อาชีพเสริม
จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันผู้คนหลากหลายสาขาอาชีพ หันมาช่องทางการทำอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยเฉพาะการทำการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งสามารถสร้างความมั่นคงและความสุขให้กับครอบครัวได้อย่างยั่งยืนจริง อย่างนายกนกพล สายกี้เส้ง อายุ 54 ปี หรือช่างบน เจ้าของอู่ช่างซ่อมรถยนต์ ชาว ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา หันมาทำการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นอาชีพเสริมนอกเหนือจากอาชีพหลักคือการซ่อมรถยนต์ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากสวนเกษตรผสมผสานเดือนละไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากพืชผลทางการเกษตรที่แตกหน่อออกผลและการเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่องทุกวันตลอดทั้งปี นายกนกพลกล่าวว่า เริ่มทำการเกษตรแบบผสมผสานย่างเข้าสู่ปีที่ 5 ได้แบ่งที่ดิน 5 ไร่ ตามหลักปรัชญาเกษตรพอเพียงของในหลวง ร.9 ขุดบ่อเลี้ยงปลาขนาด กว้าง 36×70 เมตร เลี้ยงปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม ปลาอีสก และใช้เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงพืชผักในช่วงหน้าแล้ง บ่อเลี้ยงกบ 3 บ่อ จำนวนกบที่เลี้ยง 3,000 ตัว คอกเลี้ยงห
มีคนเคยกล่าวว่า ถ้าเราได้ทำงานที่มีความสุข ก็เท่ากับว่าเราได้มีความสุขในทุกๆวันการทำงาน ทุกคนล้วนมองหางานที่มีความสุข ไปพร้อมๆ กับการสร้างรายได้ บางคนเจอช้า บางเจอเร็ว เช่นเดียวกับ คุณอัครเดช อภิรักษ์วัฒนา วัย 50 ปี หรือคุณช้าง ที่วันนี้ เขาได้พบกับงานที่ทำแล้วมีความสุข คุณช้างมีหลัก ที่ทำอยู่ นั่นคือ ช่วยคุณพ่อทำธุรกิจรับซื้อของเก่า รวมทั้งรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม แต่ด้วยการเล็งเห็นพื้นที่หลังบ้าน ว่างๆ ในพื้นที่ดินของตนเอง 1 ไร่เศษ จึงคิดแปลงที่ดินผืนนี้ ทำการเกษตรแบบพอเพียง โดยการเดินตามรอย ในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นคือเมื่อได้แนวคิดมาแล้ว ก็มาแปลงจากสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา โดยเริ่มจากปลูกสับปะรด ราว 6000 ต้น ทำไมต้องเป็นสับปะรด ทั้งที่ พื้นที่บริเวณนี้ไม่เคยมีใครปลูกสับปะรดในเชิงการค้านับพันต้นมาก่อน คุณช้างเล่าว่า ภรรยาคุณช้าง (คุณจินดา สีเมฆ) มีพื้นเพดั้งเดิมอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกสับปะรดค่อนข้างมาก เลยทดลองนำมาปลูก โดยได้ทั้งต้นพันธุ์ และเทคนิคการปลูกมาครบ สับปะรดปัตตาเวีย “เราอยู่ใ
ท่ามกลางวิกฤตราคาสินค้าเกษตรข้าวตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย รัฐบาลงัดสารพัดรูปแบบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ยังมีอีกอาชีพแนวใหม่ที่ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ผลักดันเปิดตลาดให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) รับหน้าที่รับรองมาตรฐานเร่งติวเข้มผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าแปรรูปจิ้งหรีดไปยังตลาดสหภาพยุโรป (อียู) พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบตลอดห่วงโซ่ ก่อนอียูไฟเขียวเปิดตลาดอย่างเป็นทางการต้นปี”61 “จิ้งหรีด” อาหารโปรตีนที่มีจำกัด ข้อมูลจากองค์การอาหารและการเกษตร ระบุไว้ว่า อนาคตการเพิ่มขึ้นของประชากรโลกจะมากถึง 8,000 ล้านคน ในปี 2024 และมากถึง 9,000 ล้านคน ในปี 2050 ได้มีการประเมินว่า “แหล่งอาหารและโปรตีนจะมีอย่างจำกัด” แหล่งอาหารทดแทนจึงเข้ามาแทนที่อาหารหลักเพราะประชากรที่เพิ่มขึ้นอาหารจึงไม่เพียงพอ การเลี้ยงแมลงจึงเป็น Novel Food (อาหารใหม่) ประเทศไทยซึ่งเป็นแหล่งผลิตพืชผลทางการเกษตร ระบบนิเวศอันสมบูรณ์ จึงเป็นเป้าหมายของทางเลือกผู้บริโภคทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของเกษตรกรไทยรวมถึงผู้ประกอบการสามารถเพิ่มช่องทางตลาดนวัตกรรมอาหารใหม่ ดังนั้น จึงเป็นโจทย์สำคัญข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตร(ผอ.อตก.)กล่าว”งานสินค้าเกษตรคุณภาพ เกษตรอินทรีย์วิถีปักษ์ใต้”ครั้งที่ 2 ที่ จ.สงขลาว่างานสินค้าเกษตรคุณภาพฯ ต้องการส่งเสริมอาชีพให้ชาวใต้ หารายได้เสริมจากการทำสวนยางพารา ด้วยการส่งเสริมด้านเกษตรอินทรีย์ อบรมเพาะเห็ดแครงให้ป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่มีสารอาหารสูงมากและมีความต้องการของตลาด อกต.จะรับซื้อคืน กก.ละ 100-150 บาท นายบัณฑิต ส่งนวล เกษตรกรเพาะเห็ดแครง จ.กระบี่กล่าวว่าตนเล็งเห็นว่าเห็ดแครง เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่ตลาดยังต้องการสูงเนื่องจากปราศจากสารเคมีและมีคุณค่าทางสารอาหารครบ จึงต้องการอบรมการเพาะเห็ดแครงเพิ่มเติม เพื่อนำความรู้และเทคนิคไปขยายกิจการ ขณะนี้ตนมีรายได้จากการเพาะเห็ดแครงเดือนละ 40,000-50,000 บาท หากมีช่องทางการจำหน่ายมากกว่าปัจจุน ตนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ที่มา มติชนออนไลน์
สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว การทำงานที่รับแต่เงินเดือนอย่างเดียว อาจจะเสี่ยงเกินไปในการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ดังนั้น การหาอาชีพเสริมควบคู่ไปด้วยโดยไม่กระทบกับ หน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ จึงเป็นทางเลือกที่ดี เช่นเดียวกับ คุณซิน สุมนา แจวเจริญวงศ์ วัย 44 ปี ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับบทบาทนักข่าวภาคสนาม ช่อง 3 ของเธอ ด้วยว่า เห็นจากหน้าจอทีวีบ่อยๆ นอกจากการทำงานในอาชีพนักข่าวแล้ว วันนี้ คุณซิน สวมบทบาท คุณแม่ ของน้องชะเอม วัย 2 ขวบ ซึ่ง ชื่อแบรนด์ปลาทูต้มหวานที่เธอทำอยู่ ก็มาจากชื่อลูกสาวตัวน้อยของเธอนั่นเอง คุณซิน เล่าว่า ปลาทูต้มหวาน เดิมทีเป็นธุรกิจของครอบครัว ตั้งแต่สมัยคุณย่า เมื่อสักราว 50 ปีมาแล้ว ด้วยพื้นเพเป็นชาว อ.หลังสวน จ.ชุมพร คุณย่าทำปลาทูต้มหวาน และนำไป หาบเร่ขายยังเมืองคอน (จ.นครศรีธรรมราช) สืบต่อจากคุณย่า ก็เป็นคุณป้า ที่ปัจจุบันยังยึดอาชีพนี้ โดย มีญาติที่เป็นคุณอา มีเรือประมง ออกหาปลาทู ได้ปลาทูคุณภาพ สามารถคัดตัวสวยๆ มาทำได้เอง สำหรับปลาทูต้มหวาน สูตรคุณย่านี้ ต้องเคี่ยวถึง 7 วัน 7 คืน จนก้างนิ่ม กินได้ทั้งตัว โดยก่อนนำไปเคี่ยว ก็ใช้ไม้ไผ่ หรือชานอ้อย วางปูพ
