อาหารไทย
“แฮนด์ครีมกลิ่นกลิ่นต้มยำกุ้ง” ไม่ซ้ำใคร โดนใจต่างชาติ เมื่อไม่กี่วันก่อน มีโอกาสได้ไปเดินที่สยามดิสคัฟเวอรี่ในโซนสปา ไปเจอเข้ากับร้านร้านหนึ่ง ชื่อว่า ร้านรื่นรมย์ ขายผลิตภัณฑ์สปา เครื่องประทินผิว ทั้งสครับน้ำหอม ครีม โลชั่น และเครื่องหอมต่างๆ ที่มีให้เลือกซื้อหลากหลาย แต่ความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ร้านนี้อยู่ที่ “กลิ่น” และ “แพ็กเกจ” ต่างๆ ของเขานี่แหละ ที่เมื่อหยิบขึ้นมาดูปุ๊บ เป็นอันต้องแปลกใจกับความแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างแฮนด์ครีมกลิ่นต้มยำ หรือ น้ำหอมกลิ่นถนนข้าวสาร หรือจะเป็นเอสเซนเชียลบาล์ม (ยาหม่อง) ที่มีแพ็กเกจเป็น ครกพร้อมสาก แบบครบเซต คุณแก๊ป – พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล วัย 35 ปี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานตลาดและสร้างสรรค์สินค้า บริษัทคาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) (KARMART) เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟัง ถึงที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์สุดครีเอตเหล่านี้ว่า รื่นรมย์ เป็นแบรนด์ในเครือของบริษัทคาร์มาร์ท ซึ่งเป็นบริษัทที่นำเข้าสินค้าประเภทเครื่องสำอางจากต่างประเทศ มาจัดจำหน่ายที่เมืองไทย ซึ่งแบรนด์รื่นรมย์ ถือเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกในรอบ 8 ปี ที่บริษัทคาร์มาร์ทได้ดำเนินธุรกิ
มิติใหม่ วงการลูกอม “รสลาบ-ต้มยำ-เขียวหวาน” ถูกใจต่างชาติ แห่ซื้อเพียบ ปกติลูกอมที่เราเห็นกันทั่วไปจะมีรสหวาน เปรี้ยว ซ่า มีส่วนผสมจากน้ำตาล แต่งกลิ่นผลไม้หอมชื่นใจ แต่ปัจจุบันรสชาติของลูกอมได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า อาหารไทยที่เราทำกินกันทุกวันนี้ จะกลายเป็นลูกอมเม็ดเล็กๆ ให้เราได้พกพาไปกินได้ทุกที่ เป็นตัวแทนความคิดถึงอาหารไทยได้เป็นอย่างดี ไอเดียน่าสนใจนี้มีที่มาจากชายหนุ่มวัย 32 ปี คุณเอ็กซ์-สราวุธ กุรุพินท์ศิริ ครีเอทีฟประจำบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง เขาเริ่มสร้างธุรกิจแรกของตัวเอง ด้วยแนวคิดที่ว่าอยากทำอะไรแปลกใหม่ และฉีกแนวไปจากงานประจำที่ทำมานานหลายสิบปี เขานำไอเดียที่เก็บไว้นานตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา มาลองทำเป็นโปรเจ็กต์เล็กๆ จนกลายเป็นแบรนด์ลูกอมรสอาหารไทย “MINIDISH CANDY” (มินิดิชแคนดี้) ส่งขายห้างชั้นนำของไทยได้สำเร็จ “เด็กๆ ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศจะถูกบอกต่อกันมาว่า ต้องมีของไปโชว์ฝรั่งนะ บางคนไปทำอาหารไทย ไปโชว์ศิลปวัฒนธรรม แต่ผมอยากนำรสชาติอาหารไทยให้ต่างชาติได้ชิม ติดอย่างเดียวคือทำไม่เป็น ลูกอมเป็นไอเดียที่อยู่ในหัวมานาน อยากทำมาก
