รอบโลก
ในบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย “ค้างคาว” น่าจะเป็นสัตว์ที่ “อาภัพ” ไม่น้อยกว่า จระเข้ หรือ งู คือหาคนรักได้ยาก แต่ “คนเกลียด” คนกลัว น่าจะมีเยอะ เพราะเกิดมาไม่ได้มีรูปร่าง หน้าตาน่ารัก น่ากอด เหมือนสุนัข เหมือนกระต่าย นี่หน่า!!! แต่ที่น่าดีใจแทน “เหล่าค้างคาว” บ้างก็คือว่า ตอนนี้มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเอเธอร์ตัน แคว้นควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ชื่อว่า เดอะ โทลก้า แบท ฮอสปิตอล ที่อยากจะ “ฉายความน่ารัก” ของเหล่าค้างคาวให้เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกันว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้ ก็มีความน่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนกันน้า โดยมีทัวร์พาชมชีวิตความเป็นอยู่ของค้างคาวในโรงพยาบาล ซึ่งเก็บค่าทัวร์สำหรับผู้ใหญ่ 18 ดอลลาร์ (ราว 594 บาท) และ เด็ก 10 ดอลลาร์ (ราว 330 บาท) สำหรับความเป็นมาของทัวร์นี้ จะว่าไป ต้องบอกว่าเป็น “ผลพลอยได้” จากบริการหลักของโรงพยาบาล เดอะ โทลก้าฯ มากกว่า ที่ก่อตั้งขึ้นมาด้วยเจตนารมณ์เพื่อให้การดูแลรักษาลูกค้างคาวที่เจ็บป่วย หรือลูกค้างคาวกำพร้า ที่แม่ค้างคาวอาจจะตาย หรือเจ็บป่วย กระทั่งให้นมลูกค้างคาวไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้างคาวผลไม
ทุกวันนี้เดินไปไหนมาไหนก็เห็นแต่คนใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพตัวเอง หรือ “เซลฟี่” (Selfie) แล้วก็นำไปโชว์ผ่านสื่อเครือข่ายสังคม ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไม่ว่ามุมภาพนั้นจะยากลำบากอย่างไร สาวกเซลฟี่ก็ไม่หวั่น ยิ่งหลังๆ มีอุปกรณ์เสริมอย่างไม้เซลฟี่ ก็ทำให้การไปเที่ยวทั้งแบบเดี่ยวทั้งหมู่คณะ สามารถเก็บภาพได้สะดวก ไม่ว่ามุมจะแปลกหรือยากแค่ไหน ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมอีกแล้ว แถมไม่ต้องง้อคนอื่นให้ช่วยถ่ายเหมือนเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ ไม้เซลฟี่ที่ขายดิบขายดีมานานร่วมปี จนแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังบางแห่งต้องประกาศห้าม เพราะกลายเป็นมลพิษต่อทัศนียภาพสวยๆ ที่จะต้องมีไม้เซลฟี่เข้าไปประดับอยู่ในภาพถ่ายแบบไม่ได้รับเชิญ กลายเป็นของล้าสมัยไปแล้ว และกำลังถูกแทนที่ด้วย “โดรนี่” (Dronie) หรือการถ่ายเซลฟี่ด้วยอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งเรียกกันติดปากว่า “โดรน” โดรน เป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงในสหรัฐอเมริกา และน่าจะแพร่ไปทั่วโลกในไม่นานนี้ แม้ในระยะแรกจะมีแต่ลูกค้ากระเป๋าหนัก เพราะราคาที่ยังค่อนข้างแพง แต่ก็เชื่อว่าราคาของโดรนจะค่อยๆ ลดลง หากมีความต้องการใช้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดรนก็
