มัทฉะ
ท่านผู้อ่านลองนึกภาพตามว่า ร้านขายของชำที่เปิดมากว่า 36 ปี บรรยากาศคลาสสิคๆ ที่เวลาไปแล้วทำให้ย้อนนึกถึงวัยเด็กที่จะต้องติดสอยห้อยตามคุณพ่อคุณแม่ไปเสมอๆ ร้านขายของชำที่ว่านั้น คือ “บุญช่วยพานิช” ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงร้านชำที่ซ่อนความคลาสสิคไว้เท่านั้น แต่ยังมีร้านมัทฉะลับๆ ซ่อนตัวอยู่ภายในร้านอีกต่างหาก ร้านมัทฉะลับๆ ที่ว่านี้ คือ “บุญช่วยมัทฉะ” ของคุณแต้ว-ฐิติมา โกมล หญิงสาววัย 36 ปี (เธอบอกว่าอายุเท่ากันกับร้านชำของครอบครัวเลย) ที่มีแพชชันอันแรงกล้า เปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นธุรกิจเล็กๆ ในพื้นที่ของครอบครัว เธอเล่าว่า ชอบกินมัทฉะมา 4-5 ปีแล้ว ช่วงนั้นกระแสมาแรงมากๆ เริ่มจากลองศึกษาเองว่ามัทฉะแต่ละประเภทเป็นอย่างไร มัทฉะตัวไหนดีก็ทดลอง โดยใช้พื้นที่หลังร้านขายของชำเป็นเสมือนคาเฟ่เล็กๆ ที่ทำให้ตัวเองกินในทุกๆ วัน “เพื่อนมาที่บ้าน ก็ขายให้เพื่อนกิน เพื่อนคนหนึ่งเป็นดาว TikTok ก็มากินแล้วก็ลงให้ ก็เลยตัดสินใจเปิดร้านมัทฉะขึ้นแบบฉับพลันข้ามคืน เมื่อวันที่ 22 มีนาคมปีนี้” เธอเล่า หลังจากที่ตัดสินใจเปิด เรียกได้ว่าผลตอบรับดีมากๆ ทำให้ได้รู้ว่า จริงๆ แล้วคนชอบกินมัทฉะมีเยอะมาก ทั้งกินตามกระแ
เครื่องดื่มที่มาแรงต่อเนื่องต้องยกให้ “มัทฉะ” ที่ฮิตทั้งโฮมคาเฟ่ทำเองในบ้าน รวมถึงยังมีร้านคาเฟ่มัทฉะให้ได้ไปเช็กอินตามเทรนด์กันเพียบ ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเท่านั้น แต่มัทฉะยังมีข้อดีที่ซ่อนอยู่ และสายสุขภาพก็เลิฟสิ่งนี้ด้วยเช่นกัน โดย Matcha หรือ มัทฉะ มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น เป็นผงชาละเอียดที่มีกระบวนการอย่างพิถีพิถัน ซึ่งก่อนจะเก็บเกี่ยวใบชาเขียว มีการคลุมต้นชาเพื่อไม่ให้โดนแสงแดดประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ใบชาผลิตคลอโรฟิลล์และกรดอะมิโนมากขึ้น หลังจากนั้นนำใบชามาบดเป็นผงละเอียด โดยการบดมีหลากหลายวิธีต่างกันไป ทั้ง การบดด้วยโม่หิน บดด้วยลูกกลิ้ง และบดด้วยใบมีด ได้เป็นผงสีเขียวจากการที่มีปริมาณคลอโรฟิลล์สูง นอกจากนี้มัทฉะยังมีคาเฟอีนที่น้อยกว่ากาแฟ แต่ช่วยให้สมองตื่นตัวได้นานกว่ากาแฟ โดยมัทฉะประมาณ 2 กรัม ให้คาเฟอีน 40-70 มิลลิกรัม และเมื่อร่างกายค่อยๆ ดูดซึมจะทำให้อยู่ได้นาน 4-5 ชั่วโมง ผงละเอียดของมัทฉะที่ถูกนำมาทำเป็นเครื่องดื่มหลากหลายเมนู ไม่เพียงมอบความสุขในการดื่มเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่ดีต่อสุขภาพ อาทิ อีกหนึ่งสิ่งที่มักจะได้ยินอย่า
แกร็บฟู้ด แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผย 5 เทรนด์อาหารมาแรงข้ามปีที่ยังคงได้ไปต่อในปี 2026 จากรายงาน “เจาะลึกธุรกิจและเทรนด์ร้านอาหารปี 2026” (A Comprehensive Guide for 2026 Restaurateurs) ซึ่งเปิดตัวในงานประกาศรางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 “มัทฉะ พิสตาชิโอ เผือก” 3 รสชาติครองเมือง “ซาวโดวจ์-แซนด์วิช” เมนูคราฟท์เบเกอรีมาแรง “เครื่องดื่มคัสตอมไมซ์” ปรับแต่งได้ ถ่ายรูปสวย ไวรัลเมนูจาก “จีน เกาหลี ญี่ปุ่น” ที่ Gen Z ต้องเช็กอิน “ฮาลาลอีโคโนมี” ขุมทรัพย์ใหม่ที่น่าจับตา ดาวน์โหลด รายงาน “เจาะลึกธุรกิจและเทรนด์ร้านอาหารปี 2026” ฉบับเต็มได้ที่ https://grb.to/GTUReport2026
หากพูดถึงเครื่องดื่มที่มาแรงและเป็นตัวแทนของความสงบพร้อมดูแลสุขภาพ “ชาเขียว” ต้องเป็นชื่อแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงแน่นอน และในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันแห่งชาเขียว หรือ Matcha Day เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาเล่าประวัติความเป็นมาของวันแห่งชาเขียว พร้อมพูดถึงโอกาสของ SMEs ไทย ว่าหากจะอยู่รอดท่ามกลาง Red Ocean ได้นั้น ต้องปรับตัวอย่างไร ทำไมต้องวันที่ 6 กุมภาพันธ์ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกยกให้เป็นวันแห่งชาเขียวของญี่ปุ่น โดย สภาส่งเสริมอุตสาหกรรมชาเมืองนิชิโอะ (Nishio City Tea Industry Promotion Council) เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 120 ปีของการก่อตั้งอุตสาหกรรมชาเมืองนิชิโอะ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น เมืองนิชิโอะ เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตมัทฉะที่สำคัญของญี่ปุ่น และมีชื่อเสียงในฐานะเมืองที่ผลิตมัทฉะมากกว่าชาชนิดอื่นๆ ถูกใช้ทั้งในพิธีชงชาแบบดั้งเดิม อุตสาหกรรมขนมหวาน ไปจนถึงเครื่องดื่มร่วมสมัยในคาเฟ่ทั่วประเทศ แล้วทำไมถึงต้องเป็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เหตุผลนั้นก็คือ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ จะมีความเชื่อมโยงกับพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น โดยเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์สำคัญที่เรียกว่า “ฟุโระ” (風
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2569 เทรนด์ “มัทฉะ” ยังมาแรงต่อเนื่อง จากการเปิดตัวของร้านหน้าใหม่ที่เรียกกระแสฮิตให้กลับมาบูมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ร้าน MATCHA PEOPLE ของพลอย หอวัง, ร้าน Two Be Tea ของโซลโมเน่ หรือการ Collaboration ระหว่าง After You กับ Little Monster ออกเมนูพิเศษมาให้ชาวมัทฉะเลิฟเวอร์ได้ลิ้มรสความอร่อย จนกลายเป็นแบรนด์ที่คนพูดถึงกันทั้งโซเชียล ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์มีจุดเริ่มต้นและจุดเด่นที่ต่างกันออกไป “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะเล่าให้ฟัง MATCHA PEOPLE เริ่มต้นที่ MATCHA PEOPLE คาเฟ่มัทฉะเปิดใหม่ในย่านอารีย์ ของ “พลอย หอวัง” เกิดมาจากความชอบดื่มมัทฉะของพลอย หอวัง ซึ่งเรามักจะได้เห็นคอนเทนต์ชงมัทฉะของเธออยู่เป็นประจำ และความชอบนี้ก็ส่งไปถึงคนรอบตัว จนกลายเป็นมัทฉะเลิฟเวอร์เหมือนกัน ความชอบมัทฉะของพลอย ต่อยอดไปถึงการคอลแลบกับแบรนด์ Alter Protein ทำเวย์โปรตีน plant-based รสมัทฉะ และคอลแลบกับแบรนด์ Howie ทำถ้วยมัทฉะและที่วางแปรง ความจริงจังเรื่องมัทฉะยังไปไกลถึงการสร้างแบรนด์ MATCHA PEOPLE โดยวางคอนเซ็ปต์ไว้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคนที่ชื่นชอบการดื่มมัทฉะ จากนั้นได้จำหน่ายโปรดักต์แรก คือ Oku
“ความตั้งใจจริงๆ ของลุง ไม่ได้กะทำเป็นการค้า แค่อยากทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสุข มีมุมเล็กๆ ให้พรรคพวกมานั่งสังสรรค์ เราอายุขนาดนี้ ถ้าเราทำแบบนี้ได้ ถือว่ามันประสบความสำเร็จแล้ว…ยืนเดิน ยืนเดิน ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น แล้วไม่ค่อยได้เล่นมือถือ ที่ต้องมานั่งก้มให้ปวดคอ ลุงเปิดร้าน 9 โมงเช้า ปิด 3 โมงเย็น ร้านหยุดทุกวันจันทร์ ถ้าวันไหนมีธุระก็แจ้งหยุดในไอจี ส่วนช่วงเย็นวันจันทร์ อังคาร พุธ จะไปสอนแอโรบิก” คำบอกเล่าของ คุณเสาว์ชัย เหลืองชูฤทธิ์ หรือ ลุงใหญ่ วัย 70 ปี เจ้าของร้าน sao.home.matcha ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ใน จ.ราชบุรี อาชีพเดิมของลุงใหญ่คือการค้าขายรองเท้ามานานเกือบ 20 ปี แต่ได้เลิกกิจการไปในช่วงหลังโควิด ทำให้เขามีเวลาว่าง ประกอบกับมีพื้นที่หน้าบ้าน จึงได้ปรับเป็นมุมให้พรรคพวก กลุ่มแอโรบิกกับโยคะ ที่ตนเองและภรรยา (ป้าไก่-วชิราวลัย เหลืองชูฤทธิ์ วัย 68 ปี) เป็นครูสอนมานาน 30 ปี ได้มานั่งสังสรรค์กัน โดยมีชา กาแฟ และขนมมาเลี้ยง แบบไม่ได้ทำเป็นการค้ามานาน 2 ปี “ความตั้งใจจริงๆ ไม่ได้กะทำเป็นการค้า แค่อยากทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสุข มีมุมเล็กๆ ให้พรรคพวกมานั่งสั
เรียกได้ว่ากระแสมัทฉะปีนี้มาแรงอย่างมาก ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคสายรักสุขภาพหันมาสนใจดื่มกัน รวมไปถึงผู้ประกอบการหลายรายต่างนำช่องว่างทางการตลาดนี้มาเปิดเป็นร้านมัทฉะเพื่อรองรับกับความต้องการของผู้บริโภค แต่กระแสยังคงมีมาให้ได้เห็นอยู่ตลอดๆ ล่าสุดผู้ใช้งาน X รายหนึ่งได้กล่าวถึงร้านมัทฉะเจ้าหนึ่งในแอปดีลิเวอรี โดยโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพว่า “Xึงงงง เห็นคนแชร์มัทฉะร้านนึงมาในแอพมา ตัวถูกสุดน่าจะแก้วละ 320฿ (ถ้าดูไม่ผิดนะ) แต่!!… แต่ตัวแพงสุดคือ 3,900฿ 👁️🫦👁️คือนึกว่าขายทั้งกระปุก รู้แหละว่าใช้ชาตัวไหน ราคามันแรงจริงช่วงนี่ แต่นี่ก็… ใครไหวไปก่อนเลยจ้าาา นู๋ขอนั่งรออยู่ตีนดอยมัทฉะต่อละกัน👀” ล่าสุด อินฟลูเอนเซอร์ช่อง feelatz ผู้ติดตามกว่า 757.4 k ได้ออกมาทำคลิป เผยแพร่ผ่านช่องทางติ๊กต็อก เป็นการรีวิวร้านมัทฉะดังกล่าว โดยเมนูที่ได้ซื้อมาอยู่ในราคา 3,900 บาทจริง (ชื่อเมนู SEIJYU CLASSIC LATTE ) เนื้อหาในคลิปกล่าวว่า “มัทฉะมีรสชาติออกเค็ม และมีความขมอยู่ในคอ แต่โดยรวมมีความอร่อย ซึ่งคล้ายๆ ร้านที่เคยกินที่เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยส่วนตัวรู้สึกว่าไม่ได้ว้าว เพราะแยกไม่ออก” หลังจา
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “มัทฉะ” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศไทย จากเดิมที่อาจเป็นที่รู้จักในวงจำกัด ปัจจุบันมัทฉะได้แทรกซึมเข้าไปในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ ผู้ที่มองหาเครื่องดื่มที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมการดื่มชาแบบญี่ปุ่น ความนิยมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เครื่องดื่ม แต่ยังขยายไปสู่ขนมหวาน เบเกอรี่ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีส่วนผสมของมัทฉะอย่างแพร่หลาย ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนเทรนด์มัทฉะในไทยนั้นมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นกระแสรักสุขภาพหรือความชื่นชอบในรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย จนทำให้มัทฉะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดื่มของผู้บริโภคชาวไทยไปแล้ว เรื่องราวของ คุณวิน-นนท์นิพัทธ์ เสถียรบำรุงกิจ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจของหนุ่มรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสและหลงใหลในเสน่ห์ของมัทฉะอย่างแท้จริง ที่แม้จะเติบโตในแวดวงธุรกิจของครอบครัว แต่เสน่ห์อันลุ่มลึกของมัทฉะกลับตรึงใจเขาไว้อย่างแนบแน่น ความชื่นชอบนี้ได้จุดประกายความมุ่งมั่นอันแรงกล้า จนนำไปสู่การก่อตั้ง K
“มัทฉะ” กลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดียด้วยยอดเอนเกจเมนต์ (Engagement) สูงถึง 5,219,570 ครั้ง ในเวลาไม่ถึง 2 เดือนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ร้านค้าหลายแห่งประสบปัญหาสินค้าขาดตลาด จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เทรนด์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพผลักดันให้ “มัทฉะ” กลายเป็นทั้งเครื่องดื่มทางเลือกและสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์คนทันสมัย บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังเสียงผู้บริโภคในสังคมออนไลน์ (Social Listening) ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อนำมาวิเคราะห์หา Insight ของเครื่องดื่มสีเขียวนี้ “มัทฉะลาเต้” เมนูสุดคลาสสิคอันดับ 1 ที่ครองใจชาวโซเชียล ผงมัทฉะสามารถนำมารังสรรค์ได้หลายเมนู ตามความชื่นชอบรสสัมผัสของแต่ละคน เพราะด้วยเอกลักษณ์ที่หาได้ยากจากเครื่องดื่มทั่วไป เราจึงสำรวจเมนูไหนที่ครองใจมือใหม่และมือเก่า เมนูอันดับ 1 อย่าง “Matcha Latte” ที่ได้รับ Engagement สูงที่สุดบนโลกโซเชียลมีเดียอยู่ที่ 41% ถือเป็นเมนูที่เปิดโลกการดื่มมัทฉะของหน้าใหม่และครองใจใคร
เมกาบางนา ส่งแคมเปญพิเศษสำหรับคนรักมัทฉะ “MEGA MATCHA LOVER” แลกรับฟรี! 12 เมนูขนมและเครื่องดื่มมัทฉะสุดฮิตอินเทรนด์ วันนี้ – 31 มี.ค. 68 ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มการใช้ชีวิตให้ทุกๆ วันคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ชวนทุกคนมาสัมผัสรสชาติความอร่อยของมัทฉะแท้จากร้านดังในแคมเปญ “MEGA MATCHA LOVER” รวมเมนูมัทฉะสุดฮิตจาก 12 ร้านดังเฉพาะสาขาเมกาบางนาเท่านั้น ได้แก่ ALTO COFFEE ROASTERS, AU BON PAIN, BEARD PAPA’S, BEN’S COOKIES, CHEEVIT CHEEVA, CHAKAIMUK SNOWCONE, FUKU, GAGA, KYO ROLL EN CAFÉ & MEAL, O-LI-NO CREPE & TEA, PAUL และ ROOTS โดยสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส เพียงใช้คะแนนตามที่กำหนด แลกรับฟรี! ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2568 ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนาเท่านั้น เพลิดเพลินกับมัทฉะจากร้านดัง เข้มข้นทุกแก้ว อร่อยทุกคำ – ALTO COFFEE ROASTERS ร้านกาแฟสเปเชียลตี้ระดับพรีเมียม ส่งเมนู GREEN TEA LATTE ความลงตัวของมัทฉะและนมสดที่ให้รสชาติหอมมันมาให้คอมัทฉะได้ลิ้ม
