ส่งออก
พืชอะไรเอ่ย ที่ตลาดต้องการ แถมยังปลูกเพื่อการส่งออกได้ดี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การฝึกอบรมและพัฒนาความรู้สร้างนักวิจัยให้มีศักยภาพในการวิจัยไม้ดอกไม้ประดับสู่ตลาดโลก โดยพืชที่มีศักยภาพในการสร้างการแข่งขันในการส่งออก และยังเป็นที่ต้องการของตลาด ได้แก่ พืชสกุลไทร และพืชไม้ดอกที่สามารถปลูกเลี้ยงเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ เบญจมาศ นอกจากนี้ยังมีไม้ดอกชนิดใหม่ๆ ที่สามารถส่งเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยง เช่น ลิเซียนทัส จึงนำมาสู่การดำเนินโครงการในครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริม และพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตไม้ดอกไม้ประดับให้กับผู้ประกอบการ ผู้ปลูกเลี้ยงไม้ประดับสกุลไทรเชิงพาณิชย์ รวมทั้งกระบวนการผลิตต้นพันธุ์ การใช้ประโยชน์ และการเพิ่มมูลค่าทางการค้าและการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรต่อไป
เปิดสินค้าไทย 9 ประเภท ยังไปต่อได้สวย ในตลาดออนไลน์ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หากพูดถึงตลาดส่งออกในภูมิภาคโอเชียเนีย หนึ่งในประเทศที่นึกถึงคงไม่พ้นออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งมีความน่าสนใจในด้านกำลังซื้อสูงกว่าไทย 5-7 เท่าตัว ในปัจจุบัน แม้ว่าทั้งสองประเทศค่อนข้างห่างไกลกับไทย แต่สินค้าของไทยก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยในภาพรวมออสเตรเลียนำเข้าสินค้าจากไทยเป็นอันดับที่ 4 รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ส่วนนิวซีแลนด์ นำเข้าสินค้าจากไทยเป็นอันดับที่ 6 รองจากจีน ออสเตรเลีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเยอรมนี ซึ่งตลาดค้าออนไลน์ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นตลาดที่ SMEs ไทย ยังพอมีโอกาสแทรกตัวเข้าไปได้ ทั้งในเมืองใหญ่และในเมืองรองที่มีการเติบโตสูง โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นที่ต้องการในทั้งสองประเทศและสินค้าไทยก็พอจะทำตลาดได้ เว็บไซต์ ธนาคารกสิกรไทย เผยบทวิเคราะห์ โอกาส SMEs ไทยบุกตลาดออนไลน์ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ โดย 9 ประเภทสินค้าไทย ที่ยังไปต่อได้สวย มีดังนี้ 1.อาหารพร้อมรับประทาน 2.อาหารทะเลแปรรูป 3.ผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลี 4.ขนมทำจากข้าว 5.ผลิตภัณฑ์จากพลาสติก 6.ของแต่งบ้าน 7.เครื่องสำอาง 8.ผลิตภัณ
จุรินทร์ เร่งปรับกลยุทธ์ ทำการค้าออนไลน์-เปิดด่านการค้าชายแดน เพิ่มความคล่องตัวด้านส่งออก เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงสถานการณ์การส่งออกว่า ต้องปรับรูปแบบใหม่ เพราะต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาเราเผชิญกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลกระทบกับทุกประเทศ ประกอบกับสงครามทางการค้า ระหว่างจีนและสหรัฐ ที่เปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้คล่องตัวเรื่องราคา จึงทำให้ประเทศไทย ต้องปรับตัวเพื่อให้ตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยแนวทางแก้ไขคือ ต้องเปลี่ยนรูปแบบการส่งออกจากระบบออฟไลน์ คือ การค้าขายแบบนำสินค้าไปขาย หรือไปเจรจา เป็นการค้าแบบออนไลน์มากขึ้น เพราะระบบออนไลน์ จะเป็นทางออกสำคัญของการส่งออกไทยในปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการมาโดยตลอด ทำให้ตัวเลขการส่งออกที่ดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลดีขึ้นเป็นลำดับ นอกจากนี้ การเร่งรัดการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถส่งออกได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันพยายามเ
นายกฯ เร่งปลดล็อกช่วย ผปก. ส่งออกฟื้นตัวจากโควิด วอน อย่าทิ้งลูกจ้าง-พนง. เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ปี 2563 หรือ Prime Minister’s Export Award 2020 ที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมระบุว่า แม้ผู้ประกอบการจะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่อย่าทิ้งลูกจ้างและพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 บางคนบอกว่า สถานการณ์ไม่ดี เพราะรัฐบาลบริหารไม่ดี แต่อยากให้มองภาพรวม เพราะทุกประเทศประสบปัญหาเช่นเดียวกัน จึงขอให้ผู้ประกอบการพัฒนาคนควบคู่ไปกับเครื่องจักรกล ซึ่งรัฐบาลพร้อมดูแล ปลดล็อก อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และต้องดูแลให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ปลุกจิตสำนึกที่ดี เพื่อทำให้ประเทศชาติปลอดภัย ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องอื่นช่วงนี้ ขอให้ไปเรียกร้องเวลาอื่นได้หรือไม่ เพราะประชาชนยังเดือดร้อนปัญหาปากท้อง
