รอบโลก
สมัยนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องให้แปลกแหวกแนวไว้ก่อน จะได้ขายไม่ยาก แต่ที่ว่าแหวกแนวนั้นต้องน่าดูชมด้วยนะถึงจะเรียกคนให้หันกลับมามองซ้ำได้ ฉบับที่แล้วพูดถึงเรื่องคนชอบนอนแขวนอยู่บนหน้าผาและใต้ต้นไม้ห้อยโตงเตงเป็นลิงเป็นค่างบ่างชะนี ลองดูสักทีว่าถ้าใช้ชีวิตแบบ “แขวนลอย” อยู่ในอากาศ แล้วจะรู้สึกอย่างไร เต๊นท์นอนแขวนลอยของนักปีนเขาแบบนั้นอาจจะยังไม่มีจำหน่ายในเมืองไทย คงต้องสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์กันเป็นหลัก แต่ถ้าท่านใดยังอยากนอนบนต้นไม้ในเทศกาลพักผ่อนกลางลมหนาวยามนี้ มีทางเลือกอื่นให้ลองค่ะ ไม่ต้องลำบากลำบนไปห้อยโตงเตงเหมือนเต๊นท์ Portaledge แต่จะได้นอนบนเตียงนิ่งๆ นุ่มๆ สบายในลักษณะห้องพักแบบรังนก หรือ “เดอะ เบิร์ด’ส เนสท์” ระดับสี่ห้าดาว เรียกง่ายๆ ว่าเป็นโรงแรมบนต้นไม้ “ทรีโฮเต็ล” (Tree Hotel) ก็แล้วกัน ทรีโฮเต็ล (Tree Hotel) ที่เอามาให้ชมกันนี้เป็นโรงแรมรังนกที่ประเทศสวีเดนค่ะ ไกลจากบ้านเรามากมายทีเดียว ถ้าไม่มีสตังค์ไปเที่ยวก็เที่ยวผ่านรูปและเรื่องในคอลัมน์นี้ไปก่อนแล้วกัน ตัวโรงแรมตั้งอยู่ในหมู่บ้าน “Harads” เป็นชนบทห่างไกลทางภาคเหนือของประเทศสวีเดน อยู่ห่างไปทางตอนใต้ของเส้นอาร์กติก เซ
เมื่อเร็วๆ นี้ นาซาเพิ่งเผยภาพด้านมืดของดวงจันทร์ ทำให้เราเห็นว่าดาวโลกสีน้ำเงินดวงนี้สวยงามกว่าดวงจันทร์มากมายหลายเท่านัก หลายคนอาจไม่รู้ว่าภาพดวงจันทร์ที่เรามองเห็นกันอยู่ทุกวันนั้นเป็นภาพด้านสว่างเพียงด้านเดียวของดวงจันทร์ เพราะดวงจันทร์จะหันด้านเดียวเข้าหาโลกเสมอ ส่วนอีกด้านของดวงจันทร์ที่เรามองไม่เห็นนั้นเรียกว่า “ด้านมืด” โดยปกติแล้วถ้าเรามองดวงจันทร์จากพื้นโลกจะไม่มีทางได้เห็นด้านหลังของดวงจันทร์เลย เพราะดวงจันทร์หมุนโคจรไปพร้อมกับโลก เป็นการหมุนแบบสมวาร (Synchronous rotation) เราจึงเห็นดวงจันทร์จากโลกด้านเดียวเสมอซึ่งบางทีก็เรียกว่าด้านใกล้ของดวงจันทร์ และเหตุที่เรามองเห็นดวงจันทร์เป็นรอยด่างดำชัดเจน ก็เพราะว่าเป็นแสงและเงาที่เกิดจากความสูงต่ำบนผิวดวงจันทร์ ถ้าเห็นความสว่างบนพื้นผิวมากแสดงว่าเป็นบริเวณที่ราบสูง ถ้าเห็นความมืดคล้ำบนพื้นผิวแสดงว่าเป็นที่ราบต่ำ ภาพที่นำเอามาให้ชมนี้เป็นด้านมืดของดวงจันทร์ เพราะยานอวกาศของนาซาสามารถถ่ายจากด้านนอกอีกด้านหนึ่งของดวงจันทร์เข้ามาโดยมีโลกเป็นฉากหลัง กล้องของนาซาได้เผยให้เห็น “ด้านมืด” ของดวงจันทร์ (Dark Side of the Moon) ที่ชาวโลกไม่เคย
ถ้าจำไม่ผิด เหมือนเราจะเคยพากันไปเดินตลาดในเกาหลีเหนือมาแล้วด้วยอารมณ์เหวอๆ แถมตุ๊มต่อม ด้วยเพราะตลาดของเขาแทบไม่มีอะไรวางขาย คนส่วนใหญ่เขาแทบไม่ซื้อขายอะไรกัน หากจะมีบ้างเขาก็ไปซื้อในร้านของรัฐบาล ผักหญ้าก็ปลูกกินกันเองไม่ค่อยซื้อ ตลาดจึงหงอยหนักหนา เดินตลาดเกาหลีเหนือจึงไม่มีอะไรสนุก แถมอาการระแวดระวังหนักหนาของคนเกาหลีเหนือที่มีต่อคนแปลกหน้า ก็ให้ทั้งเศร้าและเซ็ง ซึ่งก็ต้องเข้าใจเขา เขาอยู่ในประเทศสังคมนิยมที่ปกครองแบบปิดมาเกือบ 50 ปี เรื่องราวภายในเกาหลีเหนือเป็นอย่างไร เราก็รู้กันดี คราวนี้เราไปเดินตลาดเมืองพรมแดนจีนติดเกาหลีเหนือ เรียกว่าเมืองหน้าด่าน เพราะประชิดกันแค่แม่น้ำกั้น เมืองตานตง หรือ Dandong อยู่ชายแดนจีน นั่งรถไฟจากปักกิ่งไป 13 ชั่วโมง หรือจะนั่งเครื่องบินไปก็แค่ 3 ชั่วโมง ทุกวันนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไปกันปีละหลายล้านคน ไม่มีอะไร พากันไปชะโงกดูเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือไม่อนุญาตให้คนต่างประเทศเข้าไปท่องเที่ยวได้ง่ายๆ แต่เมื่ออยากรู้อยากเห็นกัน วิธีที่ดีที่สุดคือมาที่เมืองตานตง ไปยืนบนฝั่งแม่น้ำยาลู แล้วก็มองไปฝั่งตรงข้าม เท่านั้นก็จะได้เห็นเกาหลีเหนือของจริง เมืองข
“เกาะปันหยี” หมู่บ้านกลางน้ำในจังหวัดพังงา เป็นชุมชนที่มีผู้คนอยู่อาศัยมานานจนมีการขยับขยายปลูกสร้างบ้านเรือนติดๆ กันเป็นพืด ขยายอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอ่าวพังงามาแต่ไหนแต่ไร ชีวิตผู้คนในถิ่นที่อยู่อาศัยกลางทะเลที่นี่เรียบง่าย มองไปทางไหนก็มีแต่ท้องฟ้า ทะเลกว้าง ห่างไกลความเจริญ ความสนุกสนานเพลิดเพลินสำราญใจคงมีกันอยู่ไม่กี่อย่าง คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬาฟุตบอล คือ กีฬายอดฮิตอันดับหนึ่งที่แพร่หลายไปทั่วโลก แม้ว่าโชคชะตาฟ้าลิขิตให้เกิดมาเป็นชาวเกาะ ไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะทำสนามฟุตบอลใหญ่ๆ ระดับมาตรฐาน แต่ก็ใช่ว่าชาวเกาะจะไม่มีสิทธิ์ลิ้มรสชาติของเกมลูกหนัง! หลายสิบปีก่อน เด็กชายกลุ่มหนึ่งมีใจรักฟุตบอล ฝันอยากเล่นเก่งเหมือนเปเล่ ซิโก้ แห่งบราซิล แต่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย มีแต่ภูเขากับทะเล พวกเขาอาศัยเล่นตามชายหาดเวลาน้ำลงบ้าง ต่อมาก็หาเศษไม้มาต่อเป็นแพปลาแล้วเตะเล่นกันบนแพเสียเลย จนพัฒนามาเป็นสนามคอนกรีตก่อสร้างกลางทะเล 2 สนาม ปัจจุบัน ยังมีสนามที่เป็นโป๊ะพลาสติกลอยน้ำอีก 1 สนาม ทำให้ความฝันของเยาวชนเหล่านี้เป็นจริง หากมองมุมสูงจะสวยงามมากเป็นสนามฟุตซอลที่
ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักตามแหล่งค้าขายยอดฮิต อย่าง ตลาดนัดยามค่ำคืน ที่กระจายอยู่แทบทุกมุมเมือง เรื่องของ “การแข่งขัน” ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การหา “จุดขาย” ที่ “โดดเด่น” และ “แตกต่าง” ของเหล่าผู้ประกอบการน้อยใหญ่ ในทุกประเภทสินค้าจึงนับเป็นเรื่องจำเป็น ว่ากันถึงสินค้ากลุ่มอาหาร เป็นอันรู้กันใครๆก็อยากทำออกมาขาย เพราะเชื่อกันว่า น่าจะขายได้ ขายง่าย กว่าสินค้าประเภทอื่น “สถานี มี หอย” คือ ร้านอาหาร ชื่อเรียกชวนอมยิ้ม เปิดให้บริการอยู่ที่โซนอาหาร ของ หัวมุม Market & More ตลาดนัดยามค่ำคืน ย่านเกษตร-นวมินทร์ ร้านแห่งนี้มีเมนูหลักเพียง 3 รายการ คือ หอยแครงลวก หอยหวานลวก และ หอยแมลงภู่อบ เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มสองรส หวานกับเปรี้ยว ตั้งราคาขายจานละ 100 บาท เหมือนกันหมด แต่แตกต่างกันที่ปริมาณของหอยแต่ละชนิด แต่ถ้าสั่งชุด “หอยรวม” ทั้งสามชนิด เสิร์ฟมาในจานใหญ่ ทางร้านตั้งราคาไว้ 290 บาท สำรวจบรรยากาศโดยรอบ ไม่มีการตกแต่งอะไรเป็นพิเศษ โต๊ะ-เก้าอี้ ก็เลือกใช้วัสดุง่ายๆเป็นพาเลทไม้ มาต่อๆกัน แต่ที่เห็นว่าน่าจะสะดุดตา เรียกให้ผู้คนหยุดยืนอ่านได้ไม่น้อย คงเป็นป้ายไวนิล พื้นเขียวตัวหนัง
เว็บไซต์ ดิ อินดีเพนเดนต์ ของอังกฤษรายงานว่า ฟานมูฟ บริษัทผู้ผลิตรถจักรยานสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่ ประสบปัญหาจักรยานได้รับความเสียหายจำนวนมากระหว่างการขนส่ง ดูเหมือนว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้แล้วด้วยวิธีการง่ายๆ นั่นคือพิมพ์ภาพโทรทัศน์จอแบนไว้ข้างกล่อง และด้วยวิธีการที่ทำให้ดูเหมือนว่า กล่องใส่จักรยานเหมือนเป็นกล่องใส่ทีวี ทำให้ฟานมูฟ ที่ส่งออกจักรยานให้กับลูกค้าในต่างประเทศ ลดความเสียหายลงได้มากถึงราว 70-80 เปอร์เซ็นต์ ทาโก คาร์เลียร์ ผู้ร่วมก่อตั้งฟานมูฟเปิดเผยกับดิ อินดีเพนเดนท์ว่า “เราได้แนวคิดนี้หลังจากที่สินค้าของเราเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนที่ถูกขนส่งในสหรัฐ” “ท้ายที่สุดแล้วร้านของเราในบรู๊กลินเต็มไปด้วยจักรยานมือ 1 มีตำหนิที่เรานำมาซ่อมแซมใหม่และนำมาขายลดราคา” คาร์เลียร์กล่าว และว่า “ทีมงานของเราปรึกษากันและเห็นว่าผู้ส่งสินค้าจะระมัดระวังกับบรรจุภัณฑ์มากกว่าหากพวกเขารู้ว่ามีสินค้าราคาสูงอยู่ภายใน และจากการที่กล่องของเรามีขนาดเท่าๆ กับทีวีจอแบนขนาดใหญ่ เราจึงตัดสินใจที่จะพิมพ์ภาพทีวีลงไปบนกล่อง ซึ่งมันได้ผลดีมาก ในสหรัฐความเสียหายของสินค้าลดลงราว 70-80 เปอร์
เรียกเสียงฮือฮาไปเมื่อไม่นาน สำหรับการเปิดตัว “แหลมเกต อินฟินิท” ร้านอาหารซีฟู้ดบุฟเฟต์ ย่านจตุจักร ที่สุดเลิศหรูอลังการไม่เหมือนงานเปิดร้านขายอาหารทั่วไป ลองสำรวจบรรยากาศร้านโดยรอบบนพื้นที่ 666 ตารางเมตร บริเวณชั้น 2 ของเอสเจ อินฟินิท ทาวเวอร์ พบว่ามีความแตกต่างจากร้านอาหารทั่วไป ดูหรูหราราวกับเวทีละครโรงใหญ่ ที่พร้อมจะเปิดม่านต้อนรับการมาเยือนของแขกนับพันคน เมื่อถึงเวลาทำการแสดง เมื่อไล่เรียงไปที่เมนูประจำร้าน ยังพบความแปลกตาน่าสนใจอีกหนึ่งประเด็น เห็นจะเป็นเรื่องของเมนูอาหาร เพราะโดยทั่วไป เมนูอาหาร มักมีแค่ตัวหนังสือหรือไม่ก็ภาพถ่ายประกอบ แต่เมนูอาหารของ “แหลมเกต อินฟินิท”แห่งนี้ มีภาพวาดสีน้ำมันแนวเสมือนจริงจัดเรียงรายอยู่บนเมนูสองหน้ากระดาษ เรียกว่าโดนใจ “สายอาร์ต”ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับความเป็นมาของเมนู ที่เป็นงานศิลป์รังสรรค์ความอร่อยได้เสมือนจริง นี้ ผศ.สำราญ มณีรัตน์ อาจารย์ประจำสาขาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ บอกว่า เมื่อไม่นานมานี้ ทางแหลมเกต ได้ร่วมมือกับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่างฯ ให้ช่วยกันปรุงแต่งภาพสีน้ำม
หลายๆ ครั้ง ไอเดียศิลปะที่โดนใจผู้คนอาจมาจากสิ่งรอบตัว ซึ่งบางครั้งอยู่ใกล้จนคิดไม่ถึง แม้กระทั่งเดินเหยียบย่ำอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่กลับมองข้าม “เอ็มมา ฟรานซ์ ราฟฟ์” ศิลปินและดีไซเนอร์แฟชั่นชาวเยอรมัน มองเห็นสิ่งที่ผู้คนไม่เคยนึกถึง แม้จะเดินผ่านไปผ่านมาทุกวัน และเธอสามารถนำมาสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับความนิยม รวมทั้งสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ไอเดียที่ว่าคือ การสร้างสรรค์ลายเสื้อผ้าและกระเป๋าผ้าแบบต่างๆ จากฝาท่อระบายน้ำ แปลก แหวกแนว แตกต่าง และไม่ได้ใช้ต้นทุนมากมาย ฟรานซ์ ราฟฟ์ เริ่มต้นผลงานแฟชั่นจากฝาท่อในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งฝาท่อแต่ละชิ้นในเมืองนี้มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นงานศิลป์ที่มีความสวยงามอยู่แล้ว คนทั่วไปเดินผ่านท่อระบายน้ำเหล่านี้ แต่ ฟรานซ์ ราฟฟ์ เลือกพิมพ์ลวดลายของฝาท่อเหล่านี้บนเสื้อผ้า ตามหลักของการพิมพ์นูน โดยใช้ลูกกลิ้งทาหมึกหลากสีสันลงบนฝาท่อ แล้วนำเสื้อ หรือกระเป๋าผ้าลงไปประทับลายดังกล่าว ความชำนาญจะทำให้การทาสีหมึกลงบนฝาท่อมีความสม่ำเสมอ และสามารถกดด้วยน้ำหนักที่เท่ากัน เพื่อให้ลายปรากฏชัดเจน เคล็ดลับสำคัญของนักออกแบบรายนี้อยู่ที่การใช้หมึกท
