ทำไรรวย
พวงหรีด จากผักตบชวา นักศึกษาถ่ายทอดความรู้ ช่วยชาวบ้านหารายได้ จากวิกฤตโควิด ที่ส่งผลให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยทวีความรุนแรงขึ้น มาตรการควบคุมการระบาดทั้งมาตรการปิดเมือง มาตรการรักษาระยะห่าง และภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซายาวนาน ส่งผลกระทบหนักต่อกลุ่มคนเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานทักษะต่ำ มีรายได้น้อย ขาดเงินออม ภาระหนี้สูง และไม่มีความพร้อมในด้านเทคโนโลยี ทาง นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต จึงเล็งเห็นปัญหาความยากลำบากในการทำมาหากินของผู้คนในชุมชนหลักหก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่รอบมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังค้นพบอีกหนึ่งปัญหา นั่นคือ ผักตบชวาในลำคลองของชุมชน มีจำนวนมาก จนทำให้การคมนาคมทางน้ำเกิดปัญหา กระทั่งเกิดแนวความคิด ทำกระดาษผักตบชวาปลอดสารเคมี สีธรรมชาติ เพื่อใช้ในงานประดิษฐ์ ตกแต่งและงานฝีมือจากการทำกระดาษผักตบชวาปลอดสารเคมีที่มีคุณภาพต่องานประดิษฐ์ ต่อยอดมาเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนรอบมหาวิทยาลัย คุณชวัลรัศมิ์ จตุเทน เลขานุการผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาสังคมและศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ในละแวกเมืองเอก มีคูคลองน้อ
เปิดตำรา สร้างเชฟมืออาชีพ ปรุงอาหารจากกัญชา หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข โดยเขตสุขภาพที่ 8 ได้จัดการอบรมหลักสูตรกัญชาและสมุนไพรในอาหาร-เครื่องดื่มเป็นยา สำหรับเชฟมืออาชีพ โดยได้มีการบูรณาการองค์ความรู้ที่สำคัญทางการแพทย์ทางวิทยาศาสตร์ ทางเภสัช งานวิจัยยุคใหม่ และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ให้กับเชฟมืออาชีพ ที่ผ่านการประกวดและการแข่งขันมาอย่างเข้มข้น ดังนั้น พวกเขาขอให้เติมเต็มองค์ความรู้เหล่านี้เพื่อที่จะได้เข้าใจการประกอบอาหารในการใช้กัญชาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นใบ ก้าน ลำต้น ราก รวมถึงช่อดอก และรวมถึงสารสำคัญ รวมไปถึงเวทีในต่างประเทศว่าเขาใช้กันอย่างไร ใช้การแข่งขันกันอย่างไร และประเทศไทยควรจะมีแนวคิดอย่างไร เราไปเติมเต็มในส่วนที่เขาไม่ถนัด และอาจไม่เข้าใจมาก่อน คือ เรื่องสุขภาพ และงานวิจัยทางเภสัช การบูรณาการครั้งนี้ จะทำให้เชฟที่เป็นแถวหน้าในระดับประเทศไทย ได้มีโอกาสมีองค์ความรู้ และไปดำเนินการเผยแพร่องค์ความรู้และทำอาหารจานดีให้กับคนไทย ท
ลูกชาวนา ต่อยอดอาชีพพ่อแม่ ทำคอนเทนต์ กะเทยขายข้าว ขายดี ออร์เดอร์ปังทั้งปี ชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ (ไทย) ประโยคนี้คงคุ้นหูใครหลายคนมาพอสมควร แต่ทำไมเวลาเอาข้าวไปจำนำ กลับได้ราคาที่ไม่คุ้มเหนื่อย ในขณะที่ปลายทางอย่างผู้บริโภค กลับซื้อข้าวมาในราคาที่สวนทางกับต้นทาง? ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ คุณโอวา-ธนาวัฒน์ จันนิม วัย 33 ปี ตัดสินใจต่อยอดอาชีพชาวนาของพ่อแม่ เปิดเพจทำคอนเทนต์ขายข้าวโดนใจชาวเน็ต จนทำให้ข้าวขายดิบขายดี มีออร์เดอร์เข้ารัวๆ ตลอดทั้งปี คุณโอวา ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า พื้นเพเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ เรียนจบจาก คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าทำงานเป็นพนักงานประจำที่บริษัทแห่งหนึ่งมาได้ 10 กว่าปี อยากขยับขยายหน้าที่การงาน จึงดูงานไว้ 2 แห่ง ที่ให้เงินเดือนและตำแหน่งสูงกว่า ประกอบกับเกิดความรู้สึกอยากพัก จึงตัดสินใจลาออกกลับไปพักผ่อนที่บ้านเกิด “ต้องบอกก่อนว่าที่บ้านมีอาชีพทำนา เราก็เลยเป็นชาวนามาตั้งแต่จำความได้แล้ว พอเข้าไปเรียนกรุงเทพฯ จบมาก็ทำงานที่นั่นเลย ตั้งแต่จบมาได้ 10 กว่าปี เราก็เข้าทำงานเลย มันเหมือนไม่มีเวลาพัก เลยตัดสินใจลาออกกลั
ลงทุนหลักร้อย! อดีตแม่ค้าสาคู ปิ๊งไอเดีย ก๋วยเตี๋ยวมินิ เข็นขาย สร้างรายได้หลักพัน/วัน ภาพจำ ร้านก๋วยเตี๋ยว ของใครหลายคน คงเป็นร้านที่มีทำเลที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง มีหม้อน้ำซุปใบใหญ่ในการลวกเส้น-เครื่องต่างๆ พื้นที่วางอุปกรณ์เครื่องปรุงรสอีกสักนิด หรือ เล็กลงมาหน่อย ก็เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ทำขายในเรือ ที่เห็นกันจนชินตา แต่ในจังหวัดอ่างทอง มีร้านที่เล็กกว่านั้นอีก! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ เจ๊เป็ด-วิมนต์ พลหาญ วัย 46 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวมินิ ที่มินิจริงๆ ไม่จริงโจ้! เจ๊เป็ด เล่าว่า แต่เดิมเธอนั้นยึดอาชีพเป็นแม่ค้าขนมสาคูสลับกับการทำข้าวแกงถุงให้ลูกๆ ช่วยเดินขายในตลาดโพธิ์ทอง ต่อมาก็เริ่มได้ยินแม่ค้าตามแผงในตลาดพูดแกมบ่นกันว่า ทานแต่ข้าวถุงๆ จานๆ แต่อยากทานอะไรอร่อยๆ ร้อนๆ คล่องคอ และมีบริการเสิร์ฟให้ถึงหน้าร้านเลยยิ่งดี จุดนี้เองที่เจ๊เป็ดนำกลับมาคิดต่อยอดว่าจะทำอะไรต่อได้บ้าง “เจ๊ก็ได้ยินพวกแม่ค้าเขาพูดๆ กันแหละค่ะว่า อยากกินอะไรร้อนๆ เสิร์ฟให้เขาถึงที่ร้านเลย แล้วเราก็เดินส่งข้าวในนี้อยู่แล้วก็เห็นว่า อืม ไม่ค่อยมีอะไรร้อนๆ อย่าง ก๋วยเตี๋ยวอะไรพวกนี้ ขายให้พวกเขาจริงๆ ประกอบกับช่
ปลูกไม้ด่าง ในตู้คอนเทนเนอร์ ไม่โดนแดดครึ่งปี ก็งามดี ช่วงพีก ต้องต่อคิวแย่งซื้อ คุณนัท-ณัฐพงศ์ จินดารักษ์ ปัจจุบัน อายุ 30 ปี จบการศึกษาจากคณะนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยทำงานประจำ ตำแหน่งช่างภาพของนิตยสารหัวหนึ่งมาก่อน จากนั้นลาออก มาลงทุนร่วมกันกับเพื่อน เปิดบริษัทของตัวเอง ทำโปรดักชั่นเฮ้าส์รับงานโฆษณา ดำเนินกิจการได้พักใหญ่ เกิดสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพเร็วขึ้น “ความจริงผมทำงานมาตั้งแต่สมัยเรียน มีประสบการณ์มาพอสมควร เลยรู้สึกอิ่มตัวกับงานโฆษณาแล้วประมาณหนึ่ง พอมาทำโปรดักชั่นเฮ้าส์ของตัวเอง เจอช่วงขาลงอีก เลยให้เพื่อนทำบริษัทต่อ ส่วนผมออกมาทำต้นไม้” คุณนัท เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังอย่างนั้น ก่อนหัวเราะอารมณ์ดี และว่า เขาชอบต้นไม้เป็นทุนเดิม มีงานอดิเรก คือ เป็นนักสะสมต้นไม้หลายแบบ พอคิดหันมาทำแบบจริงจัง ก็ได้คำแนะนำจากเพื่อนว่า “ไม้ด่าง” กำลังมา “เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา เพื่อนชวนไปเดินสวนจตุจักร เห็นตลาดคึกคัก มีคนจับจ่ายใช้สอย ซื้อขายกันเยอะ เลยซื้อไม้ด่างมาเลี้ยงดูบ้าง กระทั่งเดือนมีนาคม เริ่มสะสมจริงจัง แต่บ้านทาวน์เฮ้าส์ย่านพญาไท
อาชีพเล็กๆ ทำได้คนเดียว ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคู ราดกะทิสด ขายสาย บ่ายหมด “….วันนี้หมดแล้ว ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ คุณพี่…” เสียงแม่ค้า ตะโกนบอกผู้โดยสารนั่งด้านหลังของรถเก๋งคันโต ที่มาจอดเทียบหน้าร้าน และกดกระจกลงถามหา ข้าวเกรียบปากหม้อ 2 ชุด หลังรถลูกค้าแล่นออกไปด้วยความผิดหวัง เราเลยสงสัย ยังไม่บ่ายโมง หมดแล้วหรือ แม่ค้าท่านเดิม ยิ้มกว้าง บอกน้ำเสียงร่าเริง “ทำมาขายวันละ 50-60 กล่อง แค่นั้น…พอแล้ว” ซาจากภารกิจ จัดของให้ลูกค้าที่ออร์เดอร์ไว้ล่วงหน้าแล้ว คุณโบ-มยุรี ดีเสมอ วัย 50 ปีเศษ เจ้าของกิจการ ข้าวเกรียบปากหม้อ/สาคู ราดหน้ากะทิสด เจ้าเก่าหน้าร้านป้าระเบียบ ย่านดอนเมือง สละเวลามาพูดคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม ก่อนเล่าให้ฟัง นับหนึ่ง วิชาอาชีพนี้ จากคุณแม่ของเธอเอง ซึ่งท่านมาจากครอบครัวทำขนม จึงมีฝีมือทำอาหารเป็นทุน และด้วยคุณพ่อรับราชการ เงินเดือนไม่มาก มีลูก 3 คน ที่ต้องส่งเสีย คุณแม่ของเธอจึงทำข้าวเกรียบปากหม้อ/สาคู ราดหน้ากะทิสด ขายหารายได้อีกทาง “บ้านยายทำขนม แม่เลยคิดลองเอากะทิสด มากินกับข้าวเกรียบปากหม้อ สาคู ก็ได้อีกรสชาติหนึ่ง พอทำขาย ลูกค
“เมาท์ เซโพลา” แบรนด์ผลิตภัณฑ์สปาที่เริ่มต้นจากศูนย์ สู่การแจ้งเกิดบนเวทีโลก ด้วย “สมุนไพรไทย” เมาท์ เซโพลา – ในวงการอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพและความงามของประเทศไทย “Mt.Sapola” (เมาท์ เซโพลา) ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์สปา-สมุนไพรเป็นอย่างมาก คุณต่าย – อัมพร หริพจน์พรกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท หริกุล กรุ๊ป จำกัด เจ้าของ “Mt.Sapola” ธุรกิจสินค้าสมุนไพรและสปาครบวงจร ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจของเธอว่า ด้วยความที่เธอเป็นเด็กต่างจังหวัด จึงอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าเด็กในเมือง จึงมีความผูกพันและสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรรอบๆ ตัวเป็นอย่างมาก เพราะสมุนไพรไทยมีสรรพคุณหลากหลาย ทั้งรักษาโรค ประทินผิว เสริมความงาม “พี่สนใจเรื่องสมุนไพรมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ เพราะสมุนไพรไทยมีสรรพคุณดีๆ มากมายเลยนะ ก็มีความคิดว่าอยากเอาสมุนไพรไทยมาทำเป็นสินค้าขาย พอแต่งงานแล้วที่บ้านสามีก็ทำเกี่ยวกับเครื่องมือวิทยาศาสตร์ พี่ก็มีโอกาสได้ทำงานเกี่ยวกับการสก
จอนนอนไร่ ขอบาย ไม้กระแส อะไรไม่กิน จะไม่ยุ่ง หวั่นตลาดผันผวนแล้วเครียด คุณตุ้ย-เสกสรรค์ อุ่นจิตติ อดีตครีเอทีฟมือทองแห่งวงการโฆษณา ปัจจุบันผันตัวมาเป็นเกษตรกรปลูกผัก-ดอกไม้-สมุนไพร ออร์แกนิก ใช้ชื่อ จอนนอนไร่ บนพื้นที่หลายไร่ อยู่ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ควบคู่ไปกับการเปิดบริษัทโฆษณาเล็กๆ ที่มีเขาเป็นซีอีโอและพนักงานในคนเดียวกัน นับเป็นเวลาเกือบสิบปี ที่คุณตุ้ย เอาจริงเอาจังกับการทำไร่ เริ่มต้นด้วย มอตโต้ “ไม่แปลก ไม่ปลูก” ไม่ว่าจะเป็น กะหล่ำปลีหัวยักษ์ แคร์รอตสารพัดสี จากนั้นเขาก็ใช้วิชาโฆษณา มาช่วยเล่าเรื่อง นำเสนอมุมมองสไตล์เกษตรครีเอทีฟ กระทั่งปัจจุบัน จอนนอนไร่ มีเอฟซี ไม่น้อยเลยทีเดียว “ผมเป็นมนุษย์ 2 ร่าง กลางวันเป็น จอน กลางคืนเป็น ตุ้ย และมี 2 ขั้ว คือ บ้าคลั่ง กับ ใช้ตรรกะ ในคนเดียวกัน” อดีตครีเอทีฟคนดังวงการโฆษณา เริ่มต้นบทสัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น ก่อนบอกทีเล่นทีจริง ขณะที่พูดคุยกันอยู่นี้ เขาคือ จอน เพราะเป็นเวลากลางวัน ซึ่งกำลังมีภารกิจอยู่ในไร่ จบมัณฑนศิลป์ ทำไมปลูกต้นไม้ได้สารพัด แม้แต่ไม้เมืองนอกเมืองนา ยังสั่งเมล็ดมาปลูกได้งามเหลือเช
ลุงเจี๊ยบ เคยนอนก่ายหน้าผากรอออร์เดอร์ ปั้น เตี๋ยวยันหว่าง ราคาหลักสิบวิวหลักล้าน ชื่อของ #ลุงเจี๊ยบแหวกอก อาจเป็นที่รู้จักของใครหลายคน ไปเรียบร้อยแล้ว สืบเนื่องจาก แอดมินเพจ ร้าน เตี๋ยวยันหว่าง By Mixer พระประแดง ขยันปั้นคอนเทนต์ตามกระแส แบบไม่มีเว้นวรรค กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ มีการจับลุงเจี๊ยบ มาใส่เสื้อแหวกอก ให้คล้ายกับ น้องโอลีฟ แม่ค้าขนมคนดังจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏได้กระแสตอบรับแบบถล่มทลาย อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : ลุงเจี๊ยบ แหวกอก ขยันปั้นคอนเทนต์ ล้อกระแส สักวันต้อง…ปัง แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ วันที่มีลูกค้ามารอคิวยาวเหยียด เจ้าของฉายา ลุงเจี๊ยบแหวกอก บอกตรงๆ เคยนอนก่ายหน้าผากรอออร์เดอร์ มาแล้ว “Mixer พระประแดง เปิดมา 27 ปีแล้ว เป็นสวนอาหารกึ่งผับ มีดนตรีเล่น เป็นกิจการของผมเอง เปิดตั้งแต่สมัยทำงานบริษัท กระทั่งเมื่อราว 5 ปีที่แล้ว ลาออกมาดูแลร้านแบบเต็มตัว ตำแหน่งล่าสุดก่อนออกมาเป็นผู้จัดการ ครับ” คุณเจี๊ยบ-เฉลิมพงษ์ สารรัตน์ เจ้าของฉายา ลุงเจี๊ยบแหวกอก ในวัย 59 ปี เริ่มต้นให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังอย่างนั้น ก่อนเล่าต่อ เมื่อมีเวลาเข้ามาดูแลเองแบบเต็มตัว กิจการจึงดำเนินไปได้ด้
หนุ่มใต้ปิ๊งไอเดีย ทำ “ถุงเพาะชำจากยางพารา” ย่อยสลายได้ เจ้าแรกของโลก คุณนัท – ณัฐวี บัวแก้ว วัย 24 ปี ผู้บริหารหนุ่ม และ เจ้าของไอเดีย “ถุงเพาะชำจากยางพารา” แบรนด์ Greensery ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ยางพาราแล้ว ยังถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก และลดโลกร้อนได้อีกด้วย คุณนัทเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ตนเรียนจบมาจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาวิชาวิศวกรรมการผลิต ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ในสมัยที่เขาเรียนอยู่ปี 3 ได้เข้าไปช่วยน้องสาวทำโครงงานเกี่ยวกับถุงเพาะชำดูดซับน้ำ ซึ่งเป็นโครงงานในวิชาวิทยาศาสตร์ ประกอบกับก่อนเรียนจบ คุณนัทมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม PSU Startup Challenge ที่จัดโดยสถาบันพัฒนาการเป็นผู้ประกอบการสำหรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทั้ง 5 วิทยาเขต ซึ่งเป็นการแข่งขันเกี่ยวกับนวัตกรรมทางการเกษตร นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณนัทอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง “ก่อนเรียนจบ ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ PSU ที่เป็นโครงการแข่งขันเกี่ยวกับนวัตกรรมทางการเกษตร บวกกับเคยช่วยน้องสาวทำโครงงานเก
