ส่งออก
แบงก์ชาติคาดส่งออกทรุดหนักไตรมาส 1/62 ประเดิมขยายตัวติดลบ ห่วงการเมืองอินเดีย-ปากีสถานยืดเยื้อ หวั่นกระทบบานปลาย แบงก์ชาติคาดส่งออกทรุดหนัก – คุณดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนม.ค. 2562 ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนจากอุปสงค์ในประเทศ โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องในทุกหมวดการใช้จ่าย เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์และยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และการใช้จ่ายภาครัฐ กลับมาขยายตัวจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน สำหรับภาคการท่องเที่ยวขยายตัวชะลอลงเล็กน้อย ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงตามราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก อย่างไรก็ดี มูลค่าการส่งออกสินค้าหดตัว -4.7% จากระยะเดียวกันปีก่อน ต่อเนื่องจากเดือน ธ.ค.2561 ที่หดตัว -1.6% โดยเป็นการหดตัวในหลายหมวดสินค้าจาก 1. ผลของอุปสงค์ในตลาดโลกที่ชะลอลงจากภาวะ เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าและผลของมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน ส่งผลให้การส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางหดตัว ประกอบกับการส่งออก
กรมการค้าต่างประเทศเผยไทยครองแชมป์ส่งออกข้าวโพดหวานและผลิตภัณฑ์เป็นอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน เหตุสินค้าไทยมีคุณภาพ แม้จะโดนเรียกเก็บอากร AD ก็ยังขายได้ดี จับตาสหราชอาณาจักรออกจากอียู มีแนวโน้มส่งผลดีต่อการส่งออกข้าวโพดไทย นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การส่งออกข้าวโพดหวานและผลิตภัณฑ์ในช่วง 11 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-พ.ย.) มีปริมาณ 236,775.6 ตัน เพิ่มขึ้น 6.7% มูลค่า 7,329.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% โดยเป็นการส่งออกไปญี่ปุ่นมากเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็น 26.5% รองลงมา ได้แก่ เกาหลีใต้ 10.2% และไต้หวัน 10.1% ของมูลค่าการส่งออก และมั่นใจว่าการส่งออกทั้งปีจะสูงกว่าปี 2560 ที่ส่งออกได้ปริมาณรวม 237,559.6 ตัน เพิ่มขึ้น 3.5% มูลค่า 7,664.9 ล้านบาท ลดลง 0.6% เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น “ผลจากการส่งออกข้าวโพดหวานและผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยครองแชมป์ส่งออกอันดับ 1 ของโลกมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีประเทศคู่แข่งสำคัญ คือ ฝรั่งเศส ฮังการี และสหรัฐฯ แต่ก็สู้ไทยไม่ได้ เพราะไทยมีศักยภาพในการผลิตข้าวโพดหวานที่มีคุณภาพ และมีรสชาติที่ดี
การจักสาน คืองานหัตถกรรมอย่างหนึ่ง นับเป็นงานฝีมือที่คนไทยทำกันมาช้านาน เป็นการนำวัสดุขนาดเล็กมาขัด หรือสานกันจนเป็นชิ้นงาน เช่น เสื่อ ตะกร้า ตะกร้อ เป็นต้น อย่างทางภาคใต้ของไทยเอง มีชาวบ้านซึมซับการสานกระจูดมาแต่โบราณ สำหรับกระจูดเป็นพันธุ์ไม้จำพวก “กก” มีลักษณะลำต้นกลมสีเขียวอ่อน สูงประมาณ 1-2 เมตร ออกดอกเป็นกระจุก นิยมนำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิทแล้วสานเป็นเสื่อกระจูด พบมากในพื้นที่ป่าพรุของตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งต้นกระจูดคุณภาพดี สวย เหนียว และทน โดยกลุ่มชาวบ้านที่ตำบลเคร็ง มักนำกระจูดมาจักสานเป็นของใช้สอยในครัวเรือน เป็นวิถีการดำรงชีวิตมาตั้งแต่อดีต เป็นภูมิปัญญาของคนเคร็งที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นปู่ย่าตายาย สู่รุ่นลูกหลานจนถึงปัจจุบัน คุณมะลิ-อุบลวรรณา แป้นด้วง ประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกชาวบ้านจักสานกระจูดกันเป็นวิถีชีวิตมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย สานกันเป็นแทบทุกคน โดยงานสานที่นิยมทำคือ เสื่อปูนอน ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ จนเมื่อปี 2547 เกิดเป็น “กลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอว
เมื่อวันที่ 22 กันยายน นางศิริรัตน์ ข้นสังข์ อายุ 32 ปี พร้อมด้วย นางสาวนิสา เอี่ยมสะอาดและผู้ใช้แรงงานประมาณ 180 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนหลังจาก ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโรงงานมะพร้าวปิดกิจการ ทำให้พนักงานตกงาน และอ้างว่าไม่ได้รับเงินชดเชยได้เดินทางเข้าที่พบ ร.ต.อ.เดช ประเสริฐศักดิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางสะพาน เพื่อให้เรียกผู้ประกอบการโรงงานเจรจากับผู้ใช้แรงงานที่ได้รับความเดือดค้อน นางสาวนิสา เอี่ยมสะอาด ตัวแทนแรงงาน กล่าวว่า ตนเป็นพนักงานของโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปมะพร้าวเพื่อการส่งออก โดยซื้อมะพร้าวผลสดผลิตเป็นเนื้อมะพร้าว น้ำมะพร้าว ที่ผ่านมาโรงงานประสบภาวะขาดสภาพคล่อง เนื่องจากลูกค้าในตลาดยุโรป และอเมริกาสั่งยกเลิกการซื้อสินค้า โรงงานจึงประกาศปิดตัวเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยช่วงแรกผู้ประกอบการโรงงาน ยืนยันกับคนงานกว่า 180 ราย สัญญาว่าจะจ่ายค่าแรงให้เพียง 75 เปอร์เซ็นต์ ล่าสุดยังไม่ได้จ่ายตามข้อตกลง และคนงานทั้งหมดไม่สามารถเจรจากับผู้ประกอบการได้ จึงเข้าพนักงานสอบสวนเพื่อให้เรียกเจ้าของโรงงานรับผิดชอบจ่ายคาแรงที่ตกค้าง ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานพร้อมประสานกับ
แหล่งปลูกมะม่วงส่งออกทำเงินของประเทศไทย หากดูจากแผนที่ประเทศไทยแล้ว จะพบว่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ จะมีกลุ่มที่รวมตัวกันหลายจังหวัดที่เป็นเขตติดต่อกันบ้าง เช่น พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ในภาคอีสานก็เป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น ภาคเหนือเกาะกลุ่มจังหวัดลำพูนประปราย น่าน เชียงรายและเชียงใหม่ ภาคกลางมีไม่มากนักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อ่างทอง และสุพรรณบุรี ส่วนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่พบว่ามีการปลูกมะม่วงส่งออกน้อยกว่าภาคอื่น จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม 2 แห่ง คือที่อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก ตำบลบ้านโภชน์ และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมะม่วงเพื่อการค้าและการส่งออก จ.เพชรบูรณ์ นำโดยคุณไตรรัตน์ เปียถนอม ผู้ซึ่งการันตีด้วยรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2557 คุณไตรรัตน์ เปียถนอม ทำมะม่วงส่งออก แทน มะม่วงตามกระแส คุณไตรรัตน์ เปียถนอม เริ่มทำสวนมะม่วงมาตั้งแต่ปี 2530 ทุกปีประสบปัญหาขาดทุน เพราะไม่ได้อยู่ดูแลสวนมะม่วงด้วยตนเอง กระทั่งปี 2533 จ้างคนดูแลและปลูกมะม่วงตามความนิยมของท้อง
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว และมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง แต่การส่งออกของไทยที่ผ่านมา ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ดีเมื่อเทียบกับหลายประเทศ โดยเดือนสิงหาคม 2559 ไทยส่งออกเป็นมูลค่า 18,825 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2558 ซึ่งเป็นการกลับมาขยายตัวเป็นบวกอีกครั้งในรอบ 5 เดือน และเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 เดือน ทั้งนี้ หากหักสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน การส่งออกจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.5% และหักทองค้า การส่งออกจะขยายตัวเป็น 9% โดยหากหักทั้งสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและทองคำ จะขยายตัวสูงถึง 11.3% สำหรับการนำเข้าเดือนสิงหาคม 2559 มีมูลค่า 16,697 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบ 1.5% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2558 และได้ดุลการค้า 2,128 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเกินดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ทำให้รวม 8 เดือนแรกปี 2559 ไทยส่งออกมีมูลค่ารวม 141,007 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบ 1.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่ารวม 125,624 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบ 8.8 % และได้ดุลการค้ารวม 15,384 ล