เรื่องเศร้าสลดที่ญี่ปุ่นไม่กี่วันก่อน ทำให้ฉันนึกถึงข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่เคยถกเถียงกับเพื่อนมาตลอดหลายสิบปีที่ไปๆ มาๆ ประเทศนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราอาชญากรรมต่ำมาก แต่เมื่อเกิดขึ้นมักเป็นอาชญากรรมรุนแรง สมัยฉันไปเรียนเมื่อก่อนโน้น คดีที่มักเกิดขึ้นคืออาชญากรรมของแก๊งยากูซ่า ฆ่าพวกเดียวกัน ฆ่าศัตรู ฆ่าโสเภณีที่หนีจากการควบคุม คือ มันสะท้อนภาพดำมืดออกมาอย่างรุนแรงเท่าที่จะทำได้ในสังคมที่คนโค้งแทบจดดินเวลาพบปะกัน ไม่นานต่อมา มักมีข่าวเรื่องการผลักคนให้รถไฟชน มีปีละไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งรุนแรงเกินจะนึกได้ว่าคนกับคนทำกันอย่างนั้นได้อย่างไร ญี่ปุ่นเป็นเหมือนบ้านที่สาม รองจากอเมริกา และไทย ฉันผูกพันกับญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นมากมายเกินกว่าจะพูดได้หมด จึงเศร้าสลดทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ล่าสุดที่เหยื่อคือคนพิการ 10 กว่าคน ฉันพูดไม่ออกไปตลอดทั้งวัน ญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ คนวัยทำงานมีน้อยกว่าคนที่กินเงินเกษียณ สังคมที่เหน็ดเหนื่อยกับการแบกรับภาระหนักเช่นนี้ จึงมีอาการ “สติแตก” อย่างมากทั้งปริมาณและความรุนแรง คนรุ่นใหม่มักมองว่าคนแก่เป็นภาระ ทั้งที่ต
อุยกูร์เป็นคนเชื้อสายเติร์ก คือสายเลือดเดียวกับคนที่อยู่ในตุรกี ตุรกีจึงเป็นประเทศที่รับคนอุยกูร์ไปอยู่ด้วยตลอดทุกครั้งที่มีปัญหาขัดแย้งกับจีน อุยกูร์เป็นชนกลุ่มน้อยอาศัยในมณฑลซินเจียงตอนใต้ บริเวณที่เรียกว่าเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ คือซินเจียงน่ะเป็นชื่อของมณฑล หรือเขตนั้น ส่วนอุยกูร์เป็นชื่อของเผ่าพันธุ์คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น แม้อุยกูร์เป็นชนกลุ่มน้อย แต่ก็เป็นชนกลุ่มน้อยที่มีสัดส่วนประชากรมากกว่าใคร รวมทั้งมากกว่าคนจีนด้วย (ก็เขาถึงเรียกว่าเขตปกครองตนเองชาวอุยกูร์ไง) บางคนเรียกซินเจียงว่าเตอกิสสถานตะวันออก เพราะเคยอยู่ในประเทศนั้นมาก่อน จีนรวมเอาเขตนี้มาได้ตอนรวมประเทศเมื่อปี 2492 ซินเจียงแปลว่าพรมแดนใหม่ เขตแดนใหม่ เพราะมีพรมแดนติดมากมายประเทศ ทั้งรัสเซีย มองโกเลีย คาซัคสถาน เตอกิสถาน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย กระทั่งทิเบต เมื่อได้มาจีนก็เอามาทำถิ่นฐานสำหรับชนกลุ่มน้อยของเขา โยกย้ายคนเข้ามามากมาย มีอุยกูร์ที่อยู่มาก่อนแล้วหลายพันปี มีชาวคาซัค ชาวตาจิค ชาวฮุ่ย ชาวเคิร์ก และมองโลก ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ในแถบนี้มาก่อนที่จะรวมเอาดินแดนเขาเข้ามา แล้วจีนก็ให้คนจีนเชื้อสายฮั่นเข้า
