อาหารไทย
มนุษย์เราสัมผัสและรับความสุขเข้ามาเติมเต็มในใจได้ 6 ทาง ผ่านตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แต่ทางที่หยั่งรากลึกและอยู่กับเราได้ยาวนานที่สุดก็คือ “อาหารที่เราทานเข้าไป” สำหรับ คุณจอม-ภูมิพันธ์ เอี่ยมปรเมศวร์ ผู้ก่อตั้ง “บ้านนอกเข้ากรุง” ร้านอาหารไทยพื้นถิ่นโคราช ที่ทุกความสุข ความสำเร็จล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก “รสมือแม่” เป็นอาหารที่ทานเข้าไปแล้วสัมผัสได้ถึงความสุขอย่างบอกไม่ถูก ทั้งคนในครอบครัว แขกเหรื่อที่มาเยี่ยมเยือนบ้าน หรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติที่ได้ลิ้มลอง ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อาหารของแม่คุณจอม ทานแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปร่วมพูดคุยและเจาะลึกทุกแง่มุมชีวิตของ ‘คุณจอม’ อดีตหัวหน้าบัตเลอร์ที่ดูแลคนระดับโลกมาอย่างมากมาย จนมาสู่การเปิดร้านอาหารพื้นถิ่นโคราชตำรับคุณแม่ ที่สามารถคว้ารางวัลมิชลินได้ภายใน 5 เดือน จากโคราช…สู่มหานครนิวยอร์ก ย้อนกลับไปในอดีต คุณแม่และคุณพ่อของคุณจอมเติบโตมาในสองตระกูลใหญ่ แห่งตำบลโคกกรวดและอำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา โดยมีทางรถไฟเป็นเส้นกั้นระหว่างสองตระกูลนี้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมหน้าร้าน บ้านนอก
สารคดีชุด “Tasteful Thailand” ผลงานความร่วมมือระหว่าง Tencent Video, WeTV และ Sanook สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง หลังคว้ารางวัลระดับ Gold ในสาขาสารคดีทั่วไป (General Documentary) จากเวที The Telly Awards ครั้งที่ 47 ซึ่งเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ยกย่องความเป็นเลิศด้านสื่อและการเล่าเรื่องอย่างสร้างสรรค์ โดยในปีนี้มีผลงานเข้าร่วมประกวดมากกว่า 14,000 ผลงานทั่วโลก ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของการเล่าเรื่องผ่านอาหาร ที่สามารถเชื่อมโยงวัฒนธรรม ผู้คน และประสบการณ์จากหลากหลายประเทศเข้าด้วยกันได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมตอกย้ำความภาคภูมิใจของ “อาหารไทย” ในฐานะแรงบันดาลใจที่ก้าวไกลบนเวทีโลก สารคดีชุด “Tasteful Thailand” นำเสนอการเดินทางผ่าน 10 วัตถุดิบหัวใจสำคัญของครัวไทย โดยเชฟระดับมิชลินสตาร์และเชฟชั้นนำของประเทศ 10 ท่าน ที่ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองเชิงลึก งานภาพระดับภาพยนตร์ และการเล่าเรื่องที่เข้มข้น ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสทั้งรากเหง้าวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความหมายที่ซ่อนอยู่ในทุกจานอาหาร รางวัลนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ความภาคภูมิใจของทีมงานผู้ผลิตเท่านั้น แต่ยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ร่วมผลักดันให
