ส่งออก
ต่อยอดขนมของแม่ สู่ ปันบัน ขนมปังเนยสดอบกรอบ ดังไกลต่างประเทศ ส่งออกเดือนละกว่าหลักแสนถุง เติบโตอีกขั้น เปิดหน้าร้าน-รับตัวแทนขาย ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสจนล็อกดาวน์ ถือเป็นช่วง HotHit สุดๆ เลยก็ว่าได้ สำหรับ ปันบัน ขนมปังเนยสดอบกรอบ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะ ฮ่องกง และ ญี่ปุ่น รู้จักกันดี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณเหมย-ทักษพร ฉายาวิจิตรศิลป์ วัย 28 ปี เจ้าของ ปันบัน ขนมปังเนยสดอบกรอบเจ้าดัง ที่เล่าว่า เดิมทีขนมปังเนยสดอบกรอบนี้ เป็นหนึ่งในขนมที่คุณแม่เรียนรู้วิธีการทำเบเกอรี่มาจากพี่สาวของท่านและเอามาปรับสูตรเอง ซึ่งคุณแม่มักจะทำให้เธอและบรรดาพี่ชายทานเล่นกันที่บ้าน เมื่อสมัยตอนที่ยังเด็กๆ อีกทั้งชอบทำไปฝากบรรดาเพื่อนผู้ปกครองที่โรงเรียนของลูกๆ จนหลายคนติดอกติดใจ อยากซื้อไปทานไปฝากคนรอบข้างอีกต่อ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณแม่ของคุณเหมยต่อยอดขึ้นมาเป็นธุรกิจเล็กๆ ช่วยกันทำ 6 คนแม่ลูก “คุณแม่ชอบทำให้ทาน แล้วก็ชอบทำไปแจกเพื่อนผู้ปกครองที่โรงเรียน ทีนี้เขาก็เกรงใจและอยากซื้อไปทานเองด้วยก็บอกให้คุณแม่ทำขาย เหมยกับพี่ก็เลยพลอยได้ช่วยแม่ทำไปด้วย ค
จับตา โอกาส-ผลกระทบ จาก สงครามรัสเซีย–ยูเครน ต่อการส่งออกสินค้าของไทย เว็บไซต์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยข้อมูล การปรับประมาณการส่งออกของไทยปี 2565 จาก 4.3% มาอยู่ที่ 3.4% จากความท้าทายของวิกฤตรัสเซีย–ยูเครน โดยแรงหนุนการส่งออกของไทยล้วนมาจากราคาสินค้าในกลุ่มปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน สินค้าเกษตร และสินค้าจำเป็น อาทิ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ ผลไม้และอาหารทะเล ทั้งนี้ การส่งออกไปยังสหภาพยุโรป (ไม่รวมอังกฤษ) เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตต่ำสุดในบรรดาตลาดส่งออกหลักของไทย อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาระหว่างรัสเซีย–ยูเครนมีข้อตกลงเร็วกว่าคาดอาจช่วยให้การส่งออกไทยขยายตัวสูงขึ้นที่ 3.7% นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามการแพร่ระบาดของโควิดในจีนที่หากขยายวงกว้างออกไปก็อาจเป็นอีกปัจจัยที่กระทบการส่งออกของไทย ทั้งนี้ จากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ กับพันธมิตรทำให้รัสเซียตอบโต้ด้วยการห้ามส่งออกสินค้าสำคัญ 200 รายการจนถึงสิ้นปี 2565 ซึ่งสินค้าบางรายการเป็นสินค้าขั้นกลางน้ำ–ปลายน้ำ ทำให้การผลิตที่พึ่งพาสินค้าจากรัสเซียอาจสะดุดและมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และหากชาติตะวันตกยกร
ขนมไทย เตรียมโก เจแปน! พาณิชย์-DITP แนะ เกาะเทรนด์รักษ์โลก-ใช้นวัตกรรม เว็บไซต์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยข่าว นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ตามนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้ติดตามโอกาสในการส่งออกสินค้ารายการใหม่ๆ เพื่อนำมาแจ้งเตือนให้กับผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าของไทย ได้วางแผนในการผลิตและส่งออกตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” โดยกรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานตัวแทนการค้าไทย ณ เมืองฮิโรชิมา ถึงแนวทางการขยายตลาดขนมไทยในญี่ปุ่น ที่ยังมีโอกาสเจาะตลาดได้อีกมาก หากสามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามที่ผู้บริโภคต้องการ ทั้งนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เกิดผู้บริโภคกลุ่มใหม่สำหรับสินค้าประเภทบิสกิต ซึ่งเดิมเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคสตรีและผู้สูงอายุ แต่เมื่อเกิดโควิด-19 คนกักตัวหรือทำงานที่บ้าน บิสกิตจึงเป็นขนมที่เป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น และผู้บริโภคยังต้องการบริโภคสินค้าใหม่ๆ เช่น ช็อกโกแลต ที่ผู้ผลิตมีการพัฒนารสชาติใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เช่น รส
รู้หรือไม่ 8 ปัจจัย อะไรบ้าง ที่มีผลต่อ การส่งออก ในปีหน้า ของ ผู้ส่งออกไทย การส่งออกของไทย ยังคงเติบโตท่ามกลางสภาวะการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าของไทย มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังมีการคาดการณ์ส่งออก ปี 2565 ขยายตัว 3-4% ขณะที่การส่งออกในปีนี้โตกว่า 16% และคาดการณ์ว่า 8 ปัจจัยที่จะส่งผลต่อการส่งออกในปีหน้า มีดังนี้ 1. เศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญย้อนหลังไป 5 ปี 2. อัตราแลกเปลี่ยน 3. ราคาน้ำมันดิบดูไบ 4. ราคาสินค้าเกษตร 5. ราคาวัตถุดิบโลกเฉลี่ย 6. สถานการณ์โควิด-19 7. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับด้านการขนส่งโลจิสติกส์ 8. การประเมินโดยทูตพาณิชย์ของกระทรวงพาณิชย์ทั่วโลก ส่วนปัจจัยที่สนับสนุนการส่งออกในปีหน้าให้มีอัตราขยาย ได้แก่ การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกซึ่งมี OECD คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวบวก 4.5% รวมไปถึงการนำเข้าของประเทศคู่ค้า ในปีหน้าคาดว่ายังขยายตัวดี ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น หรือสหภาพยุโรป ซึ่งก็จะช่วยเสริมในเรื่องการส่งออก-นำเข้ามาก โอกาสเราส่งออกไปก็จะมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยค่าเงินบาท ซึ่งคาดว่าปีหน้าก็ยังจะเอื้อต่อการส่งออก อ
ฟื้นสัมพันธ์ซาอุฯ โอกาสทองสินค้า-ธุรกิจไทย คาดส่งออกปี 65 โต 15% การฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียครั้งแรกในรอบ 30 ปี ส่งผลให้หลังจากนี้คงจะมีการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างกันมากขึ้น โดยในปี 2564 ไทยมีมูลค่าการค้ากับซาอุฯ รวมเพียง 7,301 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและเคมีภัณฑ์สูงถึง 5,662 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ไทยส่งออกสินค้าเพียง 1,638 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเพียง 0.6% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การกระชับความสัมพันธ์ครั้งนี้จะสร้างโอกาสใหม่แก่สินค้าและธุรกิจไทย ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย ซึ่งแม้สินค้าไทยจะตอบโจทย์ความต้องการของซาอุฯ ได้โดดเด่นที่สุดในอาเซียน แต่ในช่วงที่ผ่านมาสินค้าจากคู่แข่งอย่างอินโดนีเซียหลายรายการก็เริ่มแข่งขันกับไทย อาทิ รถยนต์นั่ง อาหารทะเลแปรรูป ขณะเดียวกัน ก็ต้องระวังสินค้าข้าวจากเวียดนามที่อาจแข่งกับข้าวไทยมากขึ้น อย่างไรก็ดี การแข่งขันของไทยกับคู่แข่งในขณะนี้ยังอยู่ในสถานะเท่าเทียมกัน คือต้องเสียภาษีนำเข้าเฉลี่ยที่ 5.6% (MFN rate) ซึ่งการจะผลักดันการส่งออกของไทยไปซ
อายุเป็นเพียงตัวเลข! เชฟวัยเก๋า นำประสบการณ์ทำครัวกว่า 20 ปี ต่อยอดทำ นวัตกรรมอาหารไทย เพื่อคนต่างแดน การอาศัยอยู่ในต่างประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาแม่ของตัวเองในการสื่อสาร ต้องยอมรับว่ามีความลำบากไม่น้อย โดยเฉพาะคนไทย ที่ส่วนใหญ่จะพบปัญหาในเรื่องของ อาหาร ซึ่งอาหารไทยในต่างแดน ราคาก็แสนแพง แถมบางทีรสชาติก็ไม่ถึงเครื่องเท่ากินจากบ้านเกิดตัวเองเสียอย่างนั้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณสกุณา ซาฮีร์ วัย 58 ปี อดีตเชฟร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ผู้ผันตัวมาเป็นเจ้าของ แบรนด์ Thai Aroy ธุรกิจนวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปพร้อมทำและพร้อมรับประทาน (Ready to Eat & Ready to Cook) ที่ตอบโจทย์ชาวไทยในต่างแดนได้เป็นอย่างดี! คุณสกุณา เล่าว่า จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจนวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานนั้น มาจากประสบการณ์ที่ตนเคยเป็นเชฟในต่างประเทศมาก่อน แต่เมื่อถึงเวลาเกษียณอายุและกลับมาอยู่เมืองไทยเริ่มรู้สึกเสียดายความรู้ด้านอาหารที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปี จึงเริ่มมองหาลู่ทางในการทำธุรกิจ และมาลงเอยที่ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน “จริงๆ พี่เป็นพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับส่งออก ทำให้พอมีความรู้เรื
EXIM BANK ชี้ วิกฤตทำให้การค้าออนไลน์โตก้าวกระโดด ปลุก SMEs ใช้ดิจิทัล วันที่ 8 ก.ย. 2564 ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ EXIN BANK กล่าวบนเวทีสัมมนาออนไลน์ “Digital พลิกโฉมการค้าโลก” ซึ่งจัดโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D BANK) ว่า ทุกวันนี้มีดิจิทัลอยู่รอบตัว และเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โควิด-19 ปลุกคนไทยให้รู้จักคำว่า New Normal ซึ่งวันนี้กลายเป็น Now Normal และถัดจากนี้คือ Next Normal ดิจิทัลจะเข้ามาแทรกซึมทุกบริบทของการค้าการลงทุน เพราะฉะนั้น จะทำอย่างไรให้ Digitalization เป็นเรื่องง่ายต่อการดำเนินชีวิต และในขณะเดียวกัน จะทำการค้าออนไลน์ซึ่งเป็นทางรอดได้อย่างไร จากเมื่อก่อนมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ทำเพื่อการสันทนาการ ตอนนี้ผู้ประกอบการต้องสามารถสร้างเรื่องราว (Story Telling) ของตัวเองได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคกดซื้อสินค้าได้ EXIM BANK และ SME D BANK เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการเร่งปรับตัวดังกล่าว จึงได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ “Digital พลิกโฉมการค้าโลก
EXIM BANK หนุน SMEs ไทย ส่งออกตลาดโลก ช่วยทั้งเงินทุน เติมความรู้ ต่อยอด วันที่ 25 ส.ค. 2564 ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวบนเวทีสัมมนา Guru Talk “ต่อลมหายใจ SMEs” ในงาน “Move On ฝ่าวิกฤตโควิด เศรษฐกิจต้องเดินหน้า” ถึงภาคการส่งออกของธุรกิจ SMEs ว่า EXIM BANK ตั้งใจช่วยผู้ประกอบการ SMEs ไทย จะทำอย่างไรให้เอสเอ็มอีไทยซึ่งมีประมาณ 3 ล้านราย ที่มีที่ยืนในเวทีโลกเพียง 1% หรือไม่ถึง 3 หมื่นราย ให้สามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นเป็น 10% ในระยะเวลาที่เร็วที่สุด โดยสิ่งที่ EXIM BANK ทำตอนนี้ คือ การเติมความรู้ หรือเรียกว่าการบ่มเพาะ เช่น ฯพณฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า ตอนนี้คนจีน คนอินเดีย มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะมาก เราสามารถช่วงชิงเปิดการค้ากับประเทศเหล่านั้นได้หรือไม่ จากเมื่อก่อนยึดโยงแค่อเมริกา หรือยุโรป จากนั้นคือการต่อยอด ทำ Business Matching หากถ้าทำเกษตรแปรรูป EXIM BANK จะหาประเทศเป้าหมายที่ชื่นชอบผลไม้อบแห้งให้ จัดอีเว้นต์กับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ทำ Busin
แนะกลยุทธ์ จัดทำแผนส่งออกอย่างไร ให้โดดเด่นในเวทีโลก แม้ประเทศไทยยังเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม แต่ศักยภาพในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลกยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี สะท้อนจากตัวเลขส่งออกของไทยที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศล่าสุด ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คุณอเนก ตันตสิรินทร์ ไดเร็กเตอร์ และดีไซเนอร์ แบรนด์ Arquetype นักออกแบบชื่อดังของเมืองไทย ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก (Designers’ Room & Talent Thai Promotion 2021) ได้ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบไทยในการเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างแบรนด์ เพื่อการวางแผนส่งออกสินค้าสู่ตลาดต่างประเทศ ประกอบด้วย 1. การสร้างแบรนด์เครื่องประดับสู่ตลาดโลก สิ่งสำคัญคือ การสร้างดีไซน์ ต้องมีความแตกต่าง เพื่อสร้างความจดจำให้กลุ่มลูกค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) ต้องมีความสวยงาม และมีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง 2. การจัดระบบเก็บข้อมูลทุกอย่างให้อยู่ในระบบ เพราะเป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำมาใช้บริหารจัดการองค์กรได้ในระยะยาว 3. การจัดทำแผนการผลิตและแผนการตลาด แผนการเงิน และการตั้งเป้าหมายยอดขาย เพื่อทำให้แบรนด์สามารถ
EXIM BANK จับมือ กระทรวงพาณิชย์-พันธมิตร ช่วย SMEs ส่งออก เข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขพิเศษ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจับคู่กู้เงิน…สถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออกและสักขีพยานกิตติมศักดิ์ในพิธีอนุมัติสินเชื่อระหว่าง ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กับผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งได้รับสินเชื่อจาก EXIM BANK จำนวน 7 ราย คิดเป็นวงเงินอนุมัติรวมจำนวน 22.2 ล้านบาท ภายใต้โครงการดังกล่าว ณ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ กับ EXIM BANK และ 5 พันธมิตร ประกอบด้วย หอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ประกอบธุรกิจส่งออกหรืออยู่ใน Value Chain ของธุรกิจส่งออกในเครือข่ายของกระทรวงพาณิชย์และลูกค้าของ EXIM BANK มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที
