อภัยภูเบศร
สปากัญชา ให้บริการครบวงจร พร้อมเปิดอบรมผู้ประกอบการ ผลักดันเศรษฐกิจไทย พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์มาโดยตลอด โดยนโยบายในช่วงปีแรกๆ จะเน้นการใช้ในทางการแพทย์ เพราะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์นับพันปี ระบุชัดว่า สามารถใช้รักษาโรคได้ และมีการใช้กันมาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2562 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขให้ปลูกและผลิตยากัญชา จึงจัดทำโครงการ “กัญชาอภัยภูเบศรโมเดล” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และสถาบันการแพทย์ที่สนใจทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยากัญชาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม โดยโรงพยาบาลได้ทำความร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก วิสาหกิจชุมชน และ มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยเรื่องการใช้ประโยชน์ โดยได้ลงมือปลูกกัญชาเอง และท
แจกสูตร เล้งแซ่บ เมนูกัญชา โดนใจสายเขียว กระดูกครึ่งโล ใส่ครึ่งใบ ก็ซดเพลิน เพจ สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร แจกสูตรเด็ด โดนใจสายเขียว ตั้งชื่อซะน่าลอง เล้งแซ่บ ซดเพลิน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ส่วนประกอบ กระดูกเล้ง 500 กรัม นํ้าสะอาด 2.5 ลิตร เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดง 2 หัว ใบมะกรูด 2 ใบ ตะไคร้ 1 ต้น ข่า 1 หัว นํ้ามะนาว 3 ช้อนโต๊ะ นํ้าปลา 3 ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่ง 2 ต้น ใบกัญชาครึ่งใบ พริกขี้หนูสวนสีเขียว 3 เม็ด และพริกขี้หนูสวนสีแดง 3 เม็ด วิธีทำ นำกระดูกเล้งไปล้างด้วยนํ้าสะอาด จนไม่มีเลือดออกมา แล้วนำไปผึ่งให้แห้ง เตรียมเครื่อง นำหอมแดงมาปอกเปลือกและทุบ ตะไคร้และข่าหั่นเตรียมไว้ นำกระดูกเล้งที่ผึ่งแห้งดีแล้ว ใส่ลงในหม้อสเตนเลส เติมนํ้าสะอาดลงไปให้พอท่วม และใส่หอมแดง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ตามลงไปในหม้อ จากนั้นนำหม้อขึ้นตั้งไฟ โดยให้ใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง กระดูกเล้งก็จะเปื่อยนุ่มได้ที่กำลังดี ทำนํ้าซุปเล้ง นำน้ำที่ต้มกระดูกเล้งตั้งไฟ จากนั้นใส่ใบกัญชาตามลงไป ปรุงรสด้วยนํ้ามะนาวและนํ้าปลา ใส่พริกขี้หนูสวนที่ตำจนแหลกตามลงไป รอจนนํ้าซุปเดือดได้ที่แล้วจึงปิดไฟ ยกหม้
สมุนไพรไทย ต้านซึมเศร้า มีผลวิจัยยืนยัน ทั้ง ขมิ้นชัน บัวบก น้ำมันรำข้าว ฟักทอง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ความรู้เรื่องสมุนไพรต้านซึมเศร้า โดย ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ เภสัชกรชำนาญการ กล่าวว่า โรคซึมเศร้า กำลังเป็นปัญหาสำคัญในสังคมยุคปัจจุบันมากขึ้น และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สมุนไพรจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่สามารถใช้ป้องกันหรือบรรเทาอาการดังกล่าวได้ จึงขอยก 4 สมุนไพร ที่มีข้อมูลว่าสามารถช่วยต้านโรคซึมเศร้า และหาได้ง่ายคือ หนึ่ง ขมิ้นชัน มีการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยซึมเศร้า