ทำไรรวย
“สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร” ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพร 3.6 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้ตรวจ ราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 6 เดินทางมายังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อร่วมพิธีเปิด สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้การต้อนรับ นายแพทย์สุขุม กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาการนำแพทย์แผนไทยและสมุนไพรมาใช้ในระบบบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ภายในปี 2565 ตั้งเป้าให้ประชาชนเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยร้อยละ 20 โดยเปิดบริการตรวจรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยคู่ขนานในโรงพยาบาลทุกระดับ รวมทั้งจะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้ 3.6 แสนล้านบาท ช่วยสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้เป็นสินค้านวัตกรรม เพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดโลก เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการภายในประเทศ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า โ
ใกล้เป็นจริง!?! นโยบาย พปชร.หาเสียงไว้ “ค่าแรงขั้นต่ำ 400/อาชีวะเงินเดือน 1.8 หมื่น/ป.ตรี 2 หมื่น” จากกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาชูนโยบาย “ให้ทุกคนรวยอย่างมั่นคง ยั่งยืน” รวมทั้งจะดูแลค่าแรงงานขั้นต่ำ เป็น 400-425 บาทต่อวัน ค่าจ้างอาชีวะ 18,000 บาทต่อเดือน ค่าจ้างปริญญาตรี 20,000 บาท ซึ่งช่วงเวลานั้นต้องยอมรับว่าได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยในมุมนักวิชาการด้านการตลาด อย่าง คุณพลชัย เพชรปลอด อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยศิลปากร อดีตผู้บริหารการตลาด กลุ่มธนบุรีประกอบรถยนต์ เคยกล่าวถึงกรณีดังกล่าวไว้ว่า การประกาศไว้ หาก พปชร. ได้เป็นรัฐบาล จะมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 300 บาท เป็น 400-425 บาทนั้น คือ การผลักภาระให้นายจ้าง ในฐานะคนเกี่ยวข้องกับธุรกิจคงไม่ปลื้ม คนได้ค่าแรงคงชื่นชอบ แต่อย่าลืมว่า ค่าแรงขึ้น ต้นทุนสินค้าก็ขึ้น ของจะแพงขึ้น ค่าครองชีพวิ่งหนีไปไกลกว่าเดิมอีก “ค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่เงินของรัฐบาล เป็นเงินของเอกชน ที่ถูกมัดมือชกด้วยกฎหมาย ฉะนั้น รัฐควรไปหาวิธีทำให้ค่าครองชีพลดลง ทำให้คนค้าขายได้คล่องจะดีกว่า หากทำได้กลไกการขึ้นค่าแรงก็จะเป็นธรรมชาติ ถ้าธุรกิจดี ธุรกิ
คนเมืองรุ่นใหม่เน้นสะดวกทาน ส่งอาหารแปรรูปแช่แข็ง โตต่อเนื่องกว่า 5 พันล้านบาทแล้ว คุณกิตติศักดิ์ วังวรัญญู ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย บริษัท เบทเตอร์แพค จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องจักรสำหรับการผลิตและบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของไทย กล่าวถึงการเติบโตของตลาดเครื่องจักรสำหรับการผลิตและบรรจุภัณฑ์ว่า ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปแช่แข็งพร้อมรับประทาน (Rady to Eat) เนื่องจากวิถีการบริโภคและการใช้ชีวิตแบบคนเมืองคนรุ่นใหม่ที่มีความเร่งรีบ พักอาศัยอยู่ในหอพักและคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ประกอบกับราคาของสินค้าอาหารแปรรูปแช่แข็งพร้อมรับประทานไม่แตกต่างจากอาหารจานเดียวมากนัก มีความสะอาด หลากหลาย หาซื้อง่าย และสะดวกต่อการบริโภค ทำให้มูลค่าตลาดสินค้ากลุ่มนี้ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2558 มีมูลค่าสูงถึง 5,230 ล้านบาท หรือคิดเป็น 33% ของมูลค่าตลาดอาหารแช่แข็งทั้งหมด การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปแช่แข็งพร้อมรับประทาน ถือเป็นผลบวกต่อการดำเนินธุรกิจของ เบทเตอร์แพค เนื่องจากลูกค้า 90% ของบริษัท อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งมีความจำเป็นต้องพัฒนาผล
บริษัทติดตามหนี้ เผย “มนุษย์เงินเดือน” ไม่มีอาชีพเสริม ค้างชำระ มากที่สุด!! จากการเสวนาเปิดมุมมอง “เล่าความเสี่ยงหนี้นอกระบบ” จัดโดย “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อไม่กี่วันก่อน คุณชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส – คอร์ปอเรท ไฟแนนซ์ “เคทีซี” กล่าวตอนหนึ่งว่า “หนี้นอกระบบ” เกิดขึ้นจากการที่บุคคลขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน จึงมีความจำเป็นต้องหันไปพึ่งพาเจ้าหนี้บุคคลนอกระบบ ซึ่งคิดดอกเบี้ยสูงเป็นรายวันหรือรายเดือน นอกจากนี้ หากลูกหนี้ไม่มีเงินชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็อาจใช้วิธีการตามทวงที่รุนแรง ซึ่งต่างจาก “หนี้ในระบบ” ที่เกิดจากการปล่อยสินเชื่อของผู้ประกอบการหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ ภายใต้กรอบการกำกับที่ชัดเจนขององค์กรกลาง และยังมีสิทธิพิเศษที่ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ขอสินเชื่อ” “ภาครัฐเอง ตระหนักถึงความรุนแรงและความเสี่ยงของปัญหาหนี้นอกระบบ จึงได้หามาตรการดึงลูกหนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบถูกต้อง โดยได้ออกสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ หรือ “นาโนไฟแนนซ์” (Nano Finance) เพื่อให้บุคคลธรรมดาที่มีรา
เรียกว่าเป็นมิติใหม่ของวงการขนมไทยเลยก็ว่าได้ สำหรับ “เค้กหน้าขนมไทย” จากร้าน “ติดลิ้น” โดย คุณเอี่ยว-เสน่หา ชูสันติ อายุ 37 ปี และ คุณปุ๋ย-จุฑารัตน์ แสงศิลา แอร์โฮสเตสสาววัย 31 ปี คุณเอี่ยว หนึ่งในเจ้าของร้านและผู้คิดสูตร เล่าให้ฟังถึงที่มาว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำ เป็นแมเนเจอร์ด้านงานประกันโทรศัพท์ มากว่า 10 ปี ระหว่างนั้นได้พยายามหาช่องทางทำธุรกิจอยู่ตลอด เพราะมีแนวคิดอยากมีธุรกิจส่วนตัว สุดท้ายตกผลึกที่ธุรกิจเบเกอรี่ เค้กมะพร้าวไส้แตก “Bakery Mind by Aeiw” ซึ่งเคยถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน “เส้นทางเศรษฐี” ไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน อ่านข่าว ทำเก๋ ไม่ซ้ำใคร! เค้กมะพร้าวไส้แตก แหวกตลาด ทำรายได้หกหลักต่อเดือน ล่าสุดในปี 2019 นี้ จากแบรนด์ Bakery Mind by Aeiw ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยความคิดก้าวไกล คุณเอี่ยวได้ต่อยอดเปิดแบรนด์ใหม่ ซึ่งยังคงไม่ทิ้งไลน์ธุรกิจเบเกอรี่ไปไหน เธอร่วมกันเปิดร้านกับหุ้นส่วนสาวสวยดีกรีแอร์โฮสเตส คุณปุ๋ย ผลิตและจำหน่าย “เค้กขนมไทย” ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ขณะนี้ “อาชีพเราเดินทางบ่อย ไปประเทศโน้น ประเทศนี้ ได้เห็นขนมหลากหลายชนิด เราเห็นว่าขนมไทยมีเอกลักษณ์ไม่แพ้ไปก