“เราอยากทำให้แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่นำอาหารแบรนด์ของคนไทยไปเปิดต่างประเทศได้ มีความตั้งใจสูงมาก อยากเป็นส่วนเล็กๆ เป็นตัวแทนในการนำเสนอรสชาติของอาหาร” ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ หรือ ปลา iberry กล่าวหลังจากพาแบรนด์ “ทองสมิทธ์” ไปเปิดสาขาที่ฮ่องกงมาหมาดๆ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี “เหมือนได้กลับไปเริ่มต้นเป็นสตาร์ทอัพใหม่อีกครั้ง เพราะว่ามีร้านหนึ่งสาขาและไม่มีกองทัพในการช่วยสนับสนุน ทุกคนต้องทำเองทุกอย่าง รวมทั้งพนักงานที่ต้องรับจำนวนจำกัดเพราะค่าจ้างแพง จะจ้างใครก็ต้องคิดให้ดีๆ เลยเลือกทีมงานตัวเต็งจากเมืองไทยไปเทรนด์ ซึ่งต้องใช้เวลาเหมือนกัน” โดยเธอเลือกแบรนด์ทองสมิทธ์ไปเปิดสาขาแรกในต่างประเทศ เพราะมองว่าแต่ละแบรนด์เหมาะกับแต่ละตลาด และทองสมิทธ์เป็นแบรนด์ที่คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าถึงได้ง่าย “รสชาติของทองสมิทธ์มีครบรส ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน มีความหอมของสมุนไพรซึ่งถูกจริตคนเอเชียมากๆ เลยเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มชาวต่างชาติ เห็นได้จากลูกค้าที่อุดหนุนเราในเมืองไทยตั้งแต่สาขาแรก เป็นคนฮ่องกงจำนวนมาก” ส่วนในปี 2569 นี้ ปลาเผยว่ามีแผนเปิดแบรนด์ใหม่อีก 2-3 แบรนด์ ซึ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์” ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยวัฒนธรรมอาหารผ่านคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก “มิชลิน ไกด์” โดยได้เชิญบุคลากรจากร้านอาหารในคู่มือมิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทยประจำปี 2569 มาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนา นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนและการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่มีความเข้มข้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าและช่วยฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ โดย “วัฒนธรรมอาหารไทย” ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความพิถีพิถัน และภูมิปัญญาท้องถิ่น และสามารถต่อยอดเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” จากรายงาน ‘Beyond the MICHELIN Stars’ ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2568 โดยเอิร์นส์
หากพูดถึงอาหารไทยในสายตาชาวโลก ภาพจำส่วนใหญ่อาจหยุดอยู่ที่ต้มยำกุ้ง ส้มตำ หรือผัดไทย แต่ในความเป็นจริงแล้ว “อาหารไทย” ยังมีมิติที่หลากหลายและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแต่ละพื้นที่ที่รอให้เราไปสัมผัส วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ เชฟปริญญ์ ผลสุข และ คุณธัญญพร จารุกิตติคุณ ผู้ก่อตั้งร้าน “สำรับสำหรับไทย” ร้านอาหารที่หยิบเอาตำราเก่าแก่ อย่าง แม่ครัวหัวป่าก์ มาปัดฝุ่นชุบชีวิตใหม่ เน้นชูวัตถุดิบตามฤดูกาลของแต่ละภาค เพื่อสืบสานรากเหง้าและภูมิปัญญาอาหารไทยดั้งเดิมให้ยังคงอยู่ โดยเมนูจะผลัดเปลี่ยนทุก 2 เดือน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและรสชาติที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน สำหรับเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์นี้ เป็นการเสิร์ฟ “สำรับประชารสนิยม” ที่พาไปสะท้อนวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่นของเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ผ่านเมนูหาทานยากอย่าง ข้าวพันลับแล ลอดช่องเค็ม และขนมวง หากใครสนใจอยากไปลิ้มลองรสชาติ สามารถติดต่อได้ที่ Facebook : Samrub Samrub Thai สำรับสำหรับไทย เบอร์ : 099-651-7292