มองไปรอบตัวทุกวันนี้ สินค้าจำนวนไม่น้อยต่างเกาะติดเทรนด์ D.I.Y. (Do It Yourself) หรือทำเองได้ไม่ยากเย็น ซึ่งกลายเป็นกระแสที่มาแรงต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคหลายต่อหลายคนรู้สึกชื่นชอบที่ได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สิ่งของต่างๆ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ก็ใช่ว่า ทุกๆ คนจะปลาบปลื้มกับเทรนด์ D.I.Y. เสมอไป บางครั้งกลับกลายเป็นภาระที่ทำให้เสียเงิน เสียเวลามากกว่าเดิม ไม่เชื่อก็ลองถามพวกที่ไม่มีความถนัดทาง “ช่าง” เอาเสียเลย แค่ประกอบชั้นวางหนังสือเล็กๆ ก็ทำเอาหงุดหงิดจนแทบจะทุ่มทิ้งไปพร้อมกับความรู้สึก “ช่างมันเหอะ” บีบีซี ระบุว่า การที่หลายๆ คนไม่มีความถนัดงานช่าง รวมถึงไม่ชอบทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจของผู้ประกอบการชาวไอริชที่มองเห็นโอกาสนี้ กระทั่งผันตัวเองเป็นเศรษฐีที่มีธุรกิจในหลายประเทศ โออิซิน ฮานราฮัน นักธุรกิจวัย 31 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท แฮนดี้ เป็นคนที่มองเห็นโอกาสธุรกิจจากกลุ่มลูกค้าที่ไม่ปลื้มกระแส D.I.Y. ทำให้ปิ๊งไอเดียบริการช่างมืออาชีพ รับจ้างทำงานที่หลายๆ คนช่างมันเหอะ จนกลายเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าอิจฉา
รองเท้ากีฬา เป็นตลาดใหญ่ที่มีมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี ผู้คนจำนวนมากมีรองเท้ากีฬาหรือรองเท้าผ้าใบ ติดบ้านอย่างน้อย 1 คู่ และอีกหลายคนมีรองเท้ากีฬามากกว่านั้น การที่ผู้คนยอมควักเงินซื้อรองเท้ากีฬา ทั้งที่ราคาไม่ใช่ถูกๆ บางคู่หลายพันบาท บางคู่แพงกว่าครึ่งหมื่น นอกจากชื่อเสียงของแบรนด์แล้ว คุณภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งการรองรับน้ำหนัก แรงกระแทก การระบายอากาศ แต่น่าสนใจว่า ตลาดรองเท้ากีฬายังมีช่องว่างทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย เพราะมีสาวกรองเท้ากีฬาจำนวนมากที่อยากครอบครอง “รองเท้าแบบนี้มีคู่เดียว” นี่ทำให้บริการรับเพ้นต์ลายรองเท้าตามใจลูกค้าเติบโตแบบเงียบๆ แต่รายได้เพียบจนน่าอิจฉา นิวยอร์ก ไทม์ส หยิบยกเรื่องราวของ “เบลค บาราช” อดีตนักวิเคราะห์สินเชื่อของธนาคารแห่งหนึ่งในแคลิฟอร์เนีย ที่ตัดสินใจลาออกในปี 2553 เพื่อทำธุรกิจแบบที่ชอบ และไม่ต้องคอยกังวลว่าจะถูกเลย์ออฟตอนไหน หลังจากสหรัฐอเมริกาเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจซบเซามาหลายปี เขาเห็นป้ายโฆษณาของบริษัทรองเท้า “ทอมส์” (TOMS) ที่เปิดรับสมัครศิลปินด้านการวาดภาพเข้าร่วมโครงการ Styl
