ทำไรรวย
3 ทศวรรษ ซาลาเปา โกอ้วน จากรถเข็นริมฟุตปาธ สู่ร้านดังประจำหาดใหญ่ หากใครไปเที่ยวหาดใหญ่แล้วล่ะก็ ร้านเด็ดร้านดังที่มีแต่คนแนะนำให้ไปลองกิน ต้องมีชื่อร้านอย่าง ซาลาเปา โกอ้วน อยู่ในลิสต์ตะลุยกินด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบัน ร้านซาลาเปาแห่งนี้ก็เปิดมานานกว่า 3 ทศวรรษแล้ว คุณโก้-วีรพงษ์ ศิรนรากุล วัย 43 ปี เจ้าของร้านซาลาเปา โกอ้วน รุ่นที่ 2 ได้เล่าถึงความเป็นมาเป็นไปให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้ฟังว่า เมื่อก่อนร้านซาลาเปาโกอ้วนไม่ใช่ร้าน 2 คูหาใหญ่โตขนาดนี้ เป็นเพียงร้านรถเข็นริมฟุตปาธเล็กๆ โดยมีคุณพ่อยืนขายอยู่คนเดียว ด้วยความเป็นลูกในครอบครัวคนจีน คุณโก้และน้องๆ อีก 2 คน จึงต้องช่วยพ่อนวดแป้งทำซาลาเปากันมาตั้งแต่เด็กๆ “ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่กันที่สงขลา ผมกับน้องช่วยพ่อทำซาลาเปากันมาตั้งแต่เด็กๆ น่าจะประมาณ ป.6 ได้ ความเป็นเด็ก มันก็ไม่ชอบแหละ ต้องมาทำงาน แทนที่จะได้ไปเล่นเหมือนเพื่อนๆ แต่พอมีลูกค้าโทรศัพท์เข้ามาสั่งซาลาเปาของพ่อ ก็ต้องไปช่วยแกทำกันหมดทั้งพี่ทั้งน้อง พอทำเสร็จพ่อก็จะเอาใส่รถเข็นไปขายตามฟุตปาธ” คุณโก้ เล่า 10 กว่าปีที่พ่อเข็นรถขายตามฟุตปาธ สินค้ามีเพียง ซาลาเปานึ่
หมูปิ้ง ย้อนยุค เนื้อเป็นชิ้น มีมันแทรก 1 ปี 7 สาขา ขายแฟรนไชส์ เมื่อพร้อม “หมูแข็งแรง หมูปิ้งโบราณ” คือ แบรนด์สินค้าเมนูคลาสสิค อย่าง ข้าวเหนียว-หมูปิ้ง มี คุณบอมบ์-ธันยพัฒน์ เจริญทรัพย์ อดีตนักร้องหนุ่มค่ายดังย่านลาดพร้าว วัย 40 กว่า เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการก่อตั้งธุรกิจ โดยมีปฐมเหตุเหมือนกับหลายอาชีพ คือ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 “พอไม่มีรายได้ ทำให้เริ่มคิดว่า ต้องหาอะไรทำเพื่อประทังชีวิต เลยคิดอยากขายของ แต่ก็ยังไม่รู้จะขายอะไร สุดท้ายนึกถึงหมูปิ้ง เพราะว่าตอนเด็ก ชอบทานมาก แต่รู้สึกว่าสมัยนี้ หมูปิ้งแบบที่เคยทานในวัยเด็กของเรา มันหายไป ค่อนข้างจะหาทานยาก เลยจุดประกายความคิดจากตรงนั้น” คุณบอมบ์ เล่าจุดเริ่ม ก่อนอธิบายถึง หมูปิ้งวัยเด็ก ที่เขาตามหา ก็คือ หมูปิ้งที่เนื้อเป็นชิ้นๆ ไม่ใช่หมูบดอัด แล้วก็จะมีการเสียบมันหมูแยกสลับกับเนื้อหมูตลอดไม้ หลังจากมีเป้าหมายสินค้าที่ชัดเจนแล้ว คุณบอมบ์จึงเดินหน้าต่อ ด้วยการคิดค้นสูตรของตัวเอง ด้วยการเดา ใช้เวลานับเดือนกว่าจะพอใจ จากนั้นจึงเริ่มทดลองขายในงานอีเวนต์กลางกรุง แต่ด้วยความที่ไม่เคยค้าขายมาก่อน นักร้องหนุ่ม จึงถึงกับเสีย