ลงทุน 5 พัน วันเดียวเป็นเลย “ซาลาเปา น้าหมวย” การันตีความอร่อยกว่า 20 ปี ซาลาเปา อาหารจีนชนิดหนึ่ง ที่ทำมาจากแป้งสาลีและยีสต์ ปั้นเป็นลูกกลมๆ โดยข้างในจะใส่ไส้ มีทั้งไส้หวาน ไส้เค็ม โดยเป็นเนื้อหรือผัก นำมาผ่านกระบวนการนึ่งจนสุก โดยซาลาเปา ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุดอาหารติ่มซำในวัฒนธรรมจีน โดยสามารถรับประทานได้หลากหลาย ทั้งทานเป็นของว่างคู่กับเครื่องดื่ม อย่างชาร้อนสักถ้วย หรือทานกับมื้ออาหาร ก็ทำให้อิ่มได้เช่นกัน น้าหมวย – วันเพ็ญ ลาภวงศ์อนันต์ วัย 55 ปี แม่ค้าซาลาเปา ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า เมื่อก่อน เธอทำอาชีพเป็นพนักงานที่บริษัททัวร์ขายตั๋วเครื่องบินแห่งหนึ่ง จนเมื่อมีลูกก็ต้องลาออกจากที่ทำงาน และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเลี้ยงลูก “เมื่อก่อนก็ทำงานในบริษัททัวร์ ทำหน้าที่คอยขายตั๋วเครื่องบิน ทีนี้พอคลอดลูกมาแล้วเราก็ตัดสินใจลาออกจากงาน เพราะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเลี้ยงลูก ถ้าไม่ลาออกมันก็ลำบาก ก็อยู่บ้านเลี้ยงลูกจนเขาโตพอ เราก็ไปลงคอร์สเรียนทำเบเกอรี่กับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ เรียนจบก็มาลองทำให้คนอื่นชิม แจกๆ บ้างก็เป็นการพัฒนาฝีมือไปอย่างหน
“POEM” เสื้อผ้าสตรีแบรนด์ดัง ดารา-เซเลบ กำลังนิยม จุดขายเด่น “ใส่แล้วมั่นใจ” หลังเป็น “ทอล์ก” ประเด็นเครื่องแต่งกายไว้ทุกข์ในวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของ ส.ส.หญิง พรรคอนาคตใหม่ กระทั่งมีหลายคนพูดถึงเสื้อผ้า แบรนด์ POEM (โพเอม) คอลเล็กชั่น Black & White OMBRE ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามกระแสเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปยังพนักงานขายของ POEM โดยพวกเธอให้ข้อมูลว่า POEM เป็นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรี มีเจ้าของกิจการเป็นคนไทย เปิดมานานกว่า 10 ปีแล้ว ปัจจุบันมีทั้งหมด 7 สาขา และหลังจากเกิดเหตุการณ์เป็นข่าวดังที่ทราบกันแล้วนั้น ทำให้แบรนด์ของเรา เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ลูกค้า “วอล์กอิน” เข้าร้านมาเลือกซื้อนั้นยังเป็นจำนวนที่ปกติ ยอดขายอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสื้อผ้าแบรนด์ของดีไซเนอร์ไทย พนักงานขายประจำร้าน บอกอีกว่า ลูกค้าของ POEM มีหลากหลาย ทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน นักธุรกิจ และวัยกลางคน ทั้งชาวไทยและเอเชีย โดยเฉพาะชาวจีน จะเข้ามาเลือกชมสินค้ามากที่สุด “POEM เป็นแบรนด์เสื้อผ้า Ready To Wear จุดเด่น คือการเน้นคัตติ้งเข้ารูป เน้นสรีระและดึงเสน่ห์ของสตรีเพศออกมา เป็นเสื้อผ้าที่เรียกความมั่นใจให
การเมืองแรง! ห่วงประชาชนเครียด แพทย์แผนไทย แนะใช้ “ใบบัวบก-ขิง” ลดไมเกรน พท.ป.เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ช่วงนี้ประชาชนทั่วไป ต่างเสพข่าวการเมือง บ้างสมหวัง บ้างหดหู่ หลายคนเกิดอาการเครียด ประกอบกับเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง บางวันอากาศร้อนจัด บางวันฝนตก หลายคนถึงขั้นปวดหัวไมเกรน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตระหนักถึงสถานการณ์ช่วงนี้ จึงขอเสนอทางออกของการบรรเทาอาการไมเกรนด้วยสมุนไพรใกล้ตัว 2 ชนิด คือ ใบบัวบก และขิง อย่างไรก็ตาม พท.