คง จะไม่ผิดนักหากจะพูดว่า ทุกๆ ธุรกิจต้องการไอเดีย แม้แต่ธุรกิจงานศพที่ผู้คนก็มักปฏิบัติตามขนบประเพณีดั้งเดิม เพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติบุคคลอันเป็นที่รักครั้งสุดท้าย หลายๆ คนก็พยายามหลีกหนีความจำเจที่มักพบเจอในงานศพ ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาของชำร่วยแบบแปลกใหม่ หรือพวงหรีดสุดสร้างสรรค์ แทนที่จะใช้ดอกไม้ก็เปลี่ยนเป็นหนังสือ ผ้าห่ม รวมไปถึงพัดลม เพื่อจะได้ถวายวัดให้ใช้ประโยชน์หลังงานศพเสร็จสิ้น กระทั่งงานศพที่ออกแบบธีมเฮลโล คิตตี้ เพื่อหนูน้อยที่จากไปก่อนวัยอันควร หรืองานศพสไตล์คาวบอยที่ภรรยาจัดให้สามีที่สั่งเสียไว้ก่อนตาย ก็มีให้เห็นในบ้านเรา งานศพแปลกแหวกขนบเดิมๆ กำลังกลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงในอังกฤษเช่นกัน เพราะเริ่มมีลูกหลานที่อยากจัดงานศพให้สอดคล้องกับความปรารถนาสุดท้ายของผู้วายชนม์มากขึ้น แทนที่จะเหมือนๆ กันไปหมด บีบีซี หยิบยกกรณีของ “โรซี่ แกรนต์” ที่จัดงานศพแบบมีเอกลักษณ์และเติมเต็มความปรารถนาของผู้เป็นแม่ โดยแทนที่จะจัดในสไตล์วิกตอเรียนเหมือนคนอื่นๆ เธอกลับเลือกจัดงานที่โรงนา และฝังศพแม่ในป่า โดยปลูกต้นไม้ไว้บนหลุมศพด้วย เธอบอกว่า แม้งานศพครั้งนี้จะไม่ได้ดูเรียบหรู แต่ก็น่ารัก แล
ไม่ใช่มีแต่ผู้ซื้อเท่านั้นที่อยากได้ “ของถูก” พ่อค้า แม่ขาย ก็อยากขายของถูกเช่นกัน เพราะไม่ว่ายังไง “ของถูก” ก็ยังเป็น “ของที่ถูกใจ” ชาวประชาและชาวบ้านเสมอ ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจฝื้ดฝืด ไม่ได้คล่องปื๊ดปาน 4 จี ความจริงพ่อค้า แม่ขายทุกคนก็รู้ดีแหละว่า ของถูกคือสินค้าที่ลูกค้าต้องการ แต่วิธีที่จะไปควานหาของถูกมาขายเนี่ยสิ เป็นโจทย์ที่ท้าทายอยู่เหมือนกันนะว่าจะไปหาได้จากที่ไหนบ้าง? ขณะที่พ่อค้า แม่ขายส่วนใหญ่อาจจะ “มองเมิน” หรือมองข้ามสินค้าที่ใกล้หมดอายุ หรือสินค้าที่หีบห่อ บรรจุภัณฑ์มีรอย มีตำหนิ ซึ่งตามร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ มักจะ “คัดออก” ไม่นำไปวางขายในร้าน แต่นี่ล่ะคือ “สินค้าทำเงิน” ให้แก่ ชาร์ลอต แดงค์ สาวอังกฤษวัย 21 เจ้าของร้านขายสินค้าราคาประหยัดชื่อว่า Bargain Brand Food ในแคว้นคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ เลยล่ะค่า!!! แม่ค้ามือใหม่ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงปีก็สามารถขยายร้านสาขาเป็นสาขาที่ 2 ได้แล้ว เล่าว่า ด้วยความที่เธอเองก็มี “เงินทุนจำกัด” ดังนั้น เธอจึงคิดทำร้านเล็กๆ เท่าที่เงินทุนของเธอสามารถเอาอยู่ จากนั้นก็คิดถึงคอนเซ็ปต์ร้านที่อยากให้คล้ายกับ “ธนาคารอาหาร” ซึ่งสามารถเป็นท