แม่ค้าออนไลน์ เป็นหนี้กว่า 14 ล้าน ผุด ขนมครกแฟนซีไส้ทะลัก ต่อยอดแฟนไชส์ คืนทุนใน 1 เดือน! ใครจะคิดว่ารายได้จากการขายขนม จะมากพอสำหรับการใช้หนี้ ทว่า ขนมครกแฟนซีไส้ทะลัก เป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างรายได้ถึงหลักแสนและสามารถนำเงินส่วนหนึ่งไปผ่อนหนี้ได้ ด้วยความชอบกินขนมครก คุณเจี๊ยบ-วีรภา อิฐถารัตน์ จึงศึกษาวิธีทำด้วยตนเองอยู่ 5 วัน จากนั้นก็เปิดหน้าร้าน จนต่อยอดมาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่คืนทุนใน 1 เดือน เจ้าของร้านในวัย 33 ปี บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า อันที่จริงอาชีพหลักของเธอคือแม่ค้าออนไลน์ เพราะทำมา 10 ปีแล้ว “พี่เป็นคนทำนั่นทำนี่ตลอด ไม่ได้มีแค่อาชีพเดียว พี่ขายหมดทุกอย่าง ทั้งเสื้อผ้าหรือครีม อะไรที่เป็นเงินเราขายหมด” เธอว่าเช่นนั้น ก่อนจะมาขาย ขนมครกแฟนซีไส้ทะลัก คุณเจี๊ยบมีหนี้กว่า 14 ล้านบาท และต้องใช้หนี้เดือนละประมาณ 70,000 บาท แม้จะมีเหนื่อยและท้อบ้าง แต่เธอมีความเชื่อว่า “ความสำเร็จชอบความสุข” เพราะถ้ามีความสุขกับการมีหนี้หรือการทำสิ่งต่างๆ ความเหน็ดเหนื่อยจะหายไป เจ้าของร้านเล่าที่มาที่ไปของ ขนมครกแฟนซีไส้ทะลัก ให้ฟังว่า “พี่ชอบกินขนมครก แต่ไปกินร้านไหนก็ไม่ค่อยถูกใจ ทั้งก
สินค้าไอเดีย เฉพาะกลุ่ม คืนทุนไม่ยาก เตรียมล็อตสอง เสิร์ฟเชฟมืออาชีพ คุณเบลล์-บุษบากร สุวรรณสิทธิ์ และ คุณไอด้า-นุสรา วันโมรี คือ สองสาวศิษย์เก่าสาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร วิทยาลัยดุสิตธานี ที่หลังเรียนจบ เธอลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน โดยนำ ปัญหาสมัยเป็นนักศึกษา มาเป็นไอเดียตั้งต้น “เด็กครัว มักมีปัญหาเรื่องการพกอุปกรณ์ไปเรียน เพราะจะเอาอุปกรณ์ครัวใส่กล่องบ้าง ใส่ถุงบ้าง ตอนหยิบมาใช้ก็ไม่สะดวก ต้องคุ้ยหาอุปกรณ์ในนั้น แถมไม่ได้ขนมาแค่อุปกรณ์ครัวอย่างเดียว มีหนังสือเรียนอีก ก็กลับมาคิดกันว่าทำไมต้องพกสัมภาระมาหลายๆ ใบ ทั้งที่สามารถรวมกันได้ในใบเดียวแล้วจะสะดวกมากกว่า” ทั้งสอง เคยบอกไว้อย่างนั้น กระทั่งไม่นาน พวกเธอจึงร่วมกัน แปลงความคิด ให้ออกมาเป็นรูปธรรมจับต้องได้ โดยตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ สั้นๆ ตรงไปตรงมาว่า “Konkrua” (คนครัว) อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : ออร์เดอร์ปัง ตั้งแต่เปิดตัว กระเป๋าสำหรับ คนครัว ไอเดียเจ๋ง สองสาวศิษย์เก่าดุสิตธานี “คนครัว คือ แบรนด์กระเป๋าสำหรับใส่อุปกรณ์ของคนทำครัว นับตั้งแต่ มีด ไม้พาย ตะหลิว ทัพพี ฯลฯ ที่ไม่ได้มีเพียงในหมู่นักศึกษาครัวเท่านั้น ที่ต้องใช้ เชฟม
