ทำไรรวย
คนทุนน้อยเฮ! ผลไม้รถเข็น “ผลสุวรรณ” ผุดธุรกิจให้พ่อค้าแม่ค้ารับผลไม้ไปขาย โดยที่ไม่ต้องลงทุนเอง มาแต่ตัวก็เข็นรถพร้อมผลไม้ไปขายได้เลย เเบ่งกำไรกัน รายได้เฉลี่ยวันละ 600 บาท คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีสำหรับ “ร้านผลไม้รถเข็น” ร้านผลไม้เคลื่อนที่สามารถพบเห็นได้ตามตรอก ซอกซอย หน่วยงานต่างๆ ทั้งห้างร้าน โรงเรียน บริษัท ฯลฯ เป็นอาชีพยอดนิยมของคนไทย เพราะใช้พื้นที่ไม่มากในการเปิดร้าน เพียงมีมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง มีตู้กระจกแบ่งช่องสำหรับใส่ผลไม้ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาด หั่น บรรจุถุง เรียบร้อยพร้อมจำหน่าย รอเพียงลูกค้าเข้ามาอุดหนุน จากผู้บริโภคที่ชอบทานผลไม้เป็นชีวิตจิตใจ ทำให้ คุณเบนซ์-ภานุวัฒน์ คำลอย หันมาสร้างแบรนด์ให้กับผลไม้รถเข็น ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์รวมกับสิ่งที่รัก เกิดเป็น “ผลสุวรรณ ผลไม้” เสิร์ฟผลไม้สะอาด สดใหม่ ได้มาตรฐานมายาวนานกว่า 3 ปี “ผมเป็นคนชอบทานผลไม้มาก พยายามหาร้านผลไม้รถเข็นที่สะอาดได้มาตรฐานแต่ก็ยังไม่เจอ ผมเลยคิดว่าทำแบรนด์เองเลยดีกว่า เริ่มศึกษาขั้นตอนการทำจากพ่อค้าแม่ค้าว่ามีกระบวนการทำอย่างไร จากนั้นคำนวณว่าต้องใช้เงินทุนเท่าไ
เปิดเทคนิค จัดแต่งจานอาหารยังไงให้สวยมัดใจลูกค้า เพราะสมัยนี้อาหารทุกจานต้อง “แต่งให้สวย” กันสุดฤทธิ์ เนื่องจากค่านิยม “แชะก่อนกิน” นั้นมาแรง จัดเป็นสิ่งที่ต้องทำอันดับ 1 ของคนยุคปัจจุบัน ก่อนจะกินอาหารทุกครั้งในร้านอาหาร ต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปอาหาร หลายคนลงทุนซื้อกล้องราคาแพงเพื่อการนี้ ถ่ายเสร็จรีบแชร์ขึ้นออนไลน์ อวดเพื่อนฝูงได้มากินของอร่อยจานสวยแล้วน้า คนยุคนี้จึงตามตัวกันง่าย อยู่ที่ไหนตอนไหนรู้หมด อาหารในร้านอาหารต่างๆ จึงต้องคิดวิธี “แต่งสวย” กันสุดฤทธิ์ วิชาจัดแต่งจานที่เมื่อก่อน จำกัดอยู่แค่ในแวดวงเชฟโรงแรมกับในรั้วการศึกษาเลยออกมาแพร่หลายขึ้นในวงการร้านอาหาร ร้านไหนจัดจานได้สวยปิ๊งชวนคนมา “เช็กอิน” กันได้มากๆ ยิ่งเป็นการเชิญชวนแขกมาเข้าร้านตัวเองได้มากขึ้น บางร้านแต่งได้สวยมากจนไม่อยากกิน บางร้านคิดว่าแต่งได้สวยจนไม่อยากกินเช่นกันเพราะกินไม่ลง เผอิญผมและทีมงานโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ได้รับคำเชิญจากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการอบรมอาจารย์และบุคลากรภาควิชาคหกรรมศาสตร์ การโรงแรม การท่องเที่ยว วิชาการจัดแต่งอาหาร หรือ อาหารสมัยใหม่ เป็นโครง
‘นีโอสุกี้กรุ๊ป’ ผุดโมเดลใหม่ ‘ข้าวแกงเฮียเพ้ง’ เสริมแกร่งธุรกิจอาหาร ยกระดับเทียบเท่าฟาสต์ฟู้ด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจัย 4 ของการดำรงชีวิตมนุษย์ คืออาหาร ไม่ว่าจะตื่นนอนขึ้นมาก็ต้องได้กินอาหาร ก่อนไปทำงาน ก่อนนอนก็ต้องได้กิน ก่อนที่จะพักผ่อนเอาแรง เพื่อให้วันพรุ่งนี้ดำรงอยู่ต่อไปได้ บางครอบครัวทำอาหารกินเอง ก็สุขใจไปอีกแบบ ทั้งประหยัด ได้มิตรภาพครอบครัว แต่หากเป็นสังคมเมืองใหญ่ เมืองหลวง ภาพการทำอาหารกินเองจะมีให้เห็นน้อยเพราะเป็นสังคมแบบเร่งรีบ ทำให้คนมีเวลาทำอาหารน้อยลง ส่วนใหญ่ก็จะไปฝากท้องกับโรงอาหารในที่ทำงาน หรือไปใช้บริการตามห้างสรรพสินค้า หรือตามหน่วยงานต่างๆ จึงทำให้ธุรกิจร้านอาหารเติบโตผุดขึ้นราวดอกเห็ด รองรับไลฟ์สไตล์ของผู้คน หนึ่งในนั้นที่เห็นโอกาสทางการเติบโต จึงกระโดดเข้าชิงเค้กก้อนโตทันที คือ ‘กลุ่มนีโอ สุกี้’ ที่ผุดหลายกิจการเกี่ยวกับอาหาร นายสกนธ์ กัปปิยจรรยา หรือ เฮียเพ้ง ประธานบริษัท นีโอ สุกี้ไทย เรสเทอรองส์ จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการดำเนินธุรกิจสุกี้ ภายใต้แบรนด์นีโอสุกี้ จนขยายสาขาไปจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เป็นที่ชื
พาณิชย์ โชว์ทำลาย แบรนด์เนมก๊อบ 10 ล้านชิ้น มูลค่า 550 ล้านบาท วันที่ 12 ก.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวในการเป็นประธานดำเนินการทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ที่คดีถึงที่สุดแล้ว ณ ลานอเนกประสงค์ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา สำหรับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ การกำกับดูแลของคณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมีผู้แทนจาก 17 หน่วยงาน เป็นอนุกรรมการ โดยปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งตลาดที่มีการขายสินค้าละเมิด (Physical Markets) และตลาดออนไลน์ (Online Markets) รวมทั้งเข้มงวดป้องปรามการนำเข้าหรือออกทางช่องทางผ่านแดนตลอดจนทำความเข้าใจ และทำคว
วิสาหกิจชุมชนไก่งวง นำ “ขน” เหลือทิ้ง มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ขายได้ กก.ละ 2,000 บาท วิสาหกิจชุมชนไก่งวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ต่อยอดการเลี้ยงไก่งวงเกือบ 600 ตัว มีการแปรรูปสินค้าทั้งเนื้อไก่งวงจำหน่ายหลากหลายเมนู อีกทั้งนำขนไก่งวงที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นดิน มาสร้างมูลค่าเพิ่ม สามารถขายได้กิโลกรัมละถึง 2,000 บาท นำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์สไตล์ต่างๆ รูปแบบแฮนด์เมด ทั้งหมวก สายคาดหมวก ขณะที่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จากประเทศภูฏานเดินทางมาศึกษาดูงานเทคนิคการเลี้ยงด้วยความสนใจ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 30 หมู่ 2 ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี มี คุณศรีสุนันท์ เดชบุตร อายุ 40 ปี เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 20 ราย ได้เริ่มเลี้ยงไก่งวงสายพันธุ์อเมริกันบอล ลักษณะตัวสีดำใหญ่ สายพันธุ์สมอลไวท์ ลักษณะตัวสีขาว และอีกหลายสายพันธุ์ ย่างเข้าสู่ปีที่ 6 แล้วสำหรับการเลี้ยงไก่ของที่นี่เกือบ 600 ตัว มีการนำเนื้อไก่งวงมาแปรรูปทำอาหารหลากหลายที่น่าสนใจ ได้แก่ น้ำพริกไก่งวง ไก่งวงจ๊อทอด ลาบไก่งวง ผัดเผ็ดไก่งวง และยังมีไก่งวงอบ มีทั้งขายเป็นตัว เป็นผลิตภัณฑ์ส่งจำหน่ายทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ได้ร
ธนาคารบังกลาเทศ “กรามีน แบงก์” ชูแนวคิด คนยากจนมองเห็นแสงสว่างจากตัวเอง อุปสรรคสำคัญของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยคือ “เงินทุน” เพราะหากไม่มีเงินทุนก้อนแรกในการประกอบอาชีพ เขาก็ไม่รู้จะค้าขายอะไร แม้บางคนอาจเริ่มจากธุรกิจเล็กๆ ก่อน เช่น ขายข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าปากซอย, ขายปาท่องโก๋, ขายน้ำเต้าหู้ หรืออะไรต่อมิอะไรมากมายที่พอจะเลี้ยงตัวได้ แต่กระนั้น เมื่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศฝืดเคือง มีคนขายมากกว่าคนซื้อ จึงทำให้รายได้ของพวกเขาค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนบางรายต้องปิดร้านม้วนเสื่อกลับบ้านนอกเพื่อไปทำนา ทำไร่ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยอื่นๆ ต่างหันไปกู้เงินนอกระบบ แม้จะรู้โดยสัญชาตญาณว่าดอกเบี้ยแพงมหาโหด แต่เขาจำเป็นต้องกู้ เพราะไม่เช่นนั้นไม่รู้จะประกอบอาชีพอย่างไรต่อ ไหนลูกจะต้องกินต้องใช้ ต้องไปโรงเรียน และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกจิปาถะ สำคัญไปกว่านั้น เหตุผลที่พวกเขาจำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบ เพราะไม่มีรายได้เป็นหลักเป็นแหล่ง ไม่ได้ทำงานบริษัทห้างร้าน ไม่มีสลิปเงินเดือน และไม่มีใครค้ำประกันเงินกู้ได้ ครั้นจะขอกู้เงินจากแบงก์รัฐ และแบงก์พาณิชย์ก็ทำไม่ได้อีก เพราะไม่มีเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น จนทำให้ชีวิ
ทำใหญ่เกินตัว-ทุนไม่หนาพอ-ลูกค้าไม่ได้ตามเป้า บทสรุปก่อนปิดฉาก “แหลมเกต” เป็นเรื่องที่ไม่เกินคาดหมายนัก หลังมีข่าวแจ้งว่าเมื่อเร็วๆ นี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุม “โจม พารณจุลกะ” หรือชื่อเดิม “โค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักษ์” ผู้บริหารบริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด เจ้าของกิจการร้านอาหารสไตล์ “บุฟเฟ่ต์ ซีฟู้ด” ชื่อดัง “แหลมเกต อินฟินิท” ในข้อหาร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิดคุณภาพ ปริมาณในสินค้าหรือบริการด้วยการโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยข้อกล่าวหาดังกล่าว เริ่มต้นจาก “แหลมเกต อินฟินิท” มีการขายบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลโปรโมชั่นราคาถูก แต่เมื่อผู้ที่ซื้อโปรโมชั่นไปกินจริงๆ อาหารและการบริการไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากไหว อาหารคุณภาพต่ำ จนต้องระงับบริการ ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการขายโปรโมชั่นล่วงหน้าไปแล้วจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องคืนเงินส่วนดังกล่าวให้กับผู้ซื้อ ต่อมาพบว่า ร้านได้ปิดตัวลงอย่างเงียบๆ โดยอ้าง กำลังปรับปรุงแต่กลับกลายเป็นปิดถาวร อีกทั้งต่อมามีแม่ค้าส่งอาหารทะเล ออกมาระบุได้รับผลกระทบจาก “แหลมเกต อินฟินิท” ด้วยเหมือนกัน เนื่องจากเช็คที่สั่งจ่ายค
“แฟลช เอ็กซ์เพรส” จับมือ “WoYoo” เปิดแพลตฟอร์มระบบนำเข้าสินค้าครบวงจร “WoYoo” รุกตลาดไทย เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มให้บริการนำเข้าสินค้าแบบครบวงจร หวังเชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมจับมือ “แฟลช เอ็กซ์เพรส” เสริมช่องทางการขนส่ง และบริการคลังสินค้า (Fulfillment) ในประเทศไทย ตั้งเป้าสยายปีกสู่ AEC ภายในปี 2020 โดยล่าสุด WoYoo ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ แฟลช เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการด้าน E-Commerce แบบครบวงจร เพื่อให้แฟลช สนับสนุนด้านการขนส่งสินค้า และด้านคลังสินค้า (Fulfillment) มร.จี คุณ (Ji Kun) ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WoYoo ประเทศไทย กล่าวว่า WoYoo มีประสบการณ์การทำธุรกิจด้าน E-commerce ทั้งขนาดเล็ก และกลาง มามากกว่า 20 ปี โดยมองเห็นโอกาสการสร้างธุรกิจจากการเติบโต และพัฒนาของ E-commerce ที่มีสัดส่วนทางการตลาดอย่างมหาศาล จึงได้เตรียมเปิดแพลตฟอร์มระบบนำเข้าสินค้าแบบครบวงจร โดยแพลตฟอร์มดังกล่าว เป็นเสมือนระบบศูนย์กลางในการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมวางเป้าหมายเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ค้าปลีกชั้นนำของไทยกว่า 300 ร้านค้า โดยเตรียมจัดตั้งศูนย
ใช้ชีวิตลำพัง-เทรนด์ชาวญี่ปุ่น! ร้านรวงแห่เปิดมุมต้อนรับ “ลูกค้ามาคนเดียว” คนจำนวนมากอาจรู้สึกเขินเวลาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกตามลำพัง มักจะมีคำถามผุดในหัวว่า ดูหนังหรือนั่งกินข้าวคนเดียวดูแปลกไปไหม แถมร้านบุฟเฟ่ต์บางแห่งก็คิดเงินเพิ่มถ้าไม่มีใครมาด้วย แต่ทุกวันนี้ เราไม่อาจหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตแบบเดี่ยวๆ ได้อีกแล้ว เพราะจำนวนคนโสดที่เพิ่มขึ้น อัตราการเกิดลดลง ไหนจะไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ผู้คนอยู่คนเดียวมากกว่าอยู่กับครอบครัว ทำให้ร้านค้าจำนวนไม่น้อยหันมาอ้าแขนรับผู้บริโภคแบบมาลำพัง “คาราโอเกะ กัง” ในย่านชิมบาชิของกรุงโตเกียว เปิดมุมให้บริการลูกค้ามาเดี่ยวโดยเฉพาะ ใครจะร้องเพราะ ร้องเพี้ยน ก็ตะโกนไปให้สาแก่ใจ เพราะไม่มีใครได้ยิน และไม่ต้องเขินคนที่มาด้วย “มาซาคิ คิตะโคกะ” วัย 33 ปี มาใช้บริการที่นี่บ่อยครั้ง เขาจะเข้าไปในบู๊ธเล็กๆ ที่มีโต๊ะกับเก้าอี้อย่างละตัว และร้องเพลงที่ตัวเองชอบยาวๆ ไป 90 นาที เว็บไซต์เจแปน ไทมส์ ระบุว่า “คิตะโคกะ” เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนเทรนด์การทำกิจกรรมตามลำพัง หรือที่เรียกว่า “โอฮิโตริซามะ” ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประเมินกันว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือนในญี่ปุ่น
ชีวิตเหมือนนิยาย! “ชายสี่หมี่เกี๊ยว” ลูกชาวนาร้อยเอ็ด รับจ้างสารพัด รปภ.ทำมาแล้ว คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้ง บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์บะหมี่เกี๊ยวริมทางแบรนด์ดัง “ชายสี่” ที่ปัจจุบันมีรถเข็นคู่ค้า กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 3,700 สาขา ล่าสุด ยังมีการขยายธุรกิจ แตกไลน์สินค้าออกเป็นแฟรนไชส์อีกหลายรูปแบบ นับแต่ “พันปีบะหมี่เป็ดย่าง” “บะหมี่ไก่ ข้าวมันไก่” และ “ชายสี่ คอร์นเนอร์” ที่หวังเจาะลูกค้ากลุ่มกลาง-บน บุกทำเลคอมมูนิตี้มอลล์ และปั๊มน้ำมัน แม้ปัจจุบัน หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบเศษ ชาวร้อยเอ็ดผู้นี้ จะมีธุรกิจใหญ่โตระดับประเทศ แต่กว่าเขาจะก้าวมาถึงจุดมั่นคงแข็งแรง ระดับ “หลายร้อยล้าน” ได้อย่างที่เห็น บอกเลยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ “เรียน กศน. จบ ม.6 ตอนอายุ 41 ปี ทำนามาตั้งแต่จำความได้ ทำมาแล้วสารพัดอาชีพ ทั้งรับจ้างเก็บฝ้าย รับจ้างเก็บพริก เป็นลูกจ้างโรงกลึง รับจ้างทำงานบ้าน เป็น รปภ. เป็นพ่อค้าขายไอติม” คุณพันธ์รบ ย้อนประวัติโดยย่อ ก่อนบอกต่อ เริ่มต้นอาชีพเป็นพ่อค้าขายบะหมี่-เกี๊ยว ช่วงปี 2535-2537 โดยยึดทำเลย่านลำลูกกา ปทุมธานี ปรากฏขายดีตั้งแต่เริ่ม ลูกค้าอุดหนุน