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ชี้ช่องส่งออกเครื่องสำอางเด็ก เจาะตลาดจีน หลังมีแนวโน้มเติบโตสูง เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผย นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กว่างโจว ถึงแนวโน้มตลาดเครื่องสำอางเด็กในจีนที่มีการขยายตัว อย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าปัจจุบันมีการเติบโตกว่า 300 เปอร์เซ็นต์ จากการที่พ่อแม่นิยมซื้อเครื่องสำอางให้ลูกของตัวเองใช้ เพื่อเข้าร่วมในกิจกรรมการแสดงต่างๆ ทำให้เครื่องสำอางกลายเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นสำหรับเด็กเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกเครื่องสำอางของไทย ที่จะศึกษาแนวโน้มตลาดและวางแผนในการผลิตและส่งออกสินค้าเครื่องสำอางเด็กเข้าสู่ตลาดจีน ผลสำรวจคาดการณ์ว่า ตั้งแต่ปี 2562-2567 อัตราการเติบโตต่อปีของตลาดเครื่องสำอางสำหรับเด็กทั่วโลกจะอยู่ที่ร้อยละ 8.66 และมูลค่าตลาดจะสูงถึง 23.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2567 นางสาวศุภรา เสกาจารย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า กลุ่มผู้บริโภคหลักส่วนใหญ่จะอยู่ในพื
เมียนมา กำลังมา! DITP แนะผู้ประกอบการไทย ขยายช่องทางส่งออก เจาะตลาดสินค้าออนไลน์ เพจ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าว นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ได้กล่าวถึงแนวโน้มการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียของชาวเมียนมาในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันชาวเมียนมามีการใช้งานสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น มีจำนวนผู้ใช้กว่า 22 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 41 เป็นวัยแรงงานอายุระหว่าง 15-64 ปี คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 67 นับว่าเป็นช่วงอายุที่มีโอกาสจะใช้โซเชียลมีเดีย และซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านออนไลน์แพลตฟอร์มต่างๆ ได้ ประชากรส่วนใหญ่ที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนปิดอว์ เป็นต้น ผลจากการเติบโตของการใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียของชาวเมียนมา ทำให้เป็นโอกาสของผู้ผลิต ผู้ส่งออกของไทย ที่จะต้องพิจารณาใช้ช่องทางในการขยายตลาดส่งออกให้กับสินค้าไทย เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ชาวเมียนมามีการค้าขายสินค้าผ่านทาง Facebook และใช้วิธีเก็บเงินปลายทางเป็นส่วนใหญ่ ปี 2
ขายดีช่วงโควิด-19! “FTA” ดัน “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ส่งออกตลาดอาเซียน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป – เพจ ศูนย์ข้อมูล COVID-19 เผยแพร่ข่าว ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนลดการเดินทางและอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้มีความต้องการสินค้าอาหารแห้ง และอาหารสำเร็จรูปที่เก็บไว้ได้นานเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นหนึ่งในสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการในช่วงวิกฤตนี้ เนื่องจากใช้เวลาปรุงไม่นาน ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย และมีอายุการเก็บรักษายาวนาน อีกทั้งยังมีให้เลือกหลากหลายรสชาติ จึงส่งผลให้ไทยมีการส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้เพิ่มขึ้น โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 (ม.ค.-มี.ค.) ไทยส่งออกสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้มูลค่า 57.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11% อาเซียนเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 1 มีส่วนแบ่งตลาดถึง 54.8% ของการส่งออกทั้งหมด โดยไทยส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปอาเซียน มูลค่า 31.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 27.3% มีกัมพูชาเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 มีสัดส่วนถึง 50% ของการส่งออกไปอาเซียน ตามด้วยเมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม มีสัดส่วน 24%, 16% และ 4