แม่บ้านพลทหารในสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งลาออกจากงานประจำมาดูแลลูกที่ป่วยหนัก ใช้เวลาว่างจากการดูแลลูกมาปลูกเมล่อนขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี จากการลงพื้นที่ไปที่แปลงเกษตร เศรษฐกิจพอเพียง ภายในกองพลทหารช่าง 202 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบนางเบญจมาศ สังฆมณี อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ จ.ส.อ.นิกรกิจ สังฆมณี ข้าราชการทหารในสังกัดกองพลทหารช่าง 202 พบว่าบริเวณดังกล่าวได้มีการทำเป็นโรงเรือนปิด 1 โรง ภายในมีการปลูกเมล่อนในระบบน้ำหยดซึมนับร้อยต้น ซึ่งกำลังออกลูกใกล้ถึงเวลาเก็บผลผลิตอยู่เป็นจำนวนมาก จากการสอบถามนางเบญจมาศ สังฆมณี เจ้าของโรงปลูกเมล่อนแห่งนี้ ได้รับการเปิดเผยว่าก่อนหน้านั้นตนได้ลาออกจากงานประจำในโรงงาน เพื่อมาดูแลลูกสาวที่ป่วย ซึ่งทำให้ครอบครัวต้องขาดรายได้ เพราะลำพังเงินเดือนของสามีก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว จึงใช้เวลาว่างจากการดูแลบุตรไปสมัครเข้าเรียนหนังสือที่ กศน.อำเภอเมืองนครราชสีมา ในระดับชั้นมัธยมปลาย ซึ่งทางศูนย์ กศน.ก็ได้พาไปศึกษาดูงานที่ฟาร์มของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส. และเกิดมีค
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีฝนตกในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์อย่างต่อเนื่อง พบว่าน้ำจากพื้นที่ต่างๆไหลลงมารวมกันตามแหล่งน้ำลำห้วยธรรมชาติ ทำให้ปลาจากลำห้วยคลองสะพานบ้านยางเตี้ย ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ ออกมาแหวกว่ายเล่นน้ำใหม่จากฝนที่ตกลงมา ชาวบ้านต่างพากันนำแหมาหว่านเพื่อจับปลา ซึ่งมีทั้งปลาตะเพียนแดง ปลาขาว ปลาหมอ ซึ่งชาวบ้านต่างจับปลาได้เป็นจำนวนมาก ก่อนนำไปประกอบอาหาร ที่เหลือก็ขายให้กับเพื่อนบ้าน ในราคากิโลกรัมละ 70-90 บาท พอมีรายได้เล็กๆ น้อยเข้าครัวเรือน เลี้ยงครอบครัว นายจู โสมทอง อายุ 47 ปี ชาวบ้านบึงหมู่ 3 ตำบลตรมไพรอำเภอศีขรภูมิ หว่านแหได้ปลาขาวเป็นจำนวนมาก บอกว่า ปลาที่หว่านได้จะนำไปประกอบอาหาร ถ้าเหลือก็จะนำไปขายให้กับเพื่อนบ้านหรือบางทีก็จะมีพ่อค้า แม่ค้าในตลาดสดศีขรภูมิ มารับชื้อไปต่ออีกทีหนึ่ง ช่วงนี้ยังพอจับปลาได้อยู่ เพราะน้ำยังมาไม่มาก ถ้าน้ำมามากกว่านี้จะจับปลาไม่ได้ เพราะกระแสน้ำไหลแรง ที่มา ข่าวสดออนไลน์
หลายคนคงคุ้นเคยและรู้จักผักสวนครัวรั้วกินได้ที่เป็นผักกินใบต่างๆ อาทิ กะเพรา โหระพา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพืชทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่ต้องการอาชีพเสริม โดยเกษตรกรหลายคนพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เลิกทำนาหันมาปลูกพืชผักเหล่านี้ รับทรัพย์เข้ากระเป๋ากันทุกวัน สำหรับผักสวนครัวตระกูลกะเพรา โหระพา และใบแมงลัก เป็นพืชล้มลุก ใบเป็นรูปไข่ บางและนุ่ม ลำต้นและใบมีขนปกคลุม