เปรียบเทียบการใช้สารสกัดขมิ้นชัน 500 มก. หลังอาหารเช้าและเย็น และยาต้านซึมเศร้า (Fluoxetine 20 mg) เป็นเวลา 6 สัปดาห์ เปอร์เซ็นต์การตอบสนองผลการรักษาของผู้ป่วย ยาต้านซึมเศร้า 64.7% สารสกัดขมิ้นชัน 62.5% และเมื่อใช้ร่วมกันทั้ง ยาต้านซึมเศร้า และสารสกัดขมิ้นชัน จะให้ผลตอบสนอง 77.8% ปัจจุบันขมิ้นชัน จะมีทั้งแบบสกัดและแบบผงแห้ง โดยขนาดการรับประทานแบบผงแห้งคือ ยาแคปซูลขมิ้นชัน 2 แคปซูล หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังในการใช้ในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี หญิงตั้งครรภ์ ยกเว้นภายใต้การดู
แจกสูตรน้ำบำรุงกำลัง ทำจาก ใบ “กระทุ่ม” น้องกระท่อม ดื่มแล้ว อึด ถึก ทน ในงานสัปดาห์วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติและพระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย ประจำปี 2562 อภัยภูเบศร ได้นำ “กระทุ่ม” มาประยุกต์เป็นสูตรเครื่องดื่มรับประทานง่าย ในชื่อ “น้ำทุ่มเท” พร้อมแจกสูตรตำรับให้ผู้ที่สนใจ โดยสมุนไพร “กระทุ่ม” เป็นพืชในวงศ์เดียวกับกระท่อม ช่วยทำให้มีความแข็งแรง ทนแดด สู้งาน ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น ช่วยลดอาการปวดเมื่อย มีฤทธิ์ลดปวดและลดความดันโลหิต สูตรน้ำทุ่มเท มีส่วนประกอบ ดังนี้ 1.ใบกระทุ่มแห้ง 4 กรัม 2.ใบเตย 10 กรัม 3.แก่นฝาง 10 กรัม 4.กระวาน 2 กรัม 5.กานพลู 2 กรัม 6.น้ำมะนาว 2 ลูก 7.เกลือ 1 ช้อนชา 8.น้ำเชื่อม 10 มิลลิลิตร 9.น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง 10.ใบสะระแหน่ 10 ใบ วิธีทำ 1.แกะเปลือกกระวานออก ตำกับกานพลูพอแตก 2.ล้างใบกระทุ่ม แก่นฝาง หั่นใบเตยเตรียมไว้ 3.นำส่วนผสม ข้อ 1 และ ข้อ 2 ใส่หม้อเติมน้ำเปล่า 2 ถ้วย ตั้งไฟปานกลาง 15-20 นาที 4.พักให้หายร้อน กรองเอาแต่น้ำ ตักใส่แก้วปรุงรสด้วยน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม น้ำมะนาว เกลือ แล้วฉีกใบสะระแหน่ใส่ลงไป คนให้เกิดกลิ่นหอม ***หรือจะเคี่ยวน้ำทุ่มเท ปรุงรสแล้วผสมโซ
สุขภาพ และ เศรษฐกิจ ต้องคู่ขนานกัน คนสุขภาพดีไม่ได้ หากปากท้องยังไม่อิ่ม ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นผู้แทนอภัยภูเบศร เดย์ สปา กล่าวภายหลัง เข้ารับมอบรางวัลวัฒนคุณาธร ในฐานะองค์กรที่มีการดำเนินงานอนุรักษ์วัฒนธรรม ว่าขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรม ที่เห็นความตั้งใจในการทำงานด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ดำเนินการมามากกว่า 30 ปี ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าให้กับสังคม “การใช้ประโยชน์วัฒนธรรมภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพ ต้องทำอย่างคู่ขนาน คือ สุขภาพและเศรษฐกิจ เพราะคนสุขภาพดีไม่ได้ หากปากท้องยังไม่อิ่ม เราจึงพัฒนา อภัยภูเบศร เดย์ สปา ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมให้แก่ผู้ประกอบการ เพราะที่ผ่านมาอุตสาหกรรมสปาไทย มีการเติบโตต่อเนื่อง แต่สิ่งที่สวนทางคือ วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ในสปา ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ” ดร.ภญ.ผกากรอง กล่าว และว่า ขณะที่ อภัยภูเบศร มีพื้นฐานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการแพทย์แผนไทย จึงใช้องค์ความรู้เรื่องเจ้าเรือนและหลักสมดุล ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยใ
นายกฯ ให้กำลังใจ อภัยภูเบศร รับปากดัน บัวบกพันธุ์ศาลายา 1 เป็นพืชเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 18 จากนั้นได้เดินชมงาน บู๊ธจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐเอกชน และภาคประชาชน ที่มาร่วมจัดนิทรรศการกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ยกกิจกรรมให้ความรู้ สมุนไพรป้องกันโควิด และ กัญชา กระท่อม ผลิตภัณฑ์กัญชา ที่นำมาพัฒนาใช้กับการให้บริการสปา โดยระหว่างการเยี่ยมชมบู๊ธ อภัยภูเบศร ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้นำชมและอธิบายถึงความคืบหน้าในสิ่งที่อภัยภูเบศรได้ดำเนินการพัฒนาสมุนไพรชนิดต่างๆ รวมถึง การปลดล็อก กระท่อม กัญชา มาสู่การพัฒนายาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งล่าสุดมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลในการพัฒนาบัวบกศาลายา 1 ที่มีน้ำหนักและสารสำคัญสูงกว่าสายพันธุ์ปกติถึง 5 เท่า และผ่านการจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 2 ปี ทำให้ทางมูลนิธิไม
แจกฟรี เมล็ดพันธุ์สู้โควิด พริกพิโรธ บัวบก หอมแดง กระเทียมแก้ว ฟ้าทะลายโจร พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 ธ.ค. นี้ ในส่วนของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ยังคงนำเสนอกิจกรรมต่อเนื่องของการพัฒนางานกัญชา โดยการนำเสนอ กัญชาในวัฒนธรรมของไทย หรือ Cannabis Thai Cultural Identity สู่การพัฒนานวัตกรรมที่หลากหลาย และสามารถต่อยอดได้เชิงธุรกิจ ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการต้นแบบจากสปาที่จะนำมาจัดแสดงให้ชมในงาน รวมถึงโรงพยาบาล เล็งเห็นถึงปัญหาทางสุขภาพที่ประชาชนยังคงต้องเตรียมพร้อมและรับมืออย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ โรคโควิด ดังนั้น การเตรียมพร้อมนอกจากการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และการป้องกันการติดเชื้อภายนอกแล้ว ยังต้องเร่งสร้างความเข้าใจและตอกย้ำให้ประชาชนหันมาดูแลตนเองอย่างเป็นองค์รวม ภายใต้แนวคิด Thai Holistic Care for Well Being โดยการใช้หลักของสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยเข้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกกินอาหาร ผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ การปรับพฤติกรรม การออกกำลังกาย เพื่อปรับ
อภัยภูเบศร แนะ วิธีทำ-ปริมาณ ฟ้าทะลายโจร ที่เหมาะสม สำหรับทำใช้เอง ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรรสขม จัดอยู่ในกลุ่มยาเย็น มีสรรพคุณทางการแพทย์แผนไทย ใช้บรรเทาอาการไข้หวัด แก้ไอ เจ็บคอ ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (บัญชียาจากสมุนไพร) กระทรวงสาธารณสุข ในรูปแบบยาเดี่ยว แต่หากใช้ในปริมาณเกินความจำเป็น ร่างกายจะมีปริมาณความเย็นเกินไป ทำให้เกิดผลเสียกับร่างกายได้ เช่น อาการชาตามร่างกาย แขน-ขาอ่อนแรง ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเสีย หรือผื่นแพ้ตามร่างกาย