เปิดหมดเปลือก! สูตร เครปเค้กเผือกหอม ตั้งแต่น้ำซอสยันขึ้นรูป ไม่มีเตาอบ ก็ทำกิน-ขายได้! หากใครชื่นชอบการทานเผือกหอม โดยเฉพาะในไลน์เบเกอรี่ อาจจะหาทานที่เป็นเผือกหอมแท้ๆ ได้ยากสักหน่อย แต่วันนี้ คุณเบิร์ด จาก Deer Bunny เจ้าของร้านเบเกอรี่ดังในระนอง ได้มาแจกสูตร เครปเค้กเผือกหอม ซึ่งเป็นเมนูขายดีของทางร้านให้กับผู้ที่สนใจอยากทำทานเอง หรือทำขายเป็นอาชีพเสริม ได้ลองนำไปทำกัน แม้จะไม่มีเตาอบขนมก็สามารถทำได้ ดังนี้ อดีตนักเทคนิคการแพทย์ ลาออกทำ เบเกอรี่ เปิดคอร์ส-แจกสูตร ช่วยคนสร้างอาชีพ เปิดหมดเปลือก! สูตร ดิปมันม่วง จิ้มกินกับ ปาท่องโก๋ ทำทานเองก็ดี ทำขายก็ได้! อร่อย นัว! คัสตาร์ดไข่เค็มลาวา ประยุกต์ทำไส้ให้ เค้กโดนัท ทำขายปังๆ 1. ซอสเผือก – เผือกนึ่ง 200 กรัม – นมสดเมจิ 200 กรัม – กะทิ 150 กรัม – น้ำตาล 100 กรัม – เนยจืด 30 กรัม – เกลือ 1/2 ช้อนชา – แป้งข้าวโพด 20 กรัม วิธีทำ 1. นำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่น ไม่ต้องให้เผือกละเอียดมาก 2. นำส่วนผสมใส่หม้อตั้งไฟกลาง คนจนส่วนผสมซอสเริ่มข้น และทิ้งไว้ให้เย็น 2. เครปเผือก – แป้งเค้ก 200 กรัม (ยี่ห้อตาม
ไอศกรีมละมุด 100 ปี อัตลักษณ์โดดเด่น สร้างรายได้ให้ชุมชน คว้าแชมป์ คุณวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ เจ้าของฉายา “อุ๊ กรุงสยาม” ในฐานะ นายก อบต.บ้านใหม่มหาราช อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา นำทีมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คว้าแชมป์การแข่งขัน Knowledge Based OTOP (KBO) เครือข่ายองค์ความรู้จังหวัดดีเด่น ประจำปี 2565 ที่งานโอท็อปศิลปาชีพ เมืองทองธานี ภายหลังรับรางวัล เขากล่าวว่า เวทีนี้ แม้จะเป็นโอท็อปก็ตาม แต่คุณภาพสูงมาก ต้องผ่านด่านแข่งขันของแต่ละจังหวัด มาสู่สนามใหญ่ 77 ทีม 77 จังหวัด จากนั้นคัดเหลือ 8 จังหวัด แล้วแข่งกันอีกรอบ ด้วยการนำเสนอบนเวทีใหญ่ต่อหน้ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่างๆ 18 คน มีระดับด็อกเตอร์หลายคน ซักถามโดยละเอียด และมีการชิมผลิตภัณฑ์พร้อมกัน “งานนี้เป็นการนำพาชุมชนตำบลบ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ขึ้นมาแถวหน้า และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเกิดผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นชัดเจน ก่อให้เกิดประโยชน์สร้างอาชีพสร้างงานสร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนท้องถิ่น” นายกอุ๊ กล่าว และว่า ตนใช้เวลา ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปีนี้ 9 ปีเต็ม กับการปลุกปั้นละมุด 100 ปีบ้านใ
