อภัยภูเบศร
ข้อควรรู้ของ ขมิ้นชัน สมุนไพรเสริมภูมิ ช่วยดูแลปอด พร้อมบอกสูตรเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ! เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้เผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรทางเลือกอย่าง ขมิ้นชัน ซึ่งจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่า ขมิ้นชัน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ รวมไปถึงมีฤทธิ์ต้านฮิสตามีน ปัจจุบันในตำราสมุนไพรจากต่างประเทศได้ให้การยอมรับว่า “ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อคนที่เป็นโรคภูมิแพ้และหอบหืด อีกทั้งมีฤทธิ์ขับลม ช่วยย่อย รักษาโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ ต้านมะเร็ง นอกจากนี้ ยังช่วยบรรเทาอาการของระบบทางเดินหายใจด้วย โดยเฉพาะภูมิแพ้ จากการสืบค้นงานวิจัยของ “ขมิ้นชัน” พบว่า สารเคอร์คูมิน (Curcumin) เป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพในการต้านไวรัสรวมถึงไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ และ ไข้หวัดนก ล่าสุด (มีนาคม 2563) จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ของเชื้อไวรัสโค… และสารสำคัญในสมุนไพรหลากหลายชนิด ที่ดำเนินการโดยนักวิจัยประเทศอินโดนีเซีย พบว่า สารเคอร์คูมิน ในขมิ้นชัน มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์โปรติเอส (Protease enzyme) ทำให้ไวรัสไม่สามารถ
อภัยภูเบศร แจกสูตร โดนัทขมิ้นชัน ทานคู่กันกับ แยมกระเจี๊ยบ รสหวานเปรี้ยว ช่วยบำรุงร่างกาย ขมิ้นชัน มีฤทธิ์ขับลม ช่วยย่อย รักษาโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ ต้านมะเร็ง นอกจากนี้ ยังช่วยบรรเทาอาการของระบบทางเดินหายใจด้วย โดยเฉพาะภูมิแพ้ อีกทั้ง กระเจี๊ยบ มีสารแอนโทไซยานิน ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับหลอดเลือด ช่วยลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ขับยูริก สารสกัดจากกลีบดอกช่วยทำให้อุจจาระนุ่มขึ้น เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตรการประยุกต์เอา ขมิ้นชันและกระเจี๊ยบ มาทำ โดนัทและแยม ไว้ทานเป็นของว่างบำรุงร่างกาย โดยสูตรและวิธีทำ ดังนี้ ส่วนประกอบ (เสิร์ฟได้ 30 ชิ้น) แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วยตวง ผงฟู 4 ช้อนชา เกลือ 1/4 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง นมสด 1/2 ถ้วยตวง ไข่ไก่เบอร์ 1 3 ฟอง น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง กลิ่นนมเนย 1 ช้อนชา ผงขมิ้นชัน 1/4 ช้อนชา กล้วยหอม วิธีทำ 1. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ และผงขมิ้นชันเข้าด้วยกัน 2. เคล้าน้ำตาลทรายและแป้งให้เข้ากันในชามผสมขนาดกลาง 3. เติมนม ไข่ และน้ำมัน คนจนส่วนผสมเนียน 4. หั่นกล้วยหอมเป็นลูกเต๋าใส่ลงไป 5. หยอดส่วนผสมลงอบในเครื่องทำโดนัท นำโดนัทออกจากเตา ว
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย! มาทำเครื่องดื่ม แก้หวัด-ไอ จาก กระเจี๊ยบ-ขิง กันเถอะ! เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร น้ำกระเจี๊ยบขิง ให้ประชาชนได้นำไปทำทานแก้หวัด-ไอ ขับเสมหะในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อีกทั้งยังช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้อีกด้วย โดยวัตถุดิบ วิธีทำ ดังนี้ วัตถุดิบ – ขิงแก่ 30 กรัม – กระเจี๊ยบแดง 15 กรัม – น้ำตาลกรวด (หากไม่มีใช้น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำผึ้ง) ตามชอบ – น้ำเปล่า 1 ลิตร วิธีทำ – นำสมุนไพรมาต้มเดือดนาน 15 นาที หรืออาจให้นาน 30 นาทีก็ได้ตามสะดวก จากนั้นเติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้งตามชอบ เทคนิค : การต้มของนาน 30 นาที จะช่วยให้กระตุ้นภูมิคุ้มกันดีขึ้น (กระตุ้นเม็ดเลือดขาวในการจับกินเชื้อ) รับประทานวันละ 1-3 แก้ว (หรือครั้งละ 200 ml) วันละ 3 ครั้ง หมายเหตุ : กระเจี๊ยบมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ลดความดัน หากมีความดันต่ำอยู่แล้วควรระวังในการกินขนาดสูง ไม่ควรกินต่างน้ำ
ใช้วัตถุดิบเพียง 5 อย่าง ก็ทำ ตำรับ ยาสดต้านหวัด ได้ง่ายๆ เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร ยาสดต้านหวัด ตำรับยาที่ช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ แก้เจ็บคอ รวมถึงต้านหวัดได้ โดยมีวัตถุดิบและวิธีการทำ ดังนี้ วัตถุดิบ ใบกะเพรา 1 กำมือ ขิงแก่ 100 กรัม น้ำมะนาว 1 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา แบะแซ 100 กรัม วิธีทำ นำขิงแก่มาซอยเป็นชิ้นเล็กๆ และนำไปปั่นรวมกับใบกะเพรา จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ เคี่ยวน้ำขิงแก่ ใบกะเพราที่ได้กับแบะแซ น้ำมะนาว และเกลือ เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำข้น มีลักษณะคล้ายน้ำเชื่อม นำใส่ภาชนะ ปิดฝาให้สนิท เก็บใส่ตู้เย็นจะสามารถเก็บได้นาน 1-2 สัปดาห์ วิธีการรับประทาน : ให้จิบบ่อยๆ เมื่อมีอาการไอ เจ็บคอ เผยแพร่เมื่อ วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2564
เปลี่ยน บอระเพ็ดรสขม มาเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย ด้วยการ ดองน้ำผึ้ง กันเถอะ! ในช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดู มักทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย บางวันร้อน บางวันฝน เจอสลับกันบ่อยๆ ก็ส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้ไม่สบายได้ง่ายๆ เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร บอระเพ็ดดองน้ำผึ้ง ไว้ทานบำรุงร่างกายในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หรือจะทานเป็นยาอายุวัฒนะก็ได้เหมือนกัน โดยสูตรและวิธีการทำ ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. บอระเพ็ด 2. น้ำผึ้งแท้ วิธีทำ 1. นำบอระเพ็ดล้างทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กขนาดประมาณ 1 องคุลี (ความยาว 1 ข้อแรกของนิ้วกลาง) แล้วผึ่งให้แห้ง 2. นำน้ำผึ้งเคี่ยวจนงวดข้นดี เพื่อไล่น้ำออก ทิ้งไว้ให้เย็น 3. นำบอระเพ็ดที่เตรียมไว้ใส่ลงในโหลประมาณครึ่งโหล จากนั้นเทน้ำผึ้งที่เคี่ยวแล้วลงไป ให้เหลือที่ว่างจากน้ำผึ้งถึงขอบโหลประมาณ 3 นิ้ว ปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ 3 เดือน ระวังอย่าให้ยาตากแดด วิธีรับประทาน นำยาดอง 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 1 แก้ว ดื่มวันละ 2-3 ครั้ง ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ และสามารถรับประทานผสมน้ำแข็งเป็นเครื่องดื่มได้ เมื่อดองครบ 3 เดือนสามารถเทน้ำผึ้งออก และเติมน้ำผึ้งเพื่อดองใหม่ สามารถทำได้ 3 ครั้ง
รู้หรือไม่! ยาแก้ไอ ต้านหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน สู้ไวรัส ทำเองได้ง่ายๆ ด้วย หัวหอม หอม ผักสมุนไพรที่คนไทยมีการใช้รักษาหวัดมายาวนาน ใช้ได้ทั้งหอมใหญ่และหอมแดง โดยในหอมมีสารเคอร์ซิติน (Quercetin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน ฤทธิ์ต้านฮิสตามีน (ต้านการแพ้) รวมถึงช่วยขยายหลอดลม ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ชาวบ้านมักนำมาใช้แก้หวัด แก้ไอ กันประจำ เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร ยาแก้ไอหัวหอม ที่สามารถทำทานเองง่ายๆ โดยวัตถุดิบและวิธีการทำมีดังนี้ วัตถุดิบ 1. หัวหอม สูตรนี้ใช้เป็นหอมหัวใหญ่ 6 หัว 2. น้ำผึ้ง 12 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ 1. ล้างหอมหัวใหญ่ให้สะอาด จากนั้นนำไปปอกเปลือก 2. สับหรือหั่นเป็นลูกเต๋า แล้วนำไปตุ๋นไฟอ่อน 2 ชั่วโมง 3. เมื่อตุ๋นจนครบ ให้กรองเอาแต่น้ำหอมหัวใหญ่ จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเติมน้ำผึ้งผสมลงไป เท่านี้ก็ได้ยาแก้ไอสูตรพื้นบ้านทานแก้ไอ ขยายหลอดลมแล้ว เผยแพร่เมื่อ วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ.2564
เปิดวิธีสังเกต ยาฟ้าทะลายโจร ดูยังไงว่าเสื่อมสภาพ-หมดอายุ? กระแสสมุนไพรอย่าง ฟ้าทะลายโจร ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในการนำมาทานเพื่อดูแลสุขภาพร่างกายกันในยามนี้ มีการนำมาแปรรูปเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร เพื่อง่ายต่อการรับประทาน แต่การนำมาแปรรูปเป็น ยา ก็ยังคงได้รับความนิยมกว่า เพจ สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับ ฟ้าทะลายโจร ว่าด้วยเรื่อง การสังเกตยาฟ้าทะลายโจรที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ว่าดูอย่างไร โดยวิธีการสังเกตและตรวจสอบคุณภาพอย่างง่าย สามารถพิจารณาได้จาก รูป รส และกลิ่น หากมีลักษณะหรือกลิ่นที่แปลกไป ถือเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้น ที่บ่งบอกว่า ยาเริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่ง ยาแต่ละรูปแบบ แยกสังเกตได้ดังนี้ 1. ยาเม็ดลูกกลอน : จะมีการเปลี่ยนสี มีเม็ดหรือจุดหรือเส้นใยที่เกิดจากเชื้อราขึ้นที่เม็ดยาลูกกลอน หรือจะเห็นได้ว่ายาเกาะติดกันเป็นก้อน และอีกลักษณะหนึ่งคือ ยาแตกล่อนไม่เป็นเม็ด 2. ยาแคปซูลแข็ง : หากยาเสื่อมสภาพ จะสังเกตได้ว่าเปลือกแคปซูลจะบวม ผงยาข้างในจะเปลี่ยนสีหรือมีกลิ่นผิดปกติ 3. ยาผง : สามารถสังเกตจากสีหรือกลิ่นของยาที่เปลี่ยนไป ผงยามีการเกาะกันเป็นก้อนแข็ง อ
ของหมักดอง ใครว่าไม่ดี ชี้ โปรไบโอติกส์แบบไทย เสริมภูมิคุ้มกัน หาง่าย ไม่แพง ในช่วงสถานการณ์โควิดทวีความรุนแรง นักวิชาการหลายท่านได้ออกมาแนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพทั้งการใช้ยาสมุนไพร การใช้อาหาร แนวทางดูแลตนเองที่บ้าน รวมถึง การกินอาหารเสริม วิตามิน และอาหารที่จุลินทรีย์ดีเพื่อช่วยในการเสริมภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อ และฟื้นฟูสุขภาพในผู้ป่วย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ให้ความรู้ผ่านทางเพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร โดยหยิบยกประเด็นอาหารโปรไบโอติกส์ซึ่งมีบทบาทในการช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ภายในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น จึงลดโอกาสในการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และลดการเกิดพายุไซโตไคน์ (Cytokine Storm) หรือภาวะที่ภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไปได้ การรับประทานอาหารที่มีโปรไบโอติกส์เพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ทั้งนี้ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทดสอบความเป็นพรีไบโอติกส์ของสมุนไพรและตำรับอาหารไทย โดยพบว่า สมุนไพรที่ส่งเสริมการเจริญของเชื้อโปรไบโอติกได้ดีมาก ได้แก่ เม็ดบัว กลอย ขมิ้นขาว ขิงอ่อน ขิงแก่ ข่า ห
เปิดสูตร ยำกระเจี๊ยบแดง เมนูลดความดัน-ไขมัน บำรุงโลหิต สร้างความแข็งแรงให้หลอดเลือด เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร แจกสูตร ยำกระเจี๊ยบแดง ไว้ทานบำรุง-ดูแลร่างกาย โดย กระเจี๊ยบแดง มีสารแอนโธไซยานิน (anthocyanin) มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสร้างความแข็งแรงให้หลอดเลือด ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ขับยูริก บำรุงโลหิต ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด กลีบเลี้ยง กลีบดอกมีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันอีกด้วย โดยส่วนประกอบในการทำ ยำกระเจี๊ยบแดง มีดังนี้ 1. กลีบเลี้ยงกระเจี๊ยบแดงสด 1 ถ้วย 2. กุ้ง 3 ตัว 3. หมูสับ 3 ช้อนโต๊ะ 4. หอมแดงซอย 1/2 ลูก 5. แคร์รอตหั่นเป็นเส้นเล็กน้อย 6. ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ 7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 8. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา 9. น้ำมะนาว 2 ช้อนชา วิธีทำ 1. ล้างกระเจี๊ยบแดงให้สะอาด แกะออกเป็นกลีบๆ ใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปลวกน้ำร้อนให้พอสุก 2. นำกุ้งและหมูสับไปลวกจนสุก พักไว้ จากนั้นเตรียมหอมแดงและผักชีฝรั่ง 3. เตรียมชามผสม นำน้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาวคนให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลายดี จากนั้นใส่กระเจี๊ยบแดง หอมแดง แคร์รอต หมูสับ และกุ้งลงไป เคล้าให้เข้ากันเบาๆ ตักเสิ
ฟ้าทะลายโจร ใช้กับผู้ป่วยไม่มีข้อจำกัด อนุทิน เร่งปลูกเพิ่ม ให้ทันความต้องการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยได้ตรวจเยี่ยม พื้นที่โรงพยาบาลสนามแห่งใหม่ 2 แห่งของจังหวัดปราจีนบุรี ได้แก่ โรงพยาบาลสนาม อบจ.ปราจีนบุรีประชารักษ์ และโรงพยาบาลสนามอภัยภูเบศรประชารักษ์ เพื่อรองรับยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้ จ.ปราจีนบุรี มีโรงพยาบาลสนามอยู่ทั้งสิ้น 8 แห่ง ได้แก่ 1. โรงพยาบาลสนามกองร้อยต่อสู้รถถังที่ 2 ค่ายพรหมโยธี รองรับผู้ป่วย 90 เตียง 2. โรงพยาบาลสนามกบินทร์บุรีประชารักษ์ รองรับผู้ป่วย 210 เตียง 3. โรงพยาบาลสนามประจันตคามประชารักษ์ รองรับผู้ป่วย 165 เตียง 4. โรงพยาบาลสนามศรีโพธิมาลัย รองรับผู้ป่วย 180 เตียง 5. โรงพยาบาลสนามบ้านสร้างศรีรักษ์ รองรับผู้ป่วย 70 เตียง 6. โรงพยาบาลนาดีประชารักษ์ รองรับผู้ป่วย 100 เตียง 7. โรงพยาบาลสนามอภัยภูเบศรประชารักษ์ รองรับผู้ป่วย 100