ป.เบญจวรรณ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจอาการและรู้จักไมเกรนก่อนว่า เป็นความผิดปกติในกลุ่มโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมด้วย โดยมีอาการทางระบบประสาทก่อนมีอาการปวดศีรษะไมเกรน เดิมเชื่อว่าเกิดจากหลอดเลือดในสมองมีการหดตัวเกิดขึ้น หลังจากนั้นร่างกายมีการตอบสนองโดยการทำให้หลอดเลือดมีการขยายตัว ซึ่งการขยายตัวของหลอดเลือดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้น ลักษณะสำคัญคือ มักมีอาการปวดข้างเดียวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดตื้อๆ (ประมาณร้อยละ 85%) การปวดมักเป็นมาก ปานกลาง ถึงรุนแรง และมักเป็นมากขึ้นเมื่อมีการเ
ยังสู้! พ่อค้า-แม่ขาย เผย “ไฟไหม้จตุจักร” ตื่นเต้นแต่ไม่แปลกใจ สายไฟเก่า-ไฟชอร์ต เห็นกับตา ไฟไหม้ตลาดนัดจตุจักร – เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงสำรวจบรรยากาศบริเวณ โครงการ 22-25 ตลาดนัดจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้แผงค้ากว่า 100 ร้าน สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นช่วงค่ำของวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้นำแผงเหล็กมากั้น ไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปในจุดเกิดเพลิงไหม้ อนุญาตให้เฉพาะเจ้าของแผงและทีมงาน และสื่อมวลชนบางส่วน เข้าไปบันทึกภาพ และสำรวจสินค้าของตนเอง ว่ายังหลงเหลือรอดพ้นจากไฟอยู่บ้างหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน จากการสอบถามพ่อค้า-แม่ขาย ในละแวก ได้ความว่า ตอนได้ข่าวก็ตื่นเต้น เพราะไม่รู้ว่าไฟจะลุกลามไปแค่ไหน แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าใดนัก เพราะเท่าที่สังเกตเห็นมานานแล้วว่า สายไฟที่ใช้กันอยู่แทบทุกโครงการนั้น ระโยงระยาง ถึงขนาด “ยั้วเยี้ย” ไปหมด สภาพการใช้งานถ้าเข้าใจไม่ผิด น่าจะไม่ต่ำกว่า 30 ปีแล้ว “ใครที่ทำประกันไฟไหม้ ไว้กับโครงการ หรือบริษัทประกันภายนอกไว้ ก็โชคดีหน่
ตามรอยทูลกระหม่อม พาไปชิม “น้ำตาลสด” รสหอมหวาน อร่อยชื่นใจในราคา 10 บาท “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสไปเดินตลาดนัดตอนเช้า ที่กระทรวงสาธารณสุข มาเมื่อวานก่อน ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดเช้ากลางแจ้ง ที่เปิดเฉพาะวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า ไปจนถึงบ่ายโมงกว่าๆ มีร้านค้ามาตั้งหลากหลาย ทั้งร้านขายผัก ร้านขายเนื้อสัตว์ ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ไปจนถึงร้านขายต้นไม้ เดินมาเกือบสุดตลาด ก็เห็นร้านขายน้ำตาลสดร้านหนึ่ง ที่คนแวะเวียนกันเข้ามาซื้อกันไม่ขาดสาย ประกอบกับอากาศเริ่มร้อนจึงแวะเข้าไปต่อแถวซื้อกับเขาด้วยเสียเลย เมื่อถึงคิวสั่งน้ำ มีลุงและป้าท่าทางใจดีคู่หนึ่ง กำลังช่วยกันตักน้ำรับออร์เดอร์ลูกค้าอย่างขะมักเขม้นอยู่หน้ารถเข็นคันเล็กๆ ข้างๆ รถเข็น เป็นป้ายบอกสรรพคุณและราคาเอาไว้ชัดเจน แต่ที่สะดุดตาคงเป็นรูปที่คุณลุงและคุณป้าได้ถ่ายรูปร่วมกับ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงถือแก้วน้ำตาลสดเอาไว้ด้วย จึงชวนคุณลุงคุณป้าคุยเล็กน้อย เพราะเห็นว่าคนเริ่มซาลงแล้ว โดยคุณลุงอนันต์ กอนสันเที่ยะ วัย 66 ปี เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนจะมายึดอาชีพขายน้ำตาลสด คุณลุงอนันต์เคยทำงา