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พาไปทานอาหารร้านอร่อย เหมือนทานกับข้าวรสมือแม่ที่ “อู่ข้าวอู่ปลา” ร้านอาหารไทยพื้นบ้าน ตั้งอยู่นอกเมืองริมถนนสายศาลายา-นครชัยศรี เจ้าของคือ คุณอัชย์-วทันยา สวัสดิ์พึ่ง สาวพุทธมณฑล วัย 48 ปี ได้เล่าให้ฟังว่า เธอเรียนจบเพาะช่าง ได้เข้าทำงานในบริษัทเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตามปกติจนปี 2540 บริษัทปิดตัวลงเนื่องจากถูกพิษฟองสบู่แตก ประกอบกับอยากทำงานที่สามารถดูแลแม่ของเธอไปได้ด้วย จึงกลับมาตั้งหลักที่บ้านและคิดเปิดร้านอาหารในที่ของตัวเอง จึงชวนคุณแม่กับพี่สาวลงขันทำร้านอาหารด้วยกัน โดยมีแม่ครัวคือเธอ และพี่สาวที่มาช่วยในวันเสาร์อาทิตย์ มีคุณแม่ที่ทำอาหารได้หลากหลายและอร่อย เป็นหัวเรือใหญ่ในการคุมครัว ใช้เงินก้อนที่มีอยู่ 7 หมื่นบาทและเวลาสร้างร้านประมาณ 2 ปี ในที่สุด “อู่ข้าวอู่ปลา” ร้านอาหารไทยพื้นบ้านร้านเล็กๆ เจ้าแรกในย่านพุทธมณฑล ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น เมนูที่ห้ามพลาด เมื่อมาทานอาหารที่ร้านเลยคือ “ไข่ตุ๋นต้มยำ” เมนูคู่บุญที่มีมาตั้งแต่เปิดร้านแรกๆ เป็นเมนูที่นำเอาเมนูไข่ตุ๋นธรรมดามาต่อยอด ด้วยการใส่กุ้งและน้ำต้มยำเข้าไป คุณอัชย์ บอกว่า เป็นเมนูธรรมดาที่ลู
เพจดังแฉ! งานเลี้ยง ข้าวเหนียวมะม่วงนักท่องเที่ยวจีน เหลืออื้อ ชาวเน็ตบ่นเสียของ! งานเลี้ยงข้าวเหนียวมะม่วง เหลืออื้อ – จากกรณีที่ มีการจัดงาน WE CARE ABOUT YOU การทำข้าวเหนียวมะม่วงใหญ่ที่สุดในโลก บันทึกโดย Guinness World Records เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและอาหารไทย งานนี้เชิญนักท่องเที่ยวจีน กว่า 10,000 คน มาร่วมงาน โดยมีโต๊ะจีน 1,250 โต๊ะ และเชิญ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการจัดเลี้ยงข้าวเหนียวมะม่วงแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และตอกย้ำความเข้าใจกับประชาคมโลกว่าข้าวเหนียวมะม่วงเป็นอาหารของประเทศไทย วันนี้ (21 ม.ค.) เพจเฟซบุ๊ก C SI LA ได้เผยภาพหลังจบงานเปิดโครงการ WE CARE ABOUT YOU ซึ่งหลังจากจบงานพบว่ามีข้าวเหนียวมะม่วงเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเพจแสดงความคิดเห็นว่า “ผลงานแบบป้อมๆ” ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ “ถ้าจะทำจริงๆ น่ะแค่ไปยืนแจกแถวประตูสนามบินให้นักท่องเที่ยวก็พอแล้ว ไม่ถึงกับต้องจัดพิธีใหญ่โตแบบนี้”
‘น้ำพริกมะกอก’ความชุ่มคอของเครื่องจิ้ม : โดย กฤช เหลือลมัย หนึ่งในลูกไม้ที่แข่งกันสุกให้คนกินตามฤดูกาลช่วงปลายปี ก็คือ“มะกอกป่า” (Spondias pinnata Kurz.) นะครับ เราอาจได้กินยอดอ่อนรสเปรี้ยวฝาดของมันจิ้มน้ำพริกจิ้มหลนมาตลอดทั้งปี หรือชาวบ้านภาคเหนือบางแห่งนิยมถากเปลือกต้นมาคั้นในลาบวัวควายดิบ เป็นสูตรเฉพาะของพื้นที่ แต่กว่าจะมีโอกาสลิ้มรสหอมหวานเจือฝาดเปรี้ยวเล็กน้อยของเนื้อมะกอกสุกที่แสนจะชุ่มชื่นคอได้ ก็ต้องล่วงมาช่วงหน้าหนาวนี่แหละครับ ลูกมะกอกสุกมีวางขายตามตลาดนัดทั่วไป โดยเฉพาะแผงผักลาว มันเป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ในครก “ตำลาว” นอกจากนี้ก็ยังอยู่ในน้ำปลาพริกขี้หนู ที่เมื่อไหร่ใส่มะกอกแล้วก็กินกับปลาย่างอร่อยที่สุด บางทีก็ไปอยู่ในต้มโคล้งปลาช่อนทั้งลูกเลยทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเปลือกมะกอกมีน้ำมันหอมระเหย และมีรสมีชาติเสริมเนื้อมะกอกในสำรับอาหารได้อย่างพอดิบพอดีมากๆ ถ้าถามว่าเหลือแต่เมล็ดกระมังที่กินไม่ได้ ก็ไม่เชิงอีกครับ คือถ้าเรากะเทาะเปลือกเมล็ดออก จะมีเนื้อแก่นเมล็ด รสมันอร่อย ยิ่งหากเป็นจำพวกมะกอกเกลื้อนหรือมะกัก ที่ร่วมสายพันธุ์กัน ยิ่งจะมีเนื้อเมล็ดมากขึ้นไปอีก ใ
ยืนหยัด 40 ปี ‘พริกแกงแม่น้อย’ เจ้าดังเชียงราย จากตักขายในตลาดสด สู่ส่งออกทั่วโลก กว่า 40 ปีที่ ‘พริกแกงแม่น้อย’ คอยสร้างความอร่อยบนจานอาหาร จากธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กในตลาดสดเชียงราย ผลิตพริกแกงออกจำหน่ายเพียงไม่กี่กิโลกรัม ใส่ถังพลาสติกตักใส่ถุงขายเหมือนร้านทั่วไป วันนี้พริกแกงของแม่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่โดยทายาทเจนสอง กลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ส่งออกได้ไกลถึงต่างประเทศ คุณเฉลิมเกียรติ ธารทองไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภาเบญ ฟู้ดส์ จำกัด ทายาทเจนสอง เล่าย้อนให้ฟังถึงที่มาว่า เมื่อปี พ.ศ. 2519 คุณพ่อและคุณแม่คือคุณสุจิตต์-คุณนวลน้อย ธารทองไพบูลย์ ได้เริ่มต้นธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กในตลาดสดเชียงราย ด้วยการทำพริกแกงแบบใส่ถังพลาสติกตักขายในตลาดสดเชียงรายวันละไม่กี่กิโลกรัม กระทั่งปี พ.ศ. 2537 พริกแกงธรรมดาได้ถูกพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพราะมองการณ์ไกลว่าพริกแกงของแม่นั้นสามารถไปได้ไกลกว่าทำขายแบบเดิม โดยคุณเบญจวรรณ (ธารทองไพบูลย์) และคุณภาณุ ภัทรธรรมกุล จนชื่อ ‘พริกแกงแม่น้อย’ เป็นที่รู้จักในตลาดสดจังหวัดเชียงราย สินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘แม่น้อย’ ซึ่งต่อมาได้ทำการจดทะเบียนนิติบุคคลในนามบร
เอสเอ็มอีอาหารไทยบุก “แดนปลาดิบ” สร้างยอดขายสินค้ากว่าสองร้อยล้าน! คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 – 26 ก.ย. ที่ผ่านมา สสว. ได้นำผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องปรุงรส เข้าร่วมกิจกรรมการทดสอบจำหน่ายสินค้าและเจรจาธุรกิจ ณ เมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ภายในงาน Thai Food Festival and Business Matching in Nagasaki 2018 ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่ สสว. ร่วมกับ ISMED และบริษัท JALUX Inc. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการนำผู้ประกอบการจำนวน 20 บริษัท ไปทดสอบตลาดเมืองรองของประเทศญี่ปุ่นอย่างเมืองนางาซากิ ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญเรื่องการค้าแล้ว ยังได้พบปะและหารือกับ คุณฮิเดะโนะริ ทะชิโระ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ และ คุณโทโมมิ มิยาโมโต้ ผู้อำนวยการแผนกส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัดนางาซากิ แห่ง Nagasaki Prefecture Government หน่วยงานด้านการส่งเสริมและสนับสนุนส่วนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในส่วนท้องถิ่นของญ
กระทรวงพาณิชย์ พัฒนาความเป็นไทยต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านร้านอาหารไทย โดยจัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและป้ายตราสัญลักษณ์ “Thai SELECT” ให้สุดยอดร้านอาหารไทยที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 579 ร้าน ใน 3 ประเภทคือ Thai SELECT PREMIUM 7 ร้าน Thai SELECT จำนวน 522 ร้าน และ Thai SELECT UNIQUE จำนวน 50 ร้าน พร้อมเชิญเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 11 ชาติ ร่วมเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาเปิดประสบการณ์สัมผัสรสชาติอาหารไทยที่ต้องประทับใจไม่รู้ลืม นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัด “พิธีมอบประกาศเกียรติคุณและป้ายตราสัญลักษณ์ Thai SELECT” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการจัดงานภายใต้แนวคิด “สำรับไทย ศาสตร์และศิลป์แผ่นดินสยาม” เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของอาหารไทยที่มีความประณีต และสวยงาม ประเทศไทยมีความอัศจรรย์ในทุกๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิม รวมถึงอาหารที่มีวัตถุดิบหลากหลาย ขั้นตอนการ
คุณตูนส์ถามเข้ามาในเฟซบุ๊กแม่บ้านทันสมัย “สวัสดีค่ะ คือ เป็นนักศึกษา…………………….มหาวิทยาลัย…………………………ค่ะ คือต้องการจะขอสัมภาษณ์ไม่กี่คำถาม เกี่ยวกับการประกอบอาหารไทยและจีน โดยสามารถตอบคำถามผ่านทางข้อความได้เลยค่ะ ไม่ทราบว่าอาจารย์พอจะสะดวกให้สัมภาษณ์ได้มั้ยคะ ขอบคุณค่ะ คำถามนะคะ รบกวนตอบทั้งอาหารไทยและอาหารจีนนะคะ ขอบคุณค่ะ – หัวใจสำคัญหลักในการประกอบอาหารไทยและจีน คืออะไร – อะไรที่ทำให้อาหารไทยและจีนแตกต่างจากอาหารประเภทอื่นๆ – ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น – คิดว่าวิธีการประกอบอาหาร เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนประเทศไทยและจีนหรือไม่ – อาหารจานไหนที่บ่งบอกความเป็นอาหารไทยและจีน” ถามสั้นแต่ตอบยาวครับ ตอบเสร็จไปทำวิทยานิพนธ์ได้เลย ลำพังตอบอาหารไทยอย่างเดียวก็ยากแล้ว เจออาหารจีนด้วยยิ่งไปไม่ถูกเลย เพราะประเทศจีนกว้างใหญ่มาก แต่ละภูมิภาคก็แตกต่างกัน จะเอาอาหารจีนภาคไหน เป็นเรื่องครับ เป็นเรื่อง คำถามที่ผมชอบถามนักเรียนมัคคุเทศก์เวลาเรียนเรื่องอาหารไทยคือ “ก๋วยเตี๋ยวเ
“บ้านสิริ” คือ ร้านอาหารที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่หลงรักในเสียงเพลงและการขยับเขยินร่างกายด้วยการ “ลีลาศ” เพราะ ณ ห้องอาหารแห่งนี้เมื่อก้าวเท้าเข้ามาแล้วจะเพลิดเพลินไปกับดนตรีร่วมสมัยเหมือนได้มาพบปะเพื่อนที่รู้ใจไปพร้อมๆ กับลิ้มรสชาติอาหารเมนูหลากหลายกว่า 150 ชนิด อิ่มอร่อยได้ทุกวัน มีบริการเช่าพื้นที่เพื่อจัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน วันเกิด ปาร์ตี้ สังสรรค์ในครอบครัว ฯลฯในราคายุติธรรม จากบ้านพักผู้สูงวัย กลายเป็นสังคมของคนรักลีลาศ คุณจันทราวดี เคียงศิริ หรือคุณติ๋ม หญิงสาววัย 64 ปีเจ้าของร้านอาหาร “บ้านสิริ” นับเป็นผู้หลงใหลกีฬาลีลาศ เธอเท้าความว่า ก่อนจะเปิดร้านอาหารแห่งนี้ ในอดีตราวปี 2531บ้านสิริเคยเป็นโครงการบ้านพักให้เช่าแก่ผู้สูงอายุบนพื้นที่ 15 ไร่ จำนวน 117 ยูนิต มีทั้งรูปแบบบ้าน ขนาด 36 ตารางเมตร และห้องพักขนาด 24-55 ตารางเมตร จนกระทั่งปี2535 ปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมให้เช่ารายวันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย กลุ่มคนที่มาพักล้วนเป็นต่างชาติ อาทิ อังกฤษ อเมริกา เยอรมันนี เกาหลี ญี่ปุ่น นอกจากแขกที่มาพักจะรับความสะดวกสบาย “บ้านสิริ” ยังมีจุดขายอีกอย่าง คือ ร้านอาหารเพื่อสุขภาพปราศจ