เต่าบิน ใช่เรื่องมหัศจรรย์ กว่าจะไต่ถึงพันล้าน ต้อง ล้มลุกคลุกคลาน มาก่อน คุณตอง-วทันยา อมตานนท์ ในฐานะ CPO ผู้บริหารธุรกิจ “เต่าบิน” เครื่องกดเครื่องดื่มอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ Robotic Barrista กิจการซึ่งกำลังได้รับการพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า กว่า “เต่าบิน” จะเติบโตถึงวันนี้ ต้องผ่านการ “ล้มลุกคลุกคลาน” มาก่อน พูดตรงๆ คือ ขาดทุนมาร่วมหลายปีอยู่เหมือนกัน “เต่าบิน เริ่มจากตู้กดน้ำกระป๋องก่อน แต่มีกำไรค่อนข้างต่ำ เลยเริ่มมองหาเป็นตู้กดน้ำชง น้ำกาแฟอัตโนมัติ โดยนำตู้จากต่างประเทศเข้ามา เพื่อมาทดลองใช้ เรื่องนี้จึงเป็นที่มาของคำว่า ล้มลุกคลุกคลาน เพราะว่า น้ำกระป๋อง ต้องใช้เวลายาวมากกว่าจะคืนทุน และตัวตู้ มีปัญหาค่อนข้างเยอะ แต่เหมือนด้วยความที่ กำไรว่าดี ดีมานด์ก็ดี เลยเริ่มคิดกันว่า ทำตู้น้ำชงอัตโนมัติ ของเราเองดีมั้ย” คุณตอง ย้อนจุดเริ่ม ก่อนเล่าต่อ ช่วงแรกที่กระจายการติดตั้งตู้เต่าบิน หรือประมาณ 2 ปีก่อน กระแส เวนดิ้ง แมชชีน แนวคาเฟ่หยอดเหรียญ ยังไม่เป็นที่นิยมกันมากนัก หลายคนอาจมองเป็นเทคโนโลยีใหม่ ยังกล้าๆ กลัวๆ ในการกดตู้อยู่บ้าง แต่พอลู
อดีตเจ้าของร้านอาหาร ฝ่าวิกฤตโควิด เปลี่ยนโต๊ะ 2 ตัว เป็น ฟาร์มผักสลัด สร้างรายได้ถึง 40,000 บาท การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการหลายคนประสบปัญหาหนัก เมื่ออาชีพหลักกลายเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง ทำให้ต้องหารายได้เสริมจากทางอื่น เช่นเดียวกับ คุณหมูแดง-ณิรินทร์พัชร์ เขื่อนแก้ว อดีตเจ้าของร้านอาหารที่หารายได้เสริมจากความชอบทานผักสลัด เธอเริ่มต้นปลูกผักขายด้วยโต๊ะเพียงแค่ 2 ตัว จนในตอนนี้ขยับขยายกลายเป็น ฟาร์มสุขทางใจ ที่สร้างรายได้ถึง 40,000 บาทต่อเดือน ‘ปลูกผักสลัดขาย’ จากอาชีพเสริมกลายเป็นอาชีพหลัก คุณหมูแดง เจ้าของฟาร์มวัย 27 ปี เคยเปิดร้านอาหารหน้ามหาวิทยาลัยได้ประมาณ 2-3 ปี แต่ประสบกับวิกฤตโควิด-19 จนส่งผลกระทบกับรายได้ที่เคยมี ทำให้เธอคิดหารายได้เสริมจากความชอบทานผักสลัดและมองเห็นว่าไม่ค่อยมีใครทำ จึงได้เริ่มต้นปลูกผักขายโดยใช้พื้นที่ว่างในบ้านของคุณป้า เจ้าของฟาร์มบอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า เธอเริ่มจากศูนย์ เพราะไม่มีความรู้และไม่เคยปลูกผักสลัดมาก่อน ด้วยความชอบกินจึงสนใจที่จะปลูก โดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านยูทูบและศึกษาเพิ่มเติมจากคนรู้จักที่ปลูกผักสลัดอยู่แล้