มีรสเผ็ดร้อน ช่อดอกตั้งตรง มีดอกติดรอบแกนช่อเป็นชั้นๆ จัดเป็นเครื่องเทศที่ยอดนิยม ถือว่าเป็นราชาแห่งเครื่องเทศเลยก็ว่าได้ โดยในปัจจุบันนิยมนำมาใช้ปรุงอาหารและนำมาทานเป็นผักเคียงกับอาหารชนิดต่างๆ ป้ามณี วงศ์มหิง เกษตรกรผู้ปลูกใบกะเพรา โหระพา และใบแมงลัก จำหน่ายที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยทำนา แต่สู้กับภาวะแล้งไม่ไหว เลยหันมาปลูกผักสวนครัว ซึ่งทำรายได้ทุกวัน ตกวันละ 500 บาท โดยบอกว่า แค่ 1 ไร่ ก็ตัดขายไม่ทันแล้ว “อย่างกะเพรา เป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ส่วนการปลูกก็ง่ายมาก ขุดหลุมตื้นๆ ปลูก รดน้ำ แล้วใส่ปุ๋ยคอก จากนั้น รดน้ำวันละครั้ง” สำหรับกะเพราที่ปลูกกันทั่วไปมีอยู่ 2 ชนิด คือ กะเ
ฮือฮา ประติมากรรมจากหินทรายอาชีพที่เริ่มสูญหาย พ่อเฒ่าวัย 62 ปี ชาวบ้านตำบลวังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ใช้เวลาว่างจากการทำไร่ข้าวโพดสร้างงานแกะสลักจากหินทรายเป็นอาชีพเสริม โดยทำมานานกว่า 39 ปี ซึ่งอาชีพนี้นับวันเริ่มเลือนหาย เนื่องจากมีผู้สืบทอดน้อย โดยนายเกตุ บัวงาม อายุ 62 ปี ชาวบ้านตำบลวังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ชาวไร่ข้าวโพดที่ใช่เวลาว่างในการทำไร่ มารับจ้างแกะสลักหินทราย เป็นประติมากรรมรูปสัตว์ เช่น กวาง สิงห์ เป็นต้น รวมทั้งพระพุทธรูป ธรรมจักร และลูกนิมิต ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาชีพที่เริ่มหาคนทำได้ยาก ทำให้นายเกตุถือเป็นปราชญ์ชาวบ้านคนหนึ่งที่ยังสืบทอดอาชีพนี้ให้เห็นในพื้นที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก นายเกตุ กล่าวว่า ตนเริ่มเรียนรู้งานแกะสลักมาจากเพื่อนบ้านในหมู่บ้านตั้งแต่ปี 2520 จากนั้นก็เริ่มยึดเป็นอาชีพเสริมเรื่อยมาจนปัจจุบันไม่ต้องดูแบบก็สามารถแกะกลักได้แต่ต้องเป็นแบบที่ทำประจำ จำพวกพระพุทธรูป สัตว์ โดยงานหนึ่งก็ใช้เวลา เดือนครึ่งถึง 3 เดือน แล้วแต่ความยากง่าย ซึ่งขั้นตอนการทำก็จะไปหาหินมาจากนั้นทำการผ่าหินให้ได้ขนาดแล้วเริ่มลงมือแกะสลักตามแบบจนสำเร็จ ซึ่งราคานั้นก็ขึ้นกับขนาดและความย
พ.ต.ท. ฤทธิ์ ศิริเทพ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรรำมะสัก ต.รำมะสัก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กล่าวว่า การเลี้ยงปลากระชังเป็นโครงการ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นนโยบายของผู้บังคับบัญชา สนับสนุนให้ตำรวจชั้นผู้น้อย ใช้เวลาว่างหารายได้เลี้ยงครอบครัว ประกอบกับที่หน้าโรงพัก ส.ภ.ต. รำมะสัก มีคลองสีบัวทองมีน้ำไหลผ่านตลอด สามารถที่จะเลี้ยงปลาได้ จึงส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเลี้ยงปลากระชัง โดยเลี้ยงปลาเทโพและปลาดุก ในกระชังขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร จำนวน 4 กระชัง โดยใช้เวลาว่างดูแล กระชังปลา ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงนำร่องการเรียนรู้ เป็นทุนอาหารกลางวันตำรวจ พร้อมนำไปปรับใช้ในการทำอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน
