ทำไรรวย
ตาค้างกันทั้งงาน! ต้นชวนชม ราคา 4 ล้าน ฮือฮา แห่เซลฟี่ ถ่ายรูป เผยที่มา วันที่ 5 ก.ย. ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า นครราชสีมา มีพิธีเปิดงาน “เสน่ห์ชวนชม 2019” โดยมี ว่าที่ ร.ต.นิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ รองผู้ว่าฯ จ.นครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย คุณณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา คุณจำนงค์ เปไธสงค์ รองประธานชมรมชวนชมฯ คุณนราทร ธานินพิทักษ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ฯ คุณโชคชัย พิชัยวรกุล กรรมการหอการค้า และคุณเสฏฐวุฒิ ทัตสุระ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า นครราชสีมา คุณจำนงค์ กล่าวว่า งานดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่าง จ.นครราชสีมา และชมรมชวนชม จ.นครราชสีมา จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ พันธุ์ชวนชมให้เป็นที่รู้จัก และเพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกชวนชม ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหนึ่งของนครราชสีมา โดยภายในงานได้จัดโซนแสดงชวนชมสายพันธุ์หายาก, ชวนชมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย, ชวนชมสายพันธุ์เก่าแก่ของโคราช มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท อาทิ อาราบิคัม, ไทยโซโค, ชวนชมบอนไซ, ชวนชมเขาแกะ, ราชินีกิ่งตอน, ราชินีเพาะเมล็ด และเพชรบ้านนาเพาะเมล็ด โดยเฉพาะช
ดราม่าไม่เลิก ข้าวผัดกะเพรา บิ๊กตู่ โฆษกแจงวุ่น สั่ง จนท. ห้ามใช้พลาสติกอีก จากกรณีที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก และ จ.สุโขทัย เพื่อเยี่ยมเยียนและมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนโพดุล โดยมีภาพ ข้าวผัดกะเพราหมูสับไข่ดาว ในกล่องพลาสติกสีดำ ต่อมาเกิดกระแสตีกลับ หลังจากที่นักวิชาการและชาวเน็ต แสดงความคิดเห็นว่า “บอกให้ประชาชนเลิกใช้กล่องพลาสติก แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังใช้กล่องพลาสติกแล้วจะมีความหมายอะไร เมื่อผู้นำประเทศไทยยังไม่ตระหนักและให้ความสำคัญต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังเลย” RIP มาเรียม ตามที่เสนอไปแล้วนั้น ล่าสุด วันที่ 5 ก.ย. นางนฤมล ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความเห็นภาพข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวซึ่งอยู่ในกล่องพลาสติกของท่านนายกฯ เมื่อเช้านะคะ และต้องขออภัยด้วยค่ะที่ไม่ได้สื่อสารบอกให้ทุกท่านได้รับทราบ ความจริงแล้วหลังจากท่านนายกฯ เห็นข้าวที่ใส่กล่องพลาสติกมาแล้ว ก็ได้มีการตักเตือนเจ้
มูลนิธิศุภนิมิตฯ จับมือ SME D Bank ปั้นเยาวชนกลุ่มเปราะบาง สู่ SMEs หน้าใหม่ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดย ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย คุณพงชาญ สำเภาเงิน รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ SME D Bank ลงนามความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรปั้นเยาวชนกลุ่มเปราะบางก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ SMEs หน้าใหม่ที่มีศักยภาพ ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน รวมถึงสนับสนุนทีมวิทยากรและที่ปรึกษาเฉพาะด้านถ่ายทอดความรู้การทำธุรกิจแบบมืออาชีพ พร้อมมอบทุนเริ่มต้นธุรกิจ ดร.สราวุธ กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันดำเนินโครงการพัฒนาหลักสูตรส่งเสริม “เยาวชนเป็นผู้ประกอบการ SMEs” เพื่อเตรียมพร้อม เพิ่มศักยภาพ และปลดล็อกข้อจำกัดให้เยาวชนกลุ่มเปราะบางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล อายุระหว่าง 16-25 ปี ที่เข้าร่วมโครงการเสริมศักยภาพเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงาน ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่มีแนวโน้มอาจไม่ได้ศึกษาต่อ เป็นแรงงานไร้ทักษะ ตกงาน หรือขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้ได้รั
เคทีซี จับมือ เอส แอนด์ พี ชวนสมาชิกฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ คุณประณยา นิถานานนท์ ผู้อำนวยการ ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ “เอส แอนด์ พี” จัดโปรโมชัน “ฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์กับบัตรเครดิตเคทีซีที่เอส แอนด์ พี” มอบสิทธิพิเศษ 2 ต่อ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 – 30 กันยายน 2562 ต่อที่ 1 รับโค้ดส่วนลด 10% ผ่านแอพ “KTC Mobile” เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ เพียงใช้ 1 คะแนน KTC FOREVER ในการแลกเฉพาะสาขาร้านอาหาร S&P ที่ร่วมรายการ พร้อมแลกรับเพิ่มเครดิตเงินคืน 15% เมื่อใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ากับยอดใช้จ่ายผ่านบัตรต่อเซลส์สลิป (ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิทุกครั้ง โดยส่ง SMS พิมพ์ DN8 เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก ตามด้วยเครื่องหมาย # และพิมพ์ยอดใช้จ่ายพร้อมทศนิยม ส่งมาที่ 061-384-5000 หรือลงทะเบียนออนไลน์ที่ www.ktc.co.th/s&p) ต่อที่ 2 รับขนมไหว้พระจันทร์หมอนทองไข่ 1 จำนวน 2 ชิ้น มูลค่า 250 บาท เมื่อใช้คะแนน KTC FOREVER 1,299 คะแนน แลกรับผ่านแอพ “KTC Mobile” ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 เว็บไซต์
ธุรกิจท่องเที่ยว-โรงแรม-ร้านอาหาร-บริการ เร่งหา “ไม้เด็ด” จับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น คุณจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ต กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของไทยในช่วงครึ่งปีหลังว่า น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากภาพรวมของการท่องเที่ยวที่ยังสามารถขยายตัวได้ โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือน ก.ค. 2562 ขยายตัว 4.7% ต่อปี คิดเป็น 3.33 ล้านคน สอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ระบุว่า ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2562 คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ประมาณ 90.5 ล้านคน-ครั้ง เติบโต 2.6% มีการใช้จ่ายระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมูลค่าประมาณ 6.3 แสนล้านบาท เติบโต 4.9% นอกจากนั้นยังได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศของรัฐบาลอีกด้วย จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2019 มีผู้ประกอบการและผู้สนใจในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และบริการ เข้าร่วมชมงานตั้งแต่วันแรกอย่างคึกคัก ซึ่งจากการสำรวจความสนใจขอ
ดวงประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 ราศีใดได้ลาภทางการเงิน ราศีใดมีโชคดีเกือบทั้งวัน ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านจะพบว่ามีกิจการบางอย่างชะงักชักช้า คนอ่อนกว่าหรือบริวารของศัตรูเก่า เข้ามารับใช้ท่านอย่างใกล้ชิด จะมีการตรวจโรคเล็กๆ น้อยๆ บริวารบุตรหลานช่วยเหลือการงานอย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านมีตำแหน่งหน้าที่ทางการงานสูงขึ้น บริวารอยู่ในโอวาทและทำตามหน้าที่อย่างแข็งแรง ได้ลาภทางการเงินเป็นอันมาก และทางการงานได้ลาภเป็นหนังสือหรือลายลักษณ์อักษร ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านมีร่างกายแข็งแรงดีอยู่แล้ว พลานามัยจะดียิ่งๆ ขึ้นไป อีกสองวันจะเป็นการเริ่มต้นศักราชการเจริญรุ่งเรืองของท่าน ท่านไม่ควรกู้หนี้ยืมสินใครใดๆ ทั้งสิ้น จะมีผู้มาอาศัยอยู่กับท่าน ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านจะได้รับสิ่งของมีค่าและสวยงามเป็นอันมาก จะได้รับประโยชน์จากคณะศิษย์และบริวาร ถ้ามีอาการเกี่ยวกับดวงตาจะหายได้โดยรวดเร็ว การงานบางอย่างควรระงับยับยั้งไว้ชั่วคราว ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านจะนำบุตรหลานหรือครูอาจารย์จะได้ผลด
5 รหัสลับ สร้างแบรนด์ให้ปัง ตอบโจทย์ให้ผู้ประกอบการไทย-ท้องถิ่น ในปัจจุบัน สินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ไทยหลายๆ แบรนด์เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร ผู้ช่วยคณบดีด้านการสื่อสารองค์กรและหัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เปิดเผยข้อมูลวิจัยในงานสัมมนาการตลาด “ถอดรหัสสูตรลับฉบับแบรนด์ไทย” ที่จัดขึ้น ณ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า จากข้อมูลกรมพัฒนาชุมชนพบว่า สินค้าในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ในปี 2561 มียอดจำหน่ายสูงถึง 1.9 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อดูข้อมูลเชิงลึกจะพบว่า สินค้าโอท็อปที่มีกว่า 20,000 กว่าราย กลับมีสินค้ามากกว่า 40% ของโครงการโอท็อปทั้งหมดที่ยังไม่สามารถก้าวสู่ความเป็นมาตรฐานสากลหรือแข่งขันในตลาดโลกได้ หรือหากเปรียบเทียบยอดจำหน่ายสินค้าโอท็อปกับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ในปี 2561 ก็จะคิดเป็นเพียง 1.2% เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังน้อยมาก หากผลักดันสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ไทยให้ถูกช่องทางก็จะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทยได้อีกหลายเท่าตัว จากงานวิจั
มูลค่าตลาดโลกพุ่ง 3.55 ล้านล้านบาท ดันไทยเป็นผู้นำ “เกษตรอินทรีย์”ในอาเซียน คุณวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงการเติบโตของสินค้าอินทรีย์และยุทธศาสตร์การพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์ว่า แนวโน้มการบริโภคสินค้าอินทรีย์กำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั่วโลก ทุกคนให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและตระหนักถึงอันตรายจากสารเคมีตกค้างที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ มากขึ้น ทำให้สินค้าอินทรีย์ หรือ Organic เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ปัจจุบันตลาดเกษตรอินทรีย์ของโลกมีมูลค่าสูงถึง 104,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.55 ล้านล้านบาท ขยายตัวปีละประมาณ 20% โดยตลาดสินค้าอินทรีย์สำคัญของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมนี ฝรั่งเศส และจีน ส่วนตลาดในอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบริโภคในประเทศ 900 ล้านบาท และตลาดต่างประเทศ 2,100 ล้านบาท ประเทศไทย ได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและมาตรฐาน มีความพร้อมทางภูมิศาสตร์และการขนส่งที่ดี มีความได้เปรียบที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์ของภูมิภาคได้ ดังนั้น
ใช้เสร็จกินได้เลย! “หลอดกินได้” นวัตกรรมจากข้าวและพืช ช่วยลดการใช้พลาสติก ขยะพลาสติก ถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ที่หลายๆ ประเทศยกให้เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ต้องจัดการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ประเทศไทยเอง ก็มีการประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกทั้งหมด 7 ชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “หลอดพลาสติก” ที่จะถูกยกเลิกการใช้ในปี 2568 ในปัจจุบัน มีผู้ประกอบการหลายเจ้าได้มีการทำหลอดที่ย่อยสลายได้ขึ้นมาทดแทนหลากหลายชนิด ซึ่งหลอดที่พบเห็นได้ตามท้องตลาดทั่วไป จะเป็นหลอด PLA ที่ต้องใช้กระบวนการย่อยสลายในห้องหมัก ที่อุณหภูมิสูงถึง 120 องศาเซลเซียส หรือ หลอดกระดาษ ที่ยังประสบปัญหาในเรื่องของกลิ่นในการย่อยสลายและสภาวะการอ่อนตัวหลังการใช้งานที่เร็วเกินไป คุณปุ๊ก-สุรพร กัญจนานภานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัญจนาพร (สยาม) จำกัด เจ้าของผลงาน “หลอดกินได้ จากข้าวและพืช” ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ในงาน ตลาดต่อยอดงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม ที่จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า ไอเดียนี้มาจากปัญหาเรื่องขยะในปัจจุบัน จึงคิดอยากจะหาวัสดุทดแทนที่ใช้แทนหลอดพลาสติก อีกทั้งวัสดุนั้นต้องสามารถย่อยสลายได้ โ
หนุนขยายผลใช้ “กัญชง” ชี้ประโยชน์กว้างกว่า “กัญชา” พัฒนาถึงอุตสาหกรรมได้ ภญ.ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมภูมิปัญญาอาเซียน ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อเร็วๆ นี้ว่า กัญชงและกัญชา คือพืชชนิดเดียวกัน แต่คนละสายพันธุ์ ในพืชชนิดนี้มีการผสมข้ามสายพันธุ์กันมาก ทำให้กัญชงและกัญชาแยกออกจากกันยาก ในสหรัฐอเมริกา ที่ให้ปลูกกันจะเป็นกัญชง เนื่องจากมีสารเมาปริมาณต่ำ ไม่ก่อให้เกิดการนำไปใช้ในทางที่ผิด ทั้งนี้ ในส่วนของมูลค่าตลาดของกัญชานั้น ในแต่ละฐานข้อมูลมีมูลค่าแตกต่างกัน อาจเนื่องด้วยคำจำกัดความของกัญชา บางฐานข้อมูลการตลาด ก็รวมกัญชง หรือ Hemp เข้าไปด้วย และยังมีประเด็นช่องทางการจำหน่ายที่ส่งผลให้มีการรายงานตัวเลขแตกต่างกัน แต่ที่แน่นอนตลาดโดยรวมมีมูลค่าสูงขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่า กัญชาสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคได้ โดยเฉพาะโรคที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน ข่าวเกี่ยวข้อง: ราชกิจจาฯ ประกาศ ปลดล็อกสาร “กัญชง-กัญชา” พ้นยาเสพติด ผสมอาหารได้! ภญ.ดร.ผกากรอง กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อบ่งใช้ของกัญชา ที่นำมาใช้กันมากคือ บรร