เอกชนหวังรัฐบาลดูแลอุตสาหกรรมข้าวทั้งระบบ แนะประกันราคาข้าวแค่ระยะสั้น คาดปีนี้ส่งออกได้แค่ 9.5 ล้านตัน หวังรัฐดูแลข้าวทั้งระบบ – ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยภายหลังร่วมงานประกาศเกียรติคุณข้าวหอมมะลิบรรจุถุงที่ได้รับเครื่องหมายรับรองรูปพนมมือ ครั้งที่ 37 ที่กระทรวงพาณิชย์ ว่า ในการดูแลอุตสาหกรรมข้าวไทย อยากให้รัฐบาลใหม่และรัฐมนตรีคนใหม่ที่จะเข้ามากำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์ เปิดรับฟังความเห็นและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ส่งออก โรงสี ผู้ผลิตข้าวถุง และชาวนา ได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอนโยบายและแนวทางระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้นำเสนอมาตลอดในหลายเรื่อง เช่น การเพาะปลูกพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ที่ตลาดต้องการ การลดต้นทุนผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ มีการกำหนดพื้นที่เพาะปลูกที่ชัดเจนว่าพื้นที่ใดปลูกพันธุ์อะไรและปริมาณเท่าไหร่ ร.ต.ท.เจริญ กล่าวว่า ส่วนการพยุงราคาข้าวเปลือก ก็เห็นด้วยหากใช้การประกันรายได้เกษตรกร แต่ก็ใช้ได้เพียงระยะสั้นเพื่อให้รายได้ชาวนาอยู่ได้ แต่ต้องเร่งกำหนดแนวทางในการดูแลอุตสาหกรรมรวมซึ
พิษสงครามการค้า-เทคโนโลยีของไทยล้าสมัย ฉุดส่งออกไทยลดลงต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์สปีดแก้เกม หาช่องทางสร้างโอกาสสินค้าไทย พร้อมบุกตลาดใหม่ พิษสงครามการค้าฉุดส่งออกติดลบ – น.ส. พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) มูลค่าการค้าในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนเม.ย. 2562 การส่งออก มีมูลค่า 18,556 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 2.6% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ การนำเข้า มีมูลค่า 20,013 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.7% ส่งผลให้การค้าขาดดุล 1,457 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวม 4 เดือนแรก ปี 2562 การส่งออกมีมูลค่า 80,543 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 1.9% ส่วน การนำเข้ามีมูลค่า 79,973 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 1.1% และการค้าเกินดุล 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุที่การส่งออกลดลงต่อเนื่องเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ทำให้กระทบกำลังซื้อทั่วโลกอย่างชัดเจน และยังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ที่ทำให้การส่งออกสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมลดลงมาก ส่วนหนึ่งยังเป็นผลมาจาก เทคโนโลยีของไทยล้าสมัย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลในระยะยาว หากไม่มีการปรับโครงสร้างการผลิต เช่น สินค้าในกลุ่มรถยนต์ ไท
สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ ช็อกการส่งออกในเดือนม.ค. 62 ติดลบถึง 5.7% จี้ธปท.กำกับดูแลอัตราแลกเปลี่ยน หวั่นกระทบความสามารถการแข่งขัน และผู้ลงทุนอาจชะลอการลงทุน ช็อกส่งออกม.ค. ติดลบ 5.7% – คุณกัญญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยถึงสถานการณ์ส่งออกในขณะนี้ว่า การส่งออกในเดือนม.ค. 2562 ติดลบ 5.7% แม้ผู้ส่งออกจะรู้สึกช็อกแต่ก็เข้าใจว่า ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นนั้นยากต่อการควบคุม ส่วนหนึ่งมาจากความผันผวนของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่กดดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้ผู้ส่งออกไม่สามารถแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ใช้วัตถุดิบจากภายในประเทศ โดยจากการคำนวณพบว่า ทุกๆ 1 บาท ที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น จะทำให้รายได้จากการส่งออก ลดลง 3% ขณะที่อัตราเติบโตของการส่งออกจะลดลง 1% ในทุกๆ การแข็งค่าขึ้น 1 บาท อย่างไรก็ตาม สรท. ร้องขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศคู่ค้า โดยหลังจากเข้าพบผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ก็เป็นที่น่ายินดีว่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย ส่วนภาพรว