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “การสร้างความร่วมมือเครือข่ายอาหารไทยในเวทีโลก” โดยมี ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร, ประธานกรรมการเชลล์ชวนชิม และพิธีกรรายการแข่งขันทำอาหารชั้นแนวหน้าของประเทศไทย มาร่วมพูดคุย ในหัวข้อ “เคล็ดลับจากนักชิม 1,000 ร้าน ในการรังสรรค์อาหารอร่อย มีเอกลักษณ์ คงมาตรฐานทุกจานที่เสิร์ฟ” โดยมีเนื้อหา ดังนี้ ม.ล.ภาสันต์ไปชิมอาหารมาแล้วประมาณ 3,000 ร้าน ร้านที่โดดเด่นและได้รางวัล จะต้องมี “คาแร็กเตอร์” ทั้ง คาแร็กเตอร์ของคน เช่น เจ้าของร้านถอดเสื้อรับแขก ใครเกรียนมาเกรียนกลับ หรือ คาแร็กเตอร์ของอาหาร เช่น ร้านกะเพราจิตสดชื่น ที่ต้องใช้กะเพราเมืองกาญจน์เท่านั้น หรือช่วงนี้มีร้านข้าวมันไก่เปิดใหม่จำนวนมาก และร้านที่ขายดี คือ หมึกมันไก่ ต้องเป็นไก่สด ข้างในมีชั้นวุ้นคอลลาเจน เทคนิคการทำต้องใช้อุณหภูมิในการต้มที่ต่ำกว่าจุดเดือดเป็นเวลานานๆ แล้วต้องเอาปรอทลงไปวัดอุณหภูมิ
ผลิตภัณฑ์ของ Flora Food Group ช่วยให้เชฟและผู้ประกอบการอาหารสามารถต่อยอดสิ่งที่ทำให้อาหารไทยทรงอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์ ความหลากหลาย และบทบาทที่เติบโตขึ้นในระดับสากล เมื่ออาหารไทยพัฒนาไปไกลจากมรดกท้องถิ่นสู่แรงบันดาลใจระดับนานาชาติ Flora Food Group จึงได้เล็งเห็นว่านอกจากประเทศไทยจะเป็นตลาดสำคัญแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียด้านอาหารที่ทรงอิทธิพลต่อเมนูทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงจับมือกับ ณัฐณิชา บุญเลิศ หรือ “เชฟพลอย” เชฟรุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยสไตล์การทำอาหารร่วมสมัย เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากรายการ MasterChef The Professionals Thailand เชฟพลอยได้สะท้อนภาพเชฟไทยยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ความเคารพในวิถีแบบดั้งเดิม พร้อมเปิดรับอิทธิพลระดับโลก “อาหารไทยในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศไทย แต่กำลังสร้างแรงบันดาลใจให้เชฟทั่วโลก” “Flora Food Group ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในครั้งนี้ โดยได้นำความเชี่ยวชาญระดับโลกของเรามาสนับสนุนเชฟและผู้ประกอบการในประเทศไทย พร้อมเรี
อาหารไทย เป็นที่สุดของคอมฟอร์ตฟู้ด ไม่ว่าจะนั่งล้อมวงกินกับเพื่อนๆ พร้อมจิบไวน์สักแก้ว ในค่ำคืนสบายๆ หรือจะเป็นมื้อแรกของวันที่กินเพื่อแก้อาการแฮงก์ และเมื่อได้ลิ้มลองเมนูที่อร่อย ก็เหมือนกับการถูกพาย้อนกลับไปยังเขตเมืองร้อนที่เต็มไปด้วยเสียงของเหล่าพ่อค้าแม่ขาย ล่าสุด Caitlyn Todoroski (เคทลิน โทโดรอสกี) จากสำนักข่าว TIME OUT ร่วมกับ Thai SELECT ตราสัญลักษณ์ที่รับรองอัตลักษณ์ไทย ได้ทำการจัดอันดับ 5 เมนูอาหารไทยที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต 1. ก๋วยเตี๋ยวเรือ (Thai boat noodles) ที่มาของชื่อเมนูนี้ มาจากพ่อค้าแม่ค้าที่พายเรือขายก๋วยเตี๋ยวตามลำคลอง ซึ่งมักจะทำเสิร์ฟกันบนเรือไม้ และสามารถเลือกเส้นได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เส้นเล็ก เส้นใหญ่ หรือวุ้นเส้น เป็นน้ำซุปหมูหรือเนื้อที่เข้มข้น โดยจะเสิร์ฟกันบนเรือทำชามต่อชาม ในรูปแบบชามเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก เพราะจะได้ไม่หก 2. ผัดกะเพรา ผัดกะเพราเป็นอาหารง่ายๆ และเป็นคอมฟอร์ตฟู้ดที่แท้จริง โดยการนำหมูหรือเนื้อสับ ผัดให้หอมด้วยซีอิ๊ว น้ำปลา และน้ำมันหอย พร้อมใส่ใบกะเพราและพริกไทยสด เสิร์ฟพร้อมไข่ดาวเยิ้มๆ บนข้าวสวยร้อนๆ ซึ่งกลิ่นกระเทียมและพริกผัด
“…‘ถ้าคุณขี้เกียจอย่ามาอเมริกาเลยอยู่เมืองไทยไปเถอะ ป้าจะขอตายที่อเมริกา’…” อาท-สุภกิจ จ้าของเพจ ร้านเด็ด อเมริกา นักข่าวหนุ่มผู้ซึ่งปักหลักชีวิตในต่างแดนตั้งแต่อายุ 19 กับมีความหลงใหลในเรื่องอาหารมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะผันตัวสร้างงานอดิเรกมาเป็นนักเล่าเรื่องร้านอาหารในอเมริกาตอนที่โควิดเล่นงาน อาท เล่าให้ฟังว่า คนไทยในอเมริกามองว่าชีวิตที่เลือกนั้นเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่ไปในมุมมองที่มีความสุข ความสะดวกสบาย สวัสดิการต่างๆ ให้กับคนในประเทศทุกคนไม่ว่าจะเชื้อชาติไหนอย่างเท่าเทียม บวกกับตัวคอนเทนต์ที่ทำก็ต้องการนำเสนอวิถีชีวิต และเหล่าธุรกิจตัวเล็กๆ ใน LA เด็กน้อยวงการสื่อ “ผมเป็นคนอ้วนมาก่อน” เขาเปิดประโยคนี้จนทำให้เราสงสัยว่าเพราะอะไรถึงพูดแบบนั้น ซึ่งคนที่สนทนาตรงหน้าคือชายผิวขาว ตาเล็ก สมาร์ท ไม่ได้อ้วนหรือผอมจนเกินไป ก่อนที่เขาจะเล่าต่อ “ตอนเด็กๆ ที่บ้านจะชอบทำอาหารกันมาก โดยเฉพาะแม่ ผมก็ได้รู้วิธีการทำอาหารมาจากแม่ทุกอย่าง ซึ่งลูกทุกคนก็ทำอาหารเป็นหมด ส่วนผมนอกจากชอบทำก็ชอบกินด้วยเหมือนกัน” นับตั้งแต่อายุ 19 ใน Thai Town LA เขาอยู่กับสังคมคนไทยมาตั้งแต่ตอนนั้น เห็นทุกชั่วขณะเวลาของที
“เมนูทานง่าย แต่ไม่ธรรมดา” สะท้อนความเป็น “หลุยส์วาณิชย์” ร้านอาหารชื่อดังย่านบรรทัดทองได้เป็นอย่างดี แม้จะเปิดมา 2 ปีกว่า แต่หลุยส์วาณิชย์สามารถครองใจลูกค้าได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่แวะเวียนมาชิมเมนูสตรีตฟู้ดหลากหลาย จนเรียกได้ว่า ประสบความสำเร็จ ถึงปัจจุบันหลุยส์วาณิชย์เติบโตขึ้นอีกขั้น เมื่อผู้บริหารเจนใหม่ พาร้านตึกแถวไปเปิดสาขาในพารากอน พร้อมยกระดับความพรีเมียมทั้งวัตถุดิบ การบริการ และบรรยากาศยุค 90 ที่มากไปด้วยเสน่ห์ ในคอลัมน์ Young Entrepreneur “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอพาไปพูดคุยกับ แจม-ภัณฑิรา ลีฬกาญจนากุล หนึ่งในผู้บริหารวัย 29 ปี ถึงจุดเริ่มต้น และกลยุทธ์ปั้นหลุยส์วาณิชย์เติบโต จุดเริ่มต้นหลุยส์วาณิชย์ แจม เริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเอง ถึงการปั้นหลุยส์วาณิชย์ เธอและหุ้นส่วนอีก 2 คน เข้าไปเปิดร้านในบรรทัดทองก่อนจะมีกระแสนิยม เพราะอาศัยอยู่ที่นั่น ทำให้เห็นว่าจะเป็นทำเลทองในอนาคต และพอได้เข้าไปเปิดจริงๆ ก็กลายเป็นร้านที่ติดตลาดและเป็นที่จดจำของลูกค้า ซึ่งหลุยส์วาณิชย์ ไม่ใช่ธุรกิจแรกของแจม ก่อนหน้านี้ เธอเปิดร้านอาหารเกาหลีออนไลน์ และขยายสู่หน้าร้านที่สยาม จากนั