หลายๆ คนมักนึกถึงบางช่วงเวลาในวัยเด็กที่มีความสุข และอยากย้อนกลับไปทำอะไรซนๆ แบบนั้นอีก เพื่อเติมเต็มรอยยิ้มบนใบหน้า เชื่อว่าหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตของเด็กๆ ที่ยังประทับใจไม่รู้ลืมสำหรับหลายคน คงต้องมีกิจกรรมปีนต้นไม้ ไต่เชือก ห้อยโหนโจนทะยาน ซึ่งก็อาจได้แผลมากน้อยตามความซนของแต่ละคน อาจจะแถมโดนตีเป็นรางวัลพิเศษ ความสุขที่หลบซ่อนอยู่ในวัยเยาว์นี้ จุดประกายให้เกิดธุรกิจท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่ปลุกความซนของผู้คนออกมา และสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำแบบไม่น่าเชื่อ บีบีซี หยิบยกกรณีของ “รีเบกก้า” และ “ทริสแทม เมย์ฮิว” เจ้าของธุรกิจท่องเที่ยวแนวผจญภัยในอังกฤษ ที่มองว่าความรู้สึกนี้ไม่ได้มีไว้เฉพาะวัยเด็กเท่านั้น รีเบกก้า เล่าย้อนว่า เธอปิ๊งไอเดียนี้ตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน หลังจากเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัยพากันเล่นสนุกกับการปีนป่ายต้นไม้ในชนบทของฝรั่งเศส ระหว่างที่เธอเดินทางไปเที่ยว เลยคิดว่าทำไมไม่ลองทำกิจกรรมอะไรเพื่อตอบสนองผู้คนที่หลงรักช่วงเวลาแบบนี้ ซึ่งยังไม่มีใครทำในอังกฤษ ประกอบกับการที่ทั้งสองคนอยากลาออกจากงานประจำอยู่แล้ว ทั้งคู่เลยตัดสินใจตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า “โก เอป” (Go Ape) เพื่อทำธุรกิ
ไม่ว่าฝรั่ง หรือคนไทย หรือคนชาติใดในโลก คำพูดที่ถูกใช้เวลาคนหมดรัก “บอกเลิกกัน” น่าจะคล้ายๆ กัน หรืออาจจะเหมือนกันเป๊ะเลย!!! ไม่เชื่อก็ลองอ่านข้อความบนเค้ก บนขนมหวานเหล่านี้ดูสิ I Dont Think I Actually Love You ฉันไม่คิดว่า ฉันยังรักเธออยู่ I See You More As My Sister ฉันเห็นเธอเป็นน้องสาวมากกว่า We Can Still Be Friends เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะ I Am So Sorry ฉันขอโทษ We Tried เราต่างเหนื่อย คุ้นๆ ทั้งนั้นเลยใช่มั้ยล่า และไม่ว่าคำพูดไหน หรือประโยคไหน ได้ยินแล้วมันก็ “เจ็บ” เหมือนกันหมดใช่มั้ยล่า? เจ็บแล้วก็เกิดอาการกินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกันอีกใช่มั้ยล่า? ก็ “อาการสากล” ที่ไม่ว่าคน (อกหัก) ชาติไหนก็เป็นเหมือนกันหมดนี่ล่ะ ที่ทำให้ อิซาเบลล่า จิอันคาร์โล กราฟิกดีไซเนอร์สาวสวยชาวนิวยอร์ก ในย่านบรูกลิน สหรัฐอเมริกา เกิดแรงบันดาลใจจับมาทำเป็นโปรเจ็กต์สนุกๆ “Eat Your Heart Out” ด้วยการนำเอาคำพูด “บอกเลิก” ที่เคยทำให้คนอกตรมขมขื่น กินไม่ได้นอนไม่หลับ มาทำเป็นอะไรที่ “หอมหวาน” ซึ่งหญิงสาวที่ชอบกิน มีความสุขกับการกิน และเป็นคนชอบทำเค้ก ทำเบเกอรี่ ก็เลือกทำในสิ่งที่เธอชอบ นั่นก็คือ การนำคำพูดบอ
ขอบคุณภาพจาก newvision.co.ug ถึงร่างกายจะ”พิการ”แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้มีความพิการทางร่างกายจะไร้ซึ่งอารมณ์ และความรู้สึก!!! โทมัส พิค หนุ่มพิการชาวเช็กวัย 26 ปีซึ่งพิการเดินไม่ได้ ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นมานาน 5 ปี เล่าให้นักข่าวเอเอฟพีที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็กฟังว่า เขายังมี”ความรู้สึกทางเพศ” เหมือนหนุ่มๆ ทุกคน และต้องพึ่ง “หญิงขายบริการ” เพื่อช่วยปลดเปลื้องอารมณ์ทางเพศให้ แต่ที่มันไม่ง่ายสำหรับเขาเลยก็คือ มีหลายครั้งที่เขาถูกพวกผู้หญิงเหล่านั้นปฎิเสธ เมื่อรู้ว่า เขาพิการ !!! “ลำพังแค่เป็นคนพิการ คุณก็สูญเสียความมั่นใจมากพอแล้ว ยิ่งมาถูกผู้หญิงขายบริการปฎิเสธ คุณยิ่งรู้สึกล้มเหลวไม่เป็นท่า”โทมัสเล่าความรู้สึกลึกๆ ให้นักข่าวฟัง แน่นอนว่าต้องมีคนพิการอีกมากมาย ที่เจอปัญหาแบบเดียวกับโทมัส แต่ที่น่ายินดีก็คือ ปัจจุบันที่สาธารณรัฐเช็กได้มีอาชีพขายบริการทางเพศรูปแบบใหม่สำหรับผู้พิการโดยเฉพาะเรียกว่า “เซ็กซ์ซวล แอสซิสแทนซ์ (Sexual assistants)” หรือ “ผู้ช่วยทางเพศ” ที่ได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้ความช่วยเหลือผู
เป็นมากกว่าอุปกรณ์ที่ป้องกันอาการบาดเจ็บทางศีรษะของนักบิดไปแล้ว สำหรับหมวกกันน็อก เพราะยังเป็นเครื่องประดับคู่กายของชายหนุ่มที่ชื่นชอบความเร็ว เลยมีงานฝีมือประเภทเพ้นต์หมวกกันน็อกออกมาเอาใจคนกลุ่มนี้ หนึ่งในนั้นคือแบรนด์ “O SKULL STORY” (โอ สคูล สตอรี่) โดยมี คุณอันทพัธฏ์ พลเยี่ยม หรือ คุณโอ เป็นเจ้าของไอเดีย ทำเงิน จากฝีมือ แฮนด์เมด ลายไม่ซ้ำใคร คุณโอ ปัจจุบันอายุ 37 ปี จบคณะศิลปกรรมศาสตร์สาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยส่วนตัวเขาชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์เลยทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์สองล้อชนิดนี้ โดยใช้ทักษะและฝีมืออวดลวดลายลงบนหมวกกันน็อก ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นหลักหมื่นบาท อันที่จริง หมวกกันน็อกมีความสวยงามอยู่แล้ว แต่คุณโอบอกเพิ่มเติมว่า คนที่ชอบหมวกกันน็อกเพ้นต์ เป็นกลุ่มคนที่ต้องการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชอบความไม่เหมือนใคร ฉะนั้น สินค้าเลยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเปิดหน้าร้านอยู่ที่โครงการ จตุจักร กรีน กรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้ คุณโอทำงานประจำตำแหน่งครีเอทีฟดีไซเนอร์ กระทั่งราวปี 57 เขาลาออกมาทำกิจการส่วนตัวด้วยการเพ้นต์หมวกกันน็อกขาย ต่อมาเพิ่มสติ๊กเกอร
