม่า วัตสัน” หรือ เอ็มม่า สโตน สองนางเอกสาวสวยฮอลลีวูด แต่ถ้าพูดถึงฝีมือในการนวดแล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าสองสาวเอ็มม่า ก็สู้ “เอ็มม่าหุ่นยนต์หมอนวด” ที่ถูกนำมาให้บริการแล้วที่คลินิกแพทย์แผนจีนแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ไม่ได้แน่นอน เอ็มม่า ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนคน แต่โรบอตตัวนี้ซึ่งเป็นผลงานของสตาร์ตอัพสัญชาติสิงคโปร์ชื่อว่า “AiTreat” เป็นหุ่นยนต์ที่มีรูปทรงเหมือนเครื่องจักรกล หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ประกอบด้วยแขนเหล็กอันแข็งแรง ขณะที่ตรงส่วนปลายแขนที่ทำหน้าที่เสมือนมือนั้นทำมาจากซิลิโคนที่ให้ความอุ่นเหมือนฝ่ามือมนุษย์ และได้ถูกนำมาให้บริการในคลินิกแพทย์แผนจีนในสิงคโปร์ชื่อว่า โนวาเฮลท์ ทีซีเอ็ม (NovaHealth TCM) เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากรายงานข่าวของเอเอฟพี เล่าว่า ด้วยค่าบริการ 68 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 1,686 บาท ลูกค้าที่เดินเข้าไปในคลินิกโนวาเฮลท์ ทีซีเอ็ม จะได้รับการนวดตรงบริเวณแผ่นหลังที่มีอาการปวดจากเอ็มม่าเป็นเวลา 30 นาที ตามด้วยการนวดจากนักบำบัด หรือหมอนวดที่เป็นคนจริงๆ อีก 5 นาที ต่อจากนั้นก็จะเป็นการฝังเ
พักนี้มีเรื่องให้ต้องไปมาเลเซียหลายเรื่อง เรื่องแรกคือ ไปเจอคู่หนุ่มสาวมาเลย์คู่หนึ่ง ที่เพิ่งถูกตัดสินให้มีความผิดฐานดูหมิ่นศาสนาอิสลาม ที่จริงสองหนุ่มสาวเชื้อสายจีนนี่เป็นข่าวมาก่อนหน้า หลังจากเคยถ่ายคลิปวิดีโอสวีทกันหวานแหววกันโพสต์ขึ้นบล็อกตัวเอง ซึ่งฉันดูก็ไม่เห็นเป็นไร หนุ่มสาวรักกันก็อยากแสดงออก เพราะยุคนี้มันเป็นยุค ìมีอะไรก็อยากให้โลกรู้î รักกันมันแน่นอก ต้องกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันให้โลกเห็น ฉันดูแล้วก็สวยดี ถึงจะรู้สึกว่าแหมอะไรกันต้องอวดกันขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นอาชญากรรมอะไร คนทำอะไรแย่ๆ กว่านี้ยังมีอีกเยอะ แต่เพราะมาเลเซียเป็นสังคมเคร่งศาสนา โดยเฉพาะศาสนาอิสลาม ก็เลยถูกด่าขรม เจ้าหนุ่มซึ่งเป็นนักศึกษาเรียนดีขนาดได้รับทุนรัฐบาล ก็ถูกถอดจากทุน ส่วนสาวที่เป็นระดับปัญญาชนของประเทศ ก็เหมือนจะเจอมรสุมเข้าไม่น้อย แต่ 2 คนไม่ยอมแพ้ เมื่อบล็อกของตัวเองถูกสั่งปิด ก็พากันย้ายไปออกอากาศในยูทูบ ทีนี้แรงขึ้นอีก พูดจาเรื่องเซ็กซ์ เรื่องความสัมพันธ์หญิงชายแบบตรงไปตรงมา แสดงท่าให้ดูก็มี ซึ่งฉันก็ว่าเขามีสิทธิ์ คนเรียนมากจะม
คนที่บ่นเบื่อแผงลอยขายของบนทางเท้าบ้านเรา แล้วชอบพร่ำเพ้อว่าบ้านอื่นเมืองอื่นเขาไม่เห็นทำกันแบบนี้เลย ขอให้รู้ว่าไม่จริง บ้านอื่นเมืองอื่นเขาก็มีกันมากมาย ฉันไม่พูดไกล เอาอย่างที่อเมริกานี่ก็คาหูคาตา นิวยอร์กนี่แหละตัวดีนัก ขายกันตั้งแต่ขนมนมเนย ถั่วอบ เครื่องดื่ม ไอศกรีม เสื้อผ้า ถุงเท้า กระเป๋า สติ๊กเกอร์ ที่จริงแทบทุกเมืองของอเมริกาเขามีขายของบนที่สาธารณะ แต่มักอนุญาตให้ขายได้เฉพาะวันหยุด มีที่ทางให้ขายกันเป็นเรื่องเป็นราว อย่างที่ฉันเล่ามาให้ฟังเยอะแยะ ไม่ว่าจะตลาดกรีน หรือตลาดยูเนียนสแควร์ ที่นิวยอร์กนี่ ตลาดปลอดสารพิษ ที่ซานตาโมนิก้า แอลเอ., ตลาดโรสโบวล์ ที่พาซาดิน่า แต่นิวยอร์กนี่ เขาให้ขายกันบนทางเท้าจะจะเป็นธุรกิจเป็นเรื่องเป็นราวเลย ย่านไหนคนมากเขายิ่งอนุญาตให้ขาย เอาง่ายๆ อย่างย่านไทม์สแควร์ ซึ่งทางหนึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญ คนมากมายยังกะมดปลวก อีกทางหนึ่งเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวมักแวะไปชม แบบว่าไปนิวยอร์กต้องไปให้ถึงไทม์สแควร์ หรือถ้าเป็นผู้หญิง พวกชอบช็อปปิ้งก็ต้องโผล่ไปที่ถนนสายที่ห้า หรือ Fifth Avenue ของไทม์สแควร์ เสียหน่อย เป็นนับว่าได้มาถึงกับเขาแล้ว ในมหานครนิวยอ
แท็กซี่ นับเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายอย่างหนึ่งของคนไม่ชอบขับรถ คนไม่มีรถขับ และคนที่เบื่อกับการขับวนหาที่จอดรถ ยิ่งเวลาต้องเดินทางไปในย่านธุรกิจซึ่งหาที่จอดรถยาก หรือหากมี ก็เป็นที่จอดรถที่มีการเก็บค่าจอดรถแพงมหาโหด แต่ปัญหาอย่างหนึ่งเวลาใช้บริการรถแท็กซี่ก็คือ บางครั้งนั่งแล้วรู้สึกทรมานยิ่งกว่าขับรถเอง หากไปเจอโชเฟอร์แท็กซี่ช่างจ้อ ที่พูดไม่หยุด หรือชอบชวนผู้โดยสารคุยไปตลอดทางตั้งแต่ขึ้นรถ ยันลงรถ แถมยังคุยในเรื่องที่ผู้โดยสารไม่สนใจ ไม่ได้อยากจะรู้ หรืออยากจะฟังเลยสักนิด ซึ่งจุดนี้เอง ที่ทำให้บริษัทผู้ให้บริการรถแท็กซี่ชื่อว่า “มิยาโกะ” ในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้จับมาเป็น “จุดขาย” ทดลองนำมาแตกไลน์เป็นบริการใหม่เรียกว่า “ไซเลนซ์ แท็กซี่” หรือ “แท็กซี่เงียบ” ที่โชเฟอร์จะพูดกับผู้โดยสารเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะปล่อยให้ผู้โดยสารได้นั่งเงียบๆ ไปตลอดทางตามความต้องการ ใครจะคิดล่ะว่า เรื่องเล็กๆ แบบนี้ จะมีผู้ให้บริการแท็กซี่ใส่ใจ และหยิบมาหาเงินกับลูกค้าอีกกลุ่มได้ ซึ่งเราเชื่อว่า น่าจะมีผู้โดยสารประเภทนี้อยู่ไม่น้อยเชียวล่ะ จากรายงานข่าวเล่าว่า บริษัทมิยาโกะ ซึ่งมีรถแท็กซี่ในสังก