อาจารย์ยอด อดีตนักพากย์ ปัจจุบันเป็นยูทูบเบอร์วัย 75 มีผู้ติดตามกว่า 5 ล้าน นัตถิ กัมมัง สมะ พลัง….แรงใดในโลก เสมอด้วยแรงกรรม ไม่มี พุทธภาษิต ที่อาจจะคุ้นหู สำหรับผู้ติดตามรายการ เรื่องเล่าชาวบ้าน โดย อาจารย์ยอด ทางช่องยูทูบ ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่า 3 ล้าน “ไม่ค่อยได้ติดตามหรอก ว่ามีคนฟังเท่าไหร่” อาจารย์ยอด ออกตัวอย่างนั้น เป็นการเริ่มต้นบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ก่อนย้อนประวัติส่วนตัวให้รู้จักว่า ชื่อ-นามสกุล จริง คือ ปรีชา เรืองเดช ปัจจุบันอายุ 75 ปี พื้นเพเป็นชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ครอบครัวเป็นชาวสวนมะพร้าว ชีวิตวัยเรียน ได้เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ ที่ โรงเรียนวัดบวรนิเวศฯ ต่อด้วย โรงเรียนอำนวยศิลป์ และ เพาะช่าง ก่อนไปทำงานกับรุ่นพี่ “เปี๊ยก โปสเตอร์” ติดสอยห้อยตามไปเป็นผู้ช่วย เขียนโปสเตอร์ตามโรงหนัง หรือ ที่เขาเรียกกันว่า คัตเอาต์ อาจารย์ยอด เล่าต่อ ทำงานเป็นผู้ช่วยเขียนคัตเอาต์ อยู่ 2-3 ปี จึงหันไปพากย์หนัง นึกสงสัย เขียนโปสเตอร์อยู่ดีๆ แล้วไปพากย์หนังได้ยังไง คู่สนทนา ท่านเดิม อธิบายเพิ่มเติม “คิดว่าการเขียนรูป คงสู้งานพากย์หนังไม่ได้ เลยไปหัดพากย์และฝึกฝนเรื่อย
ขายหมดทุกวัน! “ขนมกัญญา” ร้านดังบ้านโป่ง ลูกค้าชมเรื่องใหญ่ กำไรเรื่องรอง ว่ากันว่า แต่ละพื้นที่ในประเทศไทย มักจะต้องมี “ของดี” ปรากฏอยู่ ยิ่งหากเป็น “ของดัง” ประจำท้องถิ่น ด้วยแล้วล่ะก็ แม้จะอยู่ตำบลไหน อำเภอใด ย่อมมีผู้คนเสาะหา ตามไปชม ตามไปชิม กันให้ได้สักครั้ง อย่าง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองหลวง มีหลายคนบอกต่อกันมา มี “ของดี ของดัง” ประจำอำเภอ เป็นร้านขนมไทยเก่าแก่ ขายมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย ก่อนส่งต่อมารุ่นคุณแม่ และล่าสุด รุ่นคุณลูก เข้ามาสานต่อ นับเวลาแล้วราว 60 ปีเศษเห็นจะได้ ร้านขนมไทย ที่ว่ามานี้ แต่เดิมขายอยู่ในตลาดสด ก่อนขยับขยายมาขายหน้าบ้านซึ่งอยู่ติดถนน อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่สัญจรไปมาซื้อหากันได้ง่ายขึ้น และเมื่อมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง จึงต้องมีชื่อเรียกขาน เพื่อสร้างการจดจำ ซึ่งทุกคนในครอบครัวเห็นพ้องกัน ตั้งชื่อร้านว่า “ขนมกัญญา” ตามผู้สืบสาน คุณกัญญา แดนศิลป์ วัย 72 ปี เจ้าของกิจการ “ขนมกัญญา” กรุณาสละเวลามาพูดคุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ย้อนความทรงจำให้ฟัง เริ่มมาทำขนมตั้งแต่รุ่นคุณแม่ของเธอ ที่ทำอยู่ก่อนแล้ว โดย
