ทำไรรวย
หอยทอดร้อยปี ร้านดังอยุธยา ตกทอดมาหลายรุ่น เจ้าของคนล่าสุด อายุ 83 ไม่น่าเชื่อว่า อยุธยาอยู่ห่างจากทะเล แต่ก็ยังอุตส่าห์มีหอยทอดอร่อย หอยทอดอยุธยา ขึ้นชื่อก็เหมือนกับไก่ทอดหาดใหญ่นั้นแหละ หอยทอด เจ้าที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี เป็นหอยทอดจากฝีมือของคนสูงอายุเสียด้วย ก็เพราะแบบนี้ หอยทอดเจ้านี้จึงมีชื่อตามวัยคนทำหอยทอดว่า หอยทอดย่าชิต หอยทอดเจ้านี้โด่งดังทำให้ผมอยากไปกิน ไม่ได้ไปกินคนเดียว ยังชวนแม่ของลูกไปกินด้วย โดยให้ลูกช่วยขับรถพาไป พอเอ่ยปากกับลูก ลูกรีบพาไปในสัปดาห์ต่อมาโดยไม่รอช้า ลูกให้เหตุผลว่า คนจะไปกินก็แก่ คนทอดหอยก็แก่ ถ้าขืนรอช้าๆ อาจไม่ได้กิน แสดงว่า ลูกเป็นคนรอบคอบมากที่เห็นการณ์ไกล ร้านหอยทอดย่าชิต หาไม่ยาก เพราะตั้งอยู่ใกล้กับวัดธรรมนิยม ซึ่งอยู่หลังสถานีรถไฟอยุธยา การได้ไปกินหอยทอดเจ้านี้ จึงมีผลพลอยได้ให้ได้ไปชมสถานีรถไฟที่ยังรักษาความเก่าของเมืองเก่าอยุธยาเป็นของแถม เราโทรศัพท์ไปสอบถามเพื่อต้องการการยืนยันว่าร้านเปิดแน่นอน แต่ไม่รับจองที่นั่ง เมื่อไปถึงจึงต้องรอคิวเล็กน้อย โดยมีการให้บัตรคิวแก่ลูกค้า ดูภายนอกเป็นร้านเล็กๆ ตั้งอยู่ในเรือนไม้ 2 ชั้น เดิมคงเป็นเรือ
ปรัชญาพอเพียง เหมือนธรรมะของพระพุทธเจ้า คือ ผู้ใดไม่ได้ปฏิบัติ ผู้นั้นไม่รู้ หนุ่มวัยสามสิบต้น เดินหนีระบบลูกจ้าง ก้าวสู่วิถีเกษตรกรรม ด้วยต้นทุนที่ดินมีอยู่เดิม แต่ด้วยสภาพดินเสื่อมโทรม ขาดแหล่งน้ำ จะทำเช่นไร “เดินตามรอยพ่อ” คือแนวทางนำมาใช้ จนเกิดเป็น ไร่สุขพ่วง คุณอภิวรรษ สุขพ่วง เกษตรกรรุ่นใหม่ หัวใจพอพียง เจ้าของ “ไร่สุขพ่วง” คือ คนหนุ่มที่หันมาสู่วิถีเกษตร เขาเลือก “เดินตามรอยพ่อ” กับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ จนเกิดเป็นความสุข พออยู่พอกิน สร้างรายได้ และถ่ายทอดสิ่งที่ตนรู้สู่ผู้สนใจ จนหลายๆ คนได้เกิดอาชีพบนหนทางเดียวกัน คุณอภิวรรษหันหลังให้การทำงานในระบบลูกจ้าง แล้วก้าวสู่บ้านเกิดในตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เขาค้นพบว่าสิ่งที่จะทำคืออาชีพเกษตรกรรม แต่ทว่าในเวลานั้น สภาพพื้นที่เสื่อมโทรม ขาดแหล่งน้ำ นั่นหมายถึง ไม่เหมาะกับการทำเกษตร “ผมมีต้นทุนเรื่องของที่ดิน 25 ไร่ แต่ต้องพบกับปัญหา พื้นที่แห้งแล้ง ไม่มีระบบชลประทาน ดินเสื่อมโทรม จึงต้องการนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่พื้นที่ของตัวเอง ซึ่งก็พยายามหาความรู้จากหลายๆ แห่ง กระทั่งได้พบปรัชญาของพระองค์ท่