เป็นต้น เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แนะนำปริมาณการใช้และวิธีการนำต้นฟ้าทะลายโจรมาทำทานเอง สำหรับผู้ที่มีต้นฟ้าทะลายโจรอยู่ที่บ้าน ซึ่งการเก็บต้นฟ้าทะลายโจรมาทำ ให้เก็บใบและลำต้นเหนือดินในช่วงที่เริ่มมีดอก ใช้เวลาปลูกประมาณ 3 เดือน ปริมาณสารสำคัญทางยา คือ สาร andrographolide จะสูงสุดในช่วงที่พืชออกดอก นับตั้งแต่เริ่มออกดอกจนถึงดอกบานร้อยละ 50 คือ พืชมีอายุประมาณ 100-150 วัน การเก็บรักษาฟ้าทะลายโจรแห้งไม่ควรเก็บเกิน 1 ปี เพราะสารสำคัญจะสลายไป โดยขนาดที่แนะนำ เมื่อทำใช้เอง มีดังนี้ 1. ใช้ครั้งละ 1-3 ใบ วันละ 4 เวลา โดยอาจเคี้ยวสด หรือชงน้ำร้อน เมื่อมี
สู้แดด สู้งาน พร้อมบำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย ด้วยสูตร เครื่องดื่มใบกระท่อม จาก อภัยภูเบศร เป็นที่รู้กันดีว่า ใบกระท่อม เป็นพืชที่มีการใช้เป็นยามาอย่างยาวนานแต่โบราณ มีหลายสายพันธุ์ แต่ละพันธุ์มีความแตกต่างกันที่ลักษณะของใบ ว่ากันว่า สามารถใช้ใบกระท่อมเพื่อรักษาการติดเชื้อในลำไส้ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดไข้ บรรเทาอาการไอและท้องร่วง โดยใช้ใบสดหรือใบแห้งนำมาเคี้ยว สูบ หรือชงเป็นน้ำชา (อ้างอิงข้อมูลจาก เว็บไซต์ มติชนสุดสัปดาห์) โดยเพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้เปิดสูตร เครื่องดื่มใบกระท่อม ทึ่มีสรรพคุณในการบำรุงกำลัง สู้แดด สู้งาน แก้อ่อนเพลีย แถมยังช่วยบำรุงโลหิต ได้อีกด้วย โดยการทำเครื่องดื่ม มีส่วนผสมและวิธีทำ ดังนี้ ส่วนผสม น้ำเชื่อมท่อม ท่อม โซดา 1. ใบกระท่อมสด 3.5 กรัม 2. ใบเตยสด 15 กรัม 3. แก่นฝาง 10 กรัม 4. กานพลู 5 กรัม 5. กระวาน 5 กรัม 6. นํ้าเชื่อม 120 มิลลิลิตร 7. นํ้าสะอาด 400 มิลลิลิตร อัตราส่วนผสมของเครื่องดื่มใบกระท่อม 1 แก้ว 1. นํ้าเชื่อมท่อม ท่อม โซดา 60 มิลลิลิตร 2. โซดา 120 มิลลิลิตร 3. นํ้ามะนาวคั้นสด 20 มิลลิลิตร ขั้นตอนการทำ นํ้าเชื่อมท่อม ท่อม โซดา 1. เตรียมส่วนผสม โ
เตรียมผิวสวย แก้ผิวเสีย ส่งท้ายปี ด้วย สครับขมิ้นชันบำรุงผิว จาก อภัยภูเบศร กันเถอะ การขัดผิว เป็นขั้นตอนการดูแลผิวที่หลายคนอาจจะคิดว่าไม่จำเป็น แต่จริงๆ แล้วควรหาเวลาสักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อขจัดผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป แต่ก็ไม่ควรสครับบ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวเป็นขุยได้เหมือนกันนะ แต่ใกล้ปีใหม่แล้ว ก็อยากโชว์ผิวสวย ขจัดผิวเสียส่งท้ายปี อภัยภูเบศร จึงแจกสูตร สครับขมิ้นชัน มาให้บำรุงผิวต้อนรับปีใหม่กัน โดยวัตถุดิบและวิธีทำสครับใช้เอง มีดังนี้ ส่วนประกอบ 1. ผงขมิ้นชัน 2 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำผึ้ง 1 ถ้วย 3. น้ำมะขามเปียก 2 ถ้วย 4. เกลือป่น 1 ถ้วย วิธีการทำ 1. นำเกลือสะตุในกระทะ เพื่อลบเหลี่ยมเกลือ ทำความสะอาด ทำให้เกลือบริสุทธิ์ 2. นำกระทะตั้งไฟ เทน้ำมะขามเปียก น้ำผึ้ง ผงขมิ้นชัน แล้วผสมเข้าด้วยกัน จนเดือด 3. ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นใส่เกลือลงไปคนให้เข้ากัน 4. เมื่อเนื้อสครับเข้ากันดีแล้ว นำไปบรรจุใส่ภาชนะ เก็บได้ประมาณ 1 เดือน