ทิ้งอาชีพครู มา “รับจ้างซื้อของ” ได้เงินปีละกว่า 3 ล้าน!!! ตัดสินใจลาออกจากอาชีพครู ซึ่งมีเงินเดือนมั่นคงมา 20 ปี เพื่อมา “รับจ้าง” ตระเวนซื้อของให้ชาวบ้าน อาจฟังดูเป็นการตัดสินใจที่ไร้สาระ แต่ปรากฏว่า นี่คือการตัดสินใจที่ “เอ็ด เฮนเนสซี” อดีตครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในเมืองโอวีเอโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา รู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิต และทำให้รู้สึกด้วยว่าเขาเดินมาถูกทางแล้ว ทั้งนี้ จากรายงานข่าวของซีเอ็นเอ็น ที่นำเสนอเรื่องราวของเอ็ด เฮนเนสซี อดีตครูโรงเรียนโอวีเอโด ไฮสคูล เล่าว่า ตั้งแต่เป็นครูสอนหนังสือมา 20 ปี นายเฮนเนสซีเล่าว่า เขาไม่เคยมีรายได้เกินกว่าปีละ 50,000 ดอลลาร์ หรือราว 1,625,000 บาท และด้วยรายได้จำนวนแค่พออยู่พอกิน ทำให้เฮนเนสซีต้องใช้ชีวิตแบบกระเบียดกระเสียรมาก เพื่อให้แต่ละเดือนสามารถจัดสรรเงินได้อย่างลงตัวในการดูแลปากท้องของตัวเอง และลูกๆ อีก 2 คน แล้วยังมีหนี้ที่กู้มาตอนสมัยเรียนระดับมหาวิทยาลัย ที่ยังต้องผ่อนชำระอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ด้วยฐานะการเงินที่แทบชักหน้าไม่ถึงหลังในแต่ละเดือน ทำให้เฮนเนสซีต้องดิ้นรนหาทางสร้างรายได้เพิ่ม และทำให้เจ้าตัว
เจ้าพ่อ MK ชี้ ทำธุรกิจอย่ามีดีแค่อย่างเดียว จะอยู่รอด ต้องวิวัฒนาการเหมือนยีราฟ เจ้าพ่อ MK คุณฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองค์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของกิจการ เอ็มเคสุกี้ ที่คนไทยรู้จักกันดี ระยะหลังมานี้ มักไม่ออกงานสังคมสักเท่าไหร่ แต่ยามใดที่เขาขึ้นเวที ต้องยอมรับว่ามีหลายคนเงี่ยหูฟัง “เอ็มเค สาขาแรก เปิดที่ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว เมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว จากการให้โอกาสของคุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการเครือเซ็นทรัล เพราะถ้าให้เริ่มต้นเองคงไม่ทราบว่าจะทำยังไง ฉะนั้นการได้รับโอกาส จากคนที่ให้โอกาสนั้น นับเป็นเรื่องสำคัญในการทำธุรกิจเหมือนกัน” คุณฤทธิ์ บอกกล่าวในงานสัมมนาที่จัดโดยเครือเซ็นทรัล เมื่อไม่นานมานี้ และว่า ธุรกิจขนาดใหญ่ในวันนี้ ล้วนเริ่มมาจากเล็กๆ ก่อนทั้งนั้น เอสเอ็มอี จึงมีความสำคัญมาก เพียงแต่กว่าจะโตได้ ต้องผ่านเรื่องราวมามากมายก่อน การที่เอสเอ็มอีจะสร้างตัวเองให้มั่นคง การมีแค่มีสินค้าหรือบริการแล้ว จะประสบความสำเร็จเลย แทบจะเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในยุคนี้ นับว่าแตกต่างจากสมัยก่อน ที่การแข่งขันน้อยกว่
ซื้อถึงที่ยังกิโลเป็นพัน! “ปลากุเลาตากใบ” เค็มเท่าไหร่ไม่ว่า ขอให้ชาตินี้ได้กิน “ปลากุเลาตากใบ” ของดีนราธิวาส ได้ชื่อว่าเป็นปลาเค็มที่แพงที่สุด ขนาดไปซื้อถึงที่ยังกิโลกรัมละ 1,000-1,500 บาท เนื้อปลากุเลาเค็มนั้นเนียน หอม ยิ่งทอดยิ่งหอม หนังกรอบ บีบมะนาว ซอยหอม ซอยพริก แค่นี้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมแล้ว เรื่องโรคไตลืมไปก่อน สาเหตุที่ปลากุเลาเค็มตากใบแพงเหลือหลาย มาจาก 2 ประการ อย่างที่ 1 เป็นปลาธรรมชาติที่มีมากเฉพาะชายทะเลภาคใต้ นราธิวาส ปัตตานี สงขลา โดยเฉพาะปลากุเลาของนราธิวาส อำเภอตากใบ นั้น เป็นปลาที่มีของกินอุดมสมบูรณ์จากอาหารที่แม่น้ำหลายสายพาอาหารไหลมารวมกันในทะเลหน้าดิน ปลากุเลา เป็นปลาหาของกินหน้าดิน จึงอวบอ้วนสมบูรณ์ เนื้อมันหวาน จึงชุกชุม คนสมัยก่อนเลยจับมาทำปลาเค็มด้วยกรรมวิธีพิเศษ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้แพง อย่างที่ 2 คือ ทำยาก ทำนาน เขาว่าเมื่อจับปลามาได้แล้ว ต้องรีบนำปลากุเลาสดมาทำปลาเค็มเลย ปล่อยไว้นานไม่ดีจะเหม็น แล้วต้องเอามาหมักเกลือเฉพาะของนราธิวาส ได้ชื่อว่า เกลือหวาน ที่กินแล้วยังไงก็เค็มแต่คงหวานกว่าเกลือที่อื่น หมักไว้ 2 คืน ก็นำไปแขวนตากแดด เอาหัวห้อยลงเป็นเอกลักษณ์
เงินเหลือวันละพัน อาจเป็นของแปลกของคนทั่วไป จบจุฬาฯ แต่มาขับแท็กซี่ เมื่อเร็วๆ นี้ ผมไปพบกับเพื่อนรักคนหนึ่งที่มีบ้านอยู่ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว ขากลับ ผมไม่อยากเดินออกจากบ้านเพื่อไปขึ้นรถแท็กซี่ให้เหนื่อย เพราะมีระยะทางยาวหลายร้อยเมตร ผมจึงใช้วิธีให้เพื่อนช่วยโทรศัพท์เรียกรถแท็กซี่ให้ ใช้เวลารอไม่นาน รถแท็กซี่ที่เพื่อนเรียกให้ก็มาจอดรออยู่หน้าบ้าน ผมขึ้นไปนั่งบนรถ จึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า คนขับเป็นผู้หญิง เท่าที่ผมได้พบเห็น ในปัจจุบันมีผู้หญิงมีอาชีพขับแท็กซี่กันมากขึ้น เพราะสมัยนี้ ผู้หญิงสามารถทำอะไรต่ออะไรได้เหมือนกับผู้ชาย ผมนั่งรถแท็กซี่ระยะทางจากต้นทางถึงปลายทาง ต้องใช้เวลากว่าชั่วโมง เพราะบ้านผมอยู่สำโรงในเขตจังหวัดสมุทรปราการ ขณะนั่งอยู่บนรถ ผมถือโอกาสชวนคนขับแท็กซี่คุยไปเกือบตลอดทาง เพราะเธอกล้าเปิดเผยว่า เธอเรียนจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะอักษรศาสตร์ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจ สนใจว่า อุตส่าห์เรียนจบจุฬาฯ แล้ว ทำไมจึงมามีอาชีพขับแท็กซี่ เรื่องนี้ เธอเล่าให้ฟังสรุปได้ว่า เธอเรียนจบจากจุฬาฯ คณะอักษรศาสตร์ เอกการละคร เธอเรียนจบก็ได้ทำงานที่กองถ่ายละครหลายแห่ง ได้ผลตอบแทนค
ได้ 3 สูตรนี้ไป เปิดร้านขายได้เลย! “น้ำผัดหมี่โคราช-น้ำส้มตำไทย-น้ำส้มตำปูปลาร้า” อาหารประจำชาติของเรา “ส้มตำ” มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คนอีสานทำตำส้ม คือ ตำของเปรี้ยว รวมไปถึงของฝาด ว่ากันว่าคนอีสานนั้นอยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย หาลูกไม้ ใบไม้มาทำอาหารกินได้เกือบทุกชนิด ขนาดกล้วยตานี ซึ่งมีเมล็ดเยอะแยะ คนภาคไหนก็กินไม่ได้ ใช้แต่ใบกล้วยตานีมาห่อของ กับวิ่งหนีผีตานี แต่คนอีสานเอากล้วยตานีดิบลูกเล็กๆ เม็ดยังไม่แข็งมาฝานทำตำกล้วยได้ และยังลูกอื่นๆ อีกมากมายทั้งรสฝาด รสขม รสเปรี้ยว ตำได้หมด จากส้มตำพื้นบ้าน คนทุกภาคร่วมโหมโรงใส่ของเข้าไปสารพัด ทั้งหมูกรอบ ไข่เค็ม กุ้งสด ปูม้าดอง หอยแครงดิบ มีอะไรในตู้กับข้าวผสมใส่ได้หมด ปูเค็ม ปลาร้า ขนมจีน ลูกมะกอก ลูกมะยม กลายเป็นตำมั่ว ไปโคราชต้องได้กินผัดหมี่โคราช คล้ายผัดไทย แต่ไม่มีเต้าหู้ กุ้งแห้ง ไม่ใส่ไข่ ใส่ใบกุยช่าย กับถั่วงอกได้ เอาไว้กินกับส้มตำแทนข้าวเหนียว หมี่โคราช เริ่มต้นมาสมัยไหนไม่รู้ เส้นหมี่โคราช ก็คือเส้นเล็กทำจากแป้งข้าวเจ้า ทีเด็ดอยู่ที่น้ำปรุงรสหมี่โคราช คล้ายน้ำปรุงผัดไทย คือ หอมสับ กระเทียมสับ น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก มีเต้าเจี
เปิดสูตร น้ำจิ้มไก่ ส่วนผสมไม่ยุ่งยาก ทำเองง่าย ใช้จิ้มกับอะไรก็อร่อย! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของ อาจารย์ตุ๊ก หรือ ครูตุ๊ก ผู้วางประมวลกฎหมายแล้วหันมาเข้าครัวจับตะหลิว ถ่ายทอดวิชาและสูตรการทำอาหารให้กับคนที่อยากมีอาชีพ โดยเมนูที่ครูตุ๊กนำมาถ่ายทอดมีมากมาย ไม่ว่าจะอาหารคาว อาหารหวาน หรือกระทั่งเครื่องจิ้มต่างๆ อาจารย์ตุ๊ก หญิงผู้หันหลังให้ตำรากฎหมาย สู่เส้นทางการเป็นครูผู้ให้ ของคนอยากมีอาชีพ แจกสูตร น้ำซอสสับปะรด น้ำจิ้มกันตาย ใช้จิ้มได้กับอาหารทุกชนิด วันนี้ครูตุ๊กใจดี แจกสูตรการทำ น้ำจิ้มไก่ ที่สามารถทานได้กับทุกเมนู ไม่ว่าจะของทอดทอด หรือข้าวมันไก่ โดยส่วนผสมและวิธีทำ มีดังนี้ ส่วนผสม น้ำส้มสายชู 170 กรัม น้ำตาลทราย 500 กรัม พริกชี้ฟ้าแดง (ผ่าเมล็ดออก) 3 เม็ด กระเทียม 20 กรัม เกลือ 10 กรัม แบะแซ 60 กรัม วิธีทำ โขลกพริกแดง กระเทียม ให้ละเอียด นำน้ำส้มสายชู เกลือ และ พริก-กระเทียมที่โขลกจนละเอียดแล้วลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด แล้วใส่น้ำตาลทรายลงไปละลาย เคี่ยวต่อ ประมาณ 10 นาที จึงใส่แบะแซตามลงไป รอให้เดือดอีกครั้งแล้วกรอกลงขวดแก้ว ปิดฝาให้สนิท เป็นอันเสร็จ หมายเหตุ
ขนมาเท่าไหร่ก็ขายหมด! น้อง ม.6 ช่วยแม่หาเงิน ขายน้ำลำไย สร้างรายได้หลักหมื่นต่อวัน! ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา น้ำลำไย ถือเป็นเมนูคลายร้อนที่ได้รับความนิยมและยังฮอตฮิตไม่สร่าง กลายเป็นอาชีพ ขายน้ำลำไย ที่สร้างรายได้ได้ดีอาชีพหนึ่งเลยทีเดียว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ น้องปาล์มมี่-อภิสรา โกมลวัฒนะ สาวน้อยวัย 18 ปี จากโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้ใช้เวลาว่างจากการเรียน มาขายน้ำลำไยในตลาดนัดกับครอบครัว ทำยอดขายต่อวันหลักหมื่น! น้องปาล์มมี่ เล่าว่า ปัจจุบันตนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา โดยตั้งใจจะสอบเข้าในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพราะชอบวาดรูป นอกจากเรียน-ติวหนังสือ และซ้อมวอลเลย์บอลแล้ว เมื่อมีเวลาว่างก็ไปช่วยแม่ขายน้ำพริกไข่ปูที่ตลาดนัดเป็นปกติอยู่แล้ว กระทั่งช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมากระแสของ น้ำลำไย ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก น้องปาล์มมี่จึงนำไอเดียที่ได้เห็นไปพูดคุยกับคุณแม่และคนที่บ้าน “ปกติคุณแม่ขายน้ำพริกไข่ปูอยู่ที่ตลาดนัดอยู่แล้วค่ะ แล้วหนูเป็นคนชอบเล่นโซเชียล ก็ไปเห็
บ๊ะจ่าง ถ้าจะให้อร่อย ต้องพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบและรู้จักใช้ไฟ เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง หรือ วันไหว้ขนมจ้าง หรือเทศกาลตวนอู่เจี๋ย หรือเทศกาลตวงโหงว เป็นเทศกาลที่สืบทอดกันมานับแต่โบราณของประเทศจีน ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินทางจันทรคติ หรือ “โหงวเหว่ยโจ่ว” เป็นการระลึกถึงวันที่คุกง้วง หรือ ชวีหยวน หรือจูหยวน กวีเอกของจีน ขุนนางผู้รักชาติแห่งแคว้นฉู่ มีตำนานเล่าว่าเมื่อกว่า 2,000 ปี ในแคว้นฉู่ เมื่อถูกแคว้นฉินรุกราน เจ้าผู้ครองแคว้นเชื่อคำกราบทูลยุยงของขุนนางไม่ดี จึงพ่ายแพ้เสียเมืองสิ้นกษัตริย์ ชวีหยวนเสียใจมาก จึงเขียนกลอนแสดงความเศร้าสะเทือนใจแล้วไปกระโดดน้ำตาย เมื่อชาวบ้านรู้ข่าว จึงพายเรือออกตามหาชวีหยวน ระหว่างงมก็นำข้าวใส่กระบอกไม้ไผ่โยนลงน้ำเพื่อล่อปลามากินข้าว ไม่ให้ปลากินศพของชวีหยวน พอครบปีแรกที่ชวีหยวนเสียชีวิต ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ชาวบ้านจึงนำข้าวห่อใบไม้หรือใส่กระบอกไม้ไผ่โยนลงแม่น้ำเพื่อรำลึกถึงชวีหยวน ข้าวห่อใบไม้หรือข้าวในกระบอกไม้ไผ่ก็กลายเป็นบ๊ะจ่าง ตามตำนานนี้ บ๊ะจ่างจึงเป็นอาหารประจำเทศกาล การไหว้บ๊ะจ่าง ส่วนใหญ่เราจะไหว้ที่ตี่จู่เอี๊ยะหรือศาลเจ้